ฮิปดิป สควอตอย่างเดียวไม่พอ! เติมเต็มได้อย่างไร
ฮิปดิป สควอตอย่างเดียวไม่พอ! เติมเต็มได้อย่างไร
ฮิปดิป สควอตอย่างเดียวไม่พอ! เติมเต็มได้อย่างไร
ฟิลเลอร์ฮิปดิปไม่ใช่แค่เติมวอลลุ่ม แต่ช่วยให้ขาดูยาวขึ้น เข้าใจหลักการง่ายๆ ที่นี่
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

หลายๆ คนที่ตั้งใจสควอทและลันจ์อย่างหนัก แต่รอยบุ๋มด้านข้างสะโพก (Hip Dip) ก็ยังคงอยู่จนรู้สึกอึดอัดใจใช่ไหมคะ? จนอาจจะเริ่มคิดว่า "เราต้องออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีกไหม หรือมีแค่เรานะที่รอยนี้ไม่ยอมหายไปสักที"
ถ้าให้ตอบสั้นๆ ก็คือ Hip Dip ไม่ใช่บริเวณที่สามารถเติมเต็มได้ด้วยการออกกำลังกายค่ะ เพราะมันเกิดจากโครงสร้างของกระดูกเชิงกราน ดังนั้นต่อให้คุณสร้างกล้ามเนื้อมากแค่ไหน บริเวณนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม แต่หากเลือกเติมเต็มด้วย ฟิลเลอร์ จะช่วยเชื่อมต่อไลน์สะโพกและต้นขาให้ดูสมูท ซึ่งช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้ค่ะ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ · คุณจะเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไม Hip Dip ถึงไม่หายไปด้วยการออกกำลังกาย · คุณจะเข้าใจหลักการที่ว่าทำไมการเติม Hip Dip ถึงช่วยให้ขาดูยาวขึ้น · คุณจะได้รู้วิธีการขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ · คุณจะทราบเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังทำและระยะเวลาการคงผลลัพธ์
เมื่ออ่านบทความนี้จบ · คุณจะเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไม Hip Dip ถึงไม่หายไปด้วยการออกกำลังกาย · คุณจะเข้าใจหลักการที่ว่าทำไมการเติม Hip Dip ถึงช่วยให้ขาดูยาวขึ้น · คุณจะได้รู้วิธีการขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ · คุณจะทราบเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังทำและระยะเวลาการคงผลลัพธ์
Hip Dip ทำไมถึงไม่หายไปด้วยการออกกำลังกายล่ะ?
ถ้าลองยืนส่องกระจกดูสะโพกด้านข้าง บางคนอาจจะมีรอยบุ๋มลงไปเล็กน้อยตรงเหนือต้นขาพอดี นั่นแหละค่ะที่เรียกว่า Hip Dip (รอยบุ๋มสะโพกด้านข้าง)
มันง่ายมากที่จะคิดว่า "เป็นเพราะฉันออกกำลังกายไม่พอแน่ๆ" แต่พูดตามตรงเลยว่านั่นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ Hip Dip ไม่ใช่ปัญหาของมวลกล้ามเนื้อหรือไขมันในร่างกาย แต่เกิดจากตำแหน่งของ กระดูกเชิงกราน (Greater Trochanter) ซึ่งเป็นส่วนกระดูกที่ยื่นออกมาทางด้านนอกของต้นขาตอนบน ยิ่งกระดูกส่วนนี้กางออกไปด้านข้างมากเท่าไหร่ ช่องว่างด้านบนสะโพกก็ยิ่งดูลึกขึ้นเท่านั้น ต่อให้กล้ามเนื้อพัฒนาแค่ไหน ก็ไม่สามารถเข้าไปเติมเต็มส่วนเว้าที่อยู่เหนือโครงสร้างกระดูกนี้ได้ค่ะ
ที่น่าปวดหัวก็คือ ในบางครั้งยิ่งคุณออกกำลังกายหนักๆ Hip Dip ก็อาจจะยิ่งดูชัดเจนขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อก้นพัฒนาขึ้น วอลลุ่มด้านล่างจะนูนขึ้นมา แต่รอยบุ๋มยังอยู่ที่เดิม ทำให้เห็นความต่างชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

ทำไมการเติม Hip Dip ถึงช่วยให้ขาดูยาวขึ้น?
ไลน์ด้านข้างที่เชื่อมต่อจากเอวลงไปถึงต้นขาควรจะไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาถึงจะมองจากบนลงล่างได้อย่างสมูททำให้ขาดูยาวขึ้น แต่ถ้ามีรอยบุ๋มตรงสะโพก ไลน์นั้นจะถูกตัดขาด ทำให้เกิดรอยต่อแบบ เอว - Hip Dip - ต้นขา แทน
เมื่อไลน์ถูกตัดขาด สายตาจะหยุดชะงักที่จุดนั้นทันที ทำให้รู้สึกว่าขาดูสั้นกว่าความเป็นจริง ในทางตรงกันข้าม หากเราเติมเต็มช่องว่างที่บุ๋มนั้นอย่างนุ่มนวลด้วยฟิลเลอร์ ไลน์จะกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง สายตาจะไหลลื่นลงไปด้านล่างโดยไม่สะดุด เอฟเฟกต์ที่ทำให้ขาดูยาวขึ้นนี้ไม่ใช่เพราะความสูงเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะ "ความต่อเนื่อง" ของไลน์สะโพกค่ะ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
Hip Dip เป็นปัญหาของโครงสร้างกระดูกเชิงกราน จึงไม่สามารถเติมเต็มได้ด้วยการออกกำลังกาย หากเราเติมช่องว่างที่บุ๋มนี้ด้วยฟิลเลอร์ ไลน์ด้านข้างจากเอวถึงต้นขาจะสมูทขึ้น และเมื่อไลน์เชื่อมต่อกัน ก็จะเกิดเอฟเฟกต์ทางสายตาที่ช่วยให้ขาดูยาวกว่าความเป็นจริงครับ
นี่ไม่ใช่การ 'เพิ่ม' วอลลุ่มให้ใหญ่ขึ้น แต่เป็นการทำหัตถการเพื่อสร้าง 'ความต่อเนื่อง' ของเส้นไลน์ครับ

ฟิลเลอร์ Hip Dip วิธีการดีไซน์คือตัวตัดสินผลลัพธ์
แม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีขั้นตอนดังนี้ครับ เริ่มจากประเมินไลน์สะโพกทั้งหมดในขณะที่ยืน เพราะท่านั่งจะทำให้ความลึกหรือตำแหน่งของรอยบุ๋มเปลี่ยนไป นอกจากนี้ต้องเช็กความลึก ความกว้าง และความสมมาตรซ้ายขวาของ Hip Dip ด้วย เพราะจริงๆ แล้วมีหลายคนที่ซ้ายขวาไม่เท่ากันมากกว่าที่คิดครับ
จากนั้นจึงตัดสินใจเลือกชนิดของฟิลเลอร์ เมื่อต้องเติมเต็มพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างและลึกอย่าง Hip Dip การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง (high G-prime) ถือเป็นพื้นฐานหลัก G-prime คือค่าความยืดหยุ่น หรือพูดง่ายๆ คือ 'แรงในการคงรูป' ของฟิลเลอร์ หากค่านี้ต่ำ ฟิลเลอร์อาจจะกระจายตัวหรือย้อยลงมาเมื่อเวลาผ่านไปได้ครับ
และนี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด การฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากๆ ไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไป สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาความหนาและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อรอบๆ Hip Dip เพื่อหาปริมาณที่น้อยที่สุดที่สามารถสร้างวอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติได้ เพราะหากเติมมากเกินไป อาจจะดูนูนเป็นก้อนขึ้นมาแทนได้ครับ
เนื่องจากฟิลเลอร์ Hip Dip ต้องใช้ปริมาณค่อนข้างมากกว่าการฉีดจุดอื่น จึงอาจจะมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และหลังจากฉีดแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งที่กดทับบริเวณดังกล่าวหรือการสวมกางเกงที่รัดแน่นเกินไป ระยะเวลาคงผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งครับ
สำหรับใครที่กังวลใจมานานเพราะออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่เติมเต็ม หรือรู้สึกอึดอัดที่ไลน์ขาดูขาดตอน ฟิลเลอร์สะโพกถือเป็นทางเลือกที่สามารถสัมผัสผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนครับ หลายๆ คนที่เคยมาด้วยความท้อใจว่า "ที่อื่นบอกว่าออกกำลังกายก็ไม่ช่วย" หลังจากทำไป 2-3 เซสชันก็พึงพอใจกันมากๆ ครับ
ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้มองว่าฟิลเลอร์ Hip Dip เป็นแค่การฉีดเพื่อ "เติมเต็ม" เท่านั้น แต่เราจะประเมินไลน์สะโพกและความสมมาตรซ้ายขวาในท่ายืนอย่างละเอียดก่อนที่จะกำหนดปริมาณฟิลเลอร์ เพราะแม้จะเป็น Hip Dip เหมือนกัน แต่ความลึก ความกว้าง และระดับความไม่สมมาตรของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เราจึงแนะนำวิธีค่อยๆ แบ่งฉีดตามความเหมาะสมมากกว่าการอัดฉีดเข้าไปเยอะๆ ในครั้งเดียวครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. หลังฉีดฟิลเลอร์ Hip Dip แล้ว เวลาเจอนั่งจะรู้สึกแปลกๆ ไหมคะ?
A. ในช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีด อาจจะรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ ได้เล็กน้อยครับ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ แล้วเกิดแรงกดทับบริเวณดังกล่าวอาจรู้สึกไม่สบายตัวได้ แต่อาการนี้จะค่อยๆ หายไปเองอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อฟิลเลอร์เริ่มเซ็ตตัว หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ ส่วนใหญ่ก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่มีความรู้สึกไม่สบายตัวครับ
Q2. ฟิลเลอร์ Hip Dip ฉีดแค่ครั้งเดียวพอไหม หรือต้องฉีดหลายครั้งคะ?
A. ขึ้นอยู่กับความลึกของรอยบุ๋มครับ บางคนฉีดแค่ครั้งเดียวไลน์สะโพกก็สมูทสวยงามแล้ว แต่ในกรณีที่รอยบุ๋มค่อนข้างลึกมากหรือมีความไม่สมมาตรซ้ายขวาเยอะ การแบ่งฉีด 2 ครั้งจะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ การประเมินด้วยตาเปล่าในตอนปรึกษาจะแม่นยำที่สุด ดังนั้นอยากแนะนำให้มาพูดคุยกันด้วยใจที่เปิดกว้าง ดีกว่าการตัดสินใจล่วงหน้าจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตครับ
Q3. นอกจากฟิลเลอร์แล้ว สามารถเติม Hip Dip ด้วยการฉีดไขมันได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้ครับ เพียงแต่การฉีดไขมันมีตัวแปรเรื่องอัตราการรอดชีวิตของไขมัน (survival rate) และต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการผ่าตัด เมื่อต้องการเติมเต็มพื้นที่เฉพาะจุดอย่าง Hip Dip การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความหนืดสูงมักจะให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ง่ายกว่า ทางเราจึงมักจะแนะนำฟิลเลอร์ก่อนครับ อย่างไรก็ตาม หากคนไข้มีไขมันส่วนเกินเพียงพอและต้องการปรับเปลี่ยนสัดส่วนทั่วทั้งร่างกาย การฉีดไขมันก็อาจจะเป็นเคสที่ตอบโจทย์มากกว่าครับ
Q4. ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะ?
A. ฟิลเลอร์ Hip Dip มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างแตกต่างกันไปตามความลึกและปริมาณซีซีที่ต้องใช้ครับ เนื่องจากมักจะใช้ปริมาณเยอะกว่าการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น การประเมินค่าใช้จ่ายที่แม่นยำที่สุดคือการเข้ามาตรวจเช็กความลึกของรอยบุ๋มจริงในตอนปรึกษาครับ
Hip Dip ไม่จำเป็นต้องถอดใจเพราะออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผลนะครับ หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการครับ
ปรึกษาผ่าน KakaoTalk
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับเราไหม คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษาโดยตรงครับ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk
ทั้งหมดนี้โดย หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶Xeomin โบท็อกซ์ลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร?
▶Beautystone Clinic สาขาฮับจอง
▶สำหรับผู้ที่กำลังลังเลใจเรื่องการลบเต้าซิลหรือรอยสักย่านฮงแด·ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบให้ครับ
▶กำลังมองหาโบท็อกซ์ลดกรามราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่า? เหตุผลที่ตัวเลขนั้นอาจเป็นกับดัก
▶อาการบวมหลังทำ Ulthera และ Thermage จะหายไปเมื่อไหร่? คู่มือฟื้นฟูผิวสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญ

หลายๆ คนที่ตั้งใจสควอทและลันจ์อย่างหนัก แต่รอยบุ๋มด้านข้างสะโพก (Hip Dip) ก็ยังคงอยู่จนรู้สึกอึดอัดใจใช่ไหมคะ? จนอาจจะเริ่มคิดว่า "เราต้องออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีกไหม หรือมีแค่เรานะที่รอยนี้ไม่ยอมหายไปสักที"
ถ้าให้ตอบสั้นๆ ก็คือ Hip Dip ไม่ใช่บริเวณที่สามารถเติมเต็มได้ด้วยการออกกำลังกายค่ะ เพราะมันเกิดจากโครงสร้างของกระดูกเชิงกราน ดังนั้นต่อให้คุณสร้างกล้ามเนื้อมากแค่ไหน บริเวณนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม แต่หากเลือกเติมเต็มด้วย ฟิลเลอร์ จะช่วยเชื่อมต่อไลน์สะโพกและต้นขาให้ดูสมูท ซึ่งช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้ค่ะ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ · คุณจะเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไม Hip Dip ถึงไม่หายไปด้วยการออกกำลังกาย · คุณจะเข้าใจหลักการที่ว่าทำไมการเติม Hip Dip ถึงช่วยให้ขาดูยาวขึ้น · คุณจะได้รู้วิธีการขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ · คุณจะทราบเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังทำและระยะเวลาการคงผลลัพธ์
Hip Dip ทำไมถึงไม่หายไปด้วยการออกกำลังกายล่ะ?
ถ้าลองยืนส่องกระจกดูสะโพกด้านข้าง บางคนอาจจะมีรอยบุ๋มลงไปเล็กน้อยตรงเหนือต้นขาพอดี นั่นแหละค่ะที่เรียกว่า Hip Dip (รอยบุ๋มสะโพกด้านข้าง)
มันง่ายมากที่จะคิดว่า "เป็นเพราะฉันออกกำลังกายไม่พอแน่ๆ" แต่พูดตามตรงเลยว่านั่นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ Hip Dip ไม่ใช่ปัญหาของมวลกล้ามเนื้อหรือไขมันในร่างกาย แต่เกิดจากตำแหน่งของ กระดูกเชิงกราน (Greater Trochanter) ซึ่งเป็นส่วนกระดูกที่ยื่นออกมาทางด้านนอกของต้นขาตอนบน ยิ่งกระดูกส่วนนี้กางออกไปด้านข้างมากเท่าไหร่ ช่องว่างด้านบนสะโพกก็ยิ่งดูลึกขึ้นเท่านั้น ต่อให้กล้ามเนื้อพัฒนาแค่ไหน ก็ไม่สามารถเข้าไปเติมเต็มส่วนเว้าที่อยู่เหนือโครงสร้างกระดูกนี้ได้ค่ะ
ที่น่าปวดหัวก็คือ ในบางครั้งยิ่งคุณออกกำลังกายหนักๆ Hip Dip ก็อาจจะยิ่งดูชัดเจนขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อก้นพัฒนาขึ้น วอลลุ่มด้านล่างจะนูนขึ้นมา แต่รอยบุ๋มยังอยู่ที่เดิม ทำให้เห็นความต่างชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

ทำไมการเติม Hip Dip ถึงช่วยให้ขาดูยาวขึ้น?
ไลน์ด้านข้างที่เชื่อมต่อจากเอวลงไปถึงต้นขาควรจะไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาถึงจะมองจากบนลงล่างได้อย่างสมูททำให้ขาดูยาวขึ้น แต่ถ้ามีรอยบุ๋มตรงสะโพก ไลน์นั้นจะถูกตัดขาด ทำให้เกิดรอยต่อแบบ เอว - Hip Dip - ต้นขา แทน
เมื่อไลน์ถูกตัดขาด สายตาจะหยุดชะงักที่จุดนั้นทันที ทำให้รู้สึกว่าขาดูสั้นกว่าความเป็นจริง ในทางตรงกันข้าม หากเราเติมเต็มช่องว่างที่บุ๋มนั้นอย่างนุ่มนวลด้วยฟิลเลอร์ ไลน์จะกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง สายตาจะไหลลื่นลงไปด้านล่างโดยไม่สะดุด เอฟเฟกต์ที่ทำให้ขาดูยาวขึ้นนี้ไม่ใช่เพราะความสูงเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะ "ความต่อเนื่อง" ของไลน์สะโพกค่ะ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
Hip Dip เป็นปัญหาของโครงสร้างกระดูกเชิงกราน จึงไม่สามารถเติมเต็มได้ด้วยการออกกำลังกาย หากเราเติมช่องว่างที่บุ๋มนี้ด้วยฟิลเลอร์ ไลน์ด้านข้างจากเอวถึงต้นขาจะสมูทขึ้น และเมื่อไลน์เชื่อมต่อกัน ก็จะเกิดเอฟเฟกต์ทางสายตาที่ช่วยให้ขาดูยาวกว่าความเป็นจริงครับ
นี่ไม่ใช่การ 'เพิ่ม' วอลลุ่มให้ใหญ่ขึ้น แต่เป็นการทำหัตถการเพื่อสร้าง 'ความต่อเนื่อง' ของเส้นไลน์ครับ

ฟิลเลอร์ Hip Dip วิธีการดีไซน์คือตัวตัดสินผลลัพธ์
แม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีขั้นตอนดังนี้ครับ เริ่มจากประเมินไลน์สะโพกทั้งหมดในขณะที่ยืน เพราะท่านั่งจะทำให้ความลึกหรือตำแหน่งของรอยบุ๋มเปลี่ยนไป นอกจากนี้ต้องเช็กความลึก ความกว้าง และความสมมาตรซ้ายขวาของ Hip Dip ด้วย เพราะจริงๆ แล้วมีหลายคนที่ซ้ายขวาไม่เท่ากันมากกว่าที่คิดครับ
จากนั้นจึงตัดสินใจเลือกชนิดของฟิลเลอร์ เมื่อต้องเติมเต็มพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างและลึกอย่าง Hip Dip การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง (high G-prime) ถือเป็นพื้นฐานหลัก G-prime คือค่าความยืดหยุ่น หรือพูดง่ายๆ คือ 'แรงในการคงรูป' ของฟิลเลอร์ หากค่านี้ต่ำ ฟิลเลอร์อาจจะกระจายตัวหรือย้อยลงมาเมื่อเวลาผ่านไปได้ครับ
และนี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด การฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากๆ ไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไป สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาความหนาและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อรอบๆ Hip Dip เพื่อหาปริมาณที่น้อยที่สุดที่สามารถสร้างวอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติได้ เพราะหากเติมมากเกินไป อาจจะดูนูนเป็นก้อนขึ้นมาแทนได้ครับ
เนื่องจากฟิลเลอร์ Hip Dip ต้องใช้ปริมาณค่อนข้างมากกว่าการฉีดจุดอื่น จึงอาจจะมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และหลังจากฉีดแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งที่กดทับบริเวณดังกล่าวหรือการสวมกางเกงที่รัดแน่นเกินไป ระยะเวลาคงผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งครับ
สำหรับใครที่กังวลใจมานานเพราะออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่เติมเต็ม หรือรู้สึกอึดอัดที่ไลน์ขาดูขาดตอน ฟิลเลอร์สะโพกถือเป็นทางเลือกที่สามารถสัมผัสผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนครับ หลายๆ คนที่เคยมาด้วยความท้อใจว่า "ที่อื่นบอกว่าออกกำลังกายก็ไม่ช่วย" หลังจากทำไป 2-3 เซสชันก็พึงพอใจกันมากๆ ครับ
ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้มองว่าฟิลเลอร์ Hip Dip เป็นแค่การฉีดเพื่อ "เติมเต็ม" เท่านั้น แต่เราจะประเมินไลน์สะโพกและความสมมาตรซ้ายขวาในท่ายืนอย่างละเอียดก่อนที่จะกำหนดปริมาณฟิลเลอร์ เพราะแม้จะเป็น Hip Dip เหมือนกัน แต่ความลึก ความกว้าง และระดับความไม่สมมาตรของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เราจึงแนะนำวิธีค่อยๆ แบ่งฉีดตามความเหมาะสมมากกว่าการอัดฉีดเข้าไปเยอะๆ ในครั้งเดียวครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. หลังฉีดฟิลเลอร์ Hip Dip แล้ว เวลาเจอนั่งจะรู้สึกแปลกๆ ไหมคะ?
A. ในช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีด อาจจะรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ ได้เล็กน้อยครับ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ แล้วเกิดแรงกดทับบริเวณดังกล่าวอาจรู้สึกไม่สบายตัวได้ แต่อาการนี้จะค่อยๆ หายไปเองอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อฟิลเลอร์เริ่มเซ็ตตัว หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ ส่วนใหญ่ก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่มีความรู้สึกไม่สบายตัวครับ
Q2. ฟิลเลอร์ Hip Dip ฉีดแค่ครั้งเดียวพอไหม หรือต้องฉีดหลายครั้งคะ?
A. ขึ้นอยู่กับความลึกของรอยบุ๋มครับ บางคนฉีดแค่ครั้งเดียวไลน์สะโพกก็สมูทสวยงามแล้ว แต่ในกรณีที่รอยบุ๋มค่อนข้างลึกมากหรือมีความไม่สมมาตรซ้ายขวาเยอะ การแบ่งฉีด 2 ครั้งจะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ การประเมินด้วยตาเปล่าในตอนปรึกษาจะแม่นยำที่สุด ดังนั้นอยากแนะนำให้มาพูดคุยกันด้วยใจที่เปิดกว้าง ดีกว่าการตัดสินใจล่วงหน้าจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตครับ
Q3. นอกจากฟิลเลอร์แล้ว สามารถเติม Hip Dip ด้วยการฉีดไขมันได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้ครับ เพียงแต่การฉีดไขมันมีตัวแปรเรื่องอัตราการรอดชีวิตของไขมัน (survival rate) และต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการผ่าตัด เมื่อต้องการเติมเต็มพื้นที่เฉพาะจุดอย่าง Hip Dip การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความหนืดสูงมักจะให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ง่ายกว่า ทางเราจึงมักจะแนะนำฟิลเลอร์ก่อนครับ อย่างไรก็ตาม หากคนไข้มีไขมันส่วนเกินเพียงพอและต้องการปรับเปลี่ยนสัดส่วนทั่วทั้งร่างกาย การฉีดไขมันก็อาจจะเป็นเคสที่ตอบโจทย์มากกว่าครับ
Q4. ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะ?
A. ฟิลเลอร์ Hip Dip มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างแตกต่างกันไปตามความลึกและปริมาณซีซีที่ต้องใช้ครับ เนื่องจากมักจะใช้ปริมาณเยอะกว่าการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น การประเมินค่าใช้จ่ายที่แม่นยำที่สุดคือการเข้ามาตรวจเช็กความลึกของรอยบุ๋มจริงในตอนปรึกษาครับ
Hip Dip ไม่จำเป็นต้องถอดใจเพราะออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผลนะครับ หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการครับ
ปรึกษาผ่าน KakaoTalk
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับเราไหม คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษาโดยตรงครับ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk
ทั้งหมดนี้โดย หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶Xeomin โบท็อกซ์ลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร?
▶Beautystone Clinic สาขาฮับจอง
▶สำหรับผู้ที่กำลังลังเลใจเรื่องการลบเต้าซิลหรือรอยสักย่านฮงแด·ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบให้ครับ
▶กำลังมองหาโบท็อกซ์ลดกรามราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่า? เหตุผลที่ตัวเลขนั้นอาจเป็นกับดัก
▶อาการบวมหลังทำ Ulthera และ Thermage จะหายไปเมื่อไหร่? คู่มือฟื้นฟูผิวสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



