
ฉีดสลายไขมันใต้คาง ลดแล้วกลับมาอ้วนอีกไหม?
ฉีดสลายไขมันใต้คาง ลดแล้วกลับมาอ้วนอีกไหม?
ฉีดสลายไขมันใต้คาง ลดแล้วกลับมาอ้วนอีกไหม?
ฉีดสลายไขมันเหนียง DCA ทำลายเซลล์ไขมันถาวร ต่างจากดูดไขมัน-Ulthera อธิบายผลลัพธ์และข้อจำกัดครบ
ฉีดเมโสแฟตลดเหนียง (DCA) พอน้ำหนักลดแล้วจะกลับมาอ้วนอีกไหมนะ?
💡 เช็กก่อนอ่านสักนิดเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะคะ
Q. ฉีด DCA แล้วพอน้ำหนักขึ้น เหนียงจะกลับมาเหมือนเดิมไหมคะ?
A. ไม่ค่ะ! เพราะ DCA จะเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันโดยตรง ทำให้เซลล์นั้นหายไปถาวรและไม่สร้างขึ้นใหม่ ต่อให้น้ำหนักขึ้น บริเวณที่ไม่มีเซลล์ไขมันแล้วก็จะไม่อ้วนขึ้นค่ะ
Q. ฉีดเมโสแฟตลดเหนียง ได้ผลจริงไหมคะ?
A. ได้ผลจริงค่ะ! แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเหนียงของแต่ละคนด้วยนะคะ เหมาะมากๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่มีชั้นไขมันหนาพอสมควรค่ะ
📌 คีย์เวิร์ดสำคัญของบทความนี้
เมโสแฟตลดเหนียง DCA จะเข้าไปทำลายและขับเซลล์ไขมันออกจากร่างกาย จึงช่วยสลายไขมันได้อย่างถาวร ต่อให้น้ำหนักขึ้น บริเวณนั้นก็จะไม่กลับมาอ้วนอีกค่ะ
เพราะไม่มีเซลล์ไขมันหลงเหลืออยู่แล้วนั่นเอง

ทำไมเมโสแฟตถึงต่างจากการไดเอท? — เพราะมันคือการ 'กำจัด' เซลล์ ไม่ใช่แค่ 'ลดขนาด'
หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ว่า
เวลาเราไดเอท น้ำหนักลดลง ไขมันก็จะหายไปด้วยจริงไหมคะ?
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ลดลงจากการไดเอท
คือ 'น้ำมัน/ไขมัน' ที่สะสมอยู่ภายในเซลล์ไขมันต่างหากค่ะ
ไม่ใช่ตัวเซลล์ไขมันที่หายไป
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองนึกภาพแบบนี้ดูนะคะ
เหมือนลูกโป่งที่ปล่อยลมออกค่ะ
ตัวลูกโป่งยังคงอยู่เหมือนเดิม แค่แฟบลงเท่านั้น
ดังนั้น พอเรากลับมากินเยอะอีกครั้ง
ลมก็จะกลับเข้าไปในลูกโป่งใบเดิมจนพองโตอีกรอบ
แต่สำหรับ DCA นั้นแตกต่างออกไปค่ะ
มันทำงานโดยการเข้าไปทำให้ลูกโป่งระเบิดและสลายหายไปเลยค่ะ
DCA (Deoxycholic acid) หรือกรดดีออกซีโคลิก
จริงๆ แล้วเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในน้ำดีในร่างกายของเรานี่เองค่ะ
ซึ่งมีคุณสมบัติในการเข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยเฉพาะ
เมื่อเราฉีดตัวนี้ลงไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณเหนียง
ผนังเซลล์จะถูกละลายจนเซลล์ไขมันแตกตัวออก
จากนั้นสิ่งตกค้างก็จะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางระบบน้ำเหลืองนั่นเองค่ะ
เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดไปแล้วครั้งหนึ่ง จะไม่มีวันสร้างขึ้นมาใหม่ค่ะ
เพราะเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ จำนวนเซลล์ไขมันในร่างกายค่อนข้างจะคงที่แล้ว
ดังนั้น ต่อให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นบ้าง
แต่บริเวณที่เคยกำจัดเซลล์ไขมันออกไปด้วย DCA ไปแล้ว
ก็จะไม่มีเซลล์คอยเก็บไขมัน ทำให้บริเวณนั้นอ้วนขึ้นได้ยากกว่าส่วนอื่นค่ะ
นี่ไม่ใช่แค่คำโฆษณาชวนเชื่อนะคะ
แต่เป็นหลักการพื้นฐานทางชีววิทยาของเซลล์ไขมันเลยค่ะ
ตอนที่หมอเริ่มเรียนรู้วิธีการรักษานี้ครั้งแรก
หมอก็ยังรู้สึกว่ามันน่าทึ่งและน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ
👨⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
DCA ทำงานด้วยระบบการเข้าไปสลายทำลายและขับเซลล์ไขมันออกจากร่างกายโดยตรง
การไดเอทหรือการออกกำลังกายคือการลดขนาดไขมันในเซลล์ให้เล็กลง ส่วน DCA คือการกำจัดตัวเซลล์ทิ้งไปเลย ซึ่งเป็นหลักการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วจะไม่สามารถสร้างใหม่ได้ ดังนั้นกลไกการคงอยู่ของผลลัพธ์จึงแตกต่างจากการทำหัตถการอื่นๆ อย่างสิ้นเชิงค่ะ
แล้วหัตถการนี้เหมาะกับใครกันบ้างนะ? — แยกแยะให้เห็นตามประเภทตามนี้เลยค่ะ
พูดกันตามตรงเลยนะคะ
DCA ไม่ได้ตอบโจทย์กับปัญหาเหนียงของทุกคนเสมอไปค่ะ
เราต้องวิเคราะห์ก่อนว่าปัญหาเหนียงของเราเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งหลักๆ แยกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้ค่ะ
① มีเหนียงเพราะไขมันเยอะ
→ เคสแบบนี้ DCA จะทำงานได้ดีที่สุดและเห็นผลชัดเจนที่สุดค่ะ เพราะเมื่อมีไขมันสะสมหนาๆ การเข้าไปทำลายเซลล์โดยตรงจะช่วยให้เหนียงลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ
② เหนียงหย่อนคล้อยจากปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น
→ สำหรับเคสนี้ การทำ DCA เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอค่ะ เพราะถึงแม้ไขมันจะสลายไป แต่ผิวหนังที่หย่อนคล้อยก็ไม่ได้ยกกระชับตามขึ้นมาเอง ดังนั้นจึงควรทำควบคู่ไปกับการหยอดโปรแกรมยกกระชับอย่าง Ulthera หรือ Thermage จะดีที่สุดค่ะ
③ ปัญหาด้านโครงสร้างกล้ามเนื้อคอหรือกระดูกโครงหน้า
→ วิธีนี้จะไม่สามารถแก้ด้วย DCA ได้ค่ะ สำหรับเคสนี้จำเป็นต้องใช้แนวทางการรักษาแบบอื่นแทนค่ะ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ นะคะ
การประเมินว่าเหนียงเกิดจากไขมันส่วนเกิน หรือเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวกันแน่
เป็นเรื่องยากที่จะวิเคราะห์ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ได้ตรวจด้วยตัวเองค่ะ
เบื้องต้นถ้าเพื่อนๆ จับแล้วรู้สึกนิ่มๆ ย่นๆ มักจะเป็นไขมัน แต่ถ้าผิวห้อยๆ ดูเหี่ยวๆ มักจะเป็นเรื่องของความหยื่นหยุ่นค่ะ
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้มาตรวจประเมินอย่างละเอียดตอนปรึกษาคุณหมอที่คลินิกจะดีที่สุดค่ะ
ถึงแม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส
แต่สิ่งที่คุณหมอจะเช็กอย่างละเอียดในการประเมินครั้งแรกเสมอ
ก็คือความหนาของชั้นไขมันใต้คางและสภาพความยืดหยุ่นของผิวค่ะ
เพราะเราต้องพิจารณาทั้งสองส่วนนี้ร่วมกัน ถึงจะเลือกโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมที่สุดได้ค่ะ

ประเภท | เมโสแฟต DCA | Ulthera / Thermage | การดูดไขมัน (Liposuction) |
|---|---|---|---|
หลักการทำงาน | สลายเซลล์ไขมันและขับออกทางธรรมชาติ | ส่งพลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อการยกกระชับ | ดูดไขมันออกเหนียงโดยตรงด้วยเครื่องมือแพทย์ |
การกำจัดเซลล์ไขมันอย่างถาวร | ✅ กำจัดถาวร | ❌ ไม่ได้กำจัดเซลล์ | ✅ กำจัดถาวร |
การกระชับผิวพรรณ | △ เห็นผลจำกัดหากทำเดี่ยวๆ | ✅ จุดเด่นหลัก | ❌ ผิวไม่กระชับขึ้น |
วิธีการทำ | ใช้วิธีฉีด (ไม่ต้องผ่าตัด) | ใช้คลื่นอัลตราซาวด์/คลื่นวิทยุ (ไม่ต้องผ่าตัด) | การผ่าตัดเล็ก |
ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) | มีอาการบวมเล็กน้อย 3-7 วัน | แทบไม่ต้องพักฟื้น | พักฟื้น 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป |
ผู้ที่เหมาะสมเหมาะกับโปรแกรมนี้ | ผู้ที่มีชั้นไขมันใต้คางค่อนข้างหนา | ผู้ที่มีริ้วรอยและความหย่อนคล้อย | ผู้ที่มีปริมาณไขมันสะสมเป็นวงกว้าง |
ฉีด DCA แล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง? — เผยขั้นตอนรักษารวมถึงข้อเสียแบบตรงไปตรงมา
ขั้นตอนการดูแลรักษาค่อนข้างกระชับรวดเร็วค่ะ
จะเป็นการดีไซน์จุดฉีดแบบตารางตารางรอบๆ เหนียง
ปกติแล้วใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
อย่างไรก็ตาม อาจจะไม่ได้มีแต่ข้อข้อดีอย่างเดียวนะคะ
เพื่อให้คนไข้ได้เตรียมตัว หมออยากจะพูดถึงข้อจำกัดของ DCA แบบตรงไปตรงมาค่ะ
นั่นคือจะมีการบวมค่อนข้างชัดเจนหลังจากทำค่ะ
เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบตามธรรมชาติ
ทำให้มีอาการบวมและจับดูแล้วจะแข็งตึงๆ ประมาณ 3-7 วัน หรือยาวนานสุดได้ถึง 2 สัปดาห์ค่ะ
ช่วงวันแรกๆ เหนียงอาจจะดูหนากว่าเดิมเล็กน้อยด้วยค่ะ
บางท่านที่ไม่ได้ทราบเรื่องนี้ก่อนทำอาจจะมีตกใจไปบ้าง
คุณหมอจึงมักจะเน้นย้ำเรื่องนี้ให้กับคนไข้ฟังก่อนเสมอค่ะ
และที่สำคัญคือผลลัพธ์จะไม่ได้เห็นทันทีหลังฉีดเสร็จนะคะ
เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการขับเซลล์ที่ตายแล้วออกทางระบบน้ำเหลือง
ทำให้ปกติแล้วจะเริ่มค่อยๆ เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วง 4-8 สัปดาห์หลังทำค่ะ
แนะนำทำต่อเนื่องประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดตามเป้าหมายค่ะ
อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องยอมแลกกับอาการบวมในช่วงแรก
แต่มันเป็นโปรแกรมที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจมากสำหรับผู้ที่มีชั้นไขมันหนาจริงค่ะ
มีหลายๆ เคสเลยค่ะที่เคยทำ Ulthera ที่อื่นหลายครั้งแล้วรู้สึกไม่เห็นผล
แต่พอมาเลือกทำ DCA ไปเฉลี่ย 2-3 ครั้งกลับพึงพอใจในผลลัพธ์มากๆ
นั่นเป็นเพราะจริงๆ แล้วปัญหาหลักตั้งแต่แรกคือเรื่องของไขมันสะสม ไม่ใช่ความหย่อนคล้อยนั่นเองค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีด DCA แค่ครั้งเดียวก็เห็นผลเลยไหมคะ หรือต้องทำบ่อยๆ?
A. การทำเพียง 1 ครั้งสามารถเริ่มรู้สึกพบบ้างข้อดีขึ้นได้ค่ะ
แต่ปกติควรรับการรักษาเฉลี่ย 2-3 ครั้ง ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดูแตกต่างอย่างสวยงามน่าประทับใจค่ะ
โดยทั่วไปคุณหมอจะนัดมาตรวจดูสภาพผิวหลังทำนัดแรกประมาณ 4-6 สัปดาห์
แล้วจึงร่วมพิจารณาความจำนัดในการรับบริการครั้งถัดไปค่ะ
เนื่องจากความหนาของไขมันของแต่ละคนไม่เท่ากัน
หมอแนะนำข้อมูลเบื้องต้นได้ว่าเคสของเพื่อนๆ ควรรับบริการกี่ครั้งในรอบการปรึกษาแรกได้เลยค่ะ
Q2. กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร สามารถรับบริการฉีดได้ไหมคะ?
A. ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรนะคะ
แม้ว่าตัวกรด DCA จะเป็นสารที่พบได้เองตามธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่แล้ว
แต่เนื่องจากการดริปและการฉีดสารเติมเต็มอาจก่อให้เกิดอาการอักเสบและการทำงานเกินไปของร่างกายได้
จึงควรหลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ประเภทนี้ไปก่อนในช่วงนี้นะคะเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
Q3. การฉีดเหนียงเจ็บมากไหมคะ?
A. คำตอบเรื่องนี้อาจจะวัดยากเป็นตัวเลขเป๊ะๆ นะคะ
เพราะระดับความรู้สึกแต่ละคนอาจจะไวสัมผัสแตกต่างกันออกไปค่ะ
แต่เสียงตอบรับส่วนใหญ่จะระบุตรงกันว่า ไม่ได้เจ็บตอนเข็มลงผิวตอนจิ้มขนาดนั้น
แต่จะรู้สึกอุ่นๆ ร้อนๆ ใต้ผิวเมื่อตัวยา DCA กระจายตัวสลายไขมันใต้ผิวมากกว่าค่ะ
ทางคลินิกของเรามีนวัตกรรมการใส่ยาชาเฉพาะจุดให้ก่อนลงมือทำค่ะ
ทำให้ระหว่างเข้ารับการทำจริง คนไข้จะค่อนข้างรู้สึกสบายและกังวลน้อยลงค่ะ
หลังจากทำไปแล้ว 2-3 วันอาจรู้สึกเมื่อยระบบหรือตึงบริเวณเหนียงได้บ้างเล็กน้อยค่ะ
หากมีข้อสงสัยอันใดเพิ่มเติม สามารถทัก KakaoTalk หรือติดต่อมาที่คลินิกได้สบายๆ เลยนะคะ
แนะนำแนวทางการดูแลตัวเองสุขภาพผิวที่ดี หมอวี ยองจิน ครับ
▶ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
ฉีดเมโสแฟตลดเหนียง (DCA) พอน้ำหนักลดแล้วจะกลับมาอ้วนอีกไหมนะ?
💡 เช็กก่อนอ่านสักนิดเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะคะ
Q. ฉีด DCA แล้วพอน้ำหนักขึ้น เหนียงจะกลับมาเหมือนเดิมไหมคะ?
A. ไม่ค่ะ! เพราะ DCA จะเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันโดยตรง ทำให้เซลล์นั้นหายไปถาวรและไม่สร้างขึ้นใหม่ ต่อให้น้ำหนักขึ้น บริเวณที่ไม่มีเซลล์ไขมันแล้วก็จะไม่อ้วนขึ้นค่ะ
Q. ฉีดเมโสแฟตลดเหนียง ได้ผลจริงไหมคะ?
A. ได้ผลจริงค่ะ! แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเหนียงของแต่ละคนด้วยนะคะ เหมาะมากๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่มีชั้นไขมันหนาพอสมควรค่ะ
📌 คีย์เวิร์ดสำคัญของบทความนี้
เมโสแฟตลดเหนียง DCA จะเข้าไปทำลายและขับเซลล์ไขมันออกจากร่างกาย จึงช่วยสลายไขมันได้อย่างถาวร ต่อให้น้ำหนักขึ้น บริเวณนั้นก็จะไม่กลับมาอ้วนอีกค่ะ
เพราะไม่มีเซลล์ไขมันหลงเหลืออยู่แล้วนั่นเอง

ทำไมเมโสแฟตถึงต่างจากการไดเอท? — เพราะมันคือการ 'กำจัด' เซลล์ ไม่ใช่แค่ 'ลดขนาด'
หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ว่า
เวลาเราไดเอท น้ำหนักลดลง ไขมันก็จะหายไปด้วยจริงไหมคะ?
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ลดลงจากการไดเอท
คือ 'น้ำมัน/ไขมัน' ที่สะสมอยู่ภายในเซลล์ไขมันต่างหากค่ะ
ไม่ใช่ตัวเซลล์ไขมันที่หายไป
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองนึกภาพแบบนี้ดูนะคะ
เหมือนลูกโป่งที่ปล่อยลมออกค่ะ
ตัวลูกโป่งยังคงอยู่เหมือนเดิม แค่แฟบลงเท่านั้น
ดังนั้น พอเรากลับมากินเยอะอีกครั้ง
ลมก็จะกลับเข้าไปในลูกโป่งใบเดิมจนพองโตอีกรอบ
แต่สำหรับ DCA นั้นแตกต่างออกไปค่ะ
มันทำงานโดยการเข้าไปทำให้ลูกโป่งระเบิดและสลายหายไปเลยค่ะ
DCA (Deoxycholic acid) หรือกรดดีออกซีโคลิก
จริงๆ แล้วเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในน้ำดีในร่างกายของเรานี่เองค่ะ
ซึ่งมีคุณสมบัติในการเข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยเฉพาะ
เมื่อเราฉีดตัวนี้ลงไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณเหนียง
ผนังเซลล์จะถูกละลายจนเซลล์ไขมันแตกตัวออก
จากนั้นสิ่งตกค้างก็จะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางระบบน้ำเหลืองนั่นเองค่ะ
เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดไปแล้วครั้งหนึ่ง จะไม่มีวันสร้างขึ้นมาใหม่ค่ะ
เพราะเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ จำนวนเซลล์ไขมันในร่างกายค่อนข้างจะคงที่แล้ว
ดังนั้น ต่อให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นบ้าง
แต่บริเวณที่เคยกำจัดเซลล์ไขมันออกไปด้วย DCA ไปแล้ว
ก็จะไม่มีเซลล์คอยเก็บไขมัน ทำให้บริเวณนั้นอ้วนขึ้นได้ยากกว่าส่วนอื่นค่ะ
นี่ไม่ใช่แค่คำโฆษณาชวนเชื่อนะคะ
แต่เป็นหลักการพื้นฐานทางชีววิทยาของเซลล์ไขมันเลยค่ะ
ตอนที่หมอเริ่มเรียนรู้วิธีการรักษานี้ครั้งแรก
หมอก็ยังรู้สึกว่ามันน่าทึ่งและน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ
👨⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
DCA ทำงานด้วยระบบการเข้าไปสลายทำลายและขับเซลล์ไขมันออกจากร่างกายโดยตรง
การไดเอทหรือการออกกำลังกายคือการลดขนาดไขมันในเซลล์ให้เล็กลง ส่วน DCA คือการกำจัดตัวเซลล์ทิ้งไปเลย ซึ่งเป็นหลักการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วจะไม่สามารถสร้างใหม่ได้ ดังนั้นกลไกการคงอยู่ของผลลัพธ์จึงแตกต่างจากการทำหัตถการอื่นๆ อย่างสิ้นเชิงค่ะ
แล้วหัตถการนี้เหมาะกับใครกันบ้างนะ? — แยกแยะให้เห็นตามประเภทตามนี้เลยค่ะ
พูดกันตามตรงเลยนะคะ
DCA ไม่ได้ตอบโจทย์กับปัญหาเหนียงของทุกคนเสมอไปค่ะ
เราต้องวิเคราะห์ก่อนว่าปัญหาเหนียงของเราเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งหลักๆ แยกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้ค่ะ
① มีเหนียงเพราะไขมันเยอะ
→ เคสแบบนี้ DCA จะทำงานได้ดีที่สุดและเห็นผลชัดเจนที่สุดค่ะ เพราะเมื่อมีไขมันสะสมหนาๆ การเข้าไปทำลายเซลล์โดยตรงจะช่วยให้เหนียงลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ
② เหนียงหย่อนคล้อยจากปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น
→ สำหรับเคสนี้ การทำ DCA เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอค่ะ เพราะถึงแม้ไขมันจะสลายไป แต่ผิวหนังที่หย่อนคล้อยก็ไม่ได้ยกกระชับตามขึ้นมาเอง ดังนั้นจึงควรทำควบคู่ไปกับการหยอดโปรแกรมยกกระชับอย่าง Ulthera หรือ Thermage จะดีที่สุดค่ะ
③ ปัญหาด้านโครงสร้างกล้ามเนื้อคอหรือกระดูกโครงหน้า
→ วิธีนี้จะไม่สามารถแก้ด้วย DCA ได้ค่ะ สำหรับเคสนี้จำเป็นต้องใช้แนวทางการรักษาแบบอื่นแทนค่ะ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ นะคะ
การประเมินว่าเหนียงเกิดจากไขมันส่วนเกิน หรือเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวกันแน่
เป็นเรื่องยากที่จะวิเคราะห์ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ได้ตรวจด้วยตัวเองค่ะ
เบื้องต้นถ้าเพื่อนๆ จับแล้วรู้สึกนิ่มๆ ย่นๆ มักจะเป็นไขมัน แต่ถ้าผิวห้อยๆ ดูเหี่ยวๆ มักจะเป็นเรื่องของความหยื่นหยุ่นค่ะ
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้มาตรวจประเมินอย่างละเอียดตอนปรึกษาคุณหมอที่คลินิกจะดีที่สุดค่ะ
ถึงแม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส
แต่สิ่งที่คุณหมอจะเช็กอย่างละเอียดในการประเมินครั้งแรกเสมอ
ก็คือความหนาของชั้นไขมันใต้คางและสภาพความยืดหยุ่นของผิวค่ะ
เพราะเราต้องพิจารณาทั้งสองส่วนนี้ร่วมกัน ถึงจะเลือกโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมที่สุดได้ค่ะ

ประเภท | เมโสแฟต DCA | Ulthera / Thermage | การดูดไขมัน (Liposuction) |
|---|---|---|---|
หลักการทำงาน | สลายเซลล์ไขมันและขับออกทางธรรมชาติ | ส่งพลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อการยกกระชับ | ดูดไขมันออกเหนียงโดยตรงด้วยเครื่องมือแพทย์ |
การกำจัดเซลล์ไขมันอย่างถาวร | ✅ กำจัดถาวร | ❌ ไม่ได้กำจัดเซลล์ | ✅ กำจัดถาวร |
การกระชับผิวพรรณ | △ เห็นผลจำกัดหากทำเดี่ยวๆ | ✅ จุดเด่นหลัก | ❌ ผิวไม่กระชับขึ้น |
วิธีการทำ | ใช้วิธีฉีด (ไม่ต้องผ่าตัด) | ใช้คลื่นอัลตราซาวด์/คลื่นวิทยุ (ไม่ต้องผ่าตัด) | การผ่าตัดเล็ก |
ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) | มีอาการบวมเล็กน้อย 3-7 วัน | แทบไม่ต้องพักฟื้น | พักฟื้น 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป |
ผู้ที่เหมาะสมเหมาะกับโปรแกรมนี้ | ผู้ที่มีชั้นไขมันใต้คางค่อนข้างหนา | ผู้ที่มีริ้วรอยและความหย่อนคล้อย | ผู้ที่มีปริมาณไขมันสะสมเป็นวงกว้าง |
ฉีด DCA แล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง? — เผยขั้นตอนรักษารวมถึงข้อเสียแบบตรงไปตรงมา
ขั้นตอนการดูแลรักษาค่อนข้างกระชับรวดเร็วค่ะ
จะเป็นการดีไซน์จุดฉีดแบบตารางตารางรอบๆ เหนียง
ปกติแล้วใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
อย่างไรก็ตาม อาจจะไม่ได้มีแต่ข้อข้อดีอย่างเดียวนะคะ
เพื่อให้คนไข้ได้เตรียมตัว หมออยากจะพูดถึงข้อจำกัดของ DCA แบบตรงไปตรงมาค่ะ
นั่นคือจะมีการบวมค่อนข้างชัดเจนหลังจากทำค่ะ
เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบตามธรรมชาติ
ทำให้มีอาการบวมและจับดูแล้วจะแข็งตึงๆ ประมาณ 3-7 วัน หรือยาวนานสุดได้ถึง 2 สัปดาห์ค่ะ
ช่วงวันแรกๆ เหนียงอาจจะดูหนากว่าเดิมเล็กน้อยด้วยค่ะ
บางท่านที่ไม่ได้ทราบเรื่องนี้ก่อนทำอาจจะมีตกใจไปบ้าง
คุณหมอจึงมักจะเน้นย้ำเรื่องนี้ให้กับคนไข้ฟังก่อนเสมอค่ะ
และที่สำคัญคือผลลัพธ์จะไม่ได้เห็นทันทีหลังฉีดเสร็จนะคะ
เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการขับเซลล์ที่ตายแล้วออกทางระบบน้ำเหลือง
ทำให้ปกติแล้วจะเริ่มค่อยๆ เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วง 4-8 สัปดาห์หลังทำค่ะ
แนะนำทำต่อเนื่องประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดตามเป้าหมายค่ะ
อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องยอมแลกกับอาการบวมในช่วงแรก
แต่มันเป็นโปรแกรมที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจมากสำหรับผู้ที่มีชั้นไขมันหนาจริงค่ะ
มีหลายๆ เคสเลยค่ะที่เคยทำ Ulthera ที่อื่นหลายครั้งแล้วรู้สึกไม่เห็นผล
แต่พอมาเลือกทำ DCA ไปเฉลี่ย 2-3 ครั้งกลับพึงพอใจในผลลัพธ์มากๆ
นั่นเป็นเพราะจริงๆ แล้วปัญหาหลักตั้งแต่แรกคือเรื่องของไขมันสะสม ไม่ใช่ความหย่อนคล้อยนั่นเองค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีด DCA แค่ครั้งเดียวก็เห็นผลเลยไหมคะ หรือต้องทำบ่อยๆ?
A. การทำเพียง 1 ครั้งสามารถเริ่มรู้สึกพบบ้างข้อดีขึ้นได้ค่ะ
แต่ปกติควรรับการรักษาเฉลี่ย 2-3 ครั้ง ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดูแตกต่างอย่างสวยงามน่าประทับใจค่ะ
โดยทั่วไปคุณหมอจะนัดมาตรวจดูสภาพผิวหลังทำนัดแรกประมาณ 4-6 สัปดาห์
แล้วจึงร่วมพิจารณาความจำนัดในการรับบริการครั้งถัดไปค่ะ
เนื่องจากความหนาของไขมันของแต่ละคนไม่เท่ากัน
หมอแนะนำข้อมูลเบื้องต้นได้ว่าเคสของเพื่อนๆ ควรรับบริการกี่ครั้งในรอบการปรึกษาแรกได้เลยค่ะ
Q2. กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร สามารถรับบริการฉีดได้ไหมคะ?
A. ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรนะคะ
แม้ว่าตัวกรด DCA จะเป็นสารที่พบได้เองตามธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่แล้ว
แต่เนื่องจากการดริปและการฉีดสารเติมเต็มอาจก่อให้เกิดอาการอักเสบและการทำงานเกินไปของร่างกายได้
จึงควรหลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ประเภทนี้ไปก่อนในช่วงนี้นะคะเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
Q3. การฉีดเหนียงเจ็บมากไหมคะ?
A. คำตอบเรื่องนี้อาจจะวัดยากเป็นตัวเลขเป๊ะๆ นะคะ
เพราะระดับความรู้สึกแต่ละคนอาจจะไวสัมผัสแตกต่างกันออกไปค่ะ
แต่เสียงตอบรับส่วนใหญ่จะระบุตรงกันว่า ไม่ได้เจ็บตอนเข็มลงผิวตอนจิ้มขนาดนั้น
แต่จะรู้สึกอุ่นๆ ร้อนๆ ใต้ผิวเมื่อตัวยา DCA กระจายตัวสลายไขมันใต้ผิวมากกว่าค่ะ
ทางคลินิกของเรามีนวัตกรรมการใส่ยาชาเฉพาะจุดให้ก่อนลงมือทำค่ะ
ทำให้ระหว่างเข้ารับการทำจริง คนไข้จะค่อนข้างรู้สึกสบายและกังวลน้อยลงค่ะ
หลังจากทำไปแล้ว 2-3 วันอาจรู้สึกเมื่อยระบบหรือตึงบริเวณเหนียงได้บ้างเล็กน้อยค่ะ
หากมีข้อสงสัยอันใดเพิ่มเติม สามารถทัก KakaoTalk หรือติดต่อมาที่คลินิกได้สบายๆ เลยนะคะ
แนะนำแนวทางการดูแลตัวเองสุขภาพผิวที่ดี หมอวี ยองจิน ครับ
▶ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
ถ้าคุมสิวด้วยยาทาสิวทั่วไปอย่าง Cleartin แล้วยังไม่หาย ดีขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีรักษาแล้วค่ะ
Salicylic acid, ยาปฏิชีวนะ, Retinoid และ Isotretinoin มีจุดออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันนะคะ ตั้งแต่ปัญหาสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบชนิดตุ่มแดงและซีสต์ มาดูวิธีการเลือกยาทาและยารับประทานที่เหมาะกับขั้นตอนและสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ผิว
สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ
สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ผิว
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น

ผิว
สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ
"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

ผิว
ยาฉีดสิวอักเสบ ใช้หลักการเดียวกับลดแผลรอยไหม้
ปล่อยตุ่มนูนหรือซีสต์ไว้คิดว่าจะยุบเอง? ช่วงนั้นทำลายคอลลาเจนหนังแท้ สรุปหลักการยาฉีดและข้อจำกัด

ผิว
รอยดำ รอยแดง หลุมสิว รักษาด้วยยาตัวเดียวกันไม่ได้
น้ำตาลคือเมลานิน แดงคือเส้นเลือด บุ๋มคือคอลลาเจนหาย นูนคือเกิน สรุป 4 แบบพร้อมการรักษาขั้นแรก
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1


