• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้ม มุมปากเบี้ยว? ต้องเปลี่ยนเข็ม

ฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้ม มุมปากเบี้ยว? ต้องเปลี่ยนเข็ม

ฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้ม มุมปากเบี้ยว? ต้องเปลี่ยนเข็ม

โบท็อกซ์ลดโหนกแก้ม ทำไมความลึกและจุดฉีดสำคัญ? ป้องกันมุมปากเบี้ยว ฉีดแม่นยำโดยผู้เชี่ยวชาญ

ผลข้างเคียงโบท็อกซ์โหนกแก้ม เหตุผลที่มุมปากเบี้ยวไม่สมมาตรหลังฉีด

 

 

💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านสักนิดนะครับ

 

Q. ฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้มแล้วมุมปากเบี้ยว ถือเป็นเรื่องปกติไหมคะ?

 

A. ไม่ปกติครับ สำหรับใครที่กล้ามเนื้อข้างโหนกแก้มปูดเด่นเวลาที่ยิ้ม

หากฉีดลงลึกไม่พอหรือจับตำแหน่งจุดฉีดพลาด ก็อาจทำให้มุมปากเบี้ยวผิดรูปได้ครับ

ซึ่งนี่ไม่ใช่ผลข้างเคียงทั่วไป แต่เป็นผลลัพธ์จากการดีไซน์จุดฉีดที่ผิดพลาดครับ

 

Q. โบท็อกซ์โหนกแก้ม แค่ฉีดตรงกล้ามเนื้อเคี้ยง (กราม)

อย่างเดียวไม่ได้เหรอคะ?

 

A. หากปัญหาอยู่ที่โหนกแก้มด้านข้าง 'ด้านนอก'

จะมีกล้ามเนื้ออื่นที่ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อเคี้ยวเข้ามาร่วมด้วยครับ

การเลือกว่าจะฉีดจุดไหน และฉีดลึกเท่าไหร่ จึงเป็นจุดเปลี่ยนของผลลัพธ์โดยสิ้นเชิงครับ

 

📌 สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้

สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อโหนกแก้มด้านข้างปูดนูนเด่นชัดเวลายิ้ม

หากฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้มตื้นเกินไป อาจทำให้มุมปากเบี้ยวได้ครับ

 

คนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องใช้เข็มที่ยาวขึ้น

เพื่อส่งตัวยาลงลึกไปยังชั้นกล้ามเนื้อเป้าหมายที่อยู่ลึกกว่าครับ

โบท็อกซ์ลดโหนกแก้มได้ผลจริงไหม? วิธีแก้โหนกแก้มที่นูนเวลายิ้ม

 

 

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญมากสำหรับคนที่มีโหนกแก้มด้านข้างปูดนูนเวลามีรอยยิ้ม

มาลองฟังเหตุผลกันครับ

เวลาที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโบท็อกซ์โหนกแก้ม

หมอมักจะเจอคำถามนี้บ่อยมากๆ เลยครับ

 

"หนูไปฉีดที่อื่นมาแล้วเวลายิ้มหรือแสดงสีหน้ามันดูแปลกๆ ฝืนๆ ค่ะ

เป็นเพราะอะไรเหรอคะ?"

 

โดยเฉพาะคนไข้กลุ่มนี้ หมอจะต้องถามคำถามหนึ่งเสมอเลยครับ

"เวลายิ้มโหนกแก้มด้านข้างจะนูนแข็งขึ้นมาเป็นก้อนเลยไหมคะ?"

คำถามนี้เพียงข้อเดียว ก็สามารถเคลียร์สาเหตุส่วนใหญ่ได้เกือบหมดเลยครับ

 

เพราะในบริเวณโหนกแก้มด้านข้างของใบหน้า มีกล้ามเนื้อหลายมัดเรียงตัวซ้อนกันเป็นชั้นๆ ครับ

 

และตัวการที่นูนเด่นขึ้นมาตอนเรายิ้มก็คือ

กล้ามเนื้อที่ชื่อว่า 'Zygomaticus minor' และ 'Zygomaticus major'

ซึ่งถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือกล้ามเนื้อที่ช่วยดึงมุมปากขึ้นเพื่อให้เรายิ้มนั่นเองครับ

 

ในเคสของบางคน กล้ามเนื้อมัดที่ใช้ยิ้มเหล่านี้

จะพาดผ่านด้านข้างโหนกแก้มในระดับที่อยู่ค่อนข้างตื้นใกล้ผิวชั้นบน

 

แต่จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ

 

ถ้าเข็มที่ใช้ฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดขนาดโหนกแก้มนั้นสั้นเกินไปและแทงลงไปตื้นๆ

ตัวยาก็อาจจะกระจายไปโดนกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้มเหล่านี้ได้ครับ

 

แล้วผลลัพธ์จะเป็นยังไงต่อล่ะ?

 

พอกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงมุมปากให้อ่อนตัวลง

เวลายิ้ม ปากข้างหนึ่งก็อาจจะยกขึ้นได้น้อยกว่า หรือทำให้มุมปากเบี้ยวดูไม่ธรรมชาตินั่นเองครับ

 

คำถามที่ว่า "หน้ายิ้มแปลกๆ ฝืนๆ" ก็เกิดจากเคสแบบนี้แหละครับ

 

บอกตามตรงนะครับ

สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ จะนำวิธีฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้มแบบมาตรฐานทั่วไป

มาใช้ตรงๆ ไม่ได้เด็ดขาดครับ

 

เพราะคนที่มีกล้ามเนื้อโหนกแก้มข้างแก้มเด่นชัดเวลายิ้ม

ส่วนใหญ่แล้วโครงสร้างชั้นเนื้อเยื่อต่างๆ จะมีการจัดเรียงตัวที่แตกต่างออกไปครับ

 

สำหรับกรณีแบบนี้ เราต้องใช้เข็มที่ยาวขึ้น

เพื่อเล็งเป้าหมายไปยังชั้นที่ลึกกว่าอย่างแม่นยำครับ

 

เพราะการเข้าไปบล็อกข้อต่อกล้ามเนื้อส่วนนอกโหนกแก้มในชั้นลึก

(รวมถึงกล้ามเนื้อบดเคี้ยวส่วนบนและกล้ามเนื้อใต้โหนกแก้ม) โดยตรงเท่านั้น

ที่จะช่วยลดโอกาสที่โบท็อกซ์จะไหลซึมไปโดนกล้ามเนื้อยิ้มยิงยาวที่อยู่ตื้นๆ ได้ครับ

 

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญจากหมอวี ยองจิน

 

คนไข้ที่เวลายิ้มแล้วโหนกแก้มข้างแก้มปูดขึ้นมาเด่นชัด

มักมีกล้ามเนื้อสำหรับยิ้มในชั้นตื้นอยู่ใกล้ผิวมากครับ

 

ถ้าฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้มด้วยเข็มตื้นๆ ในเคสแบบนี้

อาจส่งผลให้รอยยิ้มเบี้ยวหรือปากเบี้ยวได้ง่ายครับ

 

ดังนั้น จึงต้องอาศัยเทคนิคการใช้เข็มส่งยาเข้าไปยังชั้นผิวที่ลึกกว่า

เพื่อลดขนาดโหนกแก้มลงได้ โดยไม่กระทบต่อการแสดงสีหน้าปรกติครับ

โบท็อกซ์โหนกแก้ม ลักษณะของคนที่มักเสียใจทีหลังถ้าฉีดด้วยเข็มสั้น (ft. เทสต์หน้ากระจก)

 

 

ถ้าอย่างนั้น ฉันเป็นคนไข้ประเภทไหนกันล่ะ

มีวิธีเช็กด้วยตัวเองอย่างไรบ้าง?

มีวิธีเช็กง่ายๆ มาฝากกันครับ

ลองยืนหน้ากระจกแล้วยิ้มกว้างๆ ดูนะครับ

 

ถ้ามองเห็นบริเวณข้างโหนกแก้มหรือค่อนไปทางหน้าใบหู

มีกล้ามเนื้อแข็งๆ เกร็งปูดนูนเด่นชัดขึ้นมา

สำหรับเคสแบบนี้ หมอจะบอกทันทีว่า "ต้องเปลี่ยนขนาดเข็มแล้วล่ะครับ"

 

จุดนี้อาจจะมีคนสับสนอยู่บ้างครับ

เพราะเจ้าตัวมักกังวลแค่ว่า 'โหนกแก้มกว้างจัง'

แต่ความจริงแล้ว ต้องดูให้ออกว่าเกิดจากโครงสร้างกระดูก, ปริมาตรกล้ามเนื้อ

หรือว่าเป็นโครงสร้างที่เด่นชัดเฉพาะตอนหัวเราะยิ้มแย้ม

ซึ่งจุดนี้จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของโบท็อกซ์แสดงผลได้ต่างกันครับ

 

เพราะโบท็อกซ์ทำงานกับชั้นกล้ามเนื้อเป็นหลัก

หากกระดูกมีขนาดใหญ่ หรือส่วนนั้นเป็นชั้นผิวหนังที่หนา โบท็อกซ์ก็อาจจะไม่เห็นผลเท่าที่ควรครับ

 

แม้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

แต่โดยส่วนใหญ่ หมอจะแบ่งประเภทคนไข้ไว้ประมาณนี้ครับ

 

① เทมเพลตที่โหนกแก้มดูนูนเฉียงออกมาแม้เวลาใบหน้านิ่งเฉย

 

→ มักเป็นผลร่วมกันระหว่าง

โครงสร้างกระดูก + ปริมาตรของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวส่วนบน (upper masseter) ครับ

 

การใช้โบท็อกซ์ลดขนาดในส่วนของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวส่วนบนจะช่วยลดความกระด้างของกรอบหน้าได้ในระดับหนึ่ง

แต่หากกระดูกโหนกแก้มกางกว้างออกด้านนอกมากๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะมีข้อจำกัดครับ

 

② เทมเพลตที่โหนกแก้มปูดโด่งชัดเจนเฉพาะเวลาหัวเราะยิ้มหรือเกร็งหน้า

 

→ นี่คือเคสตัวอย่างหลักที่เรากำลังคุยกันในบทความนี้เลยครับ

เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีการทำงานของกล้ามเนื้อแข็งแรงมากๆ

ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์จึงมักจะออกมาค่อนข้างน่าพึงพอใจและเห็นผลดีครับ

แต่หัวใจสำคัญคือ ต้องกำหนดจุดฉีดและระดับความลึกให้ถูกต้องแม่นยำด้วยนะครับ

 

③ หน้ากว้าง แต่ส่วนโหนกแก้มเหมือนจะเต็มไปด้วย 'ไขมันหรือเนื้อแก้ม' มากกว่ากล้ามเนื้อ

 

→ คนไข้กลุ่มนี้หากทำแค่ฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียว อาจจะรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจครับ

เป็นเคสที่จำเป็นต้องพิจารณาแนวทางการรักษาอื่นเพิ่มครบคู่กันไปครับ

 

เรื่องที่คุ้นเคยแต่คนชอบเข้าใจผิดกันเยอะก็คือ

โบท็อกซ์โหนกแก้มไม่ใช่ทางออกครอบจักรวาลสำหรับทุกปัญหาโหนกแก้มหรอกนะครับ

 

แต่มันจะตอบโจทย์และให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับคนไข้ในกลุ่มประเภทที่ ② อย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งในเคสจริงที่หมอดูแล หลังจากฉีดผ่านไปราวๆ 3-4 สัปดาห์

จะเห็นเลยว่าความกว้างของใบหน้าโดยรวมเมื่อวัดจากจุดกึ่งกลางใต้จมูก

ดูแคบกระชับและรับกับใบหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข 'จุดฉีดที่ถูกต้อง และระดับความลึกที่เหมาะสม' เท่านั้นครับ

แก้มบุ๋ม สีหน้าดูฝืนๆ... วิธีฉีดโบท็อกซ์ลดโหนกแก้มโดยไม่ต้องกังวลผลข้างเคียง

และมีอีกเรื่องสำคัญหนึ่งเรื่องที่หมออยากจะบอกไว้ตรงนี้เลยครับ

การฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้มไม่ได้มีแต่ด้านดีเสมอไปนะครับ

 

หากเราปล่อยให้กล้ามเนื้อเคี้ยวหรือกล้ามเนื้อโหนกแก้มหยุดทำงานเป็นเวลานานเกินไป

กล้ามเนื้ออาจลีบเล็กลงจนทำให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มตอบได้ครับ

 

โดยเฉพาะท่านที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือคนไข้เดิมที่มีเนื้อแก้มไม่ค่อยเยอะอยู่แล้ว

จำเป็นต้องวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเด็นนี้ให้ดีๆ เลยครับ

 

อย่างไรก็ดี ความเปลี่ยนแปลงเรื่องแก้มตอบหรือหย่อนคล้อยเช่นนี้

มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มที่ฉีดโบท็อกซ์ซ้ำต่อเนื่องติดต่อกันนานหลายปีเป็นหลัก

สำหรับผู้ที่เริ่มฉีดเป็นครั้งแรกหรือเพิ่งเคยฉีดเพียง 1-2 ครั้ง

โอกาสที่จะเกิดปัญหาแก้มหย่อยคล้อยกะทันหันนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ครับ

 

แต่ถึงอย่างนั้น การเข้ามาประเมินโวลุ่มและสภาพผิวหน้าโดยละเอียดก่อนทำ

ก็ยังเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบและดีที่สุดอยู่ดีครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1. โบท็อกซ์โหนกแก้ม ต้องฉีดบ่อยแค่ไหนครับ?

 

A. โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือนครับ

หากมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขนาดของโหนกแก้มลง

แนะนำให้เริ่มฉีดซ้ำทุกๆ 6 เดือน สักประมาณ 2-3 ครั้งในระยะแรกก่อน

เพื่อสังเกตการตอบสนองของกล้ามเนื้อแก้มควบคู่กันไปครับ

 

หลังจากนั้น หลายๆ ท่านค่อยขยายช่วงเวลาห่างของการฉีดเพื่อรักษาผลลัพธ์ออกไป

การฝืนฉีดถี่ๆ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไปนะครับ

 

Q2. ฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้มแล้ว จะเห็นผลทันทีเลยไหมคะ?

A. ไม่ใช่ทันทีครับ โบท็อกซ์จะทำงานด้วยฤทธิ์การคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป

จากนั้นขนาดกล้ามเนื้อจึงค่อยๆ เล็กลง

ผลลัพธ์ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนทางสายตาจะเริ่มเห็นหลังรับบริการไปแล้วประมาณ 3-4 สัปดาห์ครับ

 

มีหลายท่านถามหมอเข้ามาเยอะเลยครับว่า "ทำไมหลังฉีดเสร็จทันทีแล้วหน้ายังไม่เปลี่ยนเลย?"

เพราะวิธีนี้ไม่ได้เป็นการเติมเต็มพื้นที่ในทันทีเหมือนสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์

แต่เป็นการอาศัยเวลาให้กล้ามเนื้อได้พักและเรียวเล็กลงตามระยะเวลาของยาครับ

 

Q3. มีคนบอกมาว่าถึงจะฉีดโบท็อกซ์ไปก็ไม่เห็นผลหรอก

ความจริงเป็นเพราะอะไรครับ?

 

A. โดยส่วนใหญ่จะมีความเป็นไปได้จากสองสาเหตุหลักๆ ครับ

อย่างแรกคือ ปัญหาของใบหน้าไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อแต่แรก

แต่มีสาเหตุมาจากโครงสร้างกระดูกหรือความหนาของผิวหนังครับ

และสาเหตุที่สอง คือ การระบุพิกัดหรือจุดยิงของเข็มคลาดเคลื่อนไปครับ

 

ในคนไข้ของหมอก็มีบ่อยครั้งเลยครับ ที่เคยฉีดจากคลินิกอื่นมาแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

แต่พอมาปรับเปลี่ยนพิกัดการวางตัวยาและชั้นความลึกที่ Beautystone

ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งแรกครับ

 

ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจสรุปเอาเองว่าร่างกายเราไม่ตอบสนองต่อโบท็อกซ์

ควรหาสาเหตุที่แท้จริงร่วมกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนเป็นอันดับแรกนะครับ

 

หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักไลน์มาสอบถามหรือโทรศัพท์คุยกันได้สบายๆ เลยนะครับ

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จากหมอวี ยองจิน แห่ง Beautystone Clinic สาขาฮงแด ครับ

 

บทความน่าอ่านอื่นๆ

ลบรอยสักด้วย Picoway ต้องเลเซอร์เฉลี่ยกี่ครั้งถึงจะจางหายไปหมด?

ศึกประชัน Saxenda vs Mounjaro สรุปงานนี้ Mounjaro ชนะขาดลอยครับ

รักษาหลุมสิวและรอยแผลเป็นก่อนแต่งงาน ทำไมช่วงเวลา 6 เดือนก่อนเข้าพิธีถึงเป็นนาทีทองที่ดีที่สุด

รอบการเปลี่ยนแผ่นแปะแผล Duoderm รู้แค่เคล็ดลับนี้ก็พอแล้ว

ผลลัพธ์ของ Picotoning เลเซอร์กี่รอบฝ้ากระถึงจะจางลง? สรุปพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ขั้นตอน

ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE

อยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับสภาพผิวหน้าของคุณไหม? คุณหมอเจ้าของคลินิกเข้ามาช่วยดูแลประเมินให้ด้วยตัวเองเลยครับ

▶ พูดคุยปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE คลิกเลย

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1