ฮิปดิป สควอตอย่างเดียวไม่พอ! เติมเต็มได้อย่างไร
ฮิปดิป สควอตอย่างเดียวไม่พอ! เติมเต็มได้อย่างไร
ฮิปดิป สควอตอย่างเดียวไม่พอ! เติมเต็มได้อย่างไร
ฟิลเลอร์ฮิปดิปไม่ใช่แค่เติมวอลลุ่ม แต่ช่วยให้ขาดูยาวขึ้น เข้าใจหลักการง่ายๆ ที่นี่

Hip dip ออกกำลังกายแล้ว
ก็ยังเติมไม่เต็มหรอ?
อย่าไปเชื่อคำพูดนั้นเลยครับ
สวัสดีครับ
ผม หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแด ครับ
💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. ถ้าขยันสควอท (squat) บ่อยๆ รอยบุ๋มสะโพก (hip dip) จะหายไปไหมครับ/ค่ะ?
A. hip dip ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อไม่พอนะครับ
แต่เกิดจากโครงสร้างกระดูกเชิงกรานครับ
ออกกำลังกายยังไงก็เติมไม่เต็มครับ
Q. ฟิลเลอร์ hip dip เป็นการฉีดเพื่อทำให้สะโพกใหญ่ขึ้นหรือเปล่าครับ/ค่ะ?
A. ไม่ใช่ครับ
เป็นการเติมเต็มรอยบุ๋มด้านข้างสะโพก
เพื่อให้ลายเส้นขาดูเรียวยาวและโค้งเว้าเป็นธรรมชาติครับ
💡 Insight สำคัญจาก หมอวี ยองจิน
แม้จะออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็เติมได้ยาก
สำหรับ hip dip หรือรอยบุ๋มด้านข้างสะโพกนี้
ถ้าได้รับการเติมเต็มแล้ว จะช่วยทำให้ขาดูเรียวยาวขึ้นทันทีครับ
เดี๋ยวหมอจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดครับ

ทำไมถึงเกิด hip dip?
เหตุผลที่แท้จริงที่การออกกำลังกายช่วยไม่ได้
ลองยืนส่องกระจกแล้วมองดูที่ด้านข้างสะโพกดูนะครับ
มีใครที่รู้สึกว่าเหนือต้นขาขึ้นมานิดหน่อย
มีลักษณะบุ๋มลงไปเล็กน้อยบ้างไหมครับ
สิ่งนั้นแหละครับที่เรียกว่า hip dip
หลายคนมักคิดว่า "เพราะฉันออกกำลังกายไม่พอแน่ๆ"
แต่พูดกันตามตรงเลยนะครับ นั่นเป็นความเข้าใจผิดครับ
hip dip ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณกล้ามเนื้อหรือไขมันในร่างกายเลยครับ
แต่เกิดจากตำแหน่งของกระดูกเชิงกราน
(ปุ่มกระดูกต้นขาอันใหญ่, greater trochanter) ครับ
ซึ่งปุ่มกระดูกต้นขาอันใหญ่นี้ คือส่วนของกระดูก
ที่ยื่นนูนออกมาบริเวณด้านข้างต้นขาตอนบนครับ
ยิ่งกระดูกส่วนนี้กางออกไปด้านข้างมากเท่าไหร่
รอยบุ๋มเหนือกระดูกบริเวณข้างสะโพก
ก็จะยิ่งเห็นได้ลึกขึ้นเท่านั้นครับ
ต่อให้กล้ามเนื้อโตขึ้นมากแค่ไหน
ก็ไม่สามารถไปเติมเต็มส่วนโค้งเว้าเหนือกายวิภาคของกระดูกส่วนนี้ได้ครับ
และที่น่าหนักใจกว่านั้นคือ แม้จะออกกำลังกายอย่างหนัก
แต่บางคนกลับกลายเป็นว่าทำให้ hip dip
ดูเด่นและชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกครับ
เพราะเมื่อกล้ามเนื้อก้นแข็งแรงและพัฒนาขึ้น
ปริมาตรก้นด้านล่างจะนูนขึ้น
แต่ส่วนที่บุ๋มยังคงเหมือนเดิม ทำให้เกิดความแตกต่างของส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดขึ้นนั่นเองครับ
แต่มันมีจุดสำคัญอยู่จุดหนึ่งตรงนี้ครับ
นั่นคือ ทำไมพอมี hip dip แล้วขาถึงดูสั้นลง?
เพราะเส้นข้างลำตัวที่เชื่อมต่อจากเอวลงไปถึงต้นขา
ต้องมีความเรียบเนียนต่อเนื่องไม่มีสะดุด
สายตาที่มองไล่ลงมาตามธรรมชาติจึงจะรู้สึกว่า
ขาดูยาวขึ้นครับ
แต่ทว่า หากข้างสะโพกมีรอยบุ๋ม เส้นสายนั้นจะขาดช่วง
ส่งผลให้เกิด 'รอยต่อ' ระหว่าง เอว - hip dip - ต้นขา ขึ้นมา
เมื่อเกิดรอยต่อปุ๊บ สายตาผู้มองก็จะสะดุดหยุดลงที่จุดนั้น
ทำให้มองเห็นความยาวของขาดูสั้นกว่าความเป็นจริงครับ
ในทางกลับกัน ถ้าเราเติมเต็มรอยบุ๋มนั้นด้วยฟิลเลอร์อย่างนุ่มนวล
เส้นสายด้านข้างก็จะเชื่อมต่อกันอีกครั้ง
สายตาที่มองก็จะลื่นไหลลงไปด้านล่างโดยไม่สะดุดครับ
ผลลัพธ์ที่ทำให้ขาดูเรียวยาวขึ้น ไม่ใช่เพราะความสูงที่เพิ่มขึ้น
แต่เป็นเพราะ 'ความต่อเนื่อง' ของเส้นสายนี้ต่างหากครับ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญเด่นๆ โดย หมอวี ยองจิน
hip dip เกิดจากโครงสร้างของกระดูกสะโพก
จึงไม่สามารถเติมให้เต็มได้ด้วยการออกกำลังกายครับ
แต่การเติมรอยบุ๋มนี้ด้วยฟิลเลอร์
จะช่วยปรับให้เส้นข้างลำตัวตั้งแต่ช่วงเอวลงไปหาต้นขา
ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกันมากขึ้น
และเสี้ยววินาทีที่เส้นสายนั้นเชื่อมโยงติดต่อกัน
จะทำให้เกิดเอฟเฟกต์ทางสายตาที่มองดูแล้วขาเรียวยาวขึ้นกว่าความเป็นจริงทันทีครับ
นี่ไม่ใช่แค่การ 'เพิ่ม' วอลลุ่มให้ใหญ่ขึ้น
แต่คือการรักษาเพื่อเนรมิต 'ความต่อเนื่อง' ของลายเส้นสะโพกครับ

ฟิลเลอร์ hip dip
วิธีการเข้าถึงวิเคราะห์
คือตัวตัดสินผลลัพธ์
แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
ปกติแล้วหมอจะใช้วิธีการประมาณนี้ครับ
ขั้นแรก หมอจะประเมินในขณะยืน
เพื่อดูรายละเอียดเส้นขอบสะโพกทั้งหมด
เนื่องจากเวลานั่ง
ระดับความลึกและตำแหน่งที่บุ๋มจะเปลี่ยนไปครับ
รวมถึงเช็กความลึก ความกว้าง ของ hip dip
และตรวจสอบให้แน่ใจว่าตำแหน่งของทั้งสองฝั่งซ้ายขวาได้สมมาตรกันปกติไหม
ซึ่งน่าแปลกใจมากที่พบว่ามีหลายเคสเลยครับที่ด้านซ้ายและขวาแตกต่างกันพอสมควร
หลังจากนั้นจึงทำการตัดสินใจเลือกประเภทของฟิลเลอร์
สำหรับการเติมเต็มในพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างและลึกอย่าง hip dip นั้น
มาตรฐานพื้นฐานคือการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีค่าความยืดหยุ่นสูง
(high G-prime) ครับ
G-prime คือค่าความยืดหยุ่นคงตัวของฟิลเลอร์
หากเข้าใจง่ายๆ ก็คือ 'แรงในการพยุงรูปร่างให้อยู่ทรง' นั่นเองครับ
ถ้าหากค่านี้ต่ำเกินไป
เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์อาจจะกระจายตัวหรือหย่อนคล้อยลงได้ครับ
และข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากคือ
การใส่ฟิลเลอร์เข้าไปเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปครับ
สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาความหนาและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อโดยรอบ
เพื่อค้นหาปริมาณที่น้อยที่สุด (minimum volume) ที่จะทำให้ได้วอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
เพราะหากเติมมากเกินไป
อาจส่งผลให้เห็นเป็นรอยนูนดูตะปุ่มตะป่ำได้ครับ
นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ hip dip หากเทียบกับบริเวณอื่นแล้ว
ค่อนข้างต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ (cc) ที่เยอะขึ้น
ดังนั้นอาจจะมีเรื่องของงบประมาณที่ต้องเตรียมตัว
และหลังจากจองการทำทรีตเมนต์ไปประมาณ 2-4 สัปดาห์
ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งหรือท่าทางที่กดทับบริเวณดังกล่าว
รวมถึงการสวมใส่กางเกงที่รัดรูปเกินไปด้วยครับ
ส่วนระยะเวลาการคงตัวนั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
แต่โดยปกติจะอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งครับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีความกังวลใจมาแสนนาน
เพียรพยายามออกกำลังกายเท่าไหร่ก็แก้ไม่หาย
และผู้ที่รู้สึกอึดอัดขัดใจกับลายเส้นช่วงสะโพกและขาที่ดูขาดตอน
นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกชั้นยอด
ที่สามารถตอบโจทย์และสัมผัสความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริงครับ
ที่คลินิกของเราก็เช่นกันครับ
มีหลายเคสเลยที่เข้ามาพร้อมบอกว่า "ไปออกกำลังกายที่อื่นมาแล้วก็ไม่ดีขึ้นเสียนที"
แต่หลังจากรับบริการไปประมาณ 2-3 ครั้ง
ก็พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากๆ เลยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. หลังจากฉีดฟิลเลอร์ hip dip แล้วเวลานั่ง
จะรู้สึกแปลกๆ ผิดปกติไหมครับ/ค่ะ?
A. ในช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีด
อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ ได้เล็กน้อยครับ
โดยเฉพาะเมื่อนั่งเป็นเวลานานๆ แล้วมีการกดทับบริเวณดังกล่าว
อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้
ซึ่งอาการนี้จะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติหลังจากที่ฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่ครับ
หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์เป็นต้นไป
ส่วนใหญ่แล้วคนไข้จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีรายระคายเคืองใดๆ ครับ
Q2. ฟิลเลอร์ hip dip ฉีดแค่ครั้งเดียวก็พอเลยไหม
หรือว่าต้องฉีดซ้ำหลายๆ ครั้งครับ/ค่ะ?
A. อันนี้ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของรอยบุ๋มเลยครับ
สำหรับบางท่านที่รอยบุ๋มตื้นๆ การฉีดเพียงครั้งเดียว
ก็เพียงพอที่จะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้แล้วครับ
แต่ในกรณีที่รอยบุ๋มค่อนข้างลึกหรือมีอาการไม่สมมาตรสองข้างอย่างเห็นได้ชัด
การแบ่งฉีดเป็นสองรอบ
จะทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและเรียบกริบยิ่งขึ้นครับ
หมออยากวิเคราะห์ประเมินสภาพผิวจริงในวันให้คำปรึกษาก่อนเพื่อความแม่นยำ
แทนที่จะปักใจเชื่อข้อมูลส่วนทางอินเทอร์เน็ตมาก่อนล่วงหน้า
อยากให้เปิดใจกว้างๆ แล้วมาพบหมอคุยกันกันดูนะครับ
Q3. นอกจากฟิลเลอร์แล้ว การฉีดไขมันตัวเอง (fat grafting)
สามารถเติมเต็ม hip dip ได้ไหมครับ/ค่ะ?
A. สามารถทำยากไม่แพ้กันเลยครับ
แต่สำหรับการฉีดไขมันนั้นจะมีตัวแปรเรื่องของอัตราการรอดชีวิตของเซลล์ไขมัน (engraftment rate)
รวมถึงต้องมีระยะเวลาพักฟื้นจากการผ่าตัดด้วยครับ
ในการเติมเต็มพื้นที่ที่ระบุตำแหน่งจำกัดอย่าง hip dip
การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงมักจะสามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ตามที่คาดการณ์ได้ตรงจุดมากกว่า
ด้วยเหตุนี้หมอจึงมักเสนอตัวเลือกฟิลเลอร์เป็นอันดับแรกๆ ครับ
แน่นอนว่าหากมีปริมาณไขมันที่พียงพอ
และมีความต้องการปรับรูปร่างเรือนร่างในภาพรวมทั่งตัว
การดูดไขมันมาฉีดสะโพกก็อาจเป็นเคสที่ลงตัวและเหมาะสมกว่าได้เช่นกันครับ
สำหรับปัญหากับ hip dip อย่าเพิ่งยอมแพ้
ด้วยคำว่าการออกกำลังกายช่วยป้องกันไม่ได้เลยนะครับ
หมอแนะนำใหเข้ามาปรึกษารายละเอียดพิจารณาอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล
ก่อนตัดสินใจทำทรีตเมนต์ครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
หากอยากรู้ว่าการรักษานี้เหมาะกับตัวคุณหรือไม่ เข้ามาให้คุณหมอตรวจวิเคราะห์โดยตรงได้เลยครับ
ขอบคุณครับ ผม หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶โบกรามลดริ้วรอยระหว่างคิ้วด้วย Xeomin ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร?
▶Beautystone คลินิกผิวหนังย่านฮับจอง
▶สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องลบรอยสักแถวฮงแด·ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบให้ครับ
▶กำลังค้นหาโบท็อกซ์ลดกรามราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่า? ทำไมตัวเลขราคาถึงอาจเป็นกับดัก
▶อาการบวมหลังทำ Ulthermage จะยุบลงเมื่อไหร่? คู่มือฟื้นฟูสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญรออยู่

Hip dip ออกกำลังกายแล้ว
ก็ยังเติมไม่เต็มหรอ?
อย่าไปเชื่อคำพูดนั้นเลยครับ
สวัสดีครับ
ผม หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแด ครับ
💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. ถ้าขยันสควอท (squat) บ่อยๆ รอยบุ๋มสะโพก (hip dip) จะหายไปไหมครับ/ค่ะ?
A. hip dip ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อไม่พอนะครับ
แต่เกิดจากโครงสร้างกระดูกเชิงกรานครับ
ออกกำลังกายยังไงก็เติมไม่เต็มครับ
Q. ฟิลเลอร์ hip dip เป็นการฉีดเพื่อทำให้สะโพกใหญ่ขึ้นหรือเปล่าครับ/ค่ะ?
A. ไม่ใช่ครับ
เป็นการเติมเต็มรอยบุ๋มด้านข้างสะโพก
เพื่อให้ลายเส้นขาดูเรียวยาวและโค้งเว้าเป็นธรรมชาติครับ
💡 Insight สำคัญจาก หมอวี ยองจิน
แม้จะออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็เติมได้ยาก
สำหรับ hip dip หรือรอยบุ๋มด้านข้างสะโพกนี้
ถ้าได้รับการเติมเต็มแล้ว จะช่วยทำให้ขาดูเรียวยาวขึ้นทันทีครับ
เดี๋ยวหมอจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดครับ

ทำไมถึงเกิด hip dip?
เหตุผลที่แท้จริงที่การออกกำลังกายช่วยไม่ได้
ลองยืนส่องกระจกแล้วมองดูที่ด้านข้างสะโพกดูนะครับ
มีใครที่รู้สึกว่าเหนือต้นขาขึ้นมานิดหน่อย
มีลักษณะบุ๋มลงไปเล็กน้อยบ้างไหมครับ
สิ่งนั้นแหละครับที่เรียกว่า hip dip
หลายคนมักคิดว่า "เพราะฉันออกกำลังกายไม่พอแน่ๆ"
แต่พูดกันตามตรงเลยนะครับ นั่นเป็นความเข้าใจผิดครับ
hip dip ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณกล้ามเนื้อหรือไขมันในร่างกายเลยครับ
แต่เกิดจากตำแหน่งของกระดูกเชิงกราน
(ปุ่มกระดูกต้นขาอันใหญ่, greater trochanter) ครับ
ซึ่งปุ่มกระดูกต้นขาอันใหญ่นี้ คือส่วนของกระดูก
ที่ยื่นนูนออกมาบริเวณด้านข้างต้นขาตอนบนครับ
ยิ่งกระดูกส่วนนี้กางออกไปด้านข้างมากเท่าไหร่
รอยบุ๋มเหนือกระดูกบริเวณข้างสะโพก
ก็จะยิ่งเห็นได้ลึกขึ้นเท่านั้นครับ
ต่อให้กล้ามเนื้อโตขึ้นมากแค่ไหน
ก็ไม่สามารถไปเติมเต็มส่วนโค้งเว้าเหนือกายวิภาคของกระดูกส่วนนี้ได้ครับ
และที่น่าหนักใจกว่านั้นคือ แม้จะออกกำลังกายอย่างหนัก
แต่บางคนกลับกลายเป็นว่าทำให้ hip dip
ดูเด่นและชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกครับ
เพราะเมื่อกล้ามเนื้อก้นแข็งแรงและพัฒนาขึ้น
ปริมาตรก้นด้านล่างจะนูนขึ้น
แต่ส่วนที่บุ๋มยังคงเหมือนเดิม ทำให้เกิดความแตกต่างของส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดขึ้นนั่นเองครับ
แต่มันมีจุดสำคัญอยู่จุดหนึ่งตรงนี้ครับ
นั่นคือ ทำไมพอมี hip dip แล้วขาถึงดูสั้นลง?
เพราะเส้นข้างลำตัวที่เชื่อมต่อจากเอวลงไปถึงต้นขา
ต้องมีความเรียบเนียนต่อเนื่องไม่มีสะดุด
สายตาที่มองไล่ลงมาตามธรรมชาติจึงจะรู้สึกว่า
ขาดูยาวขึ้นครับ
แต่ทว่า หากข้างสะโพกมีรอยบุ๋ม เส้นสายนั้นจะขาดช่วง
ส่งผลให้เกิด 'รอยต่อ' ระหว่าง เอว - hip dip - ต้นขา ขึ้นมา
เมื่อเกิดรอยต่อปุ๊บ สายตาผู้มองก็จะสะดุดหยุดลงที่จุดนั้น
ทำให้มองเห็นความยาวของขาดูสั้นกว่าความเป็นจริงครับ
ในทางกลับกัน ถ้าเราเติมเต็มรอยบุ๋มนั้นด้วยฟิลเลอร์อย่างนุ่มนวล
เส้นสายด้านข้างก็จะเชื่อมต่อกันอีกครั้ง
สายตาที่มองก็จะลื่นไหลลงไปด้านล่างโดยไม่สะดุดครับ
ผลลัพธ์ที่ทำให้ขาดูเรียวยาวขึ้น ไม่ใช่เพราะความสูงที่เพิ่มขึ้น
แต่เป็นเพราะ 'ความต่อเนื่อง' ของเส้นสายนี้ต่างหากครับ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญเด่นๆ โดย หมอวี ยองจิน
hip dip เกิดจากโครงสร้างของกระดูกสะโพก
จึงไม่สามารถเติมให้เต็มได้ด้วยการออกกำลังกายครับ
แต่การเติมรอยบุ๋มนี้ด้วยฟิลเลอร์
จะช่วยปรับให้เส้นข้างลำตัวตั้งแต่ช่วงเอวลงไปหาต้นขา
ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกันมากขึ้น
และเสี้ยววินาทีที่เส้นสายนั้นเชื่อมโยงติดต่อกัน
จะทำให้เกิดเอฟเฟกต์ทางสายตาที่มองดูแล้วขาเรียวยาวขึ้นกว่าความเป็นจริงทันทีครับ
นี่ไม่ใช่แค่การ 'เพิ่ม' วอลลุ่มให้ใหญ่ขึ้น
แต่คือการรักษาเพื่อเนรมิต 'ความต่อเนื่อง' ของลายเส้นสะโพกครับ

ฟิลเลอร์ hip dip
วิธีการเข้าถึงวิเคราะห์
คือตัวตัดสินผลลัพธ์
แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
ปกติแล้วหมอจะใช้วิธีการประมาณนี้ครับ
ขั้นแรก หมอจะประเมินในขณะยืน
เพื่อดูรายละเอียดเส้นขอบสะโพกทั้งหมด
เนื่องจากเวลานั่ง
ระดับความลึกและตำแหน่งที่บุ๋มจะเปลี่ยนไปครับ
รวมถึงเช็กความลึก ความกว้าง ของ hip dip
และตรวจสอบให้แน่ใจว่าตำแหน่งของทั้งสองฝั่งซ้ายขวาได้สมมาตรกันปกติไหม
ซึ่งน่าแปลกใจมากที่พบว่ามีหลายเคสเลยครับที่ด้านซ้ายและขวาแตกต่างกันพอสมควร
หลังจากนั้นจึงทำการตัดสินใจเลือกประเภทของฟิลเลอร์
สำหรับการเติมเต็มในพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างและลึกอย่าง hip dip นั้น
มาตรฐานพื้นฐานคือการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีค่าความยืดหยุ่นสูง
(high G-prime) ครับ
G-prime คือค่าความยืดหยุ่นคงตัวของฟิลเลอร์
หากเข้าใจง่ายๆ ก็คือ 'แรงในการพยุงรูปร่างให้อยู่ทรง' นั่นเองครับ
ถ้าหากค่านี้ต่ำเกินไป
เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์อาจจะกระจายตัวหรือหย่อนคล้อยลงได้ครับ
และข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากคือ
การใส่ฟิลเลอร์เข้าไปเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปครับ
สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาความหนาและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อโดยรอบ
เพื่อค้นหาปริมาณที่น้อยที่สุด (minimum volume) ที่จะทำให้ได้วอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
เพราะหากเติมมากเกินไป
อาจส่งผลให้เห็นเป็นรอยนูนดูตะปุ่มตะป่ำได้ครับ
นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ hip dip หากเทียบกับบริเวณอื่นแล้ว
ค่อนข้างต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ (cc) ที่เยอะขึ้น
ดังนั้นอาจจะมีเรื่องของงบประมาณที่ต้องเตรียมตัว
และหลังจากจองการทำทรีตเมนต์ไปประมาณ 2-4 สัปดาห์
ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งหรือท่าทางที่กดทับบริเวณดังกล่าว
รวมถึงการสวมใส่กางเกงที่รัดรูปเกินไปด้วยครับ
ส่วนระยะเวลาการคงตัวนั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
แต่โดยปกติจะอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งครับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีความกังวลใจมาแสนนาน
เพียรพยายามออกกำลังกายเท่าไหร่ก็แก้ไม่หาย
และผู้ที่รู้สึกอึดอัดขัดใจกับลายเส้นช่วงสะโพกและขาที่ดูขาดตอน
นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกชั้นยอด
ที่สามารถตอบโจทย์และสัมผัสความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริงครับ
ที่คลินิกของเราก็เช่นกันครับ
มีหลายเคสเลยที่เข้ามาพร้อมบอกว่า "ไปออกกำลังกายที่อื่นมาแล้วก็ไม่ดีขึ้นเสียนที"
แต่หลังจากรับบริการไปประมาณ 2-3 ครั้ง
ก็พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากๆ เลยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. หลังจากฉีดฟิลเลอร์ hip dip แล้วเวลานั่ง
จะรู้สึกแปลกๆ ผิดปกติไหมครับ/ค่ะ?
A. ในช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีด
อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ ได้เล็กน้อยครับ
โดยเฉพาะเมื่อนั่งเป็นเวลานานๆ แล้วมีการกดทับบริเวณดังกล่าว
อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้
ซึ่งอาการนี้จะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติหลังจากที่ฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่ครับ
หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์เป็นต้นไป
ส่วนใหญ่แล้วคนไข้จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีรายระคายเคืองใดๆ ครับ
Q2. ฟิลเลอร์ hip dip ฉีดแค่ครั้งเดียวก็พอเลยไหม
หรือว่าต้องฉีดซ้ำหลายๆ ครั้งครับ/ค่ะ?
A. อันนี้ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของรอยบุ๋มเลยครับ
สำหรับบางท่านที่รอยบุ๋มตื้นๆ การฉีดเพียงครั้งเดียว
ก็เพียงพอที่จะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้แล้วครับ
แต่ในกรณีที่รอยบุ๋มค่อนข้างลึกหรือมีอาการไม่สมมาตรสองข้างอย่างเห็นได้ชัด
การแบ่งฉีดเป็นสองรอบ
จะทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและเรียบกริบยิ่งขึ้นครับ
หมออยากวิเคราะห์ประเมินสภาพผิวจริงในวันให้คำปรึกษาก่อนเพื่อความแม่นยำ
แทนที่จะปักใจเชื่อข้อมูลส่วนทางอินเทอร์เน็ตมาก่อนล่วงหน้า
อยากให้เปิดใจกว้างๆ แล้วมาพบหมอคุยกันกันดูนะครับ
Q3. นอกจากฟิลเลอร์แล้ว การฉีดไขมันตัวเอง (fat grafting)
สามารถเติมเต็ม hip dip ได้ไหมครับ/ค่ะ?
A. สามารถทำยากไม่แพ้กันเลยครับ
แต่สำหรับการฉีดไขมันนั้นจะมีตัวแปรเรื่องของอัตราการรอดชีวิตของเซลล์ไขมัน (engraftment rate)
รวมถึงต้องมีระยะเวลาพักฟื้นจากการผ่าตัดด้วยครับ
ในการเติมเต็มพื้นที่ที่ระบุตำแหน่งจำกัดอย่าง hip dip
การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงมักจะสามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ตามที่คาดการณ์ได้ตรงจุดมากกว่า
ด้วยเหตุนี้หมอจึงมักเสนอตัวเลือกฟิลเลอร์เป็นอันดับแรกๆ ครับ
แน่นอนว่าหากมีปริมาณไขมันที่พียงพอ
และมีความต้องการปรับรูปร่างเรือนร่างในภาพรวมทั่งตัว
การดูดไขมันมาฉีดสะโพกก็อาจเป็นเคสที่ลงตัวและเหมาะสมกว่าได้เช่นกันครับ
สำหรับปัญหากับ hip dip อย่าเพิ่งยอมแพ้
ด้วยคำว่าการออกกำลังกายช่วยป้องกันไม่ได้เลยนะครับ
หมอแนะนำใหเข้ามาปรึกษารายละเอียดพิจารณาอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล
ก่อนตัดสินใจทำทรีตเมนต์ครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
หากอยากรู้ว่าการรักษานี้เหมาะกับตัวคุณหรือไม่ เข้ามาให้คุณหมอตรวจวิเคราะห์โดยตรงได้เลยครับ
ขอบคุณครับ ผม หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶โบกรามลดริ้วรอยระหว่างคิ้วด้วย Xeomin ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร?
▶Beautystone คลินิกผิวหนังย่านฮับจอง
▶สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องลบรอยสักแถวฮงแด·ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบให้ครับ
▶กำลังค้นหาโบท็อกซ์ลดกรามราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่า? ทำไมตัวเลขราคาถึงอาจเป็นกับดัก
▶อาการบวมหลังทำ Ulthermage จะยุบลงเมื่อไหร่? คู่มือฟื้นฟูสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญรออยู่
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ร้อยไหมเส้นสั้นร่องแก้ม ดึงหน้าตึงจริงไหม?
ไขความเข้าใจผิดเรื่องร้อยไหมเส้นสั้นร่องแก้ม ทั้งการดึงตึง ความคงทน และฟิลเลอร์กับไหม

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก Irezumi เลเซอร์ไหนก็เหมือนกันจริงไหม?
ไขความเข้าใจผิดเรื่องลบรอยสัก Irezumi ทั้งชนิดเลเซอร์ จำนวนครั้ง และความเสี่ยงผลข้างเคียง

ผิว
ฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่างกันยังไง? สีน้ำตาลบนหน้าที่ชัดขึ้นในหน้าร้อน
หน้าร้อนทีไรสีน้ำตาลบนหน้าก็ชัดขึ้น มาดูว่าฝ้า กระ จุดด่างดำต่างกันยังไง พร้อมแนวทางดูแลแต่ละแบบ

ผิว
สกินบูสเตอร์ครั้งแรก ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ต้องรู้อะไรบ้าง
สกินบูสเตอร์ครั้งแรกต่างจากฟิลเลอร์ยังไง สรุปวิธีออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำค่ะ

ยกกระชับ
ทำ ชูริงค์ ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วันดี?
อยากทำ ชูริงค์ ยกกระชับก่อนวันสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วัน มาดูตารางนับถอยหลังและข้อควรระวังกัน

ลบรอยสัก
หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ต้องเลี่ยงแดดนานแค่ไหน? ดูแลผิวหน้าร้อน
หลังลบรอยสักหน้าร้อน ควรเลี่ยงแดดนานแค่ไหน สรุปความเสี่ยงรอยดำและวิธีกันแดดแบบเข้าใจง่าย
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



