ฉีดสลายไขมันเหนียง DCA ทำลายเซลล์ไขมันถาวร ต่างจากดูดไขมัน-Ulthera อธิบายผลลัพธ์และข้อจำกัดครบ
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
💡 ตรวจสอบรายละเอียดก่อนอ่านนะครับ
Q. หลังจากฉีด DCA แล้วเหนียงหายไป ต่อไปถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้น เหนียงจะกลับมาอีกไหมคะ?
A. ไม่ครับ เนื่องจาก DCA จะเข้าไปทำลายและสลายเซลล์ไขมันโดยตรง เซลล์ไขมันเหล่านั้นจึงไม่กลับมาเกิดใหม่ได้อีก ต่อให้น้ำหนักขึ้น บริเวณที่ไม่มีเซลล์ไขมันแล้วก็จะไม่กลับมาอ้วนขึ้นครับ
Q. ฉีดสลายไขมันเหนียง ได้ผลจริงไหมคะ?
A. จริงครับ แต่อดใจไว้ก่อนนะครับ เพราะผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละสภาพผิวด้วย วิธีนี้จะกราบเหมาะมากสําหรับเคสที่มีชั้นไขมันที่หนาเพียงพอครับ
📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้
DCA ฉีดสลายไขมันเหนียง จะช่วยทำลายเซลล์ไขมันและขับออกจากร่างกาย ทำให้ได้ผลลัพธ์การสลายไขมันแบบถาวร ต่อให้น้ำหนักขึ้น บริเวณนั้นก็ไม่กลับมาอ้วนขึ้นอีกครับ
เพราะไม่มีเซลล์ไขมันหลงเหลืออยู่แล้วนั่นเองครับ

ทำไมการฉีดสลายไขมันถึงต่างจากไดเอท — เพราะไม่ใช่แค่ 'ลดขนาด' เซลล์ แต่คือการ 'กำจัด' ให้หมดไป
หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะเลยครับ
ที่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่าเวลาไดเอทแล้วไขมันจะลดลง
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ลดลงจากการไดเอทคือ
'น้ำมัน' ที่อยู่ภายในเซลล์ไขมันต่างหากครับ
ตัวเซลล์ไขมันเองไม่ได้หายไปไหนเลยนะครับ
ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ ก็ประมาณนี้ครับ
เปรียบเหมือนลมที่ฟีบออกจากลูกโป่ง
ตัวลูกโป่งยังอยู่เหมือนเดิม แค่ลมข้างในหายไปเฉยๆ
พอเรากลับมากินเยอะขึ้น
ลมก็กลับเข้าไปสะสมในลูกโป่งใบเดิมนั่นเองครับ
แต่สำหรับ DCA นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ
เพราะมันใช้วิธีเจาะลูกโป่งให้ระเบิดแล้วทำลายทิ้งไปเลยครับ
DCA (Deoxycholic acid) หรือกรดดีออกซีโคลิก
จริงๆ แล้วเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำดีในร่างกายของเรานี่เองครับ
ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรง
เมื่อฉีดเข้าไปบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณเหนียง
ผนังเซลล์จะถูกละลายจนเซลล์ไขมันแตกตัวออก
จากนั้นส่วนประกอบข้างในจะถูกขับผ่านระบบน้ำเหลืองออกนอกร่างกายไปครับ
และเซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดไปแล้ว จะไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้อีกครับ
เพราะเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จำนวนเซลล์ไขมันในร่างกายจะคงที่เกือบทั้งหมดครับ
ดังนั้น ต่อให้น้ำหนักตัวจะขึ้นมานิดหน่อย
แต่บริเวณที่ได้รับการสลายเซลล์ด้วย DCA ไปแล้ว
ก็จะไม่ค่อยกลับมาอ้วนขึ้น เพราะไม่มีเซลล์ไขมันคอยเก็บสะสมแล้วนั่นเองครับ
นี่ไม่ใช่แค่คำโฆษณาชวนเชื่อทั่วไปนะครับ
แต่มันคือกลไกพื้นฐานตามหลักชีววิทยาของเซลล์ไขมันเลยครับ
ตอนที่หมอเรียนรู้เรื่องหัตถการนี้เป็นครั้งแรก
หมอก็รู้สึกว่าประเด็นนี้น่าสนใจและมหัศจรรย์มากจริงๆ ครับ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:
DCA เป็นกระบวนการที่เข้าไปทำลายและขจัดเซลล์ไขมันโดยตรงครับ
การทำไดเอทหรือการออกกำลังกายคือการลดขนาดไขมันในเซลล์
แต่ DCA คือการกำจัดตัวเซลล์ทิ้งไปเลย หลักการทำงานจึงแต่งต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
เซลล์ที่ถูกทำลายไปแล้วครั้งหนึ่งจะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาใหม่ได้อีก
ดังนั้น โครงสร้างการคงผลลัพธ์ของวิธีนี้จึงต่างจากหัตถการอื่นๆ อย่างชัดเจนครับ
แล้วหัตถการนี้เหมาะกับใครบ้างนะ — สรุปแบ่งตามประเภทให้ฟังกันครับ
ขอพูดตามตรงเลยแบบไม่ปิดบังนะครับ
DCA อาจจะไม่ได้เห็นผลดีเลิศกับปัญหาเหนียงทุกประเภทเสมอไปครับ
เราต้องมาวิเคราะห์กันก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริงของเหนียงเกิดจากอะไร
ซึ่งหลักๆ จะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทครับ
① มีเหนียงเพราะไขมันสะสมเยอะ
→ เคสแบบนี้แหละครับที่ DCA จะตอบโจทย์และได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
ในกรณีที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังสะสมหนาๆ
การเข้าไปทำลายเซลล์โดยตรงจะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุดครับ
② เหนียงหย่อนคล้อยเพราะผิวขาดความยืดหยุ่น
→ สภาพผิวแบบนี้การทำ DCA เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอครับ
เพราะต่อให้เราสลายไขมันไป ผิวก็ไม่ได้กระชับตึงขึ้นมาได้เอง
ควรทำควบคู่ไปกับโปรแกรมยกกระชับอย่าง Ulthera หรือ Thermage จะดีที่สุดครับ
③ ปัญหาด้านโครงสร้างกล้ามเนื้อลำคอหรือกระดูก
→ เคสประเภทนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีด DCA ครับ
จำเป็นต้องใช้วิธีการและหัตถการรูปแบบอื่นแทนครับ
แต่มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ นะครับ
การจะดูว่าเหนียงนั้นเกิดจากไขมันสะสมหรือผิวหย่อนคล้อยกันแน่
หากไม่ได้เข้ามาตรวจประเมินด้วยตาเปล่าจะคาดเดาได้ยากมากครับ
ถ้าลองจับดูแล้วรู้สึกเหลวๆ นุ่มมือ ก็น่าจะเป็นไขมันครับ
แต่ถ้ารู้สึกว่าผิวหนังมีความย่นและหย่อนเป็นพับๆ ก็อาจจะเป็นปัญหาเรื่องความยืดหยุ่น
ถึงแม้จะพอกระดูกความแตกต่างคร่าวๆ ได้ด้วยตัวเอง
แต่การประเมินโดยแพทย์ตอนที่เข้ามาปรึกษาจะแม่นยำที่สุดครับ
ถึงแม้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
แต่สิ่งที่หมอต้องเช็กอย่างละเอียดในการเข้าปรึกษาครั้งแรกเสมอคือ
ความหนาของไขมันเหนียง และระดับความยืดหยุ่นของผิวครับ
เราต้องประเมินทั้งสองปัจจัยรวมกัน ถึงจะเลือกดีไซน์โปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมที่สุดได้ครับ

ประเภท | DCA ฉีดสลายไขมันเหนียง | Ulthera / Thermage | ดูดไขมัน (Liposuction) |
|---|---|---|---|
หลักการทำงาน | ทำลายผนังเซลล์ไขมันแล้วขับออกตามธรรมชาติ | ใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อยกกระชับ | ใช้เครื่องมือกายภาพดูดไขมันออก |
สลายเซลล์ไขมันแบบถาวรหรือไม่ | ✅ กำจัดถาวร | ❌ ไม่ใช่สลายไขมัน | ✅ กำจัดถาวร |
การปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิว | △ หากทำอย่างเดียวจะเห็นผลจำกัด | ✅ เป็นผลลัพธ์หลัก | ❌ ไม่ช่วยยกกระชับ |
รูปแบบหัตถการ | แบบฉีด (ไม่ต้องผ่าตัด) | ใช้อัลตราซาวนด์/คลื่นวิทยุ (ไม่ต้องผ่าตัด) | การผ่าตัดเล็ก |
ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) | มีอาการบวมประมาณ 3~7 วัน | แทบไม่ต้องพักฟื้น | 1~2 สัปดาห์ขึ้นไป |
ผู้ที่เหมาะสมที่สุด | ผู้ที่มีชั้นไขมันใต้เหนียงค่อนข้างหนา | ผู้ที่มีแก้มก้นหรือผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ | ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมปริมาณมากในวงกว้าง |
ฉีด DCA แล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง — เปิดเผยทุกขั้นตอนและข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา
ระยะเวลาในการทำหัตถการนั้นค่อนข้างสั้นมากครับ
โดยจะทำเครื่องหมายเป็นตารางพิกัดแล้วแบ่งฉีดทีละจุดบริเวณเหนียง
ปกติแล้วจะใช้เวลาเพียง 20~30 นาทีก็เสร็จเรียบร้อยครับ
แต่แน่นอนว่าไม่ได้มีข้อดีไปซะทุกอย่างนะครับ
หากให้หมอพูดถึงข้อเสียของ DCA ตามตรง
นั่นก็คือ จะมีอาการบวมเข็มค่อนข้างชัดเจนครับ
เนื่องจากผนังเซลล์ที่แตกตัวจะทำให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบขึ้นเล็กน้อย
ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดอาการบวมและจับตัวเป็นก้อนได้ประมาณ 3~7 วัน หรือยาวนานสุดถึง 2 สัปดาห์เลยครับ
ช่วงแรกๆ หลังฉีดอาจจะทำให้เหนียงดูหนากว่าเดิมเล็กน้อยด้วยนะครับ
หลายท่านที่ไม่ได้ทราบเรื่องนี้มาก่อนอาจจะตกใจได้
หมอจึงอยากชี้แจงและอธิบายให้เข้าใจก่อนเสมอครับ
นอกจากนี้ ผลลัพธ์จะไม่ได้ปรากฏแบบทันทีทันใดนะครับ
เพราะต้องใช้เวลาเพื่อให้ร่างกายขับเศษเซลล์ไขมันที่ตายแล้วผ่านระบบน้ำเหลือง
โดยทั่วไปแล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 4~8 สัปดาห์หลังทำครับ
และเป็นหัตถการที่แนะนำให้ทำต่อเนื่องสะสมผลลัพธ์ประมาณ 2~3 เซสชั่น มากกว่าทำเพียงครั้งเดียวครับ
อย่างไรก็ดี หากยอมรับเรื่องอาการบวมในระยะแรกได้
สำหรับท่านที่มีชั้นไขมันค่อนข้างหนา หัตถการนี้เป็นตัวเลือกที่เห็นผลลัพธ์คุ้มค่าแน่นอนครับ
มีลูกค้าหลายท่านที่เคยไปทำ Ulthera จากที่อื่นหลายครั้งแล้วไม่เห็นผล
แต่พอกลับมาลองฉีด DCA ไป 2~3 ครั้ง ก็แฮปปี้และพึงพอใจกับผลลัพธ์มากๆ เลยครับ
นั่นเป็นเพราะจริงๆ แล้ว ปัญหาหลักของคนไข้ในตอนแรกคือไขมันสะสม ไม่ใช่เรื่องความหย่อนคล้อยนั่นเองครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีด DCA แค่ครั้งเดียวก็เห็นผลเลยไหมคะ หรือว่าต้องฉีดหลายครั้ง?
A. การทำเพียง 1 ครั้งก็สามารถรับรู้ถึงความสัปดาห์เปลี่ยนได้ระดับหนึ่งครับ
แต่โดยทั่วไปแล้ว ต้องทำสะสมประมาณ 2~3 ครั้ง ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่สวยงามและชัดเจนเต็มที่ครับ
ส่วนใหญ่หลังจากการทำครั้งแรกผ่านไป 4~6 สัปดาห์ เราจะกลับมาประเมินสภาพผิวอีกครั้ง
แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะสลับเพิ่มเซสชั่นดีไหม ซึ่งเป็นแพทเทิร์นปกติครับ
เนื่องจากชั้นเหนียงและไขมันของแต่ละคนหนาไม่เท่ากัน
ในการให้คำปรึกษาครั้งแรก หมอจะประเมินและแจ้งจำนวนครั้งที่เหมาะสมคร่าวๆ ให้ทราบก่อนครับ
Q2. คุณแม่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรสามารถฉีดได้ไหมคะ?
A. ไม่แนะนำให้รับบริการในช่วงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรเด็ดขาดครับ
แม้ว่า DCA จะเป็นส่วนประกอบพื้นฐานที่มีตามธรรมชาติในร่างกาย
แต่เนื่องจากผลข้างเคียงจากการฉีดจะกระตุ้นการอักเสบในเซลล์ และเพิ่มภาระงานให้กระบวนการในร่างกาย
จึงควรหลีกเลี่ยงการทำในช่วงเวลานี้จะปลอดภัยที่สุดครับ
Q3. การฉีดสลายไขมันเหนียง เจ็บมากไหมคะ?
A. คำตอบเรื่องนี้อาจประเมินยากนิดนึงครับ
เพราะความเซนซิทีฟต่ออาการเจ็บของแต่ละคนแตกต่างกัน
แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าหลายท่านจะบอกว่า ไม่ค่อยเจ็บตอนจิ้มเข็มเข้าผิวหนังเท่าไรครับ
แต่จะรู้สึกจี๊ดๆ ร้อนผ่าวตอนที่ตัวยา DCA กำลังกระจายตัวเข้าสู่ชั้นไขมันมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ทางคลินิกเราจะมีการแปะยาชาเฉพาะที่ก่อนเริ่มทำทุกครั้ง
ส่วนใหญ่จึงบอกว่าตอนทำจริงไม่ได้เจ็บอย่างที่คิดเลยครับ
หลังฉีดอาจจะมีความรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ บริเวณเหนียงประมาณ 2~3 วันแรกได้ครับ
หากมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่านทาง LINE หรือติดต่อมาทางโทรศัพท์ได้เสมอนะครับ
บทความนี้เขียนและแนะนำข้อมูลโดย หมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความแนะนำให้อ่านคู่กัน

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



