ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

Ulthera ราคาถูกสุด เสียมากกว่าได้? เหตุผลต้องรู้

Ulthera ราคาถูกสุด เสียมากกว่าได้? เหตุผลต้องรู้

Ulthera ราคาถูกสุด เสียมากกว่าได้? เหตุผลต้องรู้

ราคาอัลเทอร่าต่างกันเพราะจำนวนช็อต พลังงาน และฝีมือแพทย์ อย่าเลือกแค่ราคาถูก เสี่ยงเสียเงินฟรี

กำลังมองหา Ulthera ราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่าคะ?

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการเลือกของถูกอาจทำให้คุณได้ไม่คุ้มเสีย

 

ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในแต่ละวันเลยนะคะ

แต่ถึงอย่างนั้น พอเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ก็มีลูกค้าสอบถามเรื่องการทำหัตถการยกกระชับกันเข้ามาเยอะมาก ๆ เลยค่ะ

 

และในบรรดาคำถามเหล่านั้น มีอยู่คำถามหนึ่ง

ที่ถูกถามเข้ามาบ่อยที่สุดค่ะ

 

"ทำไมราคา Ulthera 600 shots

ของแต่ละคลินิกถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้คะ?"

 

มีตั้งแต่ราคา 3 แสนวอน ไปจนถึง 2 ล้านวอนเลยทีเดียว

 

ทั้ง ๆ ที่เป็นจำนวน 600 shots เท่ากัน แต่ทำไมราคาถึงต่างกันขนาดนี้ วันนี้เราจะมาสรุปเหตุผลที่แท้จริงให้ฟังกันค่ะ

 

💡 สรุปประเด็นสำคัญของวันนี้

 

Q. Ulthera 600 shots

ทำไมแต่ละโรงพยาบาลถึงตั้งราคาต่างกันขนาดนี้คะ?

A. เป็นเพราะการจำกัดจำนวนช็อต, การตั้งค่าพลังงาน และความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการนั้น

ล้วนแตกต่างกันออกไปค่ะ

 

Q. ถ้าทำ Ulthera ในราคาถูก ๆ

จะยังเห็นผลลัพธ์ไหมคะ?

A. หากพลังงานไม่เพียงพอ หรือยิงช็อตไม่แม่นยำ

ก็อาจจะไม่เห็นผลเลยค่ะ

 

Q. ถ้าอย่างนั้น มีเกณฑ์ในการประเมิน

ราคาสมเหตุสมผลของ Ulthera ไหมคะ?

A. คุณควรเช็กเรื่องปริมาณพลังงานรวม (Energy) และผู้ให้บริการ

ก่อนที่จะดูแค่จำนวนช็อตค่ะ

เราจะมาอธิบายรายละเอียดเรื่องนี้กันในเนื้อหาด้านล่างนะคะ

 

มาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนว่า

Ulthera คืออะไร

샷수보다 중요한 건 '에너지 총량', 울쎄라 제대로 받는 법

Ulthera คือการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) เจาะจงลงไป

ในผิวชั้นลึก (ชั้น SMAS)

เพื่อสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ (thermal coagulation points) ขึ้นมาค่ะ

 

พูดง่าย ๆ ก็คือ มันไม่ใช่เลเซอร์ค่ะ

 

แต่เป็นการที่พลังงานอัลตราซาวนด์จะทะลุผ่านผิวชั้นบน

ตรงเข้าไปกระตุ้นชั้นพังผืดใต้ผิวหนังแท้

โดยตรงเลยนั่นเอง

 

กลไกนี้ได้รับการยืนยันในวารสารตจวิทยาแห่งอเมริกา (JAAD) ด้วยนะคะ

ซึ่งระบุไว้ว่า

 

หัวใจสำคัญคือ พลังงานจะต้องส่งไปถึงระดับความลึกที่แม่นยำ

จึงจะเกิดปฏิกิริยาการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาได้ค่ะ

 

คำว่า "ความลึกที่แม่นยำ" นี้แหละค่ะ คีย์เวิร์ดสำคัญที่จะอธิบาย

ความต่างของราคาในภายหลัง

 

จำนวน 600 shots เท่ากัน แต่ทำไมราคา

ถึงห่างกันตั้งแต่ 3 แสนวอน ไปจนถึง 2 ล้านวอนได้

ขนาดนี้

 

เรื่องนี้อาจจะดูคลุมเครืออยู่สักหน่อยนะคะ

เพราะคำว่า "จำนวนช็อต" เป็นตัวเลขที่เห็นได้ชัดเจนก็จริง

แต่ในความเป็นจริง ตัวตัดสินผลลัพธ์โชว์ผิวสวย

ไม่ใช่แค่จำนวนช็อตหรอกค่ะ

 

แต่มี 3 สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างแท้จริง

 

1. ค่าการตั้งค่าพลังงาน (joule)

ต่อให้เป็น 600 shots เท่ากัน แต่พลังงานที่ปล่อยออกมาในแต่ละช็อต

จะเป็น 0.5J หรือ 1.0J

ผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

 

หัตถการราคาถูกส่วนใหญ่ มักจะตั้งค่าพลังงานไว้ต่ำ ๆ

 

เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บ และเพื่อให้จบเคสได้เร็วขึ้นค่ะ

 

2. ความแม่นยำของตำแหน่งที่ยิงพลังงานจริง

บนตัวเครื่อง Ulthera

จะมีฟังก์ชันหน้าจอแสดงภาพอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ (Real-time Imaging)

 

ซึ่งช่วยให้ผู้ทำหัตถการสามารถดูหน้าจอไปพร้อมกับตรวจสอบได้ว่า พลังงานถูกส่งลงไป

ที่ชั้นผิวที่ถูกต้องจริงหรือไม่ แต่หากไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันนี้อย่างถูกต้อง

พลังงานที่ยิงออกไปก็อาจจะไปโดนชั้นผิวอื่นที่ไม่ต้องการแทนได้ค่ะ

 

3. ผู้ทำหัตถการเป็นแพทย์ตัวจริงหรือไม่

เรื่องนี้เป็นส่วนที่หมอย้ำเตือนเสมอค่ะ

 

ในกรณีที่ค่าบริการถูกมากจนผิดปกติ

บางครั้งอาจจะเป็นการทำหัตถการโดยสตาฟฟ์ที่ไม่ใช่แพทย์

 

ซึ่งถือเป็นเคสที่อยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมายการแพทย์ค่ะ

 

สรุปก็คือ มากกว่าตัวเลข 600 shots

"ทำด้วยพลังงานเท่าไหร่, ยิงลงชั้นผิวไหน และใครเป็นคนทำ"

ต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ค่ะ

 

👨‍⚕️ บันทึกประสบการณ์จริงจาก หมอวี ยองจิน:

มีคนไข้หลายท่านที่เคยทำ Ulthera จากที่อื่นมาหลายครั้งแล้ว

แต่รู้สึกว่าไม่เห็นผลเลย

เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจของเราเยอะมาก ๆ ครับ

 

จากประสบการณ์ของหมอ ส่วนใหญ่แล้ว

เป็นเพราะพวกเขาได้รับการรักษาที่ไม่มีการตั้งค่าพลังงานที่สูงพอ

หรือพลังงานต่ำเกินไปนั่นเองครับ

 

แต่นี่ก็น่าเสียดายตรงที่

ไม่มีการบันทึกข้อมูลการรักษาของครั้งที่ไม่ได้ผลเอาไว้

ทำให้ไม่มีวิธีตรวจสอบได้เลยว่า

ครั้งนั้นใช้พลังงานไปเท่าไหร่กันแน่

 

มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากจะบอกให้ชัดเจนเลยก็คือ

สำหรับการทำ Ulthera

ถ้าทำด้วยระดับพลังงานที่ถูกต้องเหมาะสม มันจะค่อนข้างเจ็บเลยล่ะครับ

 

ดังนั้น ถ้าในระหว่างทำหัตถการแล้วคุณไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด

คุณอาจจะต้องลองตั้งข้อสงสัยดูแล้วล่ะครับว่า

ได้รับพลังงานที่เพียงพอแล้วจริง ๆ หรือเปล่า

 

ถ้าอย่างนั้น ราคาที่เหมาะสมของ Ulthera

ควรจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ดีคะ

울쎄라 600샷 적정 비용은 얼마? 실패 없는 리프팅 선택 가이드

ถ้าให้พูดตรง ๆ เลยก็คือ

ไม่มีราคากลางตายตัวที่เป็นคำตอบสำหรับทุกคนหรอกครับ

 

เพราะมันแตกต่างกันไปตามพื้นที่, ขนาดของโรงพยาบาล

และบริเวณที่ทำหัตถการ

 

เพียงแต่ปกติแล้ว หมอจะมีเกณฑ์

ที่คอยแนะนำคนไข้แบบนี้ครับ

 

สิ่งที่ต้องเช็ก

  1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Chief doctor) เป็นผู้ยิงเองโดยตรงหรือไม่

  2. มีการสแกนชั้นผิวด้วยหน้าจออัลตราซาวนด์ก่อนทำ เพื่อเช็กชั้นผิวจริงหรือไม่

  3. มีการแจ้งค่าพลังงานที่ใช้ในการตั้งค่าให้คนไข้ทราบล่วงหน้าหรือไม่

  4. มีการจัดการคุมคุณภาพของหัวเครื่องมือ Transducer (หัวยิงที่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่เสมอเมื่อหมดอายุการใช้งาน) อย่างถูกต้องหรือไม่

 

มี 4 ข้อนี้ที่ต้องตรวจสอบครับ

 

ส่วนข้อเสียก็คือเรื่องของราคาครับ ^^..

ถ้าเป็นคลินิกที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ข้างต้นทั้งหมดนี้

สำหรับเรต 600 shots ในโซล อย่างน้อย ๆ ราคาก็จะพัฒนาไปอยู่ช่วง

8 แสน ถึง 1.5 ล้านวอนขึ้นไป นี่คือความจริงครับ

 

แต่อย่างไรก็ตาม การทำอย่างถูกต้องจัดเต็มตั้งแต่ครั้งแรกเพียงครั้งเดียว

ย่อมดีกว่าการทำแบบไม่ได้ผลไปถึงสามครั้งแน่นอนครับ

 

สรุปใจความสำคัญ

ยิ่งราคา Ulthera ถูกมากเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องเช็กเรื่องการตั้งค่าพลังงาน

และใบอนุญาตวิชาชีพของผู้ทำหัตถการก่อนเสมอครับ

 

เมื่อเทียบกับ Thermage หรือ Shurink แล้ว

Ulthera ควรเลือกทำในกรณีใดคะ

เวลาที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องการยกกระชับใบหน้า

นอกจาก Ulthera แล้วยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อีกหลายตัวเลย

ทำให้หลายคนเกิดความสับสนกันเยอะมากค่ะ

 

ถ้าให้เทียบกันแบบเข้าใจง่าย ๆ จะเป็นประมาณนี้ค่ะ

หัตถการ

ระดับความลึกหลักที่ส่งผล

จุดเด่น

Ulthera

ชั้น SMAS (พังผืดกล้ามเนื้อ)

แก้ไขความหย่อนคล้อย, ผลลัพธ์การยกกระชับสูงมาก

Thermage

ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)

ฟื้นฟูความยืดหยุ่นและวอลลุ่มผิว, ปรับ texture ผิว

Shurink

ชั้นผิวหนังแท้ ~ ชั้น SMAS

ราคาสบายกระเป๋า เข้าถึงง่ายกว่า, ผลลัพธ์ระดับปานกลาง

ถึงแม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด การทำ Ulthera จะเหมาะสมที่สุดค่ะ

ส่วนผู้ที่รู้สึกว่าผิวขาดความยืดหยุ่นเป็นหลัก

หมอมักจะแนะนำให้พิจารณาทำควบคู่ไปกับ Thermage ค่ะ

 

สำหรับการทำหัตถการควบคู่กับ Thermage นั้น

หมอได้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในบทความเกี่ยวกับการคอมโบ Thermage และ Ulthera

สามารถกดเข้าไปอ่านเพื่ออ้างอิงเพิ่มเติมได้เลยนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. ทำไมราคา Ulthera 600 shots

ของแต่ละที่ถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้คะ?

A. เพราะแม้จำนวนช็อตจะเท่ากัน แต่ค่าพลังงานที่ตั้งไว้,

ความแม่นยำของระดับความลึกในการทำหัตถการ และความเชี่ยวชาญของผู้ทำนั้นล้วนต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ

โดยเฉพาะเคสราคาถูกที่มักจะตั้งค่าพลังงานไว้ต่ำเพื่อลดความเจ็บปวด

ทำให้บางรายแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแทบไม่เห็นผลเลยค่ะ

ดังนั้นการเช็กเงื่อนไขและมาตรฐานในการทำหัตถการก่อนเรื่องราคาจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดค่ะ

 

Q2. หลังทำ Ulthera แล้ว

จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

A. โดยปกติผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นในช่วงเวลา 1~3 เดือนหลังทำค่ะ

และช่วงเวลาที่คอลลาเจนสร้างเสร็จสมบูรณ์จะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือนขึ้นไปหลังทำค่ะ

หลายคนอาจคาดหวังผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปทันทีหลังจากทำเสร็จ

แต่เรื่องจริงคือ Ulthera เป็นหัตถการที่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการเห็นผลทันทีค่ะ

 

Q3. ควรทำ Ulthera บ่อยแค่ไหนคะ?

A. สำหรับเคสทั่วไป ปีละ 1 ครั้ง ถือเป็นมาตรฐานพื้นฐานค่ะ

แต่สำหรับท่านที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก หรือเริ่มมีอายุแล้ว

อาจจะพิจารณาทำเพิ่มอีกครั้งเมื่อครบกำหนด 6 เดือนไปแล้วค่ะ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจควรประเมินยึดจากผลลัพธ์หลังทำครั้งแรกเป็นหลักค่ะ

หมอมักจะแนะนำให้พิจารณาตามสภาพผิว ณ เวลานั้น ๆ มากกว่ากำหนดเป๊ะ ๆ เป็นรอบเวลาที่แน่นอนครับ

 

หากมีข้อสงสัยหรือส่วนที่ติดขัดตรงไหน

สามารถทักเข้ามาสอบถามผ่านทาง KakaoTalk ได้อย่างสบายใจเลยนะคะ

จะแชตถามก่อนที่จะแวะเข้ามาที่คลินิกก็ยินดีมาก ๆ ค่ะ

ทั้งหมดนี้คือคำแนะนำจาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านคู่กัน

กำลังมองหา Ulthera ราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่าคะ?

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการเลือกของถูกอาจทำให้คุณได้ไม่คุ้มเสีย

 

ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในแต่ละวันเลยนะคะ

แต่ถึงอย่างนั้น พอเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ก็มีลูกค้าสอบถามเรื่องการทำหัตถการยกกระชับกันเข้ามาเยอะมาก ๆ เลยค่ะ

 

และในบรรดาคำถามเหล่านั้น มีอยู่คำถามหนึ่ง

ที่ถูกถามเข้ามาบ่อยที่สุดค่ะ

 

"ทำไมราคา Ulthera 600 shots

ของแต่ละคลินิกถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้คะ?"

 

มีตั้งแต่ราคา 3 แสนวอน ไปจนถึง 2 ล้านวอนเลยทีเดียว

 

ทั้ง ๆ ที่เป็นจำนวน 600 shots เท่ากัน แต่ทำไมราคาถึงต่างกันขนาดนี้ วันนี้เราจะมาสรุปเหตุผลที่แท้จริงให้ฟังกันค่ะ

 

💡 สรุปประเด็นสำคัญของวันนี้

 

Q. Ulthera 600 shots

ทำไมแต่ละโรงพยาบาลถึงตั้งราคาต่างกันขนาดนี้คะ?

A. เป็นเพราะการจำกัดจำนวนช็อต, การตั้งค่าพลังงาน และความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการนั้น

ล้วนแตกต่างกันออกไปค่ะ

 

Q. ถ้าทำ Ulthera ในราคาถูก ๆ

จะยังเห็นผลลัพธ์ไหมคะ?

A. หากพลังงานไม่เพียงพอ หรือยิงช็อตไม่แม่นยำ

ก็อาจจะไม่เห็นผลเลยค่ะ

 

Q. ถ้าอย่างนั้น มีเกณฑ์ในการประเมิน

ราคาสมเหตุสมผลของ Ulthera ไหมคะ?

A. คุณควรเช็กเรื่องปริมาณพลังงานรวม (Energy) และผู้ให้บริการ

ก่อนที่จะดูแค่จำนวนช็อตค่ะ

เราจะมาอธิบายรายละเอียดเรื่องนี้กันในเนื้อหาด้านล่างนะคะ

 

มาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนว่า

Ulthera คืออะไร

샷수보다 중요한 건 '에너지 총량', 울쎄라 제대로 받는 법

Ulthera คือการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) เจาะจงลงไป

ในผิวชั้นลึก (ชั้น SMAS)

เพื่อสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ (thermal coagulation points) ขึ้นมาค่ะ

 

พูดง่าย ๆ ก็คือ มันไม่ใช่เลเซอร์ค่ะ

 

แต่เป็นการที่พลังงานอัลตราซาวนด์จะทะลุผ่านผิวชั้นบน

ตรงเข้าไปกระตุ้นชั้นพังผืดใต้ผิวหนังแท้

โดยตรงเลยนั่นเอง

 

กลไกนี้ได้รับการยืนยันในวารสารตจวิทยาแห่งอเมริกา (JAAD) ด้วยนะคะ

ซึ่งระบุไว้ว่า

 

หัวใจสำคัญคือ พลังงานจะต้องส่งไปถึงระดับความลึกที่แม่นยำ

จึงจะเกิดปฏิกิริยาการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาได้ค่ะ

 

คำว่า "ความลึกที่แม่นยำ" นี้แหละค่ะ คีย์เวิร์ดสำคัญที่จะอธิบาย

ความต่างของราคาในภายหลัง

 

จำนวน 600 shots เท่ากัน แต่ทำไมราคา

ถึงห่างกันตั้งแต่ 3 แสนวอน ไปจนถึง 2 ล้านวอนได้

ขนาดนี้

 

เรื่องนี้อาจจะดูคลุมเครืออยู่สักหน่อยนะคะ

เพราะคำว่า "จำนวนช็อต" เป็นตัวเลขที่เห็นได้ชัดเจนก็จริง

แต่ในความเป็นจริง ตัวตัดสินผลลัพธ์โชว์ผิวสวย

ไม่ใช่แค่จำนวนช็อตหรอกค่ะ

 

แต่มี 3 สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างแท้จริง

 

1. ค่าการตั้งค่าพลังงาน (joule)

ต่อให้เป็น 600 shots เท่ากัน แต่พลังงานที่ปล่อยออกมาในแต่ละช็อต

จะเป็น 0.5J หรือ 1.0J

ผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

 

หัตถการราคาถูกส่วนใหญ่ มักจะตั้งค่าพลังงานไว้ต่ำ ๆ

 

เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บ และเพื่อให้จบเคสได้เร็วขึ้นค่ะ

 

2. ความแม่นยำของตำแหน่งที่ยิงพลังงานจริง

บนตัวเครื่อง Ulthera

จะมีฟังก์ชันหน้าจอแสดงภาพอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ (Real-time Imaging)

 

ซึ่งช่วยให้ผู้ทำหัตถการสามารถดูหน้าจอไปพร้อมกับตรวจสอบได้ว่า พลังงานถูกส่งลงไป

ที่ชั้นผิวที่ถูกต้องจริงหรือไม่ แต่หากไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันนี้อย่างถูกต้อง

พลังงานที่ยิงออกไปก็อาจจะไปโดนชั้นผิวอื่นที่ไม่ต้องการแทนได้ค่ะ

 

3. ผู้ทำหัตถการเป็นแพทย์ตัวจริงหรือไม่

เรื่องนี้เป็นส่วนที่หมอย้ำเตือนเสมอค่ะ

 

ในกรณีที่ค่าบริการถูกมากจนผิดปกติ

บางครั้งอาจจะเป็นการทำหัตถการโดยสตาฟฟ์ที่ไม่ใช่แพทย์

 

ซึ่งถือเป็นเคสที่อยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมายการแพทย์ค่ะ

 

สรุปก็คือ มากกว่าตัวเลข 600 shots

"ทำด้วยพลังงานเท่าไหร่, ยิงลงชั้นผิวไหน และใครเป็นคนทำ"

ต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ค่ะ

 

👨‍⚕️ บันทึกประสบการณ์จริงจาก หมอวี ยองจิน:

มีคนไข้หลายท่านที่เคยทำ Ulthera จากที่อื่นมาหลายครั้งแล้ว

แต่รู้สึกว่าไม่เห็นผลเลย

เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจของเราเยอะมาก ๆ ครับ

 

จากประสบการณ์ของหมอ ส่วนใหญ่แล้ว

เป็นเพราะพวกเขาได้รับการรักษาที่ไม่มีการตั้งค่าพลังงานที่สูงพอ

หรือพลังงานต่ำเกินไปนั่นเองครับ

 

แต่นี่ก็น่าเสียดายตรงที่

ไม่มีการบันทึกข้อมูลการรักษาของครั้งที่ไม่ได้ผลเอาไว้

ทำให้ไม่มีวิธีตรวจสอบได้เลยว่า

ครั้งนั้นใช้พลังงานไปเท่าไหร่กันแน่

 

มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากจะบอกให้ชัดเจนเลยก็คือ

สำหรับการทำ Ulthera

ถ้าทำด้วยระดับพลังงานที่ถูกต้องเหมาะสม มันจะค่อนข้างเจ็บเลยล่ะครับ

 

ดังนั้น ถ้าในระหว่างทำหัตถการแล้วคุณไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด

คุณอาจจะต้องลองตั้งข้อสงสัยดูแล้วล่ะครับว่า

ได้รับพลังงานที่เพียงพอแล้วจริง ๆ หรือเปล่า

 

ถ้าอย่างนั้น ราคาที่เหมาะสมของ Ulthera

ควรจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ดีคะ

울쎄라 600샷 적정 비용은 얼마? 실패 없는 리프팅 선택 가이드

ถ้าให้พูดตรง ๆ เลยก็คือ

ไม่มีราคากลางตายตัวที่เป็นคำตอบสำหรับทุกคนหรอกครับ

 

เพราะมันแตกต่างกันไปตามพื้นที่, ขนาดของโรงพยาบาล

และบริเวณที่ทำหัตถการ

 

เพียงแต่ปกติแล้ว หมอจะมีเกณฑ์

ที่คอยแนะนำคนไข้แบบนี้ครับ

 

สิ่งที่ต้องเช็ก

  1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Chief doctor) เป็นผู้ยิงเองโดยตรงหรือไม่

  2. มีการสแกนชั้นผิวด้วยหน้าจออัลตราซาวนด์ก่อนทำ เพื่อเช็กชั้นผิวจริงหรือไม่

  3. มีการแจ้งค่าพลังงานที่ใช้ในการตั้งค่าให้คนไข้ทราบล่วงหน้าหรือไม่

  4. มีการจัดการคุมคุณภาพของหัวเครื่องมือ Transducer (หัวยิงที่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่เสมอเมื่อหมดอายุการใช้งาน) อย่างถูกต้องหรือไม่

 

มี 4 ข้อนี้ที่ต้องตรวจสอบครับ

 

ส่วนข้อเสียก็คือเรื่องของราคาครับ ^^..

ถ้าเป็นคลินิกที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ข้างต้นทั้งหมดนี้

สำหรับเรต 600 shots ในโซล อย่างน้อย ๆ ราคาก็จะพัฒนาไปอยู่ช่วง

8 แสน ถึง 1.5 ล้านวอนขึ้นไป นี่คือความจริงครับ

 

แต่อย่างไรก็ตาม การทำอย่างถูกต้องจัดเต็มตั้งแต่ครั้งแรกเพียงครั้งเดียว

ย่อมดีกว่าการทำแบบไม่ได้ผลไปถึงสามครั้งแน่นอนครับ

 

สรุปใจความสำคัญ

ยิ่งราคา Ulthera ถูกมากเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องเช็กเรื่องการตั้งค่าพลังงาน

และใบอนุญาตวิชาชีพของผู้ทำหัตถการก่อนเสมอครับ

 

เมื่อเทียบกับ Thermage หรือ Shurink แล้ว

Ulthera ควรเลือกทำในกรณีใดคะ

เวลาที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องการยกกระชับใบหน้า

นอกจาก Ulthera แล้วยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อีกหลายตัวเลย

ทำให้หลายคนเกิดความสับสนกันเยอะมากค่ะ

 

ถ้าให้เทียบกันแบบเข้าใจง่าย ๆ จะเป็นประมาณนี้ค่ะ

หัตถการ

ระดับความลึกหลักที่ส่งผล

จุดเด่น

Ulthera

ชั้น SMAS (พังผืดกล้ามเนื้อ)

แก้ไขความหย่อนคล้อย, ผลลัพธ์การยกกระชับสูงมาก

Thermage

ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)

ฟื้นฟูความยืดหยุ่นและวอลลุ่มผิว, ปรับ texture ผิว

Shurink

ชั้นผิวหนังแท้ ~ ชั้น SMAS

ราคาสบายกระเป๋า เข้าถึงง่ายกว่า, ผลลัพธ์ระดับปานกลาง

ถึงแม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด การทำ Ulthera จะเหมาะสมที่สุดค่ะ

ส่วนผู้ที่รู้สึกว่าผิวขาดความยืดหยุ่นเป็นหลัก

หมอมักจะแนะนำให้พิจารณาทำควบคู่ไปกับ Thermage ค่ะ

 

สำหรับการทำหัตถการควบคู่กับ Thermage นั้น

หมอได้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในบทความเกี่ยวกับการคอมโบ Thermage และ Ulthera

สามารถกดเข้าไปอ่านเพื่ออ้างอิงเพิ่มเติมได้เลยนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. ทำไมราคา Ulthera 600 shots

ของแต่ละที่ถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้คะ?

A. เพราะแม้จำนวนช็อตจะเท่ากัน แต่ค่าพลังงานที่ตั้งไว้,

ความแม่นยำของระดับความลึกในการทำหัตถการ และความเชี่ยวชาญของผู้ทำนั้นล้วนต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ

โดยเฉพาะเคสราคาถูกที่มักจะตั้งค่าพลังงานไว้ต่ำเพื่อลดความเจ็บปวด

ทำให้บางรายแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแทบไม่เห็นผลเลยค่ะ

ดังนั้นการเช็กเงื่อนไขและมาตรฐานในการทำหัตถการก่อนเรื่องราคาจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดค่ะ

 

Q2. หลังทำ Ulthera แล้ว

จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

A. โดยปกติผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นในช่วงเวลา 1~3 เดือนหลังทำค่ะ

และช่วงเวลาที่คอลลาเจนสร้างเสร็จสมบูรณ์จะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือนขึ้นไปหลังทำค่ะ

หลายคนอาจคาดหวังผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปทันทีหลังจากทำเสร็จ

แต่เรื่องจริงคือ Ulthera เป็นหัตถการที่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการเห็นผลทันทีค่ะ

 

Q3. ควรทำ Ulthera บ่อยแค่ไหนคะ?

A. สำหรับเคสทั่วไป ปีละ 1 ครั้ง ถือเป็นมาตรฐานพื้นฐานค่ะ

แต่สำหรับท่านที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก หรือเริ่มมีอายุแล้ว

อาจจะพิจารณาทำเพิ่มอีกครั้งเมื่อครบกำหนด 6 เดือนไปแล้วค่ะ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจควรประเมินยึดจากผลลัพธ์หลังทำครั้งแรกเป็นหลักค่ะ

หมอมักจะแนะนำให้พิจารณาตามสภาพผิว ณ เวลานั้น ๆ มากกว่ากำหนดเป๊ะ ๆ เป็นรอบเวลาที่แน่นอนครับ

 

หากมีข้อสงสัยหรือส่วนที่ติดขัดตรงไหน

สามารถทักเข้ามาสอบถามผ่านทาง KakaoTalk ได้อย่างสบายใจเลยนะคะ

จะแชตถามก่อนที่จะแวะเข้ามาที่คลินิกก็ยินดีมาก ๆ ค่ะ

ทั้งหมดนี้คือคำแนะนำจาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านคู่กัน

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1