ฟิลเลอร์หน้าผากผู้ชายเหมาะกับหน้าผากแบนหรือยุบ ไม่ใช่รอยที่ขึ้นตอนเลิกคิ้ว HA อยู่ได้ราว 4–12 เดือน ดูเหตุผลที่หน้าผากต้องระวังและสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ฟิลเลอร์หน้าผากผู้ชายเหมาะกับหน้าผากที่แบน หรือยุบตรงกลางและด้านข้าง ซึ่งเป็นเรื่องของปริมาตร ถ้าสิ่งที่กังวลคือริ้วรอยแนวขวางที่ขึ้นเฉพาะตอนขยับหน้า หรือหน้าผากที่หย่อนลงมา นั่นเป็นคนละเรื่องกับการเติมฟิลเลอร์
หน้าผากยังเป็นจุดที่มีรายงานหลอดเลือดอุดตันอยู่บ่อย ถ้าเพิ่งจะทำครั้งแรก ควรรู้สัญญาณอันตรายไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มค่ะ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
หน้าผากที่ยุบหรือแบน คือแบบที่ฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะ
ระยะเวลา: HA อยู่ได้ราว 4–12 เดือน งานที่ฉีดชั้นลึกพบอยู่ได้ถึง 36 เดือน
บวมและช้ำหลังฉีด มักยุบลงภายใน 7–14 วัน
ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีออกฟ้า หรือปวดผิดปกติ ต้องรีบพบแพทย์ทันที
หน้าผากของฉันเหมาะกับการเติมฟิลเลอร์ไหม?
ลองยืนหน้ากระจก คลายสีหน้าให้นิ่ง แล้วส่องหน้าผากจากด้านข้าง ถ้าหน้านิ่งแล้วตรงกลางหน้าผากยังบุ๋มอยู่ หรือด้านข้างฝั่งขมับยุบจนหน้าผากดูแคบและแบน แบบนี้คือปริมาตรไม่พอ บริเวณที่ยุบแบ่งได้เป็นแบบตรงกลาง แบบด้านข้าง แบบผสม และแบบทั้งหน้าผาก จะเติมตรงไหนและมากแค่ไหนก็เริ่มตัดสินจากตรงนี้
กลับกัน ถ้าริ้วรอยแนวขวางลึกขึ้นเฉพาะตอนเลิกคิ้ว และจางลงเมื่อคลายหน้า ริ้วรอยนั้นมาจากการขยับของกล้ามเนื้อหน้าผาก กรณีนี้เป็นงานของโบท็อกซ์ (Botox) ที่ลดการขยับของกล้ามเนื้อ มากกว่าการเติมฟิลเลอร์ (Filler) ส่วนหน้าผากกับคิ้วที่หย่อนลงมาด้วยกัน ก็เป็นคนละเรื่องกับปริมาตร ต้องดูแยก
พูดง่าย ๆ คือหน้าผากยุบเหมือนลูกบอลที่ลมอ่อนลง ต้องเติมให้เต็ม ส่วนรอยจากการขยับเหมือนผ้าที่ย่นเพราะถูกดึง เติมของข้างใต้ก็ไม่ได้หยุดแรงดึง
คุณหมอจะดูความสมดุลของทั้งใบหน้าและความสูงหน้าผากซ้ายขวาก่อน แล้วจึงกำหนดตำแหน่งที่จะเติม

ผู้ชายเติมหน้าผากกี่ มล. และอยู่ได้นานแค่ไหน?
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 4–12 เดือน และเติมเพิ่มเมื่อเริ่มดูยุบอีกครั้ง ในงานวิจัยที่ปรับรูปหน้าผากของผู้ชาย 36 คนและผู้หญิง 2 คนด้วย HA ฉีดชั้นลึกชิดกระดูกเฉลี่ย 16 มล. และบางคนรูปทรงยังคงอยู่ได้ถึง 36 เดือน
แต่งานนี้ย้อนดูข้อมูลคลินิกเดียวโดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และเป็นการเปลี่ยนรูปทรงทั้งหน้าผาก ครั้งแรกเริ่มน้อย ๆ ตามบริเวณที่ยุบมักดูเป็นธรรมชาติกว่า แล้วรอให้ยุบบวมก่อนค่อยตัดสินใจว่าจะเติมอีกไหม
ระยะเวลาที่อยู่ได้ขึ้นอยู่กับชั้นที่ฉีด ปริมาณ และชนิดของฟิลเลอร์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ส่วนปริมาณที่ใช้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ทำไมฟิลเลอร์หน้าผากต้องระวังมากกว่าจุดอื่น?
หน้าผากมีหลอดเลือดที่ขึ้นมาจากบริเวณดวงตา ถ้าฟิลเลอร์ไปอุดหลอดเลือด อาจทำให้ผิวเสียหายหรือกระทบการมองเห็น ข้อมูลจากหลายคลินิกในญี่ปุ่นที่รวมการฉีด HA ไว้ 290,307 ครั้ง พบหลอดเลือดอุดตัน 10 ครั้ง และ 8 ใน 10 ครั้งนั้นเกิดที่หน้าผาก
เกิดได้น้อยมาก แต่ผลหนัก รายงานการมองเห็นเสียหายหลังฉีดฟิลเลอร์ 365 รายในช่วงปี 2018–2023 พบที่หน้าผากเป็นอันดับสองรองจากจมูก คือ 27.7% และใน 318 รายที่มีบันทึกผล 68.2% การมองเห็นไม่กลับคืนมา
ด้วยเหตุนี้ หน้าผากจึงมักใช้วิธีฉีดชั้นใต้กล้ามเนื้อ ชิดเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อเลี่ยงชั้นตื้นที่มีหลอดเลือดมาก ตอนปรึกษาควรถามว่าจะฉีดชั้นไหน และถ้าเกิดปัญหา มียาสลายฟิลเลอร์ใช้ได้ทันทีไหม
*เยื่อหุ้มกระดูก:เยื่อบาง ๆ ที่คลุมผิวกระดูกไว้
ฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ ไม่ควรฉีดกับหมอกระเป๋าหรือนอกสถานพยาบาล เพราะมีรายงานก้อน สีผิวเปลี่ยน ติดเชื้อ และบวมมาก เพิ่มขึ้นชัดเจน

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องรีบไปพบแพทย์?
แดง บวม กดแล้วเจ็บ และช้ำ มักเกิดชั่วคราวที่จุดฉีด แล้วยุบลงภายใน 7–14 วันในหลายกรณี วันแรกควรงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างการออกกำลังกายไปก่อน และ 3 วันแรกไม่ควรจับหรือกดหน้าผาก
อาการที่รอดูได้
หน้าผากบวม และกดแล้วรู้สึกตึง ๆ
มีรอยช้ำเล็ก ๆ ที่จุดฉีด แล้วค่อย ๆ จางลง
อาการที่ต้องรีบไปพบแพทย์
ผิวใกล้จุดฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาว สีเทา หรือสีออกฟ้า
ปวดผิดปกติ
มีรอยด่างสีแดงม่วงเป็นลายตาข่าย หรือมีตุ่มน้ำขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อมา
ตาพร่ามัว มองไม่เห็น หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป
US FDA ระบุสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองไว้ ได้แก่ พูดลำบากขึ้นมาทันที ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา เดินลำบาก การมองเห็นเปลี่ยน หน้าตก ปวดหัวรุนแรง เวียนหัว และสับสน ถ้าการมองเห็นเปลี่ยนหรือมีสัญญาณเหล่านี้ ต้องไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที ถ้าสีผิวเปลี่ยนหรือปวดผิดปกติ ต้องรีบพบแพทย์ทันที การทัก LINE ให้ทำควบคู่กับการไปพบแพทย์ ไม่ใช่ทำแทน

ก่อนปรึกษาฟิลเลอร์หน้าผากครั้งแรก ต้องแจ้งอะไรบ้าง?
กรณีต่อไปนี้ต้องแจ้งก่อนทำ ถ้าวันนั้นหน้าผากมีการอักเสบหรือติดเชื้ออยู่ จะเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
ผิวหน้าผากอักเสบหรือติดเชื้อ
มีโรคที่ทำให้เลือดหยุดยาก
เคยแพ้รุนแรง หรือเคยเกิดภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (anaphylaxis)
แพ้ยาลิโดเคน (lidocaine) คอลลาเจน ไข่ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
กินยาที่ทำให้เลือดหยุดช้า เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน หรือกินโสม วิตามินอี
ถ้าเคยทำฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ที่หน้าผากมาก่อน ควรบอกด้วยว่าทำอะไรและนานเท่าไรแล้ว

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากระหว่างทริปเกาหลี บินกลับได้เลยไหม?
ถ้าวันนั้นไม่ได้รับยาให้หลับ (sedation) ระหว่างทำ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเลื่อนเที่ยวบินเพราะฟิลเลอร์หน้าผาก
ฟิลเลอร์ทำให้รูปทรงเปลี่ยนตั้งแต่วันที่ฉีด แต่ช่วง 7–14 วันแรกยังมีบวมและช้ำ จึงยังไม่ใช่รูปทรงสุดท้าย การมาครั้งเดียวจึงเห็นรูปทรงคร่าว ๆ ได้ แต่ถ้าหลังยุบบวมแล้วอยากเติมเพิ่ม อาจต้องวางแผนมาอีกครั้ง
หลังกลับไทย ส่งรูปหน้าผากมาสอบถามทาง LINE ได้ แต่ถ้าสีผิวเปลี่ยน ปวดผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยน ให้ไปโรงพยาบาลที่ไทยทันที
สรุป: แยกให้ได้ว่าหน้าผากยุบ แล้วถามเรื่องชั้นที่ฉีด
สิ่งที่ควรถือติดมือไปคือเรื่อง “ชั้นที่ฉีด” ลองถามคุณหมอว่า “หน้าผากแบบนี้จะฉีดชั้นไหน ครอบคลุมถึงตรงไหน และเริ่มที่กี่ มล.”
ก่อนตัดสินใจ ลองคลายหน้าแล้วส่องกระจกอีกครั้งว่าหน้าผากยังยุบอยู่ตอนหน้านิ่ง หรือรอยขึ้นมาเฉพาะตอนเลิกคิ้ว คำตอบนี้บอกได้ว่าควรคุยเรื่องฟิลเลอร์หรือเรื่องอื่น
Beautystone Clinic อยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล และมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ จึงคุยเป็นภาษาไทยได้โดยตรง แอด LINE พร้อมส่งรูปหน้าผากด้านหน้าและด้านข้าง บอกว่าเคยทำหัตถการที่หน้าผากมาก่อนไหม และยาที่กินอยู่มาได้เลยนะคะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ยกกระชับ
รูปก่อน-หลัง Ulthera ควรดูรูปที่ถ่ายหลังทำกี่วันถึงเทียบได้?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา Belotero Revive 2cc ครั้งละเท่าไหร่ ต้องฉีดกี่ครั้ง?

ผิว
เลเซอร์ลดเม็ดสีริมฝีปาก ปากคล้ำแบบเราจะจางลงได้ไหมนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากผู้ชาย ทำครั้งแรก หน้าผากแบบไหนถึงเหมาะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์น่อง เห็นผลกี่สัปดาห์ และเข็มที่สองควรฉีดเมื่อไหร่ดี?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคาร้อยไหม ทำแค่ร่องแก้มกับทั้งหน้า ใบเสนอราคาต่างกันตรงไหน?



