
ที่อื่นไม่เห็นผล? ทำไมคนฮงแดเลือกคลินิกเรา
ที่อื่นไม่เห็นผล? ทำไมคนฮงแดเลือกคลินิกเรา
ที่อื่นไม่เห็นผล? ทำไมคนฮงแดเลือกคลินิกเรา
ทำไมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเองถึงสำคัญ? เทียบผลลัพธ์จริงกับการมอบหมายแพทย์อื่นทำแทน
กำลังมองหา클ินิกผิวหนัง
ที่ราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่าคะ?
แล้วได้เช็กไหมคะว่า
ใครเป็นคนทำหัตถการให้?
ช่วงนี้มีข่าวเรื่องเศรษฐกิจ
ออกมาตามข่าวทุกวันเลยนะคะ
ก็เลยทำให้คนที่เสิร์ชหา
"ราคาถูกไว้ก่อน" หรือ "โปรโมชั่นสุดคุ้ม"
เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
เวลาที่หมอว่างจากคนไข้
แล้วได้คอยติดตามข่าวสารความเป็นไป
ก็ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่างเลยค่ะ
แต่ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ นอกเหนือจากเรื่องราคาแล้ว
ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่า และต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกเลยนะคะ
หมอเลยขอเริ่มคุยด้วยคำถามที่เจอบ่อยมากๆ
ในห้องตรวจตอนนี้เลยค่ะ
ทุกคนเคยคิดไหมคะว่า การทำหัตถการผิวหนัง
แค่ "ทำกับคุณหมอคนไหนก็ได้ก็ดีเหมือนกันหมด"
คิดแบบนี้กันอยู่หรือเปล่าคะ?
จริงๆ แล้ว คนที่จับเครื่องและยิงเลเซอร์ให้เราจริงๆ
มีผลต่อผลลัพธ์การรักษาถึงครึ่งหนึ่งเลยนะคะ
💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้
Q. ทำไมการทำหัตถการโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
โดยตรงถึงสำคัญขนาดนี้?
A. เพราะการตั้งค่าพลังงานและการประเมินปัญหาผิวหน้า
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำค่ะ
Q. การส่งต่อเคส (ให้พยาบาลหรือเทอราปิสทำแทน)
มีเยอะแค่ไหนในความเป็นจริง?
A. ถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในวงการนี้ค่ะ
ดังนั้นต้องเช็กให้ดีเสมอนะคะ
Q. จุดที่ต้องเช็กเวลาเลือกคลินิก
ที่แพทย์ทำเองโดยตรงคืออะไร?
A. หัวใจสำคัญคือ ต้องเช็กว่าคนดูแลเราตั้งแต่ปรึกษาจนถึงทำหัตถการ
เป็นแพทย์คนเดียวกันหรือไม่ค่ะ
เดี๋ยวหมอจะมาอธิบายรายละเอียดในเนื้อหาด้านล่างนะคะ
สิ่งที่จะตัดสินผลลัพธ์ของหัตถการ
ไม่ใช่ตัวเครื่อง แต่คือ "ฝีมือแพทย์" ค่ะ

เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ
ว่าถึงจะใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์, คลื่นความถี่วิทยุ (RF) หรืออัลตราซาวด์
ตัวเครื่องสเปกเครื่องนั้นเหมือนกันค่ะ
แต่จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้ค่ะ
ความแรงของพลังงาน ความลึกในการส่งพลังงาน และการตั้งค่าความหนาแน่น
ใครเป็นคนประเมินและตัดสินใจปรับค่าเหล่านี้
สิ่งนี้แหละค่ะที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ไปโดยสิ้นเชิง
อาจจะฟังเข้าใจยากนิดนึงนะคะ
แต่ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การกำจัดขนด้วยเลเซอร์
ระหว่างคนที่มีขนหนาและดกดำ กับคนที่มีขนบางและสีอ่อน
พลังงานที่ใช้ในการรักษาก็ต้องแตกต่างกันอย่างแน่นอนค่ะ
และผู้ที่จะประเมินสิ่งนี้ได้
ก็คือแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพและมีประสบการณ์ทางคลินิกเท่านั้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการที่แพทย์ตรวจและรักษาด้วยตัวเอง
ถึงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ
ในความเป็นจริง รายงานการวิจัยของสมาคมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD)
เกี่ยวกับการทำหัตถการเลเซอร์ผิวหนังระบุว่า
การตัดสินใจทางคลินิกของผู้ทำหัตถการ
ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเกิดผลข้างเคียงและอาการแพ้ต่างๆ ค่ะ
การส่งต่อเคสให้ผู้อื่นทำแทน
พบได้บ่อยกว่าที่คิดนะคะ

บอกกันตามตรงเลยนะคะ
ในวงการคลินิกผิวหนัง การให้พยาบาลหรือพนักงานดูแลผิว (เทอราปิส)
เป็นคนยิงเลเซอร์หรือใช้เครื่อง RF โดยตรง
ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ทำกันจนชินในหลายๆ ที่เลยค่ะ
โครงสร้างจะเป็นแบบ แพทย์เข้ามาคุยและให้คำปรึกษาตอนแรก
แต่พอถึงเวลาทำจริงๆ กลับเป็นคนอื่นทำแทน
ซึ่งเรื่องนี้สังเกตได้ยากมากค่ะ
เพราะภายนอกดูไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเลย
การที่เราได้เจอคุณหมอตอนปรึกษาครั้งแรก
ไม่ได้เป็นสิ่งค้ำประกันว่าคุณหมอคนนั้นจะเป็นคนลงมือทำหัตถการให้เราจริงๆ นะคะ
หมอเลยอยากเตือนเรื่องนี้ไว้ก่อนเสมอ
ก่อนเข้าใช้บริการ แนะนำให้ลองถามคลินิกตรงๆ เลยว่า "คุณหมอเป็นคนทำหัตถการ
ให้เองโดยตรงเลยใช่ไหมคะ?"
เช็กตรงนี้สักนิดเพื่อความมั่นใจค่ะ
แม้แต่หัตถการราคาแพงอย่าง Thermage หรือ Ultherapy
บางครั้งก็ยังมีการส่งต่อเคสให้คนอื่นทำแทนเลยค่ะ
สำหรับการตัดสินใจเลือกทำหัตถการพรีเมียมเหล่านี้
หมอเขียนสรุปข้อควรระวังไว้ที่หัวข้อ "สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ Thermage FLX"
สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อมูลได้เลยนะคะ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจาก หมอวี ยองจิน
สำหรับคนไข้หลายคนที่เคยทำจากที่อื่นแล้วรู้สึกไม่เห็นผล
หรือเกิดผลข้างเคียงจนต้องมาให้หมอช่วยรักษา,
ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการตั้งค่าพลังงานที่ต่ำเกินไป
หรือในทางกลับกันคือตั้งค่าพลังงานสูงเกินไปจนผิวไหม้ค่ะ
จากประสบการณ์ของหมอ การตอบสนองตามสภาพผิวของแต่ละคน
มีความแตกต่างกันมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะมากเลยนะครับ
โดยเฉพาะคนที่มีผิวบางหรือไวต่อความร้อน
จะใช้วิธีเซ็ตค่าพลังงานตามมาตรฐานทั่วไป (Standard Setting) ไม่ได้เด็ดขาดครับ
นี่คือส่วนที่แพทย์หน้างานต้องวิเคราะห์ด้วยตัวเอง
และตัดสินใจปรับแก้ทันทีในตอนนั้น
ไม่ใช่เรื่องที่จะทำตาม
คู่มือการใช้งานเครื่องทั่วไปได้เลยครับ
แม้เราจะไม่สามารถตัดสินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ว่าการส่งต่อเคสให้ผู้อื่นทำแทนเป็นเรื่องผิดร้ายแรง
แต่สำหรับคนที่เริ่มทำหัตถการครั้งแรก หรือคนที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย หมอขอแนะนำอย่างยิ่งให้เลือกแพทย์เฉพาะทางทำเองโดยตรงดีกว่าครับ
วิธียืนยันตัวตนคลินิก
ที่แพทย์รักษาและทำหัตถการเองโดยตรง
![[전문의 가이드] 직접 진료 병원을 고르는 4가지 확실한 방법](https://framerusercontent.com/images/LsSXXfNtOQkdic6RC9PhcpMkgK0.jpg)
เวลาถามที่เคาน์เตอร์ว่า "คุณหมอทำเองไหมคะ"
ส่วนใหญ่คลินิกก็มักจะตอบว่า "ใช่ค่ะ" อยู่แล้ว
ดังนั้นเราต้องมีเคล็ดลับ
ในการถามให้เฉพาะเจาะจงขึ้นค่ะ
เช็กตามลิสต์นี้ได้เลยค่ะ:
แพทย์คนเดียวกันเป็นคนดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตรวจประเมิน และยิงเครื่อง เลยใช่ไหม
หากวันจริงคุณหมอไม่อยู่ คลินิกจะจัดการและดูแลเคสของเราอย่างไร
ระหว่างทำหัตถการ หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการตั้งค่าพลังงาน ใครเป็นคนประเมินและตัดสินใจ
ก่อนเริ่มยิงเครื่อง คุณหมอได้เข้ามาตรวจสภาพผิวหน้าซ้ำอีกรอบด้วยตัวเองหรือไม่
ลองถามด้วย 4 คำถามนี้ดูนะคะ
ระบบภายในและการทำงานของคลินิกนั้นจะเริ่มชัดเจนขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
แต่อีกมุมหนึ่ง
การเลือกคลินิกแบบนี้ก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างนะคะ
คลินิกที่แพทย์ดูแลเองโดยตรงแบบนี้ คิวจะค่อนข้างแน่นมาก
อาจต้องรอคิวนานในวันนัด
หรือจองคิวยากนิดนึงค่ะ
ข้อเสียคือรอบการรับคนไข้จะทำได้ช้ากว่าคลินิกแนวสปีดค่ะ ^^..
ถึงอย่างนั้น สำหรับทุกๆ หัตถการ
การที่คุณหมอเป็นคนประเมินและปรับค่าพลังงานหน้างานด้วยตัวเอง
ย่อมให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าแน่นอนค่ะ
สรุปหัวใจสำคัญ
การได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังโดยตรง
เป็นเงื่อนไขที่สำคัญยิ่งกว่าประเภทของเครื่องมือแพทย์เสียอีก
และคีย์เวิร์ดสำคัญคือต้องเช็กว่า
แพทย์ที่ปรึกษากับแพทย์ที่ทำหัตถการเป็นคนเดียวกันหรือไม่ค่ะ
ทำไม หมอวี ยองจิน
ถึงยืนกรานที่จะทำเองทุกเคส
จนถึงตอนนี้ หมอก็ยังคงดูแลคนไข้เอง
รักษาและทำหัตถการเองทุกขั้นตอนครับ
ขอพูดตรงๆ เลยนะครับว่า
ในแง่ของร่างกายแล้วมันเหนื่อยล้าพอสมควรเลยครับ
เพราะข้อจำกัดเรื่องแรงกาย
ทำให้จำนวนเคสที่หมอดูแลได้ต่อวันมีจำกัดจริงๆ
ถึงอย่างนั้น หมอก็ยังต้องการรักษาแนวทางรักษาโดยตรงนี้ไว้
แม้ว่าแต่ละเคสจะมีความยากง่ายต่างกันไป
เพราะหมอพบว่าการประเมินผิวหน้าแบบเรียลไทม์
แล้วปรับค่าพลังงานหรือเทคนิคตอนที่ทำอยู่ตรงนั้นเลย
เกิดขึ้นบ่อยมากอย่างไม่น่าเชื่อครับ
เพราะถ้าเราทำแค่ตามสูตรหรือตามคู่มือที่กำหนดไว้เป๊ะๆ
เราจะไม่สามารถรับมือกับตัวแปรที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลยครับ
บางเรื่องตอนเริ่มเป็นหมอใหม่ๆ ผมเองก็ยังไม่ลึกซึ้ง
แต่ต้องรอจนทำหัตถการไปหลายร้อยหลายพันเคส
ถึงจะเริ่มเข้าใจศาสตร์และศิลป์ตรงนี้อย่างแท้จริงคร้บ
คนไข้หลายคนที่เดินทางมาไกลจากย่าน ฮงแด ฮับจอง ชินชน และอีแด
ที่เคยมาปรึกษาหมอ
แล้วบอกว่า "เคยทำที่อื่นมาหลายครั้งแล้ว
แต่ไม่เห็นผลเลยค่ะ"
หลังจากที่หมอทำการรักษาให้ประมาณ 2~3 ครั้ง
ความพึงพอใจของคนไข้ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
คีย์เวิร์ดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ
การปรับเปลี่ยนพลังงานและตำแหน่งการยิงที่ถูกต้องและแม่นยำนั่นเอง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. ทำไมการทำหัตถการโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังโดยตรง
ถึงสำคัญนัก?
A. ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์
มากกว่าตัวเครื่องมือครับ
ไม่ว่าจะเป็นความแรงของพลังงาน ความลึกในการรักษา หรือการรับมือกับปฏิกิริยาของผิวหนัง
การนำทางโดยแพทย์จะทำให้การรักษาปลอดภัยและแม่นยำที่สุดครับ
Q2. ให้คนอื่นทำหัตถการให้
หลังจากหมอบอกแผนการรักษา ถือเป็นสิบผิดกฎหมายไหม?
A. เรื่องนี้มีมิติทางกฎหมายพิจารณาค่อนข้างซับซ้อนครับ
จึงตอบฟันธงได้ยาก
แต่สำหรับการแบ่งขอบเขตหน้าที่แพทย์และส่วนที่มอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้
เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเราเอง แนะนำให้ถามคลินิกให้ชัดเจนก่อนทำการรักษานะครับ
Q3. วันอาทิตย์
สามารถนัดทำหัตถการกับคุณหมอโดยตรงได้ไหมคะ?
A. ได้ครับ หมอเข้าตรวจและดูแลเคสในวันอาทิตย์ด้วยตัวเองเลยครับ
สำหรับคนที่วันธรรมดาคิวแน่นหรือตารางเรียนตารางงานไม่เอื้ออำนวย
ก็มักจะเลือกเข้ามาใช้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์กันครับ
ถ้ามีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมตรงไหน
สามารถทักมาคุยปรึกษาผ่านทาง KakaoTalk ได้สบายๆ เลยนะครับ
ทักมาถามเพื่อความมั่นใจก่อนแวะเข้ามาที่คลินิกได้เลย
หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶[Beautystone] เจาะลึกวิธีแยกแยะ "Ultherapy ของแท้ที่คุ้มราคา" โดน หมอวี ยองจิน
▶ทำไม Thermage 600 shot ต้องเน้นดีไซน์เฉพาะบุคคล มากกว่าการค้นหาคลินิกราคาถูก? (3 เหตุผลหลัก)
▶แพ็กเกจเตรียมตัวเจ้าสาว ดีไซน์ผิวสวยก่อนแต่งงาน เลือกจากความดังอย่างเดียวไม่ได้นะคะ
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ธรรมดา แบรนด์เยอรมันตัวนี้อ่อนโยนเกินไปหรือเปล่า?
▶"คนอื่นลบแค่ 5 ครั้งก็หมดแล้ว?" เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมค่าใช้จ่ายในการลบรอยสักของแต่ละคนถึงต่างกัน
กำลังมองหา클ินิกผิวหนัง
ที่ราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่าคะ?
แล้วได้เช็กไหมคะว่า
ใครเป็นคนทำหัตถการให้?
ช่วงนี้มีข่าวเรื่องเศรษฐกิจ
ออกมาตามข่าวทุกวันเลยนะคะ
ก็เลยทำให้คนที่เสิร์ชหา
"ราคาถูกไว้ก่อน" หรือ "โปรโมชั่นสุดคุ้ม"
เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
เวลาที่หมอว่างจากคนไข้
แล้วได้คอยติดตามข่าวสารความเป็นไป
ก็ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่างเลยค่ะ
แต่ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ นอกเหนือจากเรื่องราคาแล้ว
ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่า และต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกเลยนะคะ
หมอเลยขอเริ่มคุยด้วยคำถามที่เจอบ่อยมากๆ
ในห้องตรวจตอนนี้เลยค่ะ
ทุกคนเคยคิดไหมคะว่า การทำหัตถการผิวหนัง
แค่ "ทำกับคุณหมอคนไหนก็ได้ก็ดีเหมือนกันหมด"
คิดแบบนี้กันอยู่หรือเปล่าคะ?
จริงๆ แล้ว คนที่จับเครื่องและยิงเลเซอร์ให้เราจริงๆ
มีผลต่อผลลัพธ์การรักษาถึงครึ่งหนึ่งเลยนะคะ
💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้
Q. ทำไมการทำหัตถการโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
โดยตรงถึงสำคัญขนาดนี้?
A. เพราะการตั้งค่าพลังงานและการประเมินปัญหาผิวหน้า
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำค่ะ
Q. การส่งต่อเคส (ให้พยาบาลหรือเทอราปิสทำแทน)
มีเยอะแค่ไหนในความเป็นจริง?
A. ถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในวงการนี้ค่ะ
ดังนั้นต้องเช็กให้ดีเสมอนะคะ
Q. จุดที่ต้องเช็กเวลาเลือกคลินิก
ที่แพทย์ทำเองโดยตรงคืออะไร?
A. หัวใจสำคัญคือ ต้องเช็กว่าคนดูแลเราตั้งแต่ปรึกษาจนถึงทำหัตถการ
เป็นแพทย์คนเดียวกันหรือไม่ค่ะ
เดี๋ยวหมอจะมาอธิบายรายละเอียดในเนื้อหาด้านล่างนะคะ
สิ่งที่จะตัดสินผลลัพธ์ของหัตถการ
ไม่ใช่ตัวเครื่อง แต่คือ "ฝีมือแพทย์" ค่ะ

เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ
ว่าถึงจะใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์, คลื่นความถี่วิทยุ (RF) หรืออัลตราซาวด์
ตัวเครื่องสเปกเครื่องนั้นเหมือนกันค่ะ
แต่จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้ค่ะ
ความแรงของพลังงาน ความลึกในการส่งพลังงาน และการตั้งค่าความหนาแน่น
ใครเป็นคนประเมินและตัดสินใจปรับค่าเหล่านี้
สิ่งนี้แหละค่ะที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ไปโดยสิ้นเชิง
อาจจะฟังเข้าใจยากนิดนึงนะคะ
แต่ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การกำจัดขนด้วยเลเซอร์
ระหว่างคนที่มีขนหนาและดกดำ กับคนที่มีขนบางและสีอ่อน
พลังงานที่ใช้ในการรักษาก็ต้องแตกต่างกันอย่างแน่นอนค่ะ
และผู้ที่จะประเมินสิ่งนี้ได้
ก็คือแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพและมีประสบการณ์ทางคลินิกเท่านั้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการที่แพทย์ตรวจและรักษาด้วยตัวเอง
ถึงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ
ในความเป็นจริง รายงานการวิจัยของสมาคมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD)
เกี่ยวกับการทำหัตถการเลเซอร์ผิวหนังระบุว่า
การตัดสินใจทางคลินิกของผู้ทำหัตถการ
ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเกิดผลข้างเคียงและอาการแพ้ต่างๆ ค่ะ
การส่งต่อเคสให้ผู้อื่นทำแทน
พบได้บ่อยกว่าที่คิดนะคะ

บอกกันตามตรงเลยนะคะ
ในวงการคลินิกผิวหนัง การให้พยาบาลหรือพนักงานดูแลผิว (เทอราปิส)
เป็นคนยิงเลเซอร์หรือใช้เครื่อง RF โดยตรง
ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ทำกันจนชินในหลายๆ ที่เลยค่ะ
โครงสร้างจะเป็นแบบ แพทย์เข้ามาคุยและให้คำปรึกษาตอนแรก
แต่พอถึงเวลาทำจริงๆ กลับเป็นคนอื่นทำแทน
ซึ่งเรื่องนี้สังเกตได้ยากมากค่ะ
เพราะภายนอกดูไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเลย
การที่เราได้เจอคุณหมอตอนปรึกษาครั้งแรก
ไม่ได้เป็นสิ่งค้ำประกันว่าคุณหมอคนนั้นจะเป็นคนลงมือทำหัตถการให้เราจริงๆ นะคะ
หมอเลยอยากเตือนเรื่องนี้ไว้ก่อนเสมอ
ก่อนเข้าใช้บริการ แนะนำให้ลองถามคลินิกตรงๆ เลยว่า "คุณหมอเป็นคนทำหัตถการ
ให้เองโดยตรงเลยใช่ไหมคะ?"
เช็กตรงนี้สักนิดเพื่อความมั่นใจค่ะ
แม้แต่หัตถการราคาแพงอย่าง Thermage หรือ Ultherapy
บางครั้งก็ยังมีการส่งต่อเคสให้คนอื่นทำแทนเลยค่ะ
สำหรับการตัดสินใจเลือกทำหัตถการพรีเมียมเหล่านี้
หมอเขียนสรุปข้อควรระวังไว้ที่หัวข้อ "สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ Thermage FLX"
สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อมูลได้เลยนะคะ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจาก หมอวี ยองจิน
สำหรับคนไข้หลายคนที่เคยทำจากที่อื่นแล้วรู้สึกไม่เห็นผล
หรือเกิดผลข้างเคียงจนต้องมาให้หมอช่วยรักษา,
ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการตั้งค่าพลังงานที่ต่ำเกินไป
หรือในทางกลับกันคือตั้งค่าพลังงานสูงเกินไปจนผิวไหม้ค่ะ
จากประสบการณ์ของหมอ การตอบสนองตามสภาพผิวของแต่ละคน
มีความแตกต่างกันมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะมากเลยนะครับ
โดยเฉพาะคนที่มีผิวบางหรือไวต่อความร้อน
จะใช้วิธีเซ็ตค่าพลังงานตามมาตรฐานทั่วไป (Standard Setting) ไม่ได้เด็ดขาดครับ
นี่คือส่วนที่แพทย์หน้างานต้องวิเคราะห์ด้วยตัวเอง
และตัดสินใจปรับแก้ทันทีในตอนนั้น
ไม่ใช่เรื่องที่จะทำตาม
คู่มือการใช้งานเครื่องทั่วไปได้เลยครับ
แม้เราจะไม่สามารถตัดสินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ว่าการส่งต่อเคสให้ผู้อื่นทำแทนเป็นเรื่องผิดร้ายแรง
แต่สำหรับคนที่เริ่มทำหัตถการครั้งแรก หรือคนที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย หมอขอแนะนำอย่างยิ่งให้เลือกแพทย์เฉพาะทางทำเองโดยตรงดีกว่าครับ
วิธียืนยันตัวตนคลินิก
ที่แพทย์รักษาและทำหัตถการเองโดยตรง
![[전문의 가이드] 직접 진료 병원을 고르는 4가지 확실한 방법](https://framerusercontent.com/images/LsSXXfNtOQkdic6RC9PhcpMkgK0.jpg)
เวลาถามที่เคาน์เตอร์ว่า "คุณหมอทำเองไหมคะ"
ส่วนใหญ่คลินิกก็มักจะตอบว่า "ใช่ค่ะ" อยู่แล้ว
ดังนั้นเราต้องมีเคล็ดลับ
ในการถามให้เฉพาะเจาะจงขึ้นค่ะ
เช็กตามลิสต์นี้ได้เลยค่ะ:
แพทย์คนเดียวกันเป็นคนดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตรวจประเมิน และยิงเครื่อง เลยใช่ไหม
หากวันจริงคุณหมอไม่อยู่ คลินิกจะจัดการและดูแลเคสของเราอย่างไร
ระหว่างทำหัตถการ หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการตั้งค่าพลังงาน ใครเป็นคนประเมินและตัดสินใจ
ก่อนเริ่มยิงเครื่อง คุณหมอได้เข้ามาตรวจสภาพผิวหน้าซ้ำอีกรอบด้วยตัวเองหรือไม่
ลองถามด้วย 4 คำถามนี้ดูนะคะ
ระบบภายในและการทำงานของคลินิกนั้นจะเริ่มชัดเจนขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
แต่อีกมุมหนึ่ง
การเลือกคลินิกแบบนี้ก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างนะคะ
คลินิกที่แพทย์ดูแลเองโดยตรงแบบนี้ คิวจะค่อนข้างแน่นมาก
อาจต้องรอคิวนานในวันนัด
หรือจองคิวยากนิดนึงค่ะ
ข้อเสียคือรอบการรับคนไข้จะทำได้ช้ากว่าคลินิกแนวสปีดค่ะ ^^..
ถึงอย่างนั้น สำหรับทุกๆ หัตถการ
การที่คุณหมอเป็นคนประเมินและปรับค่าพลังงานหน้างานด้วยตัวเอง
ย่อมให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าแน่นอนค่ะ
สรุปหัวใจสำคัญ
การได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังโดยตรง
เป็นเงื่อนไขที่สำคัญยิ่งกว่าประเภทของเครื่องมือแพทย์เสียอีก
และคีย์เวิร์ดสำคัญคือต้องเช็กว่า
แพทย์ที่ปรึกษากับแพทย์ที่ทำหัตถการเป็นคนเดียวกันหรือไม่ค่ะ
ทำไม หมอวี ยองจิน
ถึงยืนกรานที่จะทำเองทุกเคส
จนถึงตอนนี้ หมอก็ยังคงดูแลคนไข้เอง
รักษาและทำหัตถการเองทุกขั้นตอนครับ
ขอพูดตรงๆ เลยนะครับว่า
ในแง่ของร่างกายแล้วมันเหนื่อยล้าพอสมควรเลยครับ
เพราะข้อจำกัดเรื่องแรงกาย
ทำให้จำนวนเคสที่หมอดูแลได้ต่อวันมีจำกัดจริงๆ
ถึงอย่างนั้น หมอก็ยังต้องการรักษาแนวทางรักษาโดยตรงนี้ไว้
แม้ว่าแต่ละเคสจะมีความยากง่ายต่างกันไป
เพราะหมอพบว่าการประเมินผิวหน้าแบบเรียลไทม์
แล้วปรับค่าพลังงานหรือเทคนิคตอนที่ทำอยู่ตรงนั้นเลย
เกิดขึ้นบ่อยมากอย่างไม่น่าเชื่อครับ
เพราะถ้าเราทำแค่ตามสูตรหรือตามคู่มือที่กำหนดไว้เป๊ะๆ
เราจะไม่สามารถรับมือกับตัวแปรที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลยครับ
บางเรื่องตอนเริ่มเป็นหมอใหม่ๆ ผมเองก็ยังไม่ลึกซึ้ง
แต่ต้องรอจนทำหัตถการไปหลายร้อยหลายพันเคส
ถึงจะเริ่มเข้าใจศาสตร์และศิลป์ตรงนี้อย่างแท้จริงคร้บ
คนไข้หลายคนที่เดินทางมาไกลจากย่าน ฮงแด ฮับจอง ชินชน และอีแด
ที่เคยมาปรึกษาหมอ
แล้วบอกว่า "เคยทำที่อื่นมาหลายครั้งแล้ว
แต่ไม่เห็นผลเลยค่ะ"
หลังจากที่หมอทำการรักษาให้ประมาณ 2~3 ครั้ง
ความพึงพอใจของคนไข้ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
คีย์เวิร์ดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ
การปรับเปลี่ยนพลังงานและตำแหน่งการยิงที่ถูกต้องและแม่นยำนั่นเอง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. ทำไมการทำหัตถการโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังโดยตรง
ถึงสำคัญนัก?
A. ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์
มากกว่าตัวเครื่องมือครับ
ไม่ว่าจะเป็นความแรงของพลังงาน ความลึกในการรักษา หรือการรับมือกับปฏิกิริยาของผิวหนัง
การนำทางโดยแพทย์จะทำให้การรักษาปลอดภัยและแม่นยำที่สุดครับ
Q2. ให้คนอื่นทำหัตถการให้
หลังจากหมอบอกแผนการรักษา ถือเป็นสิบผิดกฎหมายไหม?
A. เรื่องนี้มีมิติทางกฎหมายพิจารณาค่อนข้างซับซ้อนครับ
จึงตอบฟันธงได้ยาก
แต่สำหรับการแบ่งขอบเขตหน้าที่แพทย์และส่วนที่มอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้
เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเราเอง แนะนำให้ถามคลินิกให้ชัดเจนก่อนทำการรักษานะครับ
Q3. วันอาทิตย์
สามารถนัดทำหัตถการกับคุณหมอโดยตรงได้ไหมคะ?
A. ได้ครับ หมอเข้าตรวจและดูแลเคสในวันอาทิตย์ด้วยตัวเองเลยครับ
สำหรับคนที่วันธรรมดาคิวแน่นหรือตารางเรียนตารางงานไม่เอื้ออำนวย
ก็มักจะเลือกเข้ามาใช้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์กันครับ
ถ้ามีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมตรงไหน
สามารถทักมาคุยปรึกษาผ่านทาง KakaoTalk ได้สบายๆ เลยนะครับ
ทักมาถามเพื่อความมั่นใจก่อนแวะเข้ามาที่คลินิกได้เลย
หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶[Beautystone] เจาะลึกวิธีแยกแยะ "Ultherapy ของแท้ที่คุ้มราคา" โดน หมอวี ยองจิน
▶ทำไม Thermage 600 shot ต้องเน้นดีไซน์เฉพาะบุคคล มากกว่าการค้นหาคลินิกราคาถูก? (3 เหตุผลหลัก)
▶แพ็กเกจเตรียมตัวเจ้าสาว ดีไซน์ผิวสวยก่อนแต่งงาน เลือกจากความดังอย่างเดียวไม่ได้นะคะ
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ธรรมดา แบรนด์เยอรมันตัวนี้อ่อนโยนเกินไปหรือเปล่า?
▶"คนอื่นลบแค่ 5 ครั้งก็หมดแล้ว?" เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมค่าใช้จ่ายในการลบรอยสักของแต่ละคนถึงต่างกัน
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้แค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ — แต่ยังช่วยพยุงลืมตาขึ้นด้วยค่ะ
ทำไมการฉีดในปริมาณเท่ากันและตำแหน่งเดียวกันกลับให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละคน? วันนี้เรามาสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ 2 บทบาทหน้าที่ของกล้ามเนื้อหน้าผาก ทั้งการ ‘สร้างรอยย่น + ช่วยพยุงลืมตา’ รวมถึงความสัมพันธ์ของมันกับกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ กันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูเล็กลง ไม่ใช่เพราะอาการหนังตาตก (ptosis) เสมอไปนะคะ
อาการ 'ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูหนักๆ' เกิดจากอะไร? เจาะลึกกลไกเมื่อกล้ามเนื้อหน้าผากที่เคยช่วยประคองหายไป และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันตามระดับความจำเป็นในการใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองใช้นิ้วจับหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูนะคะ
วิธีฉีดโบหน้าผากให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การ 'ต้องลองฉีดดูก่อนถึงจะรู้' ค่ะ เราได้สรุปแนวทางมาตรฐานทางการแพทย์ในการประเมินรูปแบบการใช้กล้ามเนื้อด้วยการตรวจเช็กตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที เพื่อช่วยในการปรับปริมาณยา ตำแหน่งที่ฉีด และระยะเวลาเว้นช่วงการฉีดให้เหมาะสมที่สุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมกลุ่มที่ดื้อโบง่ายถึงต้องใช้รักษาอย่างระมัดระวัง
แม้จะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ในการรักษาได้เลยนะคะ มาดูเกณฑ์การเลือก Botox vs Dysport ตามระดับการพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันเบาๆ นะคะ
สำหรับคนที่ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากไม่ได้ ก็ยังสามารถทำ skin booster หรือโบท็อกซ์ลิฟติ้ง (Skin Botox) ได้อย่างสบายใจค่ะ ด้วยหลักการทำงานที่ใช้โบทูลินัม ท็อกซิน ตัวเดียวกัน แต่เป็นการกระจายตัวยาปริมาณเล็กน้อยลงในชั้นผิวแท้ (Dermis) เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน ลดรอยแดง และปรับ skin texture ให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ทำไมฉีดที่หน้าผากกับกรามถึงใช้เทคนิคต่างกันคะ?
สรุปสั้นๆ สไตล์เพื่อนสาวมาให้แล้วค่ะ! ว่าทำไมราคา โบท็อกซ์ (Botox) แต่ละบริเวณถึงไม่เท่ากัน พร้อมแชร์ปริมาณยูนิต (Units) ที่เหมาะสมของแต่ละจุด และช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์มาฝากกันค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
