
Ulthera 300ช็อต เน้นโหนกแก้ม ยกกระชับจริง
Ulthera 300ช็อต เน้นโหนกแก้ม ยกกระชับจริง
Ulthera 300ช็อต เน้นโหนกแก้ม ยกกระชับจริง
Ulthera 300 ช็อต กระจายทั่วหน้าเสียเปล่า! เน้นยิงโหนกแก้ม-รอบตา ยกกระชับทั้งหน้าดีกว่า
Ulthera 300 ช็อต ยิงทั่วหน้าถึงจะเห็นผลจริงไหม?
โดย หมอวี ยองจิน (คุณหมอวี ยองจิน) ดีไซเนอร์ผิวสวย | Beautystone Clinic สาขาฮงแด
💡 เช็กด่วน! อ่านก่อนรู้ก่อน
Q. ถ้าจำกัดแค่ 300 ช็อต ยิงให้กระจายทั่วหน้าแบบเท่าๆ กัน จะไม่เห็นผลดีกว่าเหรอคะ?
A. ไม่ใช่เลยค่ะ การเน้นยิงจุดสำคัญอย่างบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนกว่าการกระจายช็อตไปทั่วใบหน้าอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
Q. ยิ่งจำนวนช็อตเยอะๆ แปลว่าต้องดีกว่าเสมอไปไหมคะ?
A. ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรา 'ยิงตรงจุดไหน' ต่างหาก
📌 ไฮไลท์สำคัญของบทความนี้
สำหรับ Ulthera 300 ช็อต แทนที่จะกระจายไปทั่วหน้า แนะนำให้เน้นเฉพาะจุดอย่างโหนกแก้มและรอบดวงตาค่ะ เพราะการหดกระชับในส่วนนี้จะช่วยดึงให้ใบหน้าโดยรวมทั้งหมดยกกระชับตามไปด้วยนั่นเอง

การยิง 300 ช็อตกระจายทั่วหน้า อาจทำให้ผลลัพธ์ 'จางหาย' ไปโดยเปล่าประโยชน์
"300 ช็อตนี่ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
ใช่ค่ะ จริงๆ แล้ว 300 ช็อตไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลยนะคะ
แต่มีจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณห้ามมองข้ามค่ะ
ถ้าเราแบ่ง 300 ช็อต ยิงกระจายไปทั่วใบหน้า ทั้งหน้าผาก, แก้ม, กรอบหน้า และคอ
พลังงานที่ส่งลงไปในแต่ละจุดจะเจือจางและบางเบาเกินไปค่ะ
เหมือนตั้งใจยิงไปเยอะมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับรู้สึกแค่ "เอ๊ะ... หน้าเปลี่ยนไปบ้างหรือยังนะ?"
นี่แหละค่ะคือเหตุผลหลักว่าทำไมบางคนทำแล้วรู้สึกเฉยๆ
ถ้าให้หมอแนะนำตรงๆ เลยนะคะ
สำหรับเคสที่คนไข้เลือกทำ Ulthera 300 ช็อต
หมอจะใช้เทคนิคเน้นยิงอัดไปที่บริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาเป็นหลักค่ะ
เพราะสองบริเวณนี้เปรียบเสมือน 'จุดยึดโครงสร้างผิว (Anchor Points)' ของใบหน้าค่ะ
เข้าใจง่ายๆ ก็คือเปรียบเสมือนเสาหลักของบ้านนั่นเอง

เมื่อเสาหลักเหล่านี้ได้รับการกระตุ้นจนหดกระชับและแข็งแรงขึ้น
เนื้อแก้ม ร่องน้ำหมาก และใต้ตาที่เคยหย่อนคล้อย ก็จะถูกดึงรั้งยกกระชับตามขึ้นไปข้างบนด้วย
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงแม้เราจะไม่ต้องยิงทั่วหน้า
แต่ใบหน้าโดยรวมกลับดูยกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ค่ะ
สำหรับการทำ Ulthera สิ่งสำคัญไม่ใช่คำว่า 'เยอะ'
แต่เรื่องของ 'จุดที่ยิง' ต่างหากที่จะไขความลับผลลัพธ์ให้ออกมาปังที่สุด
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
Ulthera 300 ช็อต หากเน้นยิงจุดสำคัญบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา
จะให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นชัดเจนและดีกว่าการยิงกระจายทั่วหน้ามากครับ
เพราะเมื่อบริเวณหลักทั้งสองนี้หดกระชับขึ้น เนื้อเยื่อรอบข้างก็จะถูกดึงยกขึ้นตามธรรมชาติ
ดังนั้น ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับจุดที่ยิง มากกว่าแค่จำนวนช็อตครับ
แล้วใครบ้างที่เหมาะกับ 'สูตรสแกน 300 ช็อตเน้นเฉพาะจุด' นี้?
อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ทุกคนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ
จากประสบการณ์ในห้องตรวจของหมอ คนไข้ที่หมอจะแนะนำสูตรเน้นยิงเฉพาะจุด 300 ช็อตนี้
ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเหล่านี้ค่ะ
กลุ่มแรก:
ผู้ที่เพิ่งเคยทำ Ulthera เป็นครั้งแรก
ครั้งแรกหมอแนะนำให้เน้นกระตุ้นจุดสำคัญๆ ก่อน เพื่อดูว่าผิวของเราตอบสนองต่อเทคโนโลยีนี้อย่างไรบ้างค่ะ
กลุ่มที่สอง:
ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหย่อนคล้อย แก้มล่างห้อยคล้อยใต้โหนกแก้ม
คนไข้กลุ่มนี้แค่เน้นกระตุ้นตรงบริเวณโหนกแก้ม
ก็สามารถสยบปัญหาร่องแก้มลึกพร้อมเติมเต็มความกระชับแก้มไปได้พร้อมๆ กันเลยค่ะ
มีคนไข้หลายคนที่เคยบ่นว่าไปทำมาเป็นสิบครั้งจากที่อื่นแล้วไม่เห็นผล
แต่พอหมอปรับมาใช้สูตรยิงแบบนี้ แค่ 2-3 ครั้ง ก็กลับมาบอกว่าแฮปปี้และพอใจกับผลลัพธ์มากๆ ค่ะ
กลุ่มที่สาม:
ผู้ที่ทำเพื่อการดูแลคงสภาพผิว (Maintenance) เป็นประจำ
หากใบหน้าโดยรวมได้รับการยกกระชับมาดีในระดับหนึ่งแล้ว
การคอยเติมพลังงานเฉพาะจุดสำคัญๆ จะช่วยยืดอายุความเป๊ะ
แถมยังคุ้มค่าและประหยัดงบในกระเป๋าได้เยอะเลยค่ะ
แต่สูตรนี้ไม่ได้แปลว่าจะดีกับทุกเคสเสมอนะคะ
มีหนึ่งเรื่องที่หมออยากแชร์ให้ฟังตรงๆ ก็คือ
สำหรับเคสที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอหรือหน้าผากค่อนข้างเยอะ
หรือผิวขาดความยืดหยุ่นในระดับที่เท่ากันทั้งหน้า การใช้สูตร 300 ช็อตเน้นเฉพาะจุดอาจจะยังเห็นผลได้ไม่สุดค่ะ
ในกรณีน้ัน หมอแนะนำให้เพิ่มจำนวนช็อต หรือทำควบคู่ไปกับหัตถการยกกระชับอื่นๆ จะตอบโจทย์กว่าค่ะ
เพราะผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
สิ่งที่หมอคอยตรวจสอบให้คนไข้เป็นอันดับแรกในตอนปรึกษาเสมอก็คือ
'ตำแหน่ง' และ 'ระดับความลึก' ของความหย่อนคล้อยครับ
เพราะเมื่อเราประเมินโครงสร้างผิวได้อย่างแม่นยำแล้ว ถึงจะดีไซน์พิกัดการยิง 300 ช็อตให้ออกมาดีที่สุดได้นั่นเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. หลังทำ Ulthera 300 ช็อต จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่คะ?
A. ทันทีหลังทำอาจจะยังเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนมากนักนะครับ
โดยปกติจะเริ่มสังเกตเห็นการยกกระชับของผิวหน้าได้ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ถึง 8
ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาครับ
และจะเห็นผลลัพธ์สวยเป๊ะที่สุดเต็มที่ในช่วงเดือนที่ 3 ถึง 6
หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อยๆ คงอยู่ได้ยาวนาน แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุกๆ 1-2 ปีเพื่อบล็อกความอ่อนเยาว์ไว้ครับ
ซึ่งเทคนิคเน้นยิงบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา จะรู้สึกว่าหน้ายกกระชับได้ทันใจเร็วกว่าแบบยิงกระจายทั่วหน้าครับ
Q2. ถ้าเพิ่มเป็น 600 หรือ 800 ช็อต จะเห็นผลดีขึ้นกว่า 300 ช็อตไหมคะ?
A. การเพิ่มจำนวนช็อตไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะทวีคูณเพิ่มขึ้นตามเสมอไปครับ
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนช็อตเยอะๆ
แต่อยู่ที่การยิงให้ถูกจุดและส่งพลังงานลงไปในระดับความลึกผิวที่พอดีต่างหากครับ
นอกจากนี้การยิงช็อตเยอะเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้ผิวระคายเคืองหรือมีผลข้างเคียงได้ง่ายขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดและระมัดระวังเป็นเคสๆ ไปครับ
หากสาวๆ หรือเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทักสอบถามคุยกับหมอได้ง่ายๆ ทาง KakaoTalk หรือโทรเข้าคลินิกได้เลยนะครับ
แล้วพบกันที่เกาหลีครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
Ulthera 300 ช็อต ยิงทั่วหน้าถึงจะเห็นผลจริงไหม?
โดย หมอวี ยองจิน (คุณหมอวี ยองจิน) ดีไซเนอร์ผิวสวย | Beautystone Clinic สาขาฮงแด
💡 เช็กด่วน! อ่านก่อนรู้ก่อน
Q. ถ้าจำกัดแค่ 300 ช็อต ยิงให้กระจายทั่วหน้าแบบเท่าๆ กัน จะไม่เห็นผลดีกว่าเหรอคะ?
A. ไม่ใช่เลยค่ะ การเน้นยิงจุดสำคัญอย่างบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนกว่าการกระจายช็อตไปทั่วใบหน้าอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
Q. ยิ่งจำนวนช็อตเยอะๆ แปลว่าต้องดีกว่าเสมอไปไหมคะ?
A. ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรา 'ยิงตรงจุดไหน' ต่างหาก
📌 ไฮไลท์สำคัญของบทความนี้
สำหรับ Ulthera 300 ช็อต แทนที่จะกระจายไปทั่วหน้า แนะนำให้เน้นเฉพาะจุดอย่างโหนกแก้มและรอบดวงตาค่ะ เพราะการหดกระชับในส่วนนี้จะช่วยดึงให้ใบหน้าโดยรวมทั้งหมดยกกระชับตามไปด้วยนั่นเอง

การยิง 300 ช็อตกระจายทั่วหน้า อาจทำให้ผลลัพธ์ 'จางหาย' ไปโดยเปล่าประโยชน์
"300 ช็อตนี่ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
ใช่ค่ะ จริงๆ แล้ว 300 ช็อตไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลยนะคะ
แต่มีจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณห้ามมองข้ามค่ะ
ถ้าเราแบ่ง 300 ช็อต ยิงกระจายไปทั่วใบหน้า ทั้งหน้าผาก, แก้ม, กรอบหน้า และคอ
พลังงานที่ส่งลงไปในแต่ละจุดจะเจือจางและบางเบาเกินไปค่ะ
เหมือนตั้งใจยิงไปเยอะมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับรู้สึกแค่ "เอ๊ะ... หน้าเปลี่ยนไปบ้างหรือยังนะ?"
นี่แหละค่ะคือเหตุผลหลักว่าทำไมบางคนทำแล้วรู้สึกเฉยๆ
ถ้าให้หมอแนะนำตรงๆ เลยนะคะ
สำหรับเคสที่คนไข้เลือกทำ Ulthera 300 ช็อต
หมอจะใช้เทคนิคเน้นยิงอัดไปที่บริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาเป็นหลักค่ะ
เพราะสองบริเวณนี้เปรียบเสมือน 'จุดยึดโครงสร้างผิว (Anchor Points)' ของใบหน้าค่ะ
เข้าใจง่ายๆ ก็คือเปรียบเสมือนเสาหลักของบ้านนั่นเอง

เมื่อเสาหลักเหล่านี้ได้รับการกระตุ้นจนหดกระชับและแข็งแรงขึ้น
เนื้อแก้ม ร่องน้ำหมาก และใต้ตาที่เคยหย่อนคล้อย ก็จะถูกดึงรั้งยกกระชับตามขึ้นไปข้างบนด้วย
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงแม้เราจะไม่ต้องยิงทั่วหน้า
แต่ใบหน้าโดยรวมกลับดูยกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ค่ะ
สำหรับการทำ Ulthera สิ่งสำคัญไม่ใช่คำว่า 'เยอะ'
แต่เรื่องของ 'จุดที่ยิง' ต่างหากที่จะไขความลับผลลัพธ์ให้ออกมาปังที่สุด
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
Ulthera 300 ช็อต หากเน้นยิงจุดสำคัญบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา
จะให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นชัดเจนและดีกว่าการยิงกระจายทั่วหน้ามากครับ
เพราะเมื่อบริเวณหลักทั้งสองนี้หดกระชับขึ้น เนื้อเยื่อรอบข้างก็จะถูกดึงยกขึ้นตามธรรมชาติ
ดังนั้น ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับจุดที่ยิง มากกว่าแค่จำนวนช็อตครับ
แล้วใครบ้างที่เหมาะกับ 'สูตรสแกน 300 ช็อตเน้นเฉพาะจุด' นี้?
อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ทุกคนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ
จากประสบการณ์ในห้องตรวจของหมอ คนไข้ที่หมอจะแนะนำสูตรเน้นยิงเฉพาะจุด 300 ช็อตนี้
ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเหล่านี้ค่ะ
กลุ่มแรก:
ผู้ที่เพิ่งเคยทำ Ulthera เป็นครั้งแรก
ครั้งแรกหมอแนะนำให้เน้นกระตุ้นจุดสำคัญๆ ก่อน เพื่อดูว่าผิวของเราตอบสนองต่อเทคโนโลยีนี้อย่างไรบ้างค่ะ
กลุ่มที่สอง:
ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหย่อนคล้อย แก้มล่างห้อยคล้อยใต้โหนกแก้ม
คนไข้กลุ่มนี้แค่เน้นกระตุ้นตรงบริเวณโหนกแก้ม
ก็สามารถสยบปัญหาร่องแก้มลึกพร้อมเติมเต็มความกระชับแก้มไปได้พร้อมๆ กันเลยค่ะ
มีคนไข้หลายคนที่เคยบ่นว่าไปทำมาเป็นสิบครั้งจากที่อื่นแล้วไม่เห็นผล
แต่พอหมอปรับมาใช้สูตรยิงแบบนี้ แค่ 2-3 ครั้ง ก็กลับมาบอกว่าแฮปปี้และพอใจกับผลลัพธ์มากๆ ค่ะ
กลุ่มที่สาม:
ผู้ที่ทำเพื่อการดูแลคงสภาพผิว (Maintenance) เป็นประจำ
หากใบหน้าโดยรวมได้รับการยกกระชับมาดีในระดับหนึ่งแล้ว
การคอยเติมพลังงานเฉพาะจุดสำคัญๆ จะช่วยยืดอายุความเป๊ะ
แถมยังคุ้มค่าและประหยัดงบในกระเป๋าได้เยอะเลยค่ะ
แต่สูตรนี้ไม่ได้แปลว่าจะดีกับทุกเคสเสมอนะคะ
มีหนึ่งเรื่องที่หมออยากแชร์ให้ฟังตรงๆ ก็คือ
สำหรับเคสที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอหรือหน้าผากค่อนข้างเยอะ
หรือผิวขาดความยืดหยุ่นในระดับที่เท่ากันทั้งหน้า การใช้สูตร 300 ช็อตเน้นเฉพาะจุดอาจจะยังเห็นผลได้ไม่สุดค่ะ
ในกรณีน้ัน หมอแนะนำให้เพิ่มจำนวนช็อต หรือทำควบคู่ไปกับหัตถการยกกระชับอื่นๆ จะตอบโจทย์กว่าค่ะ
เพราะผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
สิ่งที่หมอคอยตรวจสอบให้คนไข้เป็นอันดับแรกในตอนปรึกษาเสมอก็คือ
'ตำแหน่ง' และ 'ระดับความลึก' ของความหย่อนคล้อยครับ
เพราะเมื่อเราประเมินโครงสร้างผิวได้อย่างแม่นยำแล้ว ถึงจะดีไซน์พิกัดการยิง 300 ช็อตให้ออกมาดีที่สุดได้นั่นเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. หลังทำ Ulthera 300 ช็อต จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่คะ?
A. ทันทีหลังทำอาจจะยังเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนมากนักนะครับ
โดยปกติจะเริ่มสังเกตเห็นการยกกระชับของผิวหน้าได้ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ถึง 8
ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาครับ
และจะเห็นผลลัพธ์สวยเป๊ะที่สุดเต็มที่ในช่วงเดือนที่ 3 ถึง 6
หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อยๆ คงอยู่ได้ยาวนาน แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุกๆ 1-2 ปีเพื่อบล็อกความอ่อนเยาว์ไว้ครับ
ซึ่งเทคนิคเน้นยิงบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา จะรู้สึกว่าหน้ายกกระชับได้ทันใจเร็วกว่าแบบยิงกระจายทั่วหน้าครับ
Q2. ถ้าเพิ่มเป็น 600 หรือ 800 ช็อต จะเห็นผลดีขึ้นกว่า 300 ช็อตไหมคะ?
A. การเพิ่มจำนวนช็อตไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะทวีคูณเพิ่มขึ้นตามเสมอไปครับ
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนช็อตเยอะๆ
แต่อยู่ที่การยิงให้ถูกจุดและส่งพลังงานลงไปในระดับความลึกผิวที่พอดีต่างหากครับ
นอกจากนี้การยิงช็อตเยอะเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้ผิวระคายเคืองหรือมีผลข้างเคียงได้ง่ายขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดและระมัดระวังเป็นเคสๆ ไปครับ
หากสาวๆ หรือเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทักสอบถามคุยกับหมอได้ง่ายๆ ทาง KakaoTalk หรือโทรเข้าคลินิกได้เลยนะครับ
แล้วพบกันที่เกาหลีครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
เม็ดเล็กที่คิดว่าสิวอุดตัน อาจเป็นรูขุมขนอักเสบ
สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ผิว
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น

ผิว
สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ
"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

ผิว
ยาฉีดสิวอักเสบ ใช้หลักการเดียวกับลดแผลรอยไหม้
ปล่อยตุ่มนูนหรือซีสต์ไว้คิดว่าจะยุบเอง? ช่วงนั้นทำลายคอลลาเจนหนังแท้ สรุปหลักการยาฉีดและข้อจำกัด

ผิว
รอยดำ รอยแดง หลุมสิว รักษาด้วยยาตัวเดียวกันไม่ได้
น้ำตาลคือเมลานิน แดงคือเส้นเลือด บุ๋มคือคอลลาเจนหาย นูนคือเกิน สรุป 4 แบบพร้อมการรักษาขั้นแรก

โครงหน้า&วอลลุ่ม
กล้ามหน้าผากไม่ได้แค่สร้างริ้วรอย ยังช่วยลืมตา
ทำไมฉีดเท่ากันที่เดียวกันแต่ผลต่างกัน? 2 บทบาทกล้ามเนื้อหน้าผาก รอยย่น + ลืมตา และสัมพันธ์กับมัดอื่น
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1






![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
