ลบรอยสักตัวอักษรง่ายกว่าที่คิด! เข้าใจหลักการเลเซอร์ คุณสมบัติหมึก และจำนวนครั้งตามเกณฑ์คลินิกจริง
สวัสดีครับ ผมหมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
ในฐานะแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU)
ตอนนี้ประจำอยู่ที่ Beautystone Clinic สาขาฮงแดครับ
💡 อ่านตรงนี้ก่อนเริ่มกันเลยนะครับ
Q. รอยสักตัวอักษร (Lettering Tattoo) มีเส้นที่ชิดกันมาก น่าจะลบยากกว่ารอยสักปกติหรือเปล่าครับ?
A. จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ รอยสักตัวอักษรเป็นหนึ่งในประเภทของรอยสักที่ลบออกได้ง่ายที่สุดเลยครับ
Q. ทำไมใช้เลเซอร์ตัวเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ถึงแตกต่างกันล่ะครับ?
A. แทนที่จะเป็นเรื่องของความต่างของเครื่องเลเซอร์ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลมากกว่าคือความลึกของน้ำหมึก, โทนสีที่ใช้ และการเคยไปสักซ้ำ (Retouch) หรือเปล่าครับ
📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้
การลบรอยสักตัวอักษรนั้นง่ายมากครับ เพราะเป็นงานที่ค่อนข้างเบสิก และส่วนใหญ่ไม่ค่อยผ่านการสักซ้ำมาบ่อยๆ ทำให้เม็ดสีแตกตัวและเคลียร์ออกได้ง่ายครับ

ทำไมรอยสักตัวอักษรถึงลบง่าย? คำตอบอยู่ที่โครงสร้างของรอยสักครับ
เวลาที่เราเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับการลบรอยสัก
มักจะเจอคำพูดที่ว่า "ลบรอยสักใช้เวลานานมากนะ",
"ต้องเตรียมใจไว้เลยอย่างน้อย 10 ครั้งขึ้นไป"
อะไรประมาณนี้อยู่บ่อยๆ ใช่ไหมครับ
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพี้ยนไปหรอกครับ
แต่ถ้าคิดว่าเคสของรอยสักตัวอักษรจะต้องใช้เกณฑ์เดียวกันเป๊ะๆ ล่ะก็
นั่นอาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียวครับ
พูดกันตามตรงก็คือ
รอยสักตัวอักษร ถือเป็นรอยสักประเภทที่
ลบออกได้ค่อนข้างง่ายมากๆ ในบรรดารอยสักทั้งหมดครับ
ตรงนี้อาจจะฟังดูคลุมเครือไปนิด
ไม่ได้หมายความว่ามันจะลบง่ายแบบไร้เงื่อนไขนะครับ
แต่หมายถึง 'โดยโครงสร้างแล้ว มันมีปัจจัยที่เอื้อให้ลบออกได้ง่าย' นั่นเองครับ
ซึ่งมีเหตุผลหลักๆ อยู่ 3 ข้อด้วยกันครับ
ข้อแรก สีของน้ำหมึกไม่ซับซ้อน
รอยสักตัวอักษรส่วนใหญ่จะใช้แค่น้ำหมึกสีดำเพียงสีเดียวครับ
ซึ่งสีดำเป็นสีที่ตอบสนองต่อเลเซอร์ลบรอยสักได้ดีที่สุด
หลักการทำงานของเลเซอร์คือการเข้าไปทำลายอนุภาคของเม็ดสีหมึกให้แตกตัว
เนื่องจากสีดำสามารถดูดซับความยาวคลื่นของเลเซอร์ได้ทุกช่วงคลื่น
จึงเห็นผลลัพธ์และตอบสนองได้ไวกว่าสีอื่นๆ มากครับ
ข้อสอง แทบจะไม่มีการสักซ้ำ (Retouch) เลย
ถ้าเป็นรอยสักแนวสีสันหรือภาพวาดที่มีรายละเอียดเยอะๆ
เมื่อเวลาผ่านไป สีอาจจะเริ่มเบลอหรือจางลง
ทำให้คนส่วนใหญ่มักจะไปสักทับหรือเรทัชซ้ำบ่อยๆ
ซึ่งนั่นจะทำให้ชั้นของหมึกสะสมตัวหนาขึ้น
และเพิ่มระดับความยากในการลบขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยครับ
แต่รอยสักตัวอักษรนั้นแตกต่างออกไปครับ
ถ้าเส้นเดี่ยวๆ จางลง ส่วนใหญ่ก็จะปล่อยไว้เฉยๆ
หรือถ้าอยากแก้ก็จะสักลายใหม่ทับไปเลยเสียมากกว่า
น้อยคนมากที่จะมานั่งลงหมึกซ้ำๆ ที่จุดเดินเดิม
ยิ่งชั้นหมึกบางเท่าไหร่ จำนวนครั้งที่ต้องเลเซอร์ก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้นครับ
ข้อสาม พื้นที่ในการทำหัตถการมีขนาดเล็ก
เนื่องจากมันไม่มีฟิลเลอร์ (การถมสีดำในพื้นที่กว้างๆ)
แต่ประกอบไปด้วยเส้นสายสั้นๆ เป็นหลัก
บริเวณที่เลเซอร์จะต้องเข้าไปโฟกัสจึงน้อยลงไปด้วย
ทำให้ขอบเขตที่ผิวอาจจะได้รับความเสียหายลดลง และฟื้นตัวได้ไวมากครับ
👨⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
รอยสักตัวอักษรมีคุณลักษณะคือ ใช้หมึกดำสีเดียว, อัตราการสักซ้ำต่ำ และโครงสร้างเน้นเส้นสายเป็นหลัก
เมื่อองค์ประกอบทั้ง 3 อย่างนี้มารวมกัน
จึงเป็นรอยสักประเภทที่ตอบสนองต่อเลเซอร์ได้รวดเร็วที่สุดครับ
แม้ว่าคุณจะเคยได้ยินจากที่อื่นมาว่าต้องทำมากกว่า 10 ครั้งขึ้นไป,
แต่ถ้าเป็นรอยสักตัวอักษร ในทางคลินิกแล้ว บ่อยครั้งมากครับที่เราสามารถลบให้เสร็จสิ้นได้โดยใช้จำนวนครั้งไม่ถึงครึ่งหนึ่งของที่คิดไว้ด้วยซ้ำครับ

ถ้าอย่างนั้น รอยสักตัวอักษรแบบไหนที่ลบยากกว่าปกติเล็กน้อย
และควรแก้ปัญหาอย่างไรดี
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญอยู่อย่างหนึ่งนะครับ
ก็คือ 'ใช่ว่ารอยสักตัวอักษรทุกเคสจะเหมือนกันไปซะหมด'
นั่นเองครับ
แม้ว่าจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล,
แต่โดยทั่วไปแล้วที่คลินิก ผมจะแบ่งเคสออกเป็นดังนี้ครับ
① รอยสักตัวอักษรสีดำทั่วไป
เป็นเคสที่พบได้บ่อยที่สุดครับ
หมึกดำล้วน, ไม่เคยผ่านการเรทัช, ระยะเวลาหลังสัก
ประมาณ 3-5 ปี
หากใช้เครื่อง Pico Laser
ส่วนใหญ่จะจางหายไปได้อย่างพึงพอใจภายใน 4-6 ครั้งครับ
② เคสที่มีหมึกสีขาว หรือการไล่เงาสีเทาผสมอยู่ด้วย
ตั้งแต่เคสนี้เป็นต้นไปจะเริ่มต่างออกไปแล้วครับ
เพราะหมึกสีขาวตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ค่อนข้างยาก
และบางครั้งเลเซอร์อาจทำให้หมึกสีขาวเกิดปฏิกิริยาออกซิไดซ์กลายเป็นสีดำเข้มขึ้น
หรือตอบสนองช้าลงได้ครับ
ซึ่งเคสประเภทนี้อาจจะต้องเพิ่มจำนวนครั้งในการรักษาครับ
③ เคสที่เคยผ่านการเรทัชรอยสักมาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
จุดนี้เป็นจุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยๆ ครับ
"การเรทัชก็แค่ไปซ่อมแซมสีให้ชัดขึ้นเฉยๆ ไม่ใช่เหรอคะ?"
แต่ในทางเทคนิค การเรทัชคือการเริ่มลงเข็มและหมึกทับลงไปใหม่ทั้งหมดครับ
มันคือการที่หมึกซ้อนกันเป็นสองชั้นในจุดเดิม
ส่งผลให้จำนวนครั้งในการลบเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
ตอนที่ให้คำปรึกษาคนไข้
คำถามที่ผมต้องถามเสมอเลยก็คือเรื่องการเรทัชเนี่ยแหละครับ
เพราะเป็นตัวแปรสำคัญในการคาดการณ์จำนวนครั้งที่ต้องรับการรักษาครับ
สำหรับการลบ เราจะใช้เครื่องเทคโนโลยี Picosecond เป็นหลักครับ
เจ้า Picosecond นี้เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูงระดับหนึ่งในล้านล้านวินาที (1/10^12 วินาที)
ซึ่งจะเข้าไปบดขยี้เม็ดสีหมึกให้กลายเป็นผงละเอียดขนาดเล็กมากๆ
ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและขับออกมาได้เร็วกว่าปกติครับ
จุดเด่นของมันคือจะเกิดการสะสมความร้อนน้อยกว่ากลุ่ม Nanosecond (เลเซอร์รุ่นเก่า)
ทำให้ผิวมีโอกาสเบิร์นน้อยกว่าและเห็นผลไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำมากๆ เลยก็คือ
ต่อให้เครื่องเลเซอร์จะมีสเปกที่ดีขนาดไหนก็ตาม
หากตั้งค่าพลังงาน (Parameter) ไม่เหมาะสม
ประสิทธิภาพในการรักษาก็จะลดลงอย่างฮวบฮาบเลยครับ
เพื่อให้รอยสักหายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
การปรับค่าพลังงานในแต่ละรอบการรักษา
โดยประเมินตามปฏิกิริยาของผิวอย่างละเอียด
จึงมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกชนิดของเครื่องทำเลเซอร์เลยครับ
บางคนที่เคยทำจากที่อื่นมาแล้ว 8 ครั้ง
แต่ก็ยังมีเศษหมึกหลงเหลืออยู่เยอะพอมารักษาที่นี่
หลังจากเราปรับการตั้งค่าเครื่องใหม่ให้เข้ากับผิวคนไข้เฉพาะบุคคล
ก็สามารถจบลบเคสได้สวยๆ ภายใน 2-3 ครั้งเท่านั้นเองครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. บริเวณที่อยู่ใกล้กระดูกมากๆ อย่างข้อมือหรือกระดูกไหปลาร้า สามารถลบออกได้ดีไหมคะ?
A. ข้อมือและกระดูกไหปลาร้าก็ลบออกได้ดีและง่ายครับ
ต่อให้อยู่ใกล้แนวกระดูกก็ตาม
การใช้พลังงานเลเซอร์ลบที่เหมาะสมก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัยและหมดจดแน่นอนครับ
Q2. เพิ่งสักมาได้ไม่นาน สามารถลบออกได้เลยทันทีไหมคะ?
A. โดยปกติแล้ว แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังจากการสักครับ
เพื่อให้สภาพผิวหนังกลับเข้าสู่ภาวะปกติและแข็งแรงก่อน
และเพื่อให้เราคาดเดาการตอบสนองของผิวต่อเลเซอร์ได้อย่างแม่นยำด้วยครับ
หากเริ่มทำเร็วกว่านั้น
อาจจะเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาผิวหนังชนิดอื่นตามมาได้ครับ
ไม่ต้องรีบร้อนครับ
แนะนำให้รอสัก 1-2 เดือนให้ผิวเซ็ตตัวดีแล้ว ค่อยเข้ามาปรึกษาเพื่อรับการรักษาจะดีที่สุดครับ
Q3. หลังลบรอยสักแล้ว จะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ไหมคะ?
A. การลบรอยสักก็เป็นการส่งพลังงานไปกระตุ้นผิวในระดับหนึ่งเช่นเดียวกับการสักครับ
ดังนั้นหากตั้งค่าพลังงานแรงเกินไป หรือดูแลผิวหลังทำไม่ถูกต้องในช่วงพักฟื้น
ก็อาจจะทำให้เกิดรอยดำ (PIH) หรือรอยแผลเป็นตื้นๆ ได้ครับ
ด้วยเหตุนี้ การเว้นระยะห่างระหว่างการรักษาแต่ละครั้งอย่างเหมาะสม
(โดยทั่วไปประมาณ 6-8 สัปดาห์ขึ้นไป)
เพื่อยืนยันว่าผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่แล้ว
ก่อนที่จะเริ่มทำในรอบถัดไปจึงมีความสำคัญมากๆ ครับ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การตั้งค่าพลังงานที่ถูกต้องและการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนใหญ่แล้วกว่า 95% สามารถเคลียร์รอยสักออกได้โดยไม่ทิ้งแผลเป็นไว้เลยครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ หมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶Saxenda vs Mounjaro เทียบกันชัดๆ ชัยชนะตกเป็นของ Mounjaro แบบขาดลอย
▶ฟิลเลอร์หน้าผากในย่านฮงแด คลินิกไหนที่ทำออกมาได้สวยละมุนที่สุด?
▶เผยเคล็ดลับ ทำไมที่นี่ถึงได้ชื่อว่าเป็นพิกัดลับแห่งการทำเลเซอร์กำจัดขนในย่านฮงแด
▶หมอวี ยองจิน แนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวสวยเฉพาะจุดด้วย Juvelook Glam Body
▶ทำไม Juvelook Glam ถึงให้ผลลัพธ์ความโกลว์ใสยาวนานกว่า Rejuran แต่เจ็บตัวน้อยกว่าเยอะ

ผิว
สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ
สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ผิว
ครีมกันแดด มีวิธีอ่านและเลือกค่า SPF กับ PA อย่างไรดีคะ?
SPF50 ไม่ได้แปลว่าดีที่สุดเสมอไปนะ! มาดูไกด์สรุปความหมายของตัวเลข และเกณฑ์การเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับระดับการเจอแดดกันเลย

ยกกระชับ
Shurink Universe ควรทำกี่ช็อตดี? เกณฑ์จำนวนช็อตแบ่งตามบริเวณและผลลัพธ์ที่ต้องการ
แม้จะทำ 300 shots เท่ากัน แต่ถ้ากระจายช็อตต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันค่ะ! นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราไม่ควรเปรียบเทียบแค่ตัวเลข พร้อมไกด์ไลน์เกณฑ์จำนวน shot แต่ละบริเวณ

ผิว
Oligio X การยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ควรทำกี่ครั้งถึงจะดีที่สุดคะ?
การรักษาจะแบ่งออกเป็นกลุ่มที่เห็นผลลัพธ์เพียงพอได้ในการทำเพียง 1 ครั้ง กับกลุ่มที่แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องเพื่อสะสมผลลัพธ์ มาดูคู่มือการวางแผนจำนวนครั้งในการทำ Monopolar RF กันค่ะ

ผิว
Potenza ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องรูขุมขนเท่านั้นนะ แต่ยังเป็นคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบไมโครนีดเดิล (microneedle RF) ที่ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ ได้ดีอีกด้วยค่ะ
การรักษาเรื่องรูขุมขนและรอยแผลเป็น กับเรื่องความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ จะใช้การตั้งค่าที่ต่างกันนะคะ นี่คือคู่มือสรุปเกณฑ์ความลึกของหัวเข็ม (needle) และจำนวนครั้งในการรักษาตามแต่ละจุดประสงค์ค่ะ

ลบรอยสัก
หลังทำ Picoway ลบรอยสัก แล้วมีสะเก็ดหรือสะเก็ดน้ำใสๆ ขั้นตอนการฟื้นฟูผิวจะเป็นอย่างไรบ้างคะ?
สะเก็ดและตุ่มน้ำอาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูผิวตามปกติ คู่มือนี้จะช่วยอธิบายว่าทำไมถึงไม่ควรแกะหรือลอกสะเก็ดออก พร้อมแนะนำเกณฑ์ระยะห่างในการทำหัตถการแต่ละครั้ง



