เคลียร์ 4 เข้าใจผิดวัย 40 ที่ทำลิฟติ้งครั้งแรก เลือก HIFU กับคลื่นวิทยุตามสภาพผิว ให้เสียใจน้อยสุด
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เมื่อเข้าสู่วัย 40 เส้นแก้มเริ่มไม่ชัดเจนและแนวกรามก็ไม่เหมือนเดิม หลายคนจึงเริ่มมองหาการทำลิฟติ้งครั้งแรก แต่พอเจอชื่อ HIFU กับคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ซ้ำๆ ก็รู้สึกงงว่าควรเลือกอะไรก่อนดี ทั้งสองต่างก็เรียกว่า "ลิฟติ้ง" เหมือนกัน จึงชวนให้คิดว่าเป็นสิ่งเดียวกันหรือเปล่า แต่พอได้ยินว่าความรู้สึกและราคาต่างกัน ก็ยิ่งสับสนมากขึ้น
ตอบแบบสั้นๆ ก่อนว่า HIFU และคลื่นความถี่วิทยุมีความลึกและวิธีการส่งพลังงานความร้อนที่ต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจาก "อะไรดีกว่า" แต่ควรเลือกจากว่าผิวของเราต้องการอะไรก่อน ผิววัย 40 ที่เริ่มมีอาการหย่อนคล้อย การเลือกจะขึ้นอยู่กับว่าชั้นไหนหย่อนคล้อยมากกว่ากัน และบางกรณีก็ใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน
บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลหัตถการจากบิวตี้สโตน ฮับจอง
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้
รู้ว่า HIFU และคลื่นความถี่วิทยุออกฤทธิ์ในความลึกที่ต่างกันอย่างไร
เข้าใจความแตกต่างของความรู้สึกขณะทำ ดาวน์ไทม์ และการฟื้นตัว
รู้ว่าควรเลือกแบบไหนก่อนตามสภาพผิววัย 40
รู้กรณีที่ควรทำทั้งสองแบบร่วมกัน
HIFU และคลื่นความถี่วิทยุออกฤทธิ์ในความลึกที่ต่างกันอย่างไร
HIFU* คือการรวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังจุดเดียว เพื่อส่งความร้อนอย่างแม่นยำลงไปถึงชั้นลึกของผิวหนัง โดยเฉพาะชั้น SMAS* ที่รองรับการแสดงออกทางสีหน้า ในขณะที่คลื่นความถี่วิทยุใช้พลังงานไฟฟ้าให้ความร้อนกับชั้นหนังแท้โดยรวมอย่างกว้างและสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นความกระชับ จึงมีขอบเขตและความลึกที่ครอบคลุมต่างกัน
HIFU*: เป็นการรวมคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังจุดโฟกัสเดียว เพื่อส่งความร้อนลงไปยังชั้นลึก โดยข้ามผ่านชั้นหนังกำพร้าและออกฤทธิ์เป็นจุดในความลึกที่ต้องการ
SMAS*: คือชั้นพังผืดที่รองรับการแสดงออกทางสีหน้า เมื่อชั้นนี้หย่อนคล้อย แก้มและแนวกรามจะดูตกลงมา
หากดูงานวิจัยเปรียบเทียบเนื้อเยื่อที่ระบุว่า HIFU ให้ความร้อนเข้มข้นในชั้นหนังแท้ลึก ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่มากที่สุดในบริเวณนั้น ส่วนคลื่นความถี่วิทยุออกฤทธิ์กว้างและสม่ำเสมอครอบคลุมหลายชั้น ก็จะเข้าใจชัดเจนขึ้นว่าทำไมทั้งสองแบบจึงไม่สามารถมองว่าเป็นหัตถการเดียวกันได้ พูดง่ายๆ คือ HIFU เหมือนการดึงกระชับเฉพาะจุดลึก ส่วนคลื่นความถี่วิทยุเหมือนการกระชับพื้นผิวกว้างโดยรวม


ความรู้สึก ดาวน์ไทม์ และการฟื้นตัวต่างกันอย่างไร
HIFU ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปยังชั้นลึก จึงมักรู้สึกเจ็บแปลบเป็นจุดๆ ขณะทำ ส่วนคลื่นความถี่วิทยุให้ความรู้สึกอุ่นๆ หลายคนจึงรู้สึกว่าทนได้ง่ายกว่า ด้านการฟื้นตัว ทั้งสองแบบไม่กระทบชีวิตประจำวันมากนัก แต่ลักษณะจะแตกต่างกันเล็กน้อย
รายการ | HIFU | คลื่นความถี่วิทยุ |
|---|---|---|
วิธีออกฤทธิ์ | เน้นจุดในชั้นลึก | ครอบคลุมชั้นหนังแท้อย่างกว้างและสม่ำเสมอ |
ความรู้สึกขณะทำ | รู้สึกเจ็บแปลบเป็นจุดๆ | รู้สึกอุ่นๆ |
ดาวน์ไทม์ | บวมเล็กน้อย ชาเล็กน้อย | โดยทั่วไปเบามาก |
เหมาะกับสภาพผิว | หย่อนคล้อยชัดเจน | ความกระชับลดลง ผิวไม่เรียบเนียน |
HIFU อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือชาอยู่หลายวันหลังทำ ส่วนคลื่นความถี่วิทยุมักมีเพียงรอยแดงชั่วครู่แล้วหายไป ทั้งสองแบบส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันเดียวกันหรือวันถัดไป แต่เนื่องจากระดับการระคายเคืองต่างกัน หากมีนัดสำคัญควรเผื่อเวลาสักสองสามวันเพื่อความอุ่นใจ

ผิววัย 40 แต่ละแบบควรเลือกอะไรก่อน
หากเป็นวัย 40 ต้นๆ ที่ยังไม่มีอาการหย่อนคล้อยชัดเจน แต่กังวลเรื่องความกระชับลดลงและผิวไม่เรียบเนียนเป็นหลัก การเริ่มจากคลื่นความถี่วิทยุที่กระชับชั้นหนังแท้โดยรวมก่อนจะช่วยปรับพื้นผิวได้โดยไม่หนักเกินไป ในทางกลับกัน หากแก้มหรือแนวกรามเริ่มมีอาการหย่อนคล้อยที่เห็นชัดแล้ว HIFU ที่ดึงกระชับชั้น SMAS ลึกจะช่วยได้ตรงจุดกว่า
ทั้งสองแบบมีลำดับการเห็นผลคล้ายกัน คือจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ที่คอลลาเจนเริ่มสร้างขึ้นใหม่ มากกว่าจะเห็นผลทันทีหลังทำ

แทนที่จะพยายามให้ผลลัพธ์สมบูรณ์ในครั้งเดียว การหาก่อนว่าชั้นไหนของผิวหย่อนคล้อยก่อน แล้วเริ่มจากหัตถการที่เหมาะสมและดูผลตอบสนอง จะเป็นแนวทางที่มั่นคงกว่าสำหรับการทำลิฟติ้งครั้งแรกในวัย 40

ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง
บิวตี้สโตน ฮับจองไม่ได้แนะนำให้ทำลิฟติ้งครั้งแรกด้วย "หัตถการที่แรงที่สุด" เสมอไป แต่จะแยกดูก่อนว่าชั้นไหนของผิววัย 40 หย่อนคล้อยก่อนกัน แม้จะดูเหมือนหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่ลำดับความสำคัญระหว่าง HIFU กับคลื่นความถี่วิทยุจะต่างกันไปตามว่าเป็นปัญหาความกระชับของหนังแท้หรือการหย่อนคล้อยของชั้น SMAS จึงจะตรวจดูร่วมกันตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรก ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงสามารถดูผลตอบสนองจากการทำครั้งแรกแล้วกำหนดช่วงเวลาและการผสมผสานหัตถการครั้งต่อไปร่วมกันได้

กรณีที่ควรทำทั้งสองแบบร่วมกัน
หากมีทั้งอาการหย่อนคล้อยและความกระชับลดลงพร้อมกัน การใช้ HIFU ดึงกระชับชั้นลึกร่วมกับคลื่นความถี่วิทยุที่กระชับพื้นผิวกว้าง เพื่อดูแลความลึกที่ต่างกันไปพร้อมกัน ก็อาจช่วยได้เช่นกัน
หย่อนคล้อยลึก + ผิวไม่เรียบเนียน — ใช้ HIFU ดึงกระชับชั้น SMAS และใช้คลื่นความถี่วิทยุปรับความกระชับของผิวชั้นบน
บริเวณกว้าง — บางครั้งก็แบ่งบริเวณ เช่น แก้มและแนวกรามใช้ HIFU ส่วนหน้าผากและคอใช้คลื่นความถี่วิทยุ
การเว้นระยะเวลา — ควรเว้นช่วงเวลาไม่ให้ความร้อนซ้อนทับกันในบริเวณเดียวกันเพื่อความปลอดภัย
คำนึงถึงการฟื้นตัว — แทนที่จะทำทั้งสองหัตถการรวดเดียว การแบ่งช่วงเวลาโดยดูการฟื้นตัวจะไม่หนักเกินไป
การทำร่วมกันไม่ได้ดีเสมอไป แต่จะมีความหมายก็ต่อเมื่อเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ลำดับและช่วงเวลาจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนกำหนด บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป การเลือกหัตถการที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเองควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจให้โดยตรงเพื่อความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย
Q. เริ่มทำคลื่นความถี่วิทยุไปก่อน แล้วภายหลังค่อยเปลี่ยนไปทำ HIFU ได้ไหมคะ
A. ได้ครับ การเปลี่ยนวิธีตามสภาพผิวที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องปกติครับ ช่วงแรกหากกังวลเรื่องความกระชับลดลงเป็นหลัก ก็เริ่มจากคลื่นความถี่วิทยุเพื่อปรับเนื้อผิวก่อนได้ และเมื่อเริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อยชัดเจนขึ้น ก็สามารถเปลี่ยนไปทำ HIFU ที่ดึงกระชับชั้นลึกได้ครับ ควรกำหนดช่วงเวลาตามสิ่งที่ผิวของคุณต้องการมากที่สุดในขณะนั้นครับ
Q. ทำลิฟติ้งครั้งเดียวแล้วผลลัพธ์จะอยู่ตลอดไปเลยไหมคะ
A. น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ตลอดไปครับ ทั้ง HIFU และคลื่นความถี่วิทยุโดยทั่วไปจะอยู่ได้ตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงประมาณ 1 ปี ซึ่งแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคล เนื่องจากผิวยังคงมีการเสื่อมสภาพตามวัยอย่างต่อเนื่อง การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและป้องกันแสงแดดอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นครับ
Q. ตอนปรึกษาควรถามอะไรก่อนดีคะ
A. แนะนำให้ขอให้แพทย์ตรวจสอบก่อนว่าความหย่อนคล้อยของคุณเป็นปัญหาความกระชับของชั้นหนังแท้หรือการหย่อนคล้อยของชั้น SMAS ครับ จากนั้นลองถามเรื่องความแรงที่จำเป็นในตอนนี้ ระยะเวลาในการฟื้นตัว และว่าจำเป็นต้องทำร่วมกันหรือไม่รวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้กำหนดทิศทางได้ง่ายขึ้นครับ การดูผลตอบสนองจากการทำครั้งแรกแล้วค่อยกำหนดขั้นตอนต่อไปเป็นแนวทางที่มั่นคงกว่าครับ
Q. ทำเสร็จแล้วจะเห็นผลลิฟติ้งทันทีเลยไหมคะ
A. หลังทำทันทีอาจรู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อยจากการหดตัวของความร้อน แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรากฏหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ที่คอลลาเจนเริ่มสร้างขึ้นใหม่ครับ แทนที่จะตัดสินจากรูปลักษณ์ทันทีหลังทำ ควรรอดูผลในช่วง 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือนครับ แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในครั้งเดียว ควรมองว่าเป็นกระบวนการที่ผิวค่อยๆ เรียบเนียนขึ้นจะเป็นธรรมชาติกว่าครับ
อ่านเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา InMode ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน เหนียงจุดเดียวใช้กี่หัว

กำจัดขน
ราคากำจัดขนหนวดด้วยเลเซอร์ ดูแค่ราคาต่อครั้งไม่พอ

ผิว
프락셀 효과, 각질 벗겨지고 3개월까지가 진짜 구간이에요?

ยกกระชับ
เหนียงกับกรอบหน้า ยกกระชับได้ถึงชั้นไหน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ปาก Juvederm: Volbella กับ Ultra ต่างกันยังไง

ผิว
포텐자 효과가 안 보인다고요? 콜라겐이 다시 차는 데 4~6주가 걸려요



