เข้าใจผิดว่า Thermage ไม่เห็นผล เพราะมันกระชับผิว ไม่ใช่ยกหน้า คุณหมอสรุปเกณฑ์ช็อตและเคสพลาดครับ
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

ช่วงนี้สภาพอากาศ
เหมือนจะเปลี่ยนแปลงวันละหลายๆ รอบเลยนะครับ
บางคนประมาทคิดว่าเป็นช่วงใบไม้ผลิ แต่อยู่ๆ ผิวก็แห้งกร้านขึ้นมา
แถมยังมีคนที่กังวลเรื่องผิวดูหมองคล้ำเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
ขอเข้าเรื่องเลยนะครับ ตอนนี้ Thermage
ถือเป็นหัตถการยอดฮิตที่ใครๆ ก็รู้จักกันดีแล้วครับ
-Thermage-Thermage FLX-
จะเลือก 600 shot หรือ 900 shot ก็ตัดสินใจยาก
ค่าพลังงานก็เข้าใจยาก
แถมราคาก็แสนแพง -
แล้วตกลงควรไปทำที่ไหนดีล่ะ?
วันนี้หมอจะมาบอกกันแบบตรงๆ เลยครับว่า
ทำ Thermage แค่ครั้งเดียว จะช่วยยกกระชับได้แค่ไหนกันเชียว
*จริงๆ แล้ว หมอมักจะอธิบายว่ามันคือการทำให้ผิวแน่นตึง (tightening)
มากกว่าการยกกระชับ (lifting) ครับ
💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้
Q. ทำ Thermage แค่ครั้งเดียว
จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเลยไหมคะ?
A. มีทั้งคนที่เห็นผลชัดเจนและคนที่ไม่ค่อยเห็นผลครับ
เพราะความรู้สึกหลังทำจะค่อนข้างแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ
Q. Thermage เหมาะกับใครมากที่สุดครับ?
A. เหมาะมากกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้นถึงระยะกลาง
และคนที่มีปัญหาเรื่องความยืดหยุ่นของผิวลดลง
ก่อนที่จะเกิดปัญหาเรื่องสูญเสียปริมาตรผิว (volume loss) ครับ
Q. ต้องทำกี่ครั้ง และ
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. จากประสบการณ์ของหมอ แนะนำให้เริ่มที่ 1 ครั้งก่อนครับ
จากนั้นค่อยดูการตอบสนองของผิว แล้วค่อยทำซ้ำ
ทุกๆ 6-12 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาปกติทั่วไปครับ
เดี๋ยวหมอจะอธิบายรายละเอียดในเนื้อหาด้านล่างนะครับ
Thermage ทำงานอย่างไรกับผิวเรา
มาควักความจริงกันครับ

Thermage คือ
การส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF, Radiofrequency)
ลงลึกไปถึงชั้นผิวเพื่อ
กระตุ้นและหดตัวของคอลลาเจนครับ
อาจจะฟังดูเข้าใจยากนิดนึงนะครับ
คำอธิบายที่ว่า "ใช้ความร้อนกระชับผิว" นั้นก็ถูกต้องครับ
แต่ถ้าจะพูดให้ถูกต้องแม่นยำก็คือ มันจะเข้าไปหดกระชับโครงสร้างคอลลาเจน
ในชั้นหนังแท้ (dermis) ทันที
พร้อมกับกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ
นั่นคือ ผลลัพธ์จะแบ่งเป็นสองระยะ ได้แก่ เอฟเฟกต์ยกกระชับทันทีหลังทำ
และผลลัพธ์จากการฟื้นฟูคอลลาเจนใหม่
ที่จะค่อยๆ แสดงให้เห็นในช่วง 3-6 เดือนต่อมาครับ
หลักการนี้มีข้อมูลรองรับ
จากงานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับการยกกระชับด้วย RF
ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน PubMed ด้วยนะครับ
อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยอาจไม่ได้ตรงกับผลลัพธ์ทางคลินิก
ของแต่ละบุคคลแบบ 100% เสมอไป
เรื่องนี้หมอจะขออธิบายเพิ่มเติมด้านล่างนะครับ
กลุ่มคนที่ทำแล้วเห็นผลดี
กับกลุ่มคนที่อาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร

เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
จริงๆ แล้ว Thermage จะได้ผลดีมากกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระยะแรกเริ่ม
มากกว่าคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยสะสมมานานแล้วครับ
หากผิวสูญเสียปริมาตรไปมาก
และเริ่มหย่อนคล้อยลงมาเยอะแล้ว
การทำ Thermage เพียงอย่างเดียวก็อาจจะมีข้อจำกัดครับ
ในเคสแบบนี้ ส่วนใหญ่หมอมักจะแนะนำให้ทำร่วมกับ
การร้อยไหมหรือการฉีดฟิลเลอร์ควบคู่กันไปด้วยครับ
ในทางกลับกัน กลุ่มคนเหล่านี้จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจนมากครับ:
ช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปีกลางๆ ไปจนถึง 50 ปีต้นๆ ที่เริ่มรู้สึกว่า
ผิวขาดความยืดหยุ่นเป็นอย่างแรก
คนตื่นมาแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนเก่า
คนที่มีผิวบริเวณรอบร่องแก้มเริ่มหย่อนคล้อย
คนที่ผิวใต้ถุงน้ำตาเริ่มคล้อยลง
นอกจากนี้ คนที่มีความหนาของผิวในระดับที่เหมาะสม
จะค่อนข้างได้เปรียบในการรับส่งพลังงาน RF ครับ
เพราะหากผิวบางเกินไป
พลังงานอาจจะกระจายตัวอยู่แค่บริเวณผิวชั้นนอก
ทำให้รู้สึกเจ็บหรือรบกวนผิวได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ
สำหรับใครที่สงสัยว่า Thermage ต่างจากร้อยไหมอย่างไร
หมอแนะนำให้อ่านบทความเปรียบเทียบการร้อยไหมกับ Thermage
ก่อนนะครับ จะช่วยให้เข้าใจได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ
👨⚕️ บันทึกประสบการณ์จริงจาก หมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของหมอ คนที่รู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์มากที่สุดก็คือ
คนที่รู้สึกว่า “จริงๆ ผิวก็ไม่ได้หย่อนคล้อยมากเท่าไหร่
แต่ทำไมหน้าตาดูเหนื่อยล้ากว่าแต่ก่อนเยอะเลย” ครับ
แต่มันก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีไปซะหมดหรอกนะครับ
Thermage เป็นหัตถการที่ค่อนข้างเจ็บระหว่างทำ
ถึงแม้ในรุ่น FLX จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ มากแล้ว
แต่ถ้าจะบอกว่า "ไม่เจ็บเลย" ก็คงจะเป็นการไม่พูดความจริงครับ
และข้อเสียอีกอย่างก็คือเรื่องของราคาครับ ^^..
เป็นหัตถการที่ราคาสูงพอสมควรต่อครั้ง
และหากต้องการคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้อย่างต่อเนื่องก็จำเป็นต้องทำซ้ำครับ
แต่สำหรับหลายๆ คนที่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีและเหมาะสม
ผลลัพธ์ก็สามารถอยู่ยาวได้นานถึง 6-12 เดือนเลยทีเดียว
เพราะฉะนั้นหากมองในระยะยาวแล้ว ก็นับว่าเป็นการลงทุนกับผิวที่ไม่เลวเลยครับ
พูดกันตรงๆ เลยนะ
สรุปแล้วต้องทำกี่ครั้งกันแน่

จริงๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสด้วยนะครับ
แต่โดยปกติหมอจะให้คำแนะนำแบบนี้ครับ
หลังจากทำครั้งแรกผ่านไป 3-6 เดือน
เมื่อเราสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวเราแล้ว
ค่อยมาตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มดีไหม น่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุดครับ
การเหมาซื้อคอร์สแบบ "ทำกี่ครั้ง" ตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่เห็นการตอบสนองของผิวตัวเอง
เป็นวิธีที่หมอไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไหร่ครับ
ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์จากประสบการณ์ของหมอ
คนที่หมดฤทธิ์เร็วจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน
ส่วนคนที่อยู่ได้นานๆ ก็อาจยาวถึง 12-18 เดือนเลยทีเดียวครับ
ซึ่งมันจะแตกต่างกันไปค่อนข้างมากครับ
ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ ความหนาของชั้นผิว และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
หัวข้อ | ระยะเวลาโดยทั่วไป | หมายเหตุ |
ระยะเวลาเริ่มเห็นผล | ทันทีหลังทำ ~ 3 เดือน | คอลลาเจนจะค่อยๆ ฟื้นฟูอย่างช้าๆ |
ช่วงที่เห็นผลดีที่สุด | หลังทำ 3~6 เดือน | มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล |
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | 6~18 เดือน | ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน |
ระยะห่างที่แนะนำในการทำซ้ำ | 6~12 เดือน | ตัดสินใจหลังจากดูการตอบสนองของผิว |
สรุปประเด็นสำคัญ
แนวทางปฏิบัติที่สมเหตุสมผลที่สุดคือ เริ่มต้นทำ Thermage 1 ครั้ง
แล้วคอยเช็กผลลัพธ์ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า
จากนั้นหากจำเป็น ค่อยพิจารณาทำซ้ำ
ในระยะห่างทุกๆ 6-12 เดือนครับ
ข้อควรเช็กให้ชัวร์
ก่อนตัดสินใจทำ Thermage
มีเรื่องหนึ่งที่หมอต้องขอเน้นย้ำเลยนะครับ
เพราะผลลัพธ์ของ Thermage จะแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องและการตั้งค่าพลังงานครับ
ถึงจะเป็น Thermage เหมือนกัน แต่ละเจเนอเรชันอย่าง CPT, NXT, FLX ก็ไม่เหมือนกัน
และแน่นอนว่าหากจำนวนช็อตทั้งหมด (shot) ที่ยิง
รวมถึงระดับพลังงานถูกตั้งไว้ต่างกัน ผลลัพธ์ก็ย่อมต้องต่างกันออกไปด้วยครับ
เวลาที่หมอให้คำปรึกษา
หมอจะตรวจประเมินความหนาของผิวและความรุนแรงของความหย่อนคล้อยด้วยตัวเองก่อน
จากนั้นจึงค่อยสรุปเรื่องระดับพลังงานและบริเวณที่จะทำการรักษาครับ
เพราะการตั้งค่าพลังงานแบบสำเร็จรูปเท่ากันหมดในทุกเคส
อาจทำให้ผิวส่วนที่บอบบาง หรือคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยน้อย
ได้รับพลังงานความร้อนที่มากเกินความจำเป็นได้ครับ
และอีกอย่างคือ หลังทำ Thermage ไปสักระยะหนึ่ง
ผิวอาจจะมีความบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นได้ง่ายขึ้นครับ
แม้ว่าจะสามารถล้างหน้าได้ตามปกติในวันแรกที่ทำ
แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการเสียดสีรุนแรง และควรงดการเข้าซาวน่าไปก่อนนะครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ทำ Thermage แค่ครั้งเดียว
จะช่วยยกกระชับได้มากน้อยแคไหนครับ?
A. พูดกันตรงๆ เลยก็คือ คำว่า "มากน้อยแค่ไหน"
มันขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละคนจริงๆ ครับ
สำหรับคนที่ผิวเพิ่งเริ่มขาดความยืดหยุ่นใหม่ๆ
มักจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหลังทำเพียงครั้งเดียว
แต่ในรายที่มีความหย่อนคล้อยสะสมมานานแล้ว
ก็อาจจะรู้สึกเหมือนกับว่า "ไม่ค่อยเห็นความต่างเลย" ก็มีครับ
ดังนั้น หากเพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรก
หมอแนะนำให้ใช้การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำไปแล้ว 3 เดือนเป็นเกณฑ์ในการวัดผลครับ
Q2. Thermage กับ Ulthera
แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ?
A. Thermage จะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)
ขณะที่ Ulthera จะใช้คลื่นอัลตราซาวนด์โฟกัสความเข้มข้นสูง (HIFU) ครับ
โดย Ulthera จะส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่า (ถึงชั้น SMAS หรือชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ)
ในขณะที่ Thermage จะเน้นกระจายความร้อนอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งชั้นหนังแท้ครับ
Q3. สามารถเข้าไปทำ Thermage
ในวันอาทิตย์ได้ไหมคะ?
A. ได้แน่นอนครับ Beautystone Clinic สาขาฮงแด
เปิดให้บริการในวันอาทิตย์ด้วยนะครับ
เนื่องจากเรามีการให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนลงมือทำจริงในวันนั้นเลย
ดังนั้น ก่อนจะเข้ามา สามารถทักสอบถามข้อมูลทาง LINE ดูก่อนได้ครับ
Thermage ถือเป็นหัตถการที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนมาก
หากทำให้กับบุคคลที่เหมาะสมอย่างแท้จริงครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ได้เหมือนกันหมดสำหรับสรีระผิวของทุกคนครับ
ดังนั้น หมอจึงอยากแนะนำให้เข้ามาปรึกษากันอย่างรอบคอบ
ก่อนตัดสินใจทำสัญญารักษาผิวร่วมกันครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม
สามารถติดต่อปรึกษาได้ทาง LINE
และถ้าอยากตรวจเช็กว่าผิวของคุณเหมาะกับหัตถการนี้ไหม คุณหมอจะดูแลและประเมินให้ด้วยตัวเองเลยครับ
▶ คลิกเพื่อปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE
ทักมาสอบถามกันได้อย่างสบายใจ (ผ่าน LINE) เลยนะครับ
หวังว่าเนื้อหาในวันนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶Thermage vs Ulthera เหตุผลที่คนวัย 30 และ 40 ต้องเลือกต่างกัน
▶ทำ Thermage ในช่วงวัย 30 ปีแรกเริ่ม มันเร็วเกินไปจริงหรือเปล่า?
▶เทคนิคการกระจายช็อตและการทำความเย็นเพื่อเลี่ยงผลข้างเคียงจาก Thermage
▶อาการบวมหลังทำ Ulthermage จะยุบเมื่อไหร่? คู่มือฟื้นฟูผิวสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญ
▶รีวิวที่ว่า Ulthera ไม่เห็นผล... สาเหตุที่แท้จริงคือ "จำนวนช็อต" — เกณฑ์ปกติ 300 ช็อตต่อหนึ่งบริเวณ

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



