ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

โบท็อกซ์ลดกราม ราคาถูกสุด = กับดักที่คุณไม่รู้

โบท็อกซ์ลดกราม ราคาถูกสุด = กับดักที่คุณไม่รู้

โบท็อกซ์ลดกราม ราคาถูกสุด = กับดักที่คุณไม่รู้

โบท็อกซ์ลดกราม ราคาต่างกันทำไม? เทียบจริงต้องดูหน่วย (U) ปริมาณ และรอบฉีดซ้ำ

โบท็อกซ์กรามเหลี่ยม

คุณกำลังมองหาแค่ราคาต่ำสุดอยู่ไหม?

เหตุผลที่ตัวเลขนั้นคือกับดัก

ช่วงนี้พอเห็นคนไข้ที่เข้ามาในห้องตรวจ

จะพบว่าทุกคนค้นข้อมูลกันมาอย่างละเอียดมาก






"คุณหมอครับ ผมเทียบมาแล้ว 3 ที่"






แต่พอคุยกันจริง ๆ

เกณฑ์ที่ใช้เทียบกลับมีแค่อย่างเดียว






'ราคา'






ค่าโบท็อกซ์กรามเหลี่ยม

จริง ๆ แล้วมีเกณฑ์ที่ถูกต้องไหม?






วันนี้อยากเล่าเบื้องหลังเรื่องนี้

ให้ฟังกันครับ






💡 สรุปประเด็นสำคัญของบทความวันนี้






Q. ทำไมค่าใช้จ่ายแต่ละคลินิกถึงต่างกันมาก?

A. เพราะปริมาณที่ฉีด (จำนวนยูนิต)

แตกต่างกันครับ






แม้จะเป็นการฉีด 1 ครั้งเหมือนกัน

แต่ 50U กับ 100U ให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง






Q. แล้วราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?

A. ให้ดูทั้งราคาต่อยูนิตและปริมาณรวมควบคู่กันครับ

คำนวณเป็น 'ราคาต่อ 1U'

แล้วค่อยเปรียบเทียบจึงจะแม่นยำ






Q. ถ้าราคาถูกต้องต้องเลี่ยงเลยไหม?

A. ไม่เสมอไปครับ แต่ถ้าปริมาณน้อยเกินไป

หรือสัดส่วนการเจือจางไม่ชัดเจน

ประสิทธิภาพก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะลดลง






ตัวเลขที่ต้องดูก่อนราคา

— ยูนิต (U)

사각턱 보톡스 비용 비교, '1회 가격' 말고 '1U당 단가'로 다시 계산해 보세요

โบท็อกซ์กรามเหลี่ยมคือหัตถการที่ฉีดท็อกซินเข้าไปที่กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์

เพื่อลดปริมาตรของกล้ามเนื้อ






กับดักตรงนี้คือคำว่า "ฉีด 1 ครั้ง"

ที่ซ่อนจำนวนยูนิต (U, Units) เอาไว้






บางที่ใช้รวมสองข้าง 50U

บางที่ใช้อย่างน้อย 100U ขึ้นไป






ปริมาณที่ต้องใช้ต่างกันตามความหนาของกล้ามเนื้อ

คนที่กรามพัฒนาเด่น

ฉีดแค่ 50U แทบจะไม่เห็นผลเลยครับ






ดังนั้น อย่าเทียบแค่ 'ราคา × 1 ครั้ง'

แต่ควรเทียบเป็น 'ราคาต่อ 1U × ปริมาณรวมที่จำเป็น'

จึงจะถูกต้อง






แล้วจริง ๆ ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

อ้างอิงตามโซล

ขอสรุปช่วงราคาตลาดโดยประมาณให้ครับ

(อาจแตกต่างตามผลิตภัณฑ์และปริมาณที่ใช้)

รายการ

ฝั่งราคาต่ำ

ฝั่งราคาสูง

ราคาต่อ 1U

ประมาณ 600~800 วอน

ประมาณ 1,500~2,500 วอน

ปริมาณเฉลี่ยต่อครั้ง

50U (รวมสองข้าง)

100U ขึ้นไป

รอบการฉีดซ้ำ

3~4 เดือน

4~6 เดือน

ถ้าโฆษณาระบุว่า "สามหมื่นวอนกว่า ๆ"

ส่วนใหญ่มักเป็นกรณีที่ใช้ปริมาณน้อยมากครับ






เมื่อปริมาณน้อย ระยะเวลาที่คงอยู่ก็สั้นลงด้วย

สุดท้ายก็ต้องฉีดบ่อยขึ้นนั่นเองครับ






👨‍⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ ดร.วีย็องจิน:

จากประสบการณ์ของผม คนที่กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์พัฒนาเด่น

80~100U ขึ้นไปจึงจะ

เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครับ






คนไข้ที่มาบอกว่าฉีดที่อื่นแล้วไม่เห็นผล

ส่วนใหญ่

แท้จริงแล้วมักเป็นเรื่อง ปริมาณยูนิตที่ไม่เพียงพอครับ






พูดตรง ๆ เลย

ถ้าฉีดในปริมาณที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายย่อมสูงขึ้นครับ






แต่การคงผลได้ 6 เดือนด้วยปริมาณที่เหมาะสม

ดีกว่าการฉีดปริมาณน้อยทุก 3 เดือน

ในแง่ระยะยาวแล้วคุ้มกว่ามากครับ






สัดส่วนการเจือจาง

— ตัวแปรที่ลูกค้ามักไม่รู้

보톡스 여러 번 맞아도 턱 근육이 그대로라면?

โบท็อกซ์อยู่ในรูปผงดั้งเดิม

จึงต้องละลายในน้ำเกลือก่อนใช้






ตรงนี้ ความเข้มข้นในการเจือจางที่ใช้

จะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่กระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อจริง






แม้จะเป็น 100U เหมือนกัน แต่ถ้าเจือจางมากเกินไป

การทำหัตถการอย่างแม่นยำก็ทำได้ยากขึ้น






นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตอนปรึกษา

ผมจะบอกลูกค้าอย่างโปร่งใสเสมอว่าใช้ผลิตภัณฑ์อะไร และกี่ยูนิต

ครับ






สรุปประเด็นสำคัญ

ค่าใช้จ่ายไม่ใช่แค่ 'ราคาต่อครั้ง'

แต่ต้องพิจารณาปริมาณรวม (U), ราคาต่อยูนิต และความเข้มข้นในการเจือจาง

ควบคู่กันด้วยครับ






เหตุผลที่ต้องคำนวณ

ค่าใช้จ่ายรวมตลอดทั้งปี

โบท็อกซ์กรามเหลี่ยม

โดยทั่วไปฉีดทุก 4~6 เดือน






ถ้าฉีดด้วยปริมาณที่เหมาะสมตั้งแต่แรก

กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ เล็กลง






ในภายหลัง ใช้ปริมาณน้อยลงก็

ยังคงผลได้ครับ






ในทางกลับกัน ถ้าฉีดปริมาณน้อยเกินไปซ้ำ ๆ

ขนาดกล้ามเนื้อแทบไม่เปลี่ยน

กลายเป็นเสียเงินเปล่าได้เลยครับ






เกณฑ์เปรียบเทียบที่สมเหตุสมผล 3 ข้อ:

  1. ครั้งแรก 1~2 ครั้ง ใช้ปริมาณเพียงพอเพื่อดูการตอบสนอง

  2. จากนั้นปรับปริมาณคงผลตามความแตกต่างของแต่ละบุคคล

  3. เปรียบเทียบด้วย 'ค่าใช้จ่ายรวมตลอด 1 ปี' ไม่ใช่ราคาต่อครั้ง






คำถามที่พบบ่อย (FAQ)






Q1. ทำไมโบท็อกซ์แต่ละแบรนด์ถึงราคาต่างกัน?

A. เป็นเรื่องของต้นทุนผลิตภัณฑ์และโครงสร้างการจัดจำหน่ายครับ

สินค้าในประเทศมักราคาถูกกว่านำเข้า

ลองถามตอนปรึกษาว่าใช้แบรนด์อะไร

จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นครับ






Q2. ฉีดครั้งหนึ่งอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. เฉลี่ยอยู่ที่ 4~6 เดือนครับ

ถ้าฉีดในปริมาณที่เหมาะสม

ระยะเวลาคงผลอาจยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ถ้าปริมาณไม่เพียงพออาจไม่ถึง 3 เดือนได้











หากมีข้อสงสัย

ทักมาปรึกษาทาง KakaoTalk ได้เลยนะครับ

ขอบคุณครับ นี่คือ ดร.วีย็องจิน











บทความที่น่าสนใจ

คลินิกผิวหนัง Beautyst ย่านฮับจอง

ผลข้างเคียงโบท็อกซ์ แบบไหนปกติ แบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะลบรอยสักย่านฮงแด-ฮับจอง ดร.วีย็องจินมีคำตอบให้

คลินิกผิวหนัง Beautyst ย่านฮับจอง

โบท็อกซ์ Xeomin บริเวณคิ้วหว่าง ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร?

โบท็อกซ์กรามเหลี่ยม

คุณกำลังมองหาแค่ราคาต่ำสุดอยู่ไหม?

เหตุผลที่ตัวเลขนั้นคือกับดัก

ช่วงนี้พอเห็นคนไข้ที่เข้ามาในห้องตรวจ

จะพบว่าทุกคนค้นข้อมูลกันมาอย่างละเอียดมาก






"คุณหมอครับ ผมเทียบมาแล้ว 3 ที่"






แต่พอคุยกันจริง ๆ

เกณฑ์ที่ใช้เทียบกลับมีแค่อย่างเดียว






'ราคา'






ค่าโบท็อกซ์กรามเหลี่ยม

จริง ๆ แล้วมีเกณฑ์ที่ถูกต้องไหม?






วันนี้อยากเล่าเบื้องหลังเรื่องนี้

ให้ฟังกันครับ






💡 สรุปประเด็นสำคัญของบทความวันนี้






Q. ทำไมค่าใช้จ่ายแต่ละคลินิกถึงต่างกันมาก?

A. เพราะปริมาณที่ฉีด (จำนวนยูนิต)

แตกต่างกันครับ






แม้จะเป็นการฉีด 1 ครั้งเหมือนกัน

แต่ 50U กับ 100U ให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง






Q. แล้วราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?

A. ให้ดูทั้งราคาต่อยูนิตและปริมาณรวมควบคู่กันครับ

คำนวณเป็น 'ราคาต่อ 1U'

แล้วค่อยเปรียบเทียบจึงจะแม่นยำ






Q. ถ้าราคาถูกต้องต้องเลี่ยงเลยไหม?

A. ไม่เสมอไปครับ แต่ถ้าปริมาณน้อยเกินไป

หรือสัดส่วนการเจือจางไม่ชัดเจน

ประสิทธิภาพก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะลดลง






ตัวเลขที่ต้องดูก่อนราคา

— ยูนิต (U)

사각턱 보톡스 비용 비교, '1회 가격' 말고 '1U당 단가'로 다시 계산해 보세요

โบท็อกซ์กรามเหลี่ยมคือหัตถการที่ฉีดท็อกซินเข้าไปที่กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์

เพื่อลดปริมาตรของกล้ามเนื้อ






กับดักตรงนี้คือคำว่า "ฉีด 1 ครั้ง"

ที่ซ่อนจำนวนยูนิต (U, Units) เอาไว้






บางที่ใช้รวมสองข้าง 50U

บางที่ใช้อย่างน้อย 100U ขึ้นไป






ปริมาณที่ต้องใช้ต่างกันตามความหนาของกล้ามเนื้อ

คนที่กรามพัฒนาเด่น

ฉีดแค่ 50U แทบจะไม่เห็นผลเลยครับ






ดังนั้น อย่าเทียบแค่ 'ราคา × 1 ครั้ง'

แต่ควรเทียบเป็น 'ราคาต่อ 1U × ปริมาณรวมที่จำเป็น'

จึงจะถูกต้อง






แล้วจริง ๆ ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

อ้างอิงตามโซล

ขอสรุปช่วงราคาตลาดโดยประมาณให้ครับ

(อาจแตกต่างตามผลิตภัณฑ์และปริมาณที่ใช้)

รายการ

ฝั่งราคาต่ำ

ฝั่งราคาสูง

ราคาต่อ 1U

ประมาณ 600~800 วอน

ประมาณ 1,500~2,500 วอน

ปริมาณเฉลี่ยต่อครั้ง

50U (รวมสองข้าง)

100U ขึ้นไป

รอบการฉีดซ้ำ

3~4 เดือน

4~6 เดือน

ถ้าโฆษณาระบุว่า "สามหมื่นวอนกว่า ๆ"

ส่วนใหญ่มักเป็นกรณีที่ใช้ปริมาณน้อยมากครับ






เมื่อปริมาณน้อย ระยะเวลาที่คงอยู่ก็สั้นลงด้วย

สุดท้ายก็ต้องฉีดบ่อยขึ้นนั่นเองครับ






👨‍⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ ดร.วีย็องจิน:

จากประสบการณ์ของผม คนที่กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์พัฒนาเด่น

80~100U ขึ้นไปจึงจะ

เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครับ






คนไข้ที่มาบอกว่าฉีดที่อื่นแล้วไม่เห็นผล

ส่วนใหญ่

แท้จริงแล้วมักเป็นเรื่อง ปริมาณยูนิตที่ไม่เพียงพอครับ






พูดตรง ๆ เลย

ถ้าฉีดในปริมาณที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายย่อมสูงขึ้นครับ






แต่การคงผลได้ 6 เดือนด้วยปริมาณที่เหมาะสม

ดีกว่าการฉีดปริมาณน้อยทุก 3 เดือน

ในแง่ระยะยาวแล้วคุ้มกว่ามากครับ






สัดส่วนการเจือจาง

— ตัวแปรที่ลูกค้ามักไม่รู้

보톡스 여러 번 맞아도 턱 근육이 그대로라면?

โบท็อกซ์อยู่ในรูปผงดั้งเดิม

จึงต้องละลายในน้ำเกลือก่อนใช้






ตรงนี้ ความเข้มข้นในการเจือจางที่ใช้

จะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่กระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อจริง






แม้จะเป็น 100U เหมือนกัน แต่ถ้าเจือจางมากเกินไป

การทำหัตถการอย่างแม่นยำก็ทำได้ยากขึ้น






นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตอนปรึกษา

ผมจะบอกลูกค้าอย่างโปร่งใสเสมอว่าใช้ผลิตภัณฑ์อะไร และกี่ยูนิต

ครับ






สรุปประเด็นสำคัญ

ค่าใช้จ่ายไม่ใช่แค่ 'ราคาต่อครั้ง'

แต่ต้องพิจารณาปริมาณรวม (U), ราคาต่อยูนิต และความเข้มข้นในการเจือจาง

ควบคู่กันด้วยครับ






เหตุผลที่ต้องคำนวณ

ค่าใช้จ่ายรวมตลอดทั้งปี

โบท็อกซ์กรามเหลี่ยม

โดยทั่วไปฉีดทุก 4~6 เดือน






ถ้าฉีดด้วยปริมาณที่เหมาะสมตั้งแต่แรก

กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ เล็กลง






ในภายหลัง ใช้ปริมาณน้อยลงก็

ยังคงผลได้ครับ






ในทางกลับกัน ถ้าฉีดปริมาณน้อยเกินไปซ้ำ ๆ

ขนาดกล้ามเนื้อแทบไม่เปลี่ยน

กลายเป็นเสียเงินเปล่าได้เลยครับ






เกณฑ์เปรียบเทียบที่สมเหตุสมผล 3 ข้อ:

  1. ครั้งแรก 1~2 ครั้ง ใช้ปริมาณเพียงพอเพื่อดูการตอบสนอง

  2. จากนั้นปรับปริมาณคงผลตามความแตกต่างของแต่ละบุคคล

  3. เปรียบเทียบด้วย 'ค่าใช้จ่ายรวมตลอด 1 ปี' ไม่ใช่ราคาต่อครั้ง






คำถามที่พบบ่อย (FAQ)






Q1. ทำไมโบท็อกซ์แต่ละแบรนด์ถึงราคาต่างกัน?

A. เป็นเรื่องของต้นทุนผลิตภัณฑ์และโครงสร้างการจัดจำหน่ายครับ

สินค้าในประเทศมักราคาถูกกว่านำเข้า

ลองถามตอนปรึกษาว่าใช้แบรนด์อะไร

จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นครับ






Q2. ฉีดครั้งหนึ่งอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. เฉลี่ยอยู่ที่ 4~6 เดือนครับ

ถ้าฉีดในปริมาณที่เหมาะสม

ระยะเวลาคงผลอาจยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ถ้าปริมาณไม่เพียงพออาจไม่ถึง 3 เดือนได้











หากมีข้อสงสัย

ทักมาปรึกษาทาง KakaoTalk ได้เลยนะครับ

ขอบคุณครับ นี่คือ ดร.วีย็องจิน











บทความที่น่าสนใจ

คลินิกผิวหนัง Beautyst ย่านฮับจอง

ผลข้างเคียงโบท็อกซ์ แบบไหนปกติ แบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะลบรอยสักย่านฮงแด-ฮับจอง ดร.วีย็องจินมีคำตอบให้

คลินิกผิวหนัง Beautyst ย่านฮับจอง

โบท็อกซ์ Xeomin บริเวณคิ้วหว่าง ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร?

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Dysport กับ Botox ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหนคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Dysport กับ Botox ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหนคะ?

แม้ส่วนผสมจะดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันได้ เราจะอธิบายความแตกต่างในทางปฏิบัติระหว่าง Dysport และ Botox ให้เข้าใจง่าย ๆ

เลเซอร์กำจัดหนวดเคราและเลเซอร์กำจัดขนบนใบหน้า ทั้งที่ใช้เลเซอร์เหมือนกัน ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน?

กำจัดขน

การเลเซอร์กำจัดหนวดเคราและการกำจัดขนบนใบหน้า ทั้งที่ใช้เลเซอร์เหมือนกัน ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกัน?

หนวดเคราของผู้ชายมักเส้นหนาและรากลึก จึงต้องทำหลายครั้ง ส่วนขนอ่อนของผู้หญิงจะบางกว่า ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงช้ากว่า เป็นความแตกต่างที่ควรรู้เวลาแพลนจำนวนครั้ง

Ulthera Prime แตกต่างจาก Ulthera แบบเดิมอย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

Ulthera Prime แตกต่างกับ Ulthera แบบเดิมยังไงนะ?

ถึงจะเป็นเทคโนโลยีคลื่น Micro-Focused Ultrasound เหมือนกัน แต่ระบบหน้าจอแสดงผลประสิทธิภาพสูงและระดับพลังงานที่ส่งลงไปใต้ผิวนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ หมอขอสรุปข้อมูลสั้นๆ ให้ทุกคนได้เก็บไว้เป็นไกด์ไลน์ก่อนไปทำดีกว่า

Sofwave อยู่จุดไหนในบรรดาตัวเลือกการดึงหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-surgical lifting)?

ยกกระชับ

Sofwave อยู่ในตำแหน่งไหนกันนะ เมื่อเทียบกับตัวเลือกการทำ 리프팅 (Lifting) แบบไม่ผ่าตัด

비집속 초음파 (non-focused ultrasound) ที่ทำงานในชั้นผิว진피 (dermis) ไม่ใช่ชั้น SMAS หมดกังวลเรื่องความเจ็บและไม่ต้องพักฟื้นนาน (downtime) มาดูกันค่ะว่าวิธีนี้เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับไหนบ้าง

ทาสลีปปิ้งมาส์ก (sleeping pack) กับไนท์ครีม (night cream) คู่กันทุกวัน จะหนักผิวเกินไปไหมนะหน้าน้องเกินไปไหมนะ เกินไปหรือเปล่านะ?

ผิว

ทาสลีปปิ้งมาส์ก (sleeping pack) กับครีมบำรุงกลางคืน (night cream) คู่กันทุกวัน จะหนักผิวเกินไปไหมนะ

การสังเกตสภาพผิวในแต่ละวันแล้วเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมนั้นดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทาทับกันทุกวัน และนี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับลำดับและระดับความถี่ในการใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวค่ะ

โทนอัพครีม บีบีครีม และครีมกันแดด ควรทาเรียงลำดับอย่างไรดีที่สุดอย่างไรดีอย่างไรดีสกินแคร์อย่างไรดีอย่างไรดีนะจ๊ะ

ผิว

tone-up cream, BB cream และ ครีมกันแดด ควรทาเรียงลำดับอย่างไรดี

แค่พึ่ง SPF จากโทนอัพหรือ BB ครีมอย่างเดียว ปริมาณที่ทาอาจจะไม่เพียงพอนะคะ มาดูกันว่าทำไมเราถึงต้องทาครีมกันแดดแยกต่างหาก และขั้นตอนการทาในทุกๆ เช้ากันค่ะ

รับปรึกษาฟรีแบบเรียลไทม์

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1