ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

Thermage ไม่เห็นผล? หมอเล่าจริงเรื่องยกกระชับหน้า

Thermage ไม่เห็นผล? หมอเล่าจริงเรื่องยกกระชับหน้า

Thermage ไม่เห็นผล? หมอเล่าจริงเรื่องยกกระชับหน้า

รีวิว Thermage ตรงๆ ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล? ผิวแบบไหนเหมาะ? แพทย์ SNU อธิบายจากเคสจริง

ใครที่กำลังลังเลว่าจะทำ Thermage ดีไหม?

ก่อนเข้าปรึกษาคุณหมอ

ห้ามพลาด 3 ข้อนี้เด็ดขาดค่ะ

"써마지 받았는데 효과 모르겠어요" 하시는 분들이 꼭 읽어야 할 글

ช่วงนี้สภาพอากาศ

ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงบ่อยในแต่ละวันเลยนะคะ

 

พอเข้าช่วงสปริง หลายคนอาจจะชะล่าใจ แต่จู่ๆ ผิวก็แห้งกร้านขึ้นมา

แถมมีลูกค้าหลายท่านบ่นเข้ามาเยอะมากว่าผิวดูหมองคล้ำลงค่ะ

 

เอาเป็นว่า สรุปสั้นๆ เลยนะคะ ตอนนี้ Thermage

กลายเป็นหัตถการยอดฮิตที่ใครๆ ก็รู้จักกันดีแล้วค่ะ

-Thermage-Thermage FLX-

 

ทั้งแบบ 600 shot, 900 shot ก็เข้าใจยาก

ค่าพลังงานต่างๆ ก็ดูซับซ้อน

แถมราคาก็ค่อนข้างสูงอีก -

แล้วแบบนี้จะไปทำที่ไหนดีล่ะ?

 

วันนี้หมอจะมาเหลาให้ฟังกันแบบตรงๆ เลยค่ะว่า

ทำ Thermage ครั้งเดียว จะช่วยยกกระชับได้แค่ไหนกันเชียว

 

*จริงๆ แล้ว หมออยากอธิบายว่าเป็นงาน "Tigtening (ผิวแน่นกระชับ)"

มากกว่าคำว่ายกกระชับ (Lifting) ค่ะ

 

💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้

 

Q. ทำ Thermage แค่ครั้งเดียว

จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเลยไหมคะ?

A. มีทั้งคนที่เห็นผลชัดเจนและคนที่ไม่ค่อยเห็นผลค่ะ

ความรู้สึกหลังทำของแต่ละคนจะค่อนข้างต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมค่ะ

 

Q. Thermage เหมาะกับใครบ้างคะ?

A. เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้นถึงปานกลางค่ะ

และจะเห็นผลดีมากกับคนที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น

มากกว่าปัญหาแก้มตอบหรือสูญเสียปริมาตรใบหน้าค่ะ

 

Q. ต้องทำบ่อยแค่ไหน

แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่คะ?

A. จากประสบการณ์ของหมอ แนะนำให้เริ่มที่ 1 ครั้งก่อนค่ะ

แล้วคอยดูการตอบสนองของผิว จากนั้นค่อยทำซ้ำทุกๆ 6-12 เดือน

ซึ่งเป็นระยะเวลามาตรฐานทั่วไปค่ะ เดี๋ยวหมอจะอธิบายรายละเอียดในเนื้อหาถัดไปนะคะ

 

Thermage ช่วยเรื่องอะไรกับผิวเราบ้าง

มาเจาะลึกกันชัดๆ ค่ะ

처짐이 시작되는 3040을 위한 써마지 리프팅 솔직 가이드

Thermage คือการส่งพลังงาน

คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF, Radiofrequency)

ลงลึกไปถึงชั้นผิวหนังแท้

เพื่อเข้าไปกระตุ้นและหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนค่ะ

 

ตรงนี้อาจจะฟังดูเข้าใจยากนิดนึงนะคะ

คำว่า "ใช้ความร้อนช่วยให้ผิวหดกระชับ" ก็ถือว่าพูดถูกค่ะ

แต่ถ้าจะให้อธิบายให้เป๊ะก็คือ พลังงานจะเข้าไปทำให้โครงสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ (Dermis) หดตัวทันที

พร้อมๆ กับกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนด้วยค่ะ

 

นั่นหมายความว่า ผลลัพธ์จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

ความรู้สึกตึงกระชับทันทีหลังทำ

และผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 3-6 เดือนต่อมาค่ะ

 

หลักการทำงานนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว

จากงานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับการยกกระชับด้วยคลื่น RF

ที่เผยแพร่บน PubMed เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยอาจไม่ได้ตรงกับผลลัพธ์จริงแบบ 1:1 ของทุกคนเสมอไปนะคะ

เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งหมอจะขออธิบายต่อด้านล่างนี้ค่ะ

 

กลุ่มคนที่ทำแล้วได้ผลดีเลิศ VS

กลุ่มคนที่อาจจะไม่เห็นผลเท่าที่ควร

비싼 써마지 비용, 돈 낭비 안 하고 제대로 효과 보는 법

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า

Thermage เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากๆ แต่จริงๆ แล้ว

มันทำงานได้ผลดีที่สุดกับผิวที่เพิ่งเริ่มหย่อนคล้อยในระยะแรกเริ่มถึงปานกลางค่ะ

 

หากผิวสูญเสียปริมาตรไปเยอะ (แก้มตอบ/ตอบยุบ)

และผิวหย่อนคล้อยคล้อยตกลงมาค่อนข้างมากแล้ว

การทำ Thermage เพียงอย่างเดียวอาจจะมีข้อจำกัดในการรักษาค่ะ

 

ในเคสแบบนี้ หมอมักจะแนะนำให้ทำร่วมกับการร้อยไหมหรือเติม Filler ควบคู่กันไปด้วยค่ะ

 

ในทางกลับกัน กลุ่มต่อไปนี้จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีงามมากค่ะ:

  1. ช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปีกลางๆ ไปจนถึง 50 ปีต้นๆ ที่เริ่มรู้สึกว่า

    ผิวขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อย

  2. กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนแต่ก่อน

  3. ผิวบริเวณร่องแก้มเริ่มตกและหย่อนคล้อย

  4. ผิวใต้ตาหรือบริเวณใต้ดอลลี่อายเริ่มมีความหย่อนคล้อย

 

นอกจากนี้ คนที่มีความหนาของชั้นผิวในระดับที่พอดี

จะค่อนข้างได้เปรียบในการรับพลังงานคลื่น RF เข้าสู่ผิวค่ะ

 

เพราะถ้าผิวคุณบางจนเกินไป พลังงาน

อาจจะกระจายตัวอยู่แค่บริเวณผิวชั้นบน

หรืออาจทำให้รู้สึกเจ็บและไม่สบายผิวขณะทำมากกว่าปกติได้ค่ะ

 

หากใครสงสัยว่ามันแตกต่างจากการร้อยไหมอย่างไร

ลองเข้าไปอ่านบทความเปรียบเทียบระหว่างการร้อยไหมกับ Thermage

ก่อนได้นะคะ จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

 

👨‍⚕️ บันทึกการทำงานจริงจาก หมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์ของหมอ คนที่ทำแล้วรู้สึกว่าได้ผลลัพธ์ถูกใจที่สุด

มักจะเป็นคนที่บอกว่า "ผิวหน้ายังไม่ได้หย่อนคล้อยหนักมากนะคะ

แต่รู้สึกว่าหน้าตาดูเหนื่อยล้า ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนเลย" อะไรทำนองนี้ค่ะ

 

แต่ก็ใช่ว่าหัตถการนี้จะมีแต่ข้อดีไปซะทั้งหมดนะคะ

 

เพราะการทำ Thermage จะมีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำอยู่บ้างค่ะ

ถึงแม้เครื่องรุ่นใหม่อย่างเจเนอเรชั่น FLX จะพัฒนาเรื่องสเปรย์ความเย็นช่วยลดความเจ็บไปได้เยอะมากแล้ว

แต่ถ้าจะบอกว่า "ไม่เจ็บเลย" ก็คงจะดูเป็นการโกหกกันมากเกินไปหน่อยค่ะ

 

และข้อเสียอีกอย่างก็คือเรื่องราคานั่นเองค่ะ ^^..

เพราะเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งค่อนข้างสูง

และหากต้องการคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนาน ก็จำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำค่ะ

 

ถึงอย่างนั้น หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและตรงจุด

หลายคนสามารถคงผลลัพธ์สวยๆ ไว้ได้นานถึง 6-12 เดือนเลยทีเดียวค่ะ

ถ้ามองเปรียบเทียบในระยะยาวแล้ว หมอถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและน่าลงทุนกับผิวมากๆ ค่ะ

 

ถามตรงๆ เลยนะคะ

คนเราควรทำ Thermage บ่อยแค่ไหนดี

"제대로 된 1번이 낫습니다" 위영진 원장이 말하는 써마지의 가치

จริงๆ แล้วในแง่ของแต่ละเคสจะมีความต้องการที่ต่างกันค่ะ

แต่โดยปกติแล้ว หมอจะแนะนำคนไข้แบบนี้เสมอค่ะ:

 

แนะนำให้ทำ 1 ครั้งก่อน แล้วรอให้ผ่านไปซะ 3-6 เดือน

เพื่อให้เวลาตัวเองได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวก่อนค่ะ

หลังจากนั้นค่อยมาตัดสินใจกันอีกครั้งว่าจะทำเพิ่มดีไหมค่ะ

 

ส่วนการเสนอขายเป็นคอร์สแพลนหลายๆ ครั้งตั้งแต่แรกเลย

ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าผิวของคนไข้จะตอบสนองต่อพลังงานอย่างไร

หมอค่อนข้างไม่แนะนำวิธีนี้เท่าไหร่ค่ะ

 

สำหรับผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้ จากประสบการณ์ของหมอ

ในกลุ่มคนที่ผิวตอบสนองเร็วจะอยู่ผิวกระชับได้ประมาณ 6 เดือน

ส่วนกลุ่มที่ได้ผลลัพธ์ยาวนานหน่อยจะอยู่ที่ราวๆ 12-18 เดือนค่ะ

 

ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปพอสมควร

ขึ้นอยู่กับอายุ ความหนาของผิว และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ

หัวข้อ

ระยะเวลาทั่วไป

หมายเหตุ

ระยะเวลาเริ่มเห็นผล

หลังทำทันที ~ 3 เดือน

คอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ สร้างตัวแบบเป็นธรรมชาติ

ช่วงที่เห็นผลสูงสุด (Peak)

หลังทำไปแล้ว 3~6 เดือน

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรายบุคคล

ระยะเวลาคงผลลัพธ์

6~18 เดือน

แตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน

โปรแกรมทำซ้ำที่แนะนำ

ทุกๆ 6~12 เดือน

ตัดสินใจร่วมกันหลังประเมินผลลัพธ์แรก

สรุปข้อคิดสำคัญ

การเริ่มต้นทำ Thermage ช็อตแรก

แล้วประเมินผลลัพธ์ในช่วง 3-6 เดือนถัดไป

หลังจากนั้นหากต้องการรักษาผลลัพธ์ไว้ ค่อยกลับมาทำซ้ำทุก 6-12 เดือน

นี่คือแผนการดูแลผิวที่สมเหตุสมผลและเห็นผลได้จริงที่สุดค่ะ

 

สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์

ก่อนตัดสินใจทำ Thermage

มีอยู่หนึ่งเรื่องที่หมออยากจะย้ำให้ฟังกันจริงๆ ค่ะ

ผลลัพธ์ของการทำ Thermage จะมีความแตกต่างกันสูงมาก

ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องที่ใช้ รวมถึงการตั้งค่าพลังงานในการยิงของแพทย์ด้วยค่ะ

 

ถึงแม้ชื่อจะขึ้นต้นว่า Thermage เหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพเทคโนโลยีของรุ่น CPT, NXT และ FLX นั้นต่างกันเยอะมากค่ะ

รวมไปถึงจำนวนช็อตทั้งหมดที่ใช้ยิง (shot)

และการตั้งปริมาณระดับพลังงานที่เหมาะสม แน่นอนว่าต้องส่งผลให้ลัพธ์ลัพธ์ออกมาแตกต่างกันแน่นอนค่ะ

 

ในเวลาที่หมอทำการประเมินคนไข้

หมอจะต้องเช็กความหนาแน่นรวมถึงความหย่อนคล้อยของผิวตรงหน้าด้วยตัวเองก่อนเสมอนะคะ

จากนั้นถึงจะคำนวณและดีไซน์ระดับพลังงานรวมถึงจุดที่จะทำการยิงได้อย่างถูกต้องค่ะ

 

เพราะการตั้งค่ารูปแบบเดียวกันแบบตายตัวส่งต่อไปให้ทุกคนเหมือนสูตรสำเร็จ

สำหรับผิวที่บางและบอบบาง หรือคนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยน้อย

อาจได้รับพลังงานที่มากเกินความจำเป็นและเกิดผลเสียตามมาได้ค่ะ

 

และอีกข้อสำคัญคือ หลังจากทำ Thermage ไปแล้ว

ผิวจะมีความรู้สึกระคายเคืองและไวต่อสิ่งเร้าได้ง่ายในช่วงนั้นๆ นะคะ

 

ถึงแม้ในวันแรกที่ทำเสร็จจะสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ

แต่ควรหลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่กระตุ้นผิวแรงๆ หรือการไปอบซาวน่าไว้ก่อนจะดีที่สุดค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. ทำ Thermage แค่ครั้งเดียว

จะช่วยยกกระชับหน้าได้มากขนาดไหนคะ?

A. ขอตอบตามตรงเลยนะคะ คำว่า "มากขนาดไหน"

เป็นเรื่องที่ตอบยากและขึ้นอยู่กับสภาพผิวจริงของแต่ละบุคคลเลยค่ะ

 

สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นในระยะเริ่มต้น

หลังจากทำไปแค่ 1 ครั้ง มักจะสังเกตเห็นถึงความสว่างกระจ่างใสและความเต่งตึงขึ้นได้อย่างชัดเจนค่ะ

ในทางกลับกันกลุ่มคนที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างสะสมมานาน

อาจจะมีบางกรณีที่รู้สึกว่า "ไม่ค่อยเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน" ได้เช่นกันค่ะ

 

ดังนั้น หากเพิ่งเป็นการทำครั้งแรกของชีวิต

การรอผลลัพธ์ผ่านไป 3 เดือนเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของผิวตนเอง จะเป็นเกณฑ์วัดที่ดีที่สุดค่ะ

 

Q2. แล้วเครื่อง Thermage กับ Ulthera

ส่งผลต่างกันอย่างไรคะ?

A. Thermage จะเลือกใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)

ในขณะที่ Ulthera จะใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะาะจง (HIFU)

Ulthera จะเด่นเรื่องส่งพลังความร้อนทะลุลงลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้านใน (SMAS)

ส่วน Thermage จะทำมุมกระจายพลังงานความร้อนได้อย่างทั่วถึงในชั้นผิวหนังแท้รวมถึงชั้นไขมันด้านบนเป็นหลักค่ะ

 

Q3. หัตถการ Thermage

สามารถเข้ามาทำในวันอาทิตย์ได้ไหมคะ?

A. ได้เลยค่ะ ที่ Beautystone คลินิก สาขาฮงแด

เราเปิดให้บริการรักษาและต้อนรับคนไข้ในวันอาทิตย์ด้วยเช่นกันค่ะ

 

เรามีบริการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียดในวันเดียวกับที่เข้ามาทำหัตถการได้เลยนะคะ

หรือคุณลูกค้าจะแอดไลน์ทักทายส่งข้อความมาปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk ก่อนเดินทางมาโรงพยาบาลก็ย่อมได้เสมอค่ะ

 

Thermage หากทำให้อย่างถูกที่ถูกจุดกับคนที่ผิวสภาพเหมาะสมกับเครื่อง

ขอยืนยันเลยค่ะว่าเป็นหัตถการดูแลผิวพรรณที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ดีงามจริงๆ

 

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าวิธีนี้จะมอบการตอบสนองได้ตรงใจกับผิวของทุกๆ คน 100% เสมอไปนะคะ

 

ดังนั้น หมอจึงอยากแนะนำให้เข้ามารับการวิเคราะห์ใบหน้าและพูดคุยรายละเอียดอย่างรอบคอบ

ก่อนที่จะเลือกจ่ายเงินเริ่มต้นทำหัตถการกันจะดีที่สุดค่ะ

 

หากใครมีข้อสงสัยตรงไหนที่อยากสอบถามเพิ่มเติม

สามารถทักเข้ามาพูดคุยปรึกษากับเราได้อย่างเป็นกันเอง (ผ่าน KakaoTalk) ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ

สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ขอตัวลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ไหล่ เผย 3 เคล็ดลับปั้นไหล่สวยตั้งฉากแบบเกิร์ลกรุ๊ป

ทำไมคุณหมอถึงแนะให้เลิกหวังผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกซ์ร่องแก้ม เผยความจริงที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

"โบท็อกซ์ริ้วรอยรอบดวงตาก็ช่วยป้องกันริ้วรอยในอนาคตได้สิ??" เผยกรณีที่คุณควรเลือกทำ Sofwave แทน

[Beautystone] วิธีเซฟเงินในกระเป๋าเมื่อต้องทำ Rejuran: การเว้นระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งกุญแจสำคัญที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

[คอลัมน์โดย Beautystone] กลลวงของการลบรอยสักราคาประหยัด: ระวังหนีเสือปะจระเข้ระคายเคืองผิวเสียเปล่าจนรักษาไม่หาย

ใครที่กำลังลังเลว่าจะทำ Thermage ดีไหม?

ก่อนเข้าปรึกษาคุณหมอ

ห้ามพลาด 3 ข้อนี้เด็ดขาดค่ะ

"써마지 받았는데 효과 모르겠어요" 하시는 분들이 꼭 읽어야 할 글

ช่วงนี้สภาพอากาศ

ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงบ่อยในแต่ละวันเลยนะคะ

 

พอเข้าช่วงสปริง หลายคนอาจจะชะล่าใจ แต่จู่ๆ ผิวก็แห้งกร้านขึ้นมา

แถมมีลูกค้าหลายท่านบ่นเข้ามาเยอะมากว่าผิวดูหมองคล้ำลงค่ะ

 

เอาเป็นว่า สรุปสั้นๆ เลยนะคะ ตอนนี้ Thermage

กลายเป็นหัตถการยอดฮิตที่ใครๆ ก็รู้จักกันดีแล้วค่ะ

-Thermage-Thermage FLX-

 

ทั้งแบบ 600 shot, 900 shot ก็เข้าใจยาก

ค่าพลังงานต่างๆ ก็ดูซับซ้อน

แถมราคาก็ค่อนข้างสูงอีก -

แล้วแบบนี้จะไปทำที่ไหนดีล่ะ?

 

วันนี้หมอจะมาเหลาให้ฟังกันแบบตรงๆ เลยค่ะว่า

ทำ Thermage ครั้งเดียว จะช่วยยกกระชับได้แค่ไหนกันเชียว

 

*จริงๆ แล้ว หมออยากอธิบายว่าเป็นงาน "Tigtening (ผิวแน่นกระชับ)"

มากกว่าคำว่ายกกระชับ (Lifting) ค่ะ

 

💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้

 

Q. ทำ Thermage แค่ครั้งเดียว

จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเลยไหมคะ?

A. มีทั้งคนที่เห็นผลชัดเจนและคนที่ไม่ค่อยเห็นผลค่ะ

ความรู้สึกหลังทำของแต่ละคนจะค่อนข้างต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมค่ะ

 

Q. Thermage เหมาะกับใครบ้างคะ?

A. เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้นถึงปานกลางค่ะ

และจะเห็นผลดีมากกับคนที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น

มากกว่าปัญหาแก้มตอบหรือสูญเสียปริมาตรใบหน้าค่ะ

 

Q. ต้องทำบ่อยแค่ไหน

แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่คะ?

A. จากประสบการณ์ของหมอ แนะนำให้เริ่มที่ 1 ครั้งก่อนค่ะ

แล้วคอยดูการตอบสนองของผิว จากนั้นค่อยทำซ้ำทุกๆ 6-12 เดือน

ซึ่งเป็นระยะเวลามาตรฐานทั่วไปค่ะ เดี๋ยวหมอจะอธิบายรายละเอียดในเนื้อหาถัดไปนะคะ

 

Thermage ช่วยเรื่องอะไรกับผิวเราบ้าง

มาเจาะลึกกันชัดๆ ค่ะ

처짐이 시작되는 3040을 위한 써마지 리프팅 솔직 가이드

Thermage คือการส่งพลังงาน

คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF, Radiofrequency)

ลงลึกไปถึงชั้นผิวหนังแท้

เพื่อเข้าไปกระตุ้นและหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนค่ะ

 

ตรงนี้อาจจะฟังดูเข้าใจยากนิดนึงนะคะ

คำว่า "ใช้ความร้อนช่วยให้ผิวหดกระชับ" ก็ถือว่าพูดถูกค่ะ

แต่ถ้าจะให้อธิบายให้เป๊ะก็คือ พลังงานจะเข้าไปทำให้โครงสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ (Dermis) หดตัวทันที

พร้อมๆ กับกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนด้วยค่ะ

 

นั่นหมายความว่า ผลลัพธ์จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

ความรู้สึกตึงกระชับทันทีหลังทำ

และผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 3-6 เดือนต่อมาค่ะ

 

หลักการทำงานนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว

จากงานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับการยกกระชับด้วยคลื่น RF

ที่เผยแพร่บน PubMed เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยอาจไม่ได้ตรงกับผลลัพธ์จริงแบบ 1:1 ของทุกคนเสมอไปนะคะ

เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งหมอจะขออธิบายต่อด้านล่างนี้ค่ะ

 

กลุ่มคนที่ทำแล้วได้ผลดีเลิศ VS

กลุ่มคนที่อาจจะไม่เห็นผลเท่าที่ควร

비싼 써마지 비용, 돈 낭비 안 하고 제대로 효과 보는 법

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า

Thermage เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากๆ แต่จริงๆ แล้ว

มันทำงานได้ผลดีที่สุดกับผิวที่เพิ่งเริ่มหย่อนคล้อยในระยะแรกเริ่มถึงปานกลางค่ะ

 

หากผิวสูญเสียปริมาตรไปเยอะ (แก้มตอบ/ตอบยุบ)

และผิวหย่อนคล้อยคล้อยตกลงมาค่อนข้างมากแล้ว

การทำ Thermage เพียงอย่างเดียวอาจจะมีข้อจำกัดในการรักษาค่ะ

 

ในเคสแบบนี้ หมอมักจะแนะนำให้ทำร่วมกับการร้อยไหมหรือเติม Filler ควบคู่กันไปด้วยค่ะ

 

ในทางกลับกัน กลุ่มต่อไปนี้จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีงามมากค่ะ:

  1. ช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปีกลางๆ ไปจนถึง 50 ปีต้นๆ ที่เริ่มรู้สึกว่า

    ผิวขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อย

  2. กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนแต่ก่อน

  3. ผิวบริเวณร่องแก้มเริ่มตกและหย่อนคล้อย

  4. ผิวใต้ตาหรือบริเวณใต้ดอลลี่อายเริ่มมีความหย่อนคล้อย

 

นอกจากนี้ คนที่มีความหนาของชั้นผิวในระดับที่พอดี

จะค่อนข้างได้เปรียบในการรับพลังงานคลื่น RF เข้าสู่ผิวค่ะ

 

เพราะถ้าผิวคุณบางจนเกินไป พลังงาน

อาจจะกระจายตัวอยู่แค่บริเวณผิวชั้นบน

หรืออาจทำให้รู้สึกเจ็บและไม่สบายผิวขณะทำมากกว่าปกติได้ค่ะ

 

หากใครสงสัยว่ามันแตกต่างจากการร้อยไหมอย่างไร

ลองเข้าไปอ่านบทความเปรียบเทียบระหว่างการร้อยไหมกับ Thermage

ก่อนได้นะคะ จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

 

👨‍⚕️ บันทึกการทำงานจริงจาก หมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์ของหมอ คนที่ทำแล้วรู้สึกว่าได้ผลลัพธ์ถูกใจที่สุด

มักจะเป็นคนที่บอกว่า "ผิวหน้ายังไม่ได้หย่อนคล้อยหนักมากนะคะ

แต่รู้สึกว่าหน้าตาดูเหนื่อยล้า ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนเลย" อะไรทำนองนี้ค่ะ

 

แต่ก็ใช่ว่าหัตถการนี้จะมีแต่ข้อดีไปซะทั้งหมดนะคะ

 

เพราะการทำ Thermage จะมีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำอยู่บ้างค่ะ

ถึงแม้เครื่องรุ่นใหม่อย่างเจเนอเรชั่น FLX จะพัฒนาเรื่องสเปรย์ความเย็นช่วยลดความเจ็บไปได้เยอะมากแล้ว

แต่ถ้าจะบอกว่า "ไม่เจ็บเลย" ก็คงจะดูเป็นการโกหกกันมากเกินไปหน่อยค่ะ

 

และข้อเสียอีกอย่างก็คือเรื่องราคานั่นเองค่ะ ^^..

เพราะเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งค่อนข้างสูง

และหากต้องการคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนาน ก็จำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำค่ะ

 

ถึงอย่างนั้น หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและตรงจุด

หลายคนสามารถคงผลลัพธ์สวยๆ ไว้ได้นานถึง 6-12 เดือนเลยทีเดียวค่ะ

ถ้ามองเปรียบเทียบในระยะยาวแล้ว หมอถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและน่าลงทุนกับผิวมากๆ ค่ะ

 

ถามตรงๆ เลยนะคะ

คนเราควรทำ Thermage บ่อยแค่ไหนดี

"제대로 된 1번이 낫습니다" 위영진 원장이 말하는 써마지의 가치

จริงๆ แล้วในแง่ของแต่ละเคสจะมีความต้องการที่ต่างกันค่ะ

แต่โดยปกติแล้ว หมอจะแนะนำคนไข้แบบนี้เสมอค่ะ:

 

แนะนำให้ทำ 1 ครั้งก่อน แล้วรอให้ผ่านไปซะ 3-6 เดือน

เพื่อให้เวลาตัวเองได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวก่อนค่ะ

หลังจากนั้นค่อยมาตัดสินใจกันอีกครั้งว่าจะทำเพิ่มดีไหมค่ะ

 

ส่วนการเสนอขายเป็นคอร์สแพลนหลายๆ ครั้งตั้งแต่แรกเลย

ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าผิวของคนไข้จะตอบสนองต่อพลังงานอย่างไร

หมอค่อนข้างไม่แนะนำวิธีนี้เท่าไหร่ค่ะ

 

สำหรับผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้ จากประสบการณ์ของหมอ

ในกลุ่มคนที่ผิวตอบสนองเร็วจะอยู่ผิวกระชับได้ประมาณ 6 เดือน

ส่วนกลุ่มที่ได้ผลลัพธ์ยาวนานหน่อยจะอยู่ที่ราวๆ 12-18 เดือนค่ะ

 

ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปพอสมควร

ขึ้นอยู่กับอายุ ความหนาของผิว และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ

หัวข้อ

ระยะเวลาทั่วไป

หมายเหตุ

ระยะเวลาเริ่มเห็นผล

หลังทำทันที ~ 3 เดือน

คอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ สร้างตัวแบบเป็นธรรมชาติ

ช่วงที่เห็นผลสูงสุด (Peak)

หลังทำไปแล้ว 3~6 เดือน

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรายบุคคล

ระยะเวลาคงผลลัพธ์

6~18 เดือน

แตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน

โปรแกรมทำซ้ำที่แนะนำ

ทุกๆ 6~12 เดือน

ตัดสินใจร่วมกันหลังประเมินผลลัพธ์แรก

สรุปข้อคิดสำคัญ

การเริ่มต้นทำ Thermage ช็อตแรก

แล้วประเมินผลลัพธ์ในช่วง 3-6 เดือนถัดไป

หลังจากนั้นหากต้องการรักษาผลลัพธ์ไว้ ค่อยกลับมาทำซ้ำทุก 6-12 เดือน

นี่คือแผนการดูแลผิวที่สมเหตุสมผลและเห็นผลได้จริงที่สุดค่ะ

 

สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์

ก่อนตัดสินใจทำ Thermage

มีอยู่หนึ่งเรื่องที่หมออยากจะย้ำให้ฟังกันจริงๆ ค่ะ

ผลลัพธ์ของการทำ Thermage จะมีความแตกต่างกันสูงมาก

ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องที่ใช้ รวมถึงการตั้งค่าพลังงานในการยิงของแพทย์ด้วยค่ะ

 

ถึงแม้ชื่อจะขึ้นต้นว่า Thermage เหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพเทคโนโลยีของรุ่น CPT, NXT และ FLX นั้นต่างกันเยอะมากค่ะ

รวมไปถึงจำนวนช็อตทั้งหมดที่ใช้ยิง (shot)

และการตั้งปริมาณระดับพลังงานที่เหมาะสม แน่นอนว่าต้องส่งผลให้ลัพธ์ลัพธ์ออกมาแตกต่างกันแน่นอนค่ะ

 

ในเวลาที่หมอทำการประเมินคนไข้

หมอจะต้องเช็กความหนาแน่นรวมถึงความหย่อนคล้อยของผิวตรงหน้าด้วยตัวเองก่อนเสมอนะคะ

จากนั้นถึงจะคำนวณและดีไซน์ระดับพลังงานรวมถึงจุดที่จะทำการยิงได้อย่างถูกต้องค่ะ

 

เพราะการตั้งค่ารูปแบบเดียวกันแบบตายตัวส่งต่อไปให้ทุกคนเหมือนสูตรสำเร็จ

สำหรับผิวที่บางและบอบบาง หรือคนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยน้อย

อาจได้รับพลังงานที่มากเกินความจำเป็นและเกิดผลเสียตามมาได้ค่ะ

 

และอีกข้อสำคัญคือ หลังจากทำ Thermage ไปแล้ว

ผิวจะมีความรู้สึกระคายเคืองและไวต่อสิ่งเร้าได้ง่ายในช่วงนั้นๆ นะคะ

 

ถึงแม้ในวันแรกที่ทำเสร็จจะสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ

แต่ควรหลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่กระตุ้นผิวแรงๆ หรือการไปอบซาวน่าไว้ก่อนจะดีที่สุดค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. ทำ Thermage แค่ครั้งเดียว

จะช่วยยกกระชับหน้าได้มากขนาดไหนคะ?

A. ขอตอบตามตรงเลยนะคะ คำว่า "มากขนาดไหน"

เป็นเรื่องที่ตอบยากและขึ้นอยู่กับสภาพผิวจริงของแต่ละบุคคลเลยค่ะ

 

สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นในระยะเริ่มต้น

หลังจากทำไปแค่ 1 ครั้ง มักจะสังเกตเห็นถึงความสว่างกระจ่างใสและความเต่งตึงขึ้นได้อย่างชัดเจนค่ะ

ในทางกลับกันกลุ่มคนที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างสะสมมานาน

อาจจะมีบางกรณีที่รู้สึกว่า "ไม่ค่อยเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน" ได้เช่นกันค่ะ

 

ดังนั้น หากเพิ่งเป็นการทำครั้งแรกของชีวิต

การรอผลลัพธ์ผ่านไป 3 เดือนเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของผิวตนเอง จะเป็นเกณฑ์วัดที่ดีที่สุดค่ะ

 

Q2. แล้วเครื่อง Thermage กับ Ulthera

ส่งผลต่างกันอย่างไรคะ?

A. Thermage จะเลือกใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)

ในขณะที่ Ulthera จะใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะาะจง (HIFU)

Ulthera จะเด่นเรื่องส่งพลังความร้อนทะลุลงลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้านใน (SMAS)

ส่วน Thermage จะทำมุมกระจายพลังงานความร้อนได้อย่างทั่วถึงในชั้นผิวหนังแท้รวมถึงชั้นไขมันด้านบนเป็นหลักค่ะ

 

Q3. หัตถการ Thermage

สามารถเข้ามาทำในวันอาทิตย์ได้ไหมคะ?

A. ได้เลยค่ะ ที่ Beautystone คลินิก สาขาฮงแด

เราเปิดให้บริการรักษาและต้อนรับคนไข้ในวันอาทิตย์ด้วยเช่นกันค่ะ

 

เรามีบริการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียดในวันเดียวกับที่เข้ามาทำหัตถการได้เลยนะคะ

หรือคุณลูกค้าจะแอดไลน์ทักทายส่งข้อความมาปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk ก่อนเดินทางมาโรงพยาบาลก็ย่อมได้เสมอค่ะ

 

Thermage หากทำให้อย่างถูกที่ถูกจุดกับคนที่ผิวสภาพเหมาะสมกับเครื่อง

ขอยืนยันเลยค่ะว่าเป็นหัตถการดูแลผิวพรรณที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ดีงามจริงๆ

 

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าวิธีนี้จะมอบการตอบสนองได้ตรงใจกับผิวของทุกๆ คน 100% เสมอไปนะคะ

 

ดังนั้น หมอจึงอยากแนะนำให้เข้ามารับการวิเคราะห์ใบหน้าและพูดคุยรายละเอียดอย่างรอบคอบ

ก่อนที่จะเลือกจ่ายเงินเริ่มต้นทำหัตถการกันจะดีที่สุดค่ะ

 

หากใครมีข้อสงสัยตรงไหนที่อยากสอบถามเพิ่มเติม

สามารถทักเข้ามาพูดคุยปรึกษากับเราได้อย่างเป็นกันเอง (ผ่าน KakaoTalk) ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ

สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ขอตัวลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ไหล่ เผย 3 เคล็ดลับปั้นไหล่สวยตั้งฉากแบบเกิร์ลกรุ๊ป

ทำไมคุณหมอถึงแนะให้เลิกหวังผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกซ์ร่องแก้ม เผยความจริงที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

"โบท็อกซ์ริ้วรอยรอบดวงตาก็ช่วยป้องกันริ้วรอยในอนาคตได้สิ??" เผยกรณีที่คุณควรเลือกทำ Sofwave แทน

[Beautystone] วิธีเซฟเงินในกระเป๋าเมื่อต้องทำ Rejuran: การเว้นระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งกุญแจสำคัญที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

[คอลัมน์โดย Beautystone] กลลวงของการลบรอยสักราคาประหยัด: ระวังหนีเสือปะจระเข้ระคายเคืองผิวเสียเปล่าจนรักษาไม่หาย

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตุ่มแดงที่คิดว่าเป็นสิว แต่อาจเป็นรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ซึ่งมีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน

ผิว

สิวเม็ดเล็ก ๆ ที่คิดว่าเป็นสิวอุดตันธรรมดา ถ้าจริง ๆ แล้วเป็นรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) วิธีรักษาจะต่างกันโดยสิ้นเชิงนะคะ

สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกันเหมือนเป็นญาติสนิท แต่จริงๆ แล้วมีจุดเริ่มต้นที่ต่างกันนะคะ มาดูวิธีแยกแยะจากอาการคัน, บริเวณที่เกิด และการมีหรือไม่มีหัวสิวอุดตัน (comedone) พร้อมเหตุผลที่ว่าทำไมการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องถึงเป็นตัวกำหนดว่าจะเกิดรอยแผลเป็นหรือไม่

ถ้าสิวเริ่มเป็นไตหรือเป็นปุ่มนูนแดง (nodule) แล้ว อย่าเพิ่งบีบเองนะคะ เพราะรอยแผลเป็นจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ

ผิว

ตั้งแต่ระดับที่เป็นตุ่มนูนแข็ง (결절) ขึ้นไป ห้ามบีบเองเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะจะเริ่มทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ค่ะ

รอยแผลเป็นไม่ได้เกิดจากการกดสิวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าการอักเสบลุกลามไปลึกแค่ไหน มาดูตารางเปรียบเทียบระดับความเสี่ยงการเกิดแผลเป็นและการดูแลรักษาในแต่ละขั้นตอนกันค่ะ

ตุ่มหนอง (pustule) ถ้าปล่อยทิ้งไว้แผลเป็นจะยิ่งใหญ่นะคะ จริงๆ แล้วมันมีเวลาที่ควรเจาะออกอยู่ค่ะ

ผิว

สิวหัวหนองถ้าปล่อยทิ้งไว้แผลเป็นจะยิ่งใหญ่นะคะ จริงๆ แล้วมันมีช่วงเวลาที่ควรบีบอยู่ค่ะ

คำกล่าวที่ว่า 'เป็นสิวไม่ควรบีบจะดีที่สุด' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปช่วงเวลาที่ควรบีบหัวหนอง วิธีการบีบที่ถูกต้อง และระยะของสิวที่ห้ามบีบเด็ดขาด มาไว้ในตารางเดียวให้แล้วค่ะ

การฉีดรักษาสิวอักเสบ จริงๆ แล้วคือหลักการเดียวกับการลดรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ค่ะ

ผิว

การฉีดรักษาสิวอักเสบ จริงๆ แล้วใช้หลักการเดียวกับการลดรอยแผลเป็นจากรอยไหม้ค่ะ

หากคุณคิดว่าการปล่อยให้ตุ่มนูนแดงหรือซีสต์ทิ้งไว้สักสองสามวันแล้วมันจะยุบลงเอง รู้ไหมคะว่าช่วงเวลานั้นกำลังทำลายคอลลาเจนในผิวชั้น진피 (dermis) ของเราอยู่ วันนี้เราสรุปหลักการทำงานของ 'ยาฉีดรักษาสิวอักเสบ' รวมถึงข้อจำกัดและผลข้างเคียงมาให้แล้วค่ะ

รอยสิว รอยดำ รอยแดง และรอยบุ๋มลึก ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาตัวเดียวกัน

ผู้ชาย

รอยสิว รอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิว ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาตัวเดียวกันนะคะ

สีน้ำตาลคือเมลานิน รอยแดงคือเส้นเลือด รอยบุ๋มคือการสูญเสียคอลลาเจน ส่วนรอยนูนคือคอลลาเจนที่ก่อตัวมากเกินไป เราได้สรุปปัญหาผิวทั้ง 4 รูปแบบนี้ พร้อมแนวทางการรักษาขั้นแรกสำหรับแต่ละอาการไว้ในตารางเดียวเรียบร้อยแล้วค่ะ

กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) ไม่ได้เค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยพยุงเปิดตาขึ้นด้วยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้แค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ — แต่ยังช่วยพยุงลืมตาขึ้นด้วยค่ะ

ทำไมการฉีดในปริมาณเท่ากันและตำแหน่งเดียวกันกลับให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละคน? วันนี้เรามาสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ 2 บทบาทหน้าที่ของกล้ามเนื้อหน้าผาก ทั้งการ ‘สร้างรอยย่น + ช่วยพยุงลืมตา’ รวมถึงความสัมพันธ์ของมันกับกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ กันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1