มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ
เมื่อเข้าสู่วัย 40 เส้นแก้มเริ่มไม่ชัดเจนและแนวกรามก็ไม่เหมือนเดิม หลายคนจึงเริ่มมองหาการทำลิฟติ้งครั้งแรก แต่พอเจอชื่อ HIFU กับคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ซ้ำๆ ก็รู้สึกงงว่าควรเลือกอะไรก่อนดี ทั้งสองต่างก็เรียกว่า "ลิฟติ้ง" เหมือนกัน จึงชวนให้คิดว่าเป็นสิ่งเดียวกันหรือเปล่า แต่พอได้ยินว่าความรู้สึกและราคาต่างกัน ก็ยิ่งสับสนมากขึ้น
ตอบแบบสั้นๆ ก่อนว่า HIFU และคลื่นความถี่วิทยุมีความลึกและวิธีการส่งพลังงานความร้อนที่ต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจาก "อะไรดีกว่า" แต่ควรเลือกจากว่าผิวของเราต้องการอะไรก่อน ผิววัย 40 ที่เริ่มมีอาการหย่อนคล้อย การเลือกจะขึ้นอยู่กับว่าชั้นไหนหย่อนคล้อยมากกว่ากัน และบางกรณีก็ใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลหัตถการจากบิวตี้สโตน ฮับจอง
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้
รู้ว่า HIFU และคลื่นความถี่วิทยุออกฤทธิ์ในความลึกที่ต่างกันอย่างไร
เข้าใจความแตกต่างของความรู้สึกขณะทำ ดาวน์ไทม์ และการฟื้นตัว
รู้ว่าควรเลือกแบบไหนก่อนตามสภาพผิววัย 40
รู้กรณีที่ควรทำทั้งสองแบบร่วมกัน
HIFU และคลื่นความถี่วิทยุออกฤทธิ์ในความลึกที่ต่างกันอย่างไร
HIFU* คือการรวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังจุดเดียว เพื่อส่งความร้อนอย่างแม่นยำลงไปถึงชั้นลึกของผิวหนัง โดยเฉพาะชั้น SMAS* ที่รองรับการแสดงออกทางสีหน้า ในขณะที่คลื่นความถี่วิทยุใช้พลังงานไฟฟ้าให้ความร้อนกับชั้นหนังแท้โดยรวมอย่างกว้างและสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นความกระชับ จึงมีขอบเขตและความลึกที่ครอบคลุมต่างกัน
HIFU*: เป็นการรวมคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังจุดโฟกัสเดียว เพื่อส่งความร้อนลงไปยังชั้นลึก โดยข้ามผ่านชั้นหนังกำพร้าและออกฤทธิ์เป็นจุดในความลึกที่ต้องการ
SMAS*: คือชั้นพังผืดที่รองรับการแสดงออกทางสีหน้า เมื่อชั้นนี้หย่อนคล้อย แก้มและแนวกรามจะดูตกลงมา
หากดูงานวิจัยเปรียบเทียบเนื้อเยื่อที่ระบุว่า HIFU ให้ความร้อนเข้มข้นในชั้นหนังแท้ลึก ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่มากที่สุดในบริเวณนั้น ส่วนคลื่นความถี่วิทยุออกฤทธิ์กว้างและสม่ำเสมอครอบคลุมหลายชั้น ก็จะเข้าใจชัดเจนขึ้นว่าทำไมทั้งสองแบบจึงไม่สามารถมองว่าเป็นหัตถการเดียวกันได้ พูดง่ายๆ คือ HIFU เหมือนการดึงกระชับเฉพาะจุดลึก ส่วนคลื่นความถี่วิทยุเหมือนการกระชับพื้นผิวกว้างโดยรวม


ความรู้สึก ดาวน์ไทม์ และการฟื้นตัวต่างกันอย่างไร
HIFU ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปยังชั้นลึก จึงมักรู้สึกเจ็บแปลบเป็นจุดๆ ขณะทำ ส่วนคลื่นความถี่วิทยุให้ความรู้สึกอุ่นๆ หลายคนจึงรู้สึกว่าทนได้ง่ายกว่า ด้านการฟื้นตัว ทั้งสองแบบไม่กระทบชีวิตประจำวันมากนัก แต่ลักษณะจะแตกต่างกันเล็กน้อย
รายการ | HIFU | คลื่นความถี่วิทยุ |
|---|---|---|
วิธีออกฤทธิ์ | เน้นจุดในชั้นลึก | ครอบคลุมชั้นหนังแท้อย่างกว้างและสม่ำเสมอ |
ความรู้สึกขณะทำ | รู้สึกเจ็บแปลบเป็นจุดๆ | รู้สึกอุ่นๆ |
ดาวน์ไทม์ | บวมเล็กน้อย ชาเล็กน้อย | โดยทั่วไปเบามาก |
เหมาะกับสภาพผิว | หย่อนคล้อยชัดเจน | ความกระชับลดลง ผิวไม่เรียบเนียน |
HIFU อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือชาอยู่หลายวันหลังทำ ส่วนคลื่นความถี่วิทยุมักมีเพียงรอยแดงชั่วครู่แล้วหายไป ทั้งสองแบบส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันเดียวกันหรือวันถัดไป แต่เนื่องจากระดับการระคายเคืองต่างกัน หากมีนัดสำคัญควรเผื่อเวลาสักสองสามวันเพื่อความอุ่นใจ

ผิววัย 40 แต่ละแบบควรเลือกอะไรก่อน
หากเป็นวัย 40 ต้นๆ ที่ยังไม่มีอาการหย่อนคล้อยชัดเจน แต่กังวลเรื่องความกระชับลดลงและผิวไม่เรียบเนียนเป็นหลัก การเริ่มจากคลื่นความถี่วิทยุที่กระชับชั้นหนังแท้โดยรวมก่อนจะช่วยปรับพื้นผิวได้โดยไม่หนักเกินไป ในทางกลับกัน หากแก้มหรือแนวกรามเริ่มมีอาการหย่อนคล้อยที่เห็นชัดแล้ว HIFU ที่ดึงกระชับชั้น SMAS ลึกจะช่วยได้ตรงจุดกว่า
ทั้งสองแบบมีลำดับการเห็นผลคล้ายกัน คือจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ที่คอลลาเจนเริ่มสร้างขึ้นใหม่ มากกว่าจะเห็นผลทันทีหลังทำ

แทนที่จะพยายามให้ผลลัพธ์สมบูรณ์ในครั้งเดียว การหาก่อนว่าชั้นไหนของผิวหย่อนคล้อยก่อน แล้วเริ่มจากหัตถการที่เหมาะสมและดูผลตอบสนอง จะเป็นแนวทางที่มั่นคงกว่าสำหรับการทำลิฟติ้งครั้งแรกในวัย 40

ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง
บิวตี้สโตน ฮับจองไม่ได้แนะนำให้ทำลิฟติ้งครั้งแรกด้วย "หัตถการที่แรงที่สุด" เสมอไป แต่จะแยกดูก่อนว่าชั้นไหนของผิววัย 40 หย่อนคล้อยก่อนกัน แม้จะดูเหมือนหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่ลำดับความสำคัญระหว่าง HIFU กับคลื่นความถี่วิทยุจะต่างกันไปตามว่าเป็นปัญหาความกระชับของหนังแท้หรือการหย่อนคล้อยของชั้น SMAS จึงจะตรวจดูร่วมกันตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรก ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงสามารถดูผลตอบสนองจากการทำครั้งแรกแล้วกำหนดช่วงเวลาและการผสมผสานหัตถการครั้งต่อไปร่วมกันได้

กรณีที่ควรทำทั้งสองแบบร่วมกัน
หากมีทั้งอาการหย่อนคล้อยและความกระชับลดลงพร้อมกัน การใช้ HIFU ดึงกระชับชั้นลึกร่วมกับคลื่นความถี่วิทยุที่กระชับพื้นผิวกว้าง เพื่อดูแลความลึกที่ต่างกันไปพร้อมกัน ก็อาจช่วยได้เช่นกัน
หย่อนคล้อยลึก + ผิวไม่เรียบเนียน — ใช้ HIFU ดึงกระชับชั้น SMAS และใช้คลื่นความถี่วิทยุปรับความกระชับของผิวชั้นบน
บริเวณกว้าง — บางครั้งก็แบ่งบริเวณ เช่น แก้มและแนวกรามใช้ HIFU ส่วนหน้าผากและคอใช้คลื่นความถี่วิทยุ
การเว้นระยะเวลา — ควรเว้นช่วงเวลาไม่ให้ความร้อนซ้อนทับกันในบริเวณเดียวกันเพื่อความปลอดภัย
คำนึงถึงการฟื้นตัว — แทนที่จะทำทั้งสองหัตถการรวดเดียว การแบ่งช่วงเวลาโดยดูการฟื้นตัวจะไม่หนักเกินไป
การทำร่วมกันไม่ได้ดีเสมอไป แต่จะมีความหมายก็ต่อเมื่อเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ลำดับและช่วงเวลาจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนกำหนด บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป การเลือกหัตถการที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเองควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจให้โดยตรงเพื่อความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย
Q. เป็นการทำลิฟติ้งครั้งแรกในวัย 40 กลัวว่า HIFU จะแรงเกินไปหรือเปล่าคะ
A. HIFU ออกฤทธิ์เป็นจุดในชั้นลึก จึงมักรู้สึกเจ็บแปลบเป็นจุดๆ แต่สามารถปรับความแรงของพลังงานและจำนวนช็อตได้ จึงเริ่มทำครั้งแรกแบบไม่หนักเกินไปได้ครับ หากยังไม่มีอาการหย่อนคล้อยแต่กังวลเรื่องความกระชับลดลงเป็นหลัก การเริ่มจากคลื่นความถี่วิทยุก่อนก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกันครับ การปรับความแรงให้เหมาะกับสภาพผิวเป็นสิ่งสำคัญครับ
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ
A. ทั้ง HIFU และคลื่นความถี่วิทยุจะเห็นผลหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ที่คอลลาเจนเริ่มสร้างขึ้นใหม่ มากกว่าจะเห็นผลทันทีหลังทำครับ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้ตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงประมาณ 1 ปีครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผิวหนังยังคงมีการเสื่อมสภาพตามวัยต่อไปเรื่อยๆ การดูแลอย่างสม่ำเสมอและป้องกันแสงแดดต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นครับ ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่จะแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคลครับ
Q. ทำ HIFU กับคลื่นความถี่วิทยุวันเดียวกันได้ไหมคะ
A. หากแบ่งบริเวณให้ชัดเจน ก็สามารถทำทั้งสองอย่างในวันเดียวกันได้ครับ แต่หากความร้อนจากทั้งสองซ้อนทับกันในบริเวณเดียวกัน การฟื้นตัวอาจช้าลงหรือระคายเคืองมากขึ้นได้ สำหรับบริเวณกว้าง มักปลอดภัยกว่าหากแบ่งบริเวณหรือเว้นช่วงเวลาครับ ควรให้แพทย์พิจารณาสภาพผิวแล้วกำหนดว่าจะทำร่วมกันหรือไม่และอย่างไรครับ
Q. ทำเสร็จแล้วจะเห็นผลลิฟติ้งทันทีเลยไหมคะ
A. หลังทำทันทีอาจรู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อยจากการหดตัวของความร้อน แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรากฏหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ที่คอลลาเจนเริ่มสร้างขึ้นใหม่ครับ แทนที่จะตัดสินจากรูปลักษณ์ทันทีหลังทำ ควรรอดูผลในช่วง 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือนครับ แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในครั้งเดียว ควรมองว่าเป็นกระบวนการที่ผิวค่อยๆ เรียบเนียนขึ้นจะเป็นธรรมชาติกว่าครับ
อ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ



