• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

CellrDM vs รีจูรัน HB เลือกตัวไหนดี?

CellrDM vs รีจูรัน HB เลือกตัวไหนดี?

CellrDM vs รีจูรัน HB เลือกตัวไหนดี?

CellrDM (Human ADM) กับ รีจูรัน HB (Salmon PN) ส่วนผสมต่างกัน ถ้าแก้มตอบควรเลือกตัวไหน

จะฉีดรีจูรัน HB ดีหรือเซลดีเอ็มดี? หาสกินบูสเตอร์ที่เหมาะกับตัวเอง

ทั้งคู่ต่างถูกเรียกว่า "ยาฉีดฟื้นฟูผิว" (skin booster)

 

ที่ในตลาดเคลมกันว่าช่วยฟื้นฟูผิวบ้าง ช่วยเติมความชุ่มชื้นบ้าง..

 

สับสนใช่ไหมคะว่าตกลงมันต่างกันยังไง?

 

ถึงแม้ว่าจะเป็นทรีตเมนต์ที่ฮิตมากๆ

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับผิวของทุกคนเหมือนกันหมดครับ

 

วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อแตกต่างของทั้งสองตัวนี้กันอย่างละเอียดครับ

 

💡 เช็คลิสต์ก่อนอ่านกันสักนิด

 

Q. CellrDM กับ รีจูรัน HB

มันก็คล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอคะ?

 

A. จริงๆ แล้วส่วนผสมหลักต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

ถึงแม้จะจัดอยู่ในกลุ่ม "skin booster" เหมือนกัน

แต่วิธีการทำงานและผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์นั้นต่างกันครับ

 

รีจูรัน คือ PN

ส่วน CellrDM คือ ADM (Acellular Dermal Matrix จากมนุษย์)

 

Q. ทำไมบางคนฉีดแค่ รีจูรัน ก็พอแล้ว

แต่บางคนถึงได้รับคำแนะนำให้ฉีด CellrDM ครับ?

 

A. ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการสูญเสียปริมาตรผิว (volume loss) ครับ

เราได้สรุปรายละเอียดไว้ในส่วนของสาเหตุด้านล่างแล้วครับ

 

Q. แล้วในกรณีของฉัน ควรเลือกตัวไหนดีครับ?

 

A. เลือกตามผลลัพธ์ที่ต้องการครับ ว่าเน้นเรื่องความชุ่มชื้น-ความยืดหยุ่น

หรือเน้นการเติมเต็มปริมาตรผิว (volume recovery)

สามารถเช็คประเภทผิวของคุณได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้เลยครับ

 

ทำไมสองตัวนี้ถึงชอบถูกจับคู่

จนทำให้สับสนอยู่เรื่อยเลยนะ

อ่านก่อนทำแน่นอน คู่มือเลือกระหว่างเซลดีเอ็มกับรีจูรัน HB

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจก็คือ

"คุณหมอคะ รีจูรัน กับ CellrDM

มันต่างกันยังไงเหรอคะ?

เห็นเขาบอกว่าดีต่อผิวทั้งคู่เลย"

 

คำถามแบบนี้เลยครับ

ไม่แปลกเลยที่จะสับสนกันซะส่วนใหญ่

 

เพราะทั้งสองตัวมาในรูปแบบของยาฉีดเหมือนกัน

และเวลาเสิร์ชคีย์เวิร์ดก็มักจะขึ้นแท็ก

ฟื้นฟูผิว (skin booster) เหมือนกันทั้งคู่

 

แต่มีจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณต้องรู้ไว้ครับ

 

นั่นคือส่วนผสมเริ่มต้นของทั้งสองตัวนี้

ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

 

รีจูรัน HB เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเบสมาจาก

PN (Polynucleotide) ซึ่งเป็นชิ้นส่วน DNA

ที่สกัดมาจากปลาแซลมอนครับ

 

มีกลไกการทำงานโดยการเข้าไปกระตุ้นสัญญาณการฟื้นฟูเซลล์ผิว

จุดเด่นหลักๆ คือช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน

และเพิ่มความชุ่มชื้นรวมถึงความยืดหยุ่นให้แก่ผิวครับ

 

ในทางกลับกัน CellrDM คือ

Human Acellular Dermal Matrix (ADM)

 

หรือโครงสร้างเนื้อเยื่อผิวที่ดึงเอาเซลล์ออกแล้ว เหลือไว้เพียง

คอลลาเจน, อีลาสติน, และไฮยาลูโรนิก

ซึ่งเป็นโครงสร้างค้ำจุนเนื้อเยื่อเหนี่ยวรั้งเซลล์ (ECM) จากชั้นผิวจริงของมนุษย์

 

เนื่องจากโครงสร้างส่วนผสมมีความคล้ายคลึงกับชั้นหนังแท้ของผิวเรามากๆ

จึงไม่ใช่แค่การเข้าไปกระตุ้นการฟื้นฟูผิวทั่วไป

แต่ยังช่วยทำหน้าที่เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก

และเพิ่มวอลลุ่มให้กับผิวไปพร้อมๆ กันด้วยครับ

 

ฟังดูอาจจะเข้าใจยากนิดหน่อย — ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ

รีจูรัน HB เป็นการส่งสัญญาณเข้าไปกระตุ้น

เซลล์ผิวของเราให้ซ่อมแซมตัวเอง

 

ส่วน CellrDM จะคล้ายกับการเข้าไปเติมเต็ม

ช่องว่างในโครงสร้างผิวโดยตรงครับ

 

เหตุผลที่ความต่างนี้สำคัญก็เพราะว่า

ถ้าเป้าหมายปัญหาผิวของคุณต่างกัน

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ต้องต่างกันครับ

 

หากเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูและเติมน้ำให้ผิว

รีจูรัน HB ก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ

 

แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องผิวตอบหรือสูญเสียปริมาตรผิวจากความร่วงโรยตามวัย

CellrDM จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ตรงจุดมากกว่าครับ

 

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

● สำหรับผู้ที่เน้นเรื่องความชุ่มชื้นและการปรับผิวเรียบเนียนเป็นหลัก

รีจูรัน HB อาจจะเหมาะกับคุณที่สุดครับ

 

● สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการสูญเสียปริมาตรผิวหรือแก้มตอบ

แนะนำให้เลือกเป็นฝั่ง CellrDM จะตรงจุดกว่าครับ

 

● สำหรับผู้ที่มีปัญหาทั้งสองอย่างร่วมกัน

สามารถทำควบคู่กันได้ครับ

 

รายละเอียดส่วนนี้หมอจะอธิบายเพิ่มเติมที่ด้านล่างนี้อีกทีนะคร้บ

 

รีจูรัน HB เหมาะกับ

สภาพผิวแบบไหนบ้างนะ

เลิกฉีดสกินบูสเตอร์ที่ไม่ได้ผลได้แล้ว วิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวตัวเอง

สำหรับผลิตภัณฑ์ไลน์ รีจูรัน

เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว

 

โดยรุ่น รีจูรัน HB จะเป็นสูตรที่เพิ่มส่วนผสมของ

ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เข้ามาครับ

มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพลังการเติมความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำควบคู่ไปกับ

ประโยชน์ในการฟื้นฟูผิวของ PDRN

 

โดยปกติหมอมักจะแนะนำ รีจูรัน HB ให้กับคนที่มีปัญหาผิวเหล่านี้นะครับ

 

  1. ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ และผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน

  2. กังวลเรื่องริ้วรอยแรกเริ่ม หรือผิวเริ่มบางลง

  3. ต้องการทรีตเมนต์เสริมเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์

  4. ต้องการบำรุงและดูแลสุขภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้น

 

จากประสบการณ์ของหมอ โดยทั่วไปการฉีด รีจูรัน HB

จะใช้ปริมาณประมาณ 1~2 cc ทั่วใบหน้าต่อหนึ่งครั้ง

 

และมักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อผิวที่ดีขึ้น

หลังจากทำอย่างต่อเนื่อง 3~4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4 สัปดาห์ครับ

 

แต่ไม่ใช่ว่ามันจะตอบโจทย์ไปซะทุกอย่างนะครับ

 

ข้อจำกัดของ รีจูรัน HB คือ

ไม่สามารถช่วยเติมเต็มหรือเพิ่มปริมาตรผิวโดยตรงได้มากนัก

 

แม้ว่าจะช่วยเรื่องการฟื้นฟูและเติมน้ำได้ดีมาก

แต่ถ้าปัญหาหลักของคุณคือแก้มตอบหรือผิวหน้าดูหย่อนคล้อย

การใช้แค่ รีจูรัน HB เพียงอย่างเดียว

อาจจะยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่สะใจเท่าไหร่ครับ

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่เน้นเรื่องงานผิวเรียบเนียนและอยากเติมความฉ่ำน้ำ

ตัวนี้ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมเสมอนะครับ

 

👨‍⚕ shrink โน้ตสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

● รีจูรัน HB

โดดเด่นเรื่องความชุ่มชื้น การฟื้นฟู และช่วยให้ผิวละเอียดขึ้น

ผลลัพธ์ด้านการปรับรูปหน้าหรือเติมเต็มค่อนข้างจำกัด

เหมาะสำหรับการดูแลและกู้สภาพผิวโดยรวม

 

● รอบการรับบริการ

แนะนำทำต่อเนื่อง 3~4 ครั้ง

โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์เนื้อผิวที่ชัดเจนที่สุดครับ

 

ทำไม CellrDM ถึงตอบโจทย์กว่า

สำหรับคนที่กังวลเรื่องผิวตอบหรือสูญเสียโวลลุ่ม

"คุณหมอคะ ช่วงนี้ผิวดูโทรมๆ สุขภาพไม่ดี

แถมแก้มก็ดูตอบลงด้วยค่ะ"

 

หมอมักจะได้ยินคนไข้พูดด้วยความกังวลใจแบบนี้

อยู่เป็นประจำในห้องตรวจเลยครับ

 

ซึ่งในกรณีนี้ ปัญหาไม่ได้เกิดจาก

ผิวขาดน้ำเพียงอย่างเดียวครับ

 

แต่เป็นเพราะโครงสร้างในชั้นหนังแท้ (dermis)

เช่น คอลลาเจน อีลาสติน และโครงสร้างพยุงผิวต่างๆ ลดน้อยลง

ทำให้ผิวบางตัวลงและทำให้ใบหน้าดูซูบตอบลงนั่นเอง

 

ซึ่ง CellrDM มีแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ที่ต่างออกไปครับ

 

ด้วยส่วนผสมที่ได้มาจากโครงสร้างผิวชั้นหนังแท้ของมนุษย์จริง

จึงมีความใกล้เคียงกับโครงสร้างผิวตามธรรมชาติของเราอย่างมาก

 

เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว จะช่วยทำหน้าที่เหมือนเสาค้ำยัน

ช่วยเติมเต็มและพยุงวอลลุ่มผิวในทันที

พร้อมทั้งไปช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่โดยรอบอีกด้วยครับ

 

สารภาพตามตรงเลยนะครับ

ตอนที่หมอรู้จักผลิตภัณฑ์ตัวนี้ครั้งแรก

ก็แอบลังเลและสงสัยอยู่เหมือนกัน

 

ว่าสารสกัดที่มาจากมนุษย์จะปลอดภัยจริงไหม

และจะเห็นผลเรื่องความกระชับเติมเต็มได้จริงหรือเปล่า

ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียนและทดสอบผลลัพธ์อยู่พักใหญ่เลยครับ

 

แต่หลังจากที่ได้เก็บเคสจริงมาเรื่อยๆ

สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาแก้มตอบ ขมับบุ๋ม หรือหน้าผากแบนยับ

ซึ่งเป็นความกังวลหลัก

 

การใช้ CellrDM จะให้ผลลัพธ์ที่คนไข้พึงพอใจและเห็นการสูญเสียโวลลุ่มได้รับการเติมเต็มได้ชัดเจนกว่า รีจูรัน HB มากๆ ครับ

 

ปกติหมอจะแนะนำ CellrDM ให้กับคนที่มีความกังวลดังต่อไปนี้ครับ

 

  1. ผู้ที่สูญเสียปริมาตรผิวเฉพาะจุด เช่น แก้มตอบ หน้าผาก หรือขมับบุ๋ม

  2. ผู้ที่ต้องการเติมเต็มผิวแต่ไม่อยากฉีดสารเติมเต็มพวกฟิลเลอร์ (filler)

  3. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูชั้นหนังแท้ไปพร้อมๆ กับการคงผลลัพธ์ผิวที่ดูเต็มอิ่มเป็นธรรมชาติ

  4. ผู้ที่กังวลเรื่องผิวเริ่มบางและส่องกระจกแล้วรู้สึกหน้าตอบโทรม

 

จากประสบการณ์ของหมอ

ปริมาณการใช้ CellrDM จะอยู่ที่ประมาณ 1~2 cc ต่อจุดพิกัด

และมักจะแนะนำให้ทำประมาณ 2~3 ครั้ง

ห่างกันทุกๆ 4~6 สัปดาห์ครับ

 

บางรายสามารถสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง

ในเรื่องความเต็มอิ่มของผิวได้ตั้งแต่ครั้งที่ 1~2 เลยล่ะครับ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หมอจำเป็นต้องชี้แจงตรงๆ เลยนะครับ

ข้อเสียของมันก็คือเรื่องของราคาครับ ^^..

 

เมื่อเทียบกับ รีจูรัน HB แล้ว

CellrDM จะมีราคาต่อรอบที่ค่อนข้างสูงกว่าพอสมควรเลยครับ

 

นั่นก็เป็นเพราะกระบวนการผลิตต้นน้ำของตัววัสดุผิวสังเคราะห์จากมนุษย์ (human ADM)

มีขั้นตอนและมาตรฐานที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามากครับ

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะจุดเรื่องใบหน้าตอบจริงๆ

ผลลัพธ์ที่ได้คืนมา

ก็ถือว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ

 

ทั้งนี้ สามารถเลือกใช้คู่กับการรักษาฟื้นฟูผิวอื่นๆ เพื่อผสานพลังส่งพลังความปัง

ซึ่งหมอได้เขียนสรุปคู่มือของ skin booster แต่ละประเภทไว้ในบล็อกบทความก่อนหน้า

ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมเพื่อเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจได้เลยนะครับ

 

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

● CellrDM

ทำงานร่วมกันทั้งการพยุงวอลลุ่มผิว + ฟื้นฟูชั้นหนังแท้ไปพร้อมๆ กัน

ราคาค่อนข้างสูง

เหมาะกับคนที่ปัญหาหนักใจเรื่องผิวสูญเสียปริมาตร เป็นโพรง หรือแก้มตอบ

 

● รีจูรัน HB

เน้นการเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูโครงสร้าง และปรับพื้นผิวสัมผัสเรียบเนียน

ผลการเติมเต็มปรับรูปหน้าค่อนข้างน้อย

เหมาะกับการบำรุงและกู้สภาพความกระชับใสโดยรวมของใบหน้า

 

ถ้าอย่างนั้น หากนำทั้งสองตัวนี้

มาทำร่วมกันล่ะ จะเป็นอย่างไร?

เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ

จริงๆ แล้ว CellrDM และ รีจูรัน HB สามารถทำควบคู่กันได้ครับ

 

เพราะทั้งคู่ไม่ได้เป็นคู่แข่งแย่งผลลัพธ์กัน

แต่ทำหน้าที่และดูแลผิวในชั้นระดับที่แตกต่างกันครับ

 

ถึงแม้จะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวเฉพาะบุคคล

แต่สูตรการดูแลของหมอมักจะวางแผนแบบนี้ครับ

 

สำหรับเคสที่มีปัญหาทั้งสูญเสียปริมาตรผิวหน้าตอบ

ร่วมกับผิวแห้งกร้านสะสมและเนื้อผิวไม่เรียบเนียน

หมอจะเลือกใช้ CellrDM เพื่อเข้าไปพยุงและเติมเต็มโครงสร้างผิวในระดับลึกก่อน

 

จากนั้นจึงค่อยใช้ รีจูรัน HB เพื่อเข้าไปปรับสภาพเนื้อผิวชั้นบน

ปรับบาลานซ์ความชุ่มฉ่ำน้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ

 

แต่ก็มีจุดจุกจิกเล็กน้อยนะครับ

เพราะหากต้องการทำทั้งสองตัวพร้อมกัน

เราจะต้องมาเรียงลำดับความสำคัญของปัญหาก่อน

เพื่อคำนวณโดสปริมาณยาและการแบ่งจุดพิกัดที่จะฉีดให้เหมาะสมครับ

 

ดังนั้น หากคุณกำลังสนใจที่จะร่วมโปรแกรมนี้

ตอนที่เข้ามาปรึกษา แนะนำให้บอกคุณหมอให้ชัดเจนเลยครับว่า

"ในบรรดาทุกปัญหา ตอนนี้กังวลใจเรื่องไหนที่สุด"

 

สไตล์การรักษาของหมอสำหรับการแมทช์คู่นี้

มักจะเริ่มสร้างรากฐานด้านในด้วย CellrDM เพื่อพยุงผิวขึ้นมาก่อน

แล้วค่อยออนท็อปเก็บรายละเอียดงานผิวและช่วยฟื้นฟูผิวภายนอก

ด้วย รีจูรัน HB เป็นขั้นตอนปิดสเต็ปการดูแลครับ

 

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

● ลำดับการทำร่วมกัน

ใช้ CellrDM (วางรากฐานและเติมเต็มโวลลุ่มโครงสร้างชั้นลึกก่อน)

→ ตามด้วย รีจูรัน HB (บำรุงลึกเพื่อช่วยฟื้นฟูและเพิ่มความฉ่ำน้ำผิวชั้นนอก)

 

● คีย์เวิร์ดสำคัญ

หากจำเป็นต้องทำทั้งสองตัว

สิ่งสำคัญคือการเลือกปักหมุดปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดเพื่อแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรกครับ

 

สรุปประเด็นหลัก

CellrDM vs รีจูรัน HB

หากเป้าเน้นความฉ่ำวาว-กระตุ้นฟื้นฟูผิวทั่วไป แนะนำ รีจูรัน HB

หากกังวลริ้วรอยลึก โครงสร้างยุบ หรือต้องการเติมหน้าแก้มตอบ CellrDM จะตอบโจทย์ดีที่สุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1. CellrDM สกัดมาจากส่วนประกอบของมนุษย์ ปลอดภัยจริงไหมคะ?

A. พอได้ยินว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากเนื้อเยื่อชั้นหนังแท้ของคน

บางท่านอาจจะรู้สึกกังวลใจหรือกลัวในช่วงแรกๆ ครับ

 

แต่ความจริงแล้ว โครงสร้างเนื้อเยื่อที่นำมาใช้ใน CellrDM

ได้ถูกสกัดเอาเซลล์ออกจนหมดเกลี้ยงแล้ว

จนเหลือเพียงโครงสร้างโครงข่ายโปรตีนสังเคราะห์พยุงผิว (Acellular Matrix)

โอกาสที่จะเกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่อระบบภูมิคุ้มกันจึงต่ำมากๆ คร้บ

 

อย่างไรก็ตาม ร่างกายของแต่ละคนมีการตอบสนองไม่เหมือนกัน

ก่อนการทำทรีตเมนต์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งประวัติการแพ้ต่างๆ ให้ทางคลินิกทราบก่อนทุกครั้ง

 

แทนที่จะคิดเอาเองว่าทุกอย่างปลอดภัย 100% เป็นการตัดสินใจที่ดีกว่า

ที่จะเข้ามาปรึกษาแพทย์และทำการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวของตัวเอง

เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดไปพร้อมๆ กันครับ

 

Q2. ทั้ง รีจูรัน HB และ CellrDM

ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

A. จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ของหมอ โดยเฉลี่ย รีจูรัน HB

จะช่วยบล็อกความฉ่ำวาวและรักษาความละเอียดเรียบเนียนของผิว

ไว้ได้นานประมาณ 3~6 เดือนครับ

 

ในขณะที่ผลลัพธ์ด้านการเติมเต็มเพิ่มปริมาตรของ CellrDM

จะมีอายุค่อนข้างยาวนานกว่า โดยอยู่ได้ราวๆ 6 เดือน ถึง 1 ปี เลยทีเดียวครับ

 

แต่แน่นอนว่า ตัวเลขเหล่านี้สามารถผันแปรได้ค่อนข้างมาก

ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสภาพผิวเดิม ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และจุดที่รับการดูแลรักษาครับ

 

ดังนั้น ส่วนตัวหมอจึงเลี่ยงที่จะใช้คำประเภท

"การันตีผลลัพธ์ที่ยาวนานแน่นอน" นำมาอ้างอิงครับ

 

Q3. มีความแตกต่างจากฟิลเลอร์ (filler) อย่างไรบ้างครับ?

A. คำถามนี้ ฮิตติดอันดับท็อปสามเลยครับ

 

ถึงแม้ว่า CellrDM จะเด่นเรื่องผลลัพธ์การสร้างและพยุงวอลลุ่มผิว

แต่จะไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบที่หน้าเปลี่ยนรูปเห็นได้ชัดเจน

หรือบวมปูดขึ้นมาทันทีหลังฉีดปุ๊บแบบพวกรุ่นฟิลเลอร์ครับ

 

ตัวฟิลเลอร์จะเป็นสารกลุ่มไฮยาลูรอนิกสังเคราะห์ที่ถูกฉีดเข้าไปเพื่อสร้างปริมาตรแบบก้อน

เพื่อหวังผลเรื่องโครงสร้างหน้าทันทีหลังทำ

แต่ CellrDM จะเข้าไปบำรุงโครงสร้างด้านในเพื่อปูทางให้เกิดกระบวนการคอลลาเจนตัวเอง

ค่อยๆ เติมเต็มสุขภาพและสปริงผิวให้ฟูกลับขึ้นมาตามกระบวนการธรรมชาติแบบละมุนๆ ครับ

 

สรุปสั้นๆ คือ หากเป้าหมายคือความแน่นพุ่งเห็นชัดทันตาเห็น ให้เลือกฟิลเลอร์

แต่ถ้าอยากเน้นแนวงานผิวเป็นธรรมชาติ ดูกลมกลืน

พร้อมทั้งสุขภาพผิวดีขึ้นเรื่อยๆ แบบไร้โป๊ะ

CellrDM จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณสูงสุดครับ

 

แนะนำให้มานั่งคุยรายละเอียดข้อจำกัดและสิ่งที่คุณคาดหวัง

กับหมอที่คลินิกก่อนตัดสินใจทำเพื่อประเมินร่วมกันนะครับ

 

มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักแชทช่องทาง LINE

ปรึกษาฟรีผ่าน LINE

อยากเช็คดูว่าผิวเราเหมาะกับคอร์สไหน เดี๋ยวหมอช่วยเข้ามาตรวจและตอบเองโดยตรงครับ

▶ แชทปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านช่องทาง LINE คลิกเลย

ทักถามข้อสงสัยได้อย่างสบายใจเลยนะครับ

จะสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นก่อนเดินทางมาเยี่ยมที่คลินิกก็ได้เช่นกันครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

Seoul LDM Hongdae จะช่วยแก้ปัญหาผิว 5 ประการได้จริงหรืิอ?

[คอลัมน์ Beautystone] กับดัก 'โปรแกรมราคาถูก' ที่อาจทำให้ผิวพังแทนที่จะประหยัดราคาค่าเลเซอร์ลบรอยสัก

"ทำไมคนอื่นลบแค่ 5 ครั้งก็เกลี้ยงแล้ว?" เผยสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ค่าบริการลบรอยสักของคุณมีราคาต่างกัน

เผย 5 เกณฑ์การเลือกคลินิกผิวหนังในย่านฮงแด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

สรุปประโยชน์ที่แท้จริงของ รีจูรัน HB คืออะไรกันแน่? เดี๋ยวหมอจะมาเปรียบเทียบเทียบชัดๆ ให้ดูครับ









  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

การฉีด skin booster ด้วยมือกับการใช้เครื่องอินเจคเตอร์ (injector) มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้น?

ผิว

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ทำไมจำนวนช็อตของ Sofwave ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และยิ่งทำจำนวนช็อตเยอะๆ จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงไหมคะ?

ยกกระชับ

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ

จำนวน vial ของ Sculptra จะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ฉีดและอายุอย่างไรบ้าง แล้วยิ่งฉีดเยอะจะยิ่งดีจริงไหมคะ?

ผิว

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล? ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

จำนวนไวอัล Sculptra มาจากพื้นที่ที่ต้องเติมและความเร็วสร้างคอลลาเจนตามอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

หลังจากทำหัตถการแล้ว เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ดีที่สุด เราควรทานโปรตีนวันละเท่าไหร่ และต้องแบ่งทานอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

ทำหัตถการคอลลาเจนแล้วผลไม่ขึ้น ต้องกินโปรตีนวันละเท่าไหร่?

คอลลาเจนสร้างจากโปรตีนที่เรากิน มาดูเส้นขั้นต่ำต่อวัน การแบ่งมื้อ และข้อควรระวังกันค่ะ

กำลังลดน้ำหนักด้วยฉีดยาลดน้ำหนักอยู่ค่ะ ควรเข้ารับการทำหัตถการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า (face volume treatment) ช่วงไหนดีที่สุดคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้าซูบ มาดูว่าทำไมใบหน้าเปลี่ยนก่อน และควรรอให้น้ำหนักนิ่งแค่ไหนก่อนเติมวอลลุ่มค่ะ

หลังจากทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) แล้ว จะสามารถกลับมานวดหน้า ใช้กัวซา หรือลูกกลิ้งนวดหน้าได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

ยกกระชับ

หลัง Onda กลับมานวดหน้าและกัวซาได้เมื่อไหร่

ลูบเบา ๆ กับกดกัวซาขึ้น รอไม่เท่ากัน รวมช่วงเวลากลับมานวดหน้าหลัง Onda แยกตามระดับแรงกด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1