• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าซูบจริงไหม แยกข่าวลือกับกลไกจริงและสิ่งที่ควรเช็กก่อนทำ

เคยได้ยินไหมคะว่า "ทำ Thermage แล้วแก้มจะตอบ หน้าจะซูบลง" จนพาลลังเลไม่กล้าจองคิว ความกังวลว่าเนื้อแก้มจะหายไปนั้นเข้าใจได้เลยค่ะ เพราะไม่มีใครอยากทำแล้วหน้าดูโทรมลงกว่าเดิม แต่พอเรารู้ว่าคลื่น RF ของ Thermage ทำงานที่ชั้นผิวไหนกันแน่ ความกังวลตรงนี้ก็จะเริ่มคลี่คลายและมองภาพได้ชัดขึ้น

จริง ๆ แล้วความเข้าใจว่า "ยกกระชับ = ละลายไขมัน" เป็นคนละเรื่องกันเลย พูดง่าย ๆ คือ ชั้นผิวที่ให้ความกระชับกับชั้นที่เก็บไขมันเป็นคนละชั้น ครีมหรือการนวดหน้าช่วยได้แค่ผิวชั้นบน แต่ไปไม่ถึงโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นลึก นั่นคือจุดที่ทำให้หลายคนสับสนว่าตกลงแล้ว Thermage ทำอะไรกับใบหน้ากันแน่

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปแยกข่าวลือกับความจริงเรื่องแก้มตอบหลังทำ Thermage ว่าคลื่นความร้อนลงไปทำงานที่ชั้นไหน ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าหน้าเปลี่ยน พร้อมแนะนำสิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณสบายใจขึ้นค่ะ

ข่าวลือเรื่องแก้มตอบหลังทำ Thermage มาจากไหน?

ความกังวลว่าแก้มจะตอบมักไม่ได้มาจากตัวเครื่องโดยตรง แต่มาจากความเข้าใจที่ปนกันระหว่างหัตถการคนละแบบ คนที่เคยได้ยินว่า "ทำเลเซอร์แล้วหน้าซูบ" บางครั้งก็เหมารวมว่า Thermage ก็คงเป็นแบบเดียวกัน ทั้งที่หลักการทำงานต่างกันมาก

อีกส่วนหนึ่งมาจากคนที่มีเนื้อแก้มน้อยอยู่แล้ว พอผิวกระชับขึ้น กรอบหน้าคมขึ้น ก็อาจรู้สึกว่าหน้าดูเรียวลงจนเข้าใจว่า "เนื้อหาย" ทั้งที่จริงเป็นเรื่องของการเก็บกรอบหน้ามากกว่าการลดไขมัน จุดนี้เองที่ทำให้ข่าวลือแพร่ต่อกันไป โดยเฉพาะเมื่อเล่าปากต่อปากโดยไม่ได้แยกว่าใครมีสภาพผิวแบบไหน

เพราะฉะนั้น ก่อนจะเชื่อว่า Thermage ทำให้แก้มตอบ เราควรกลับไปดูก่อนว่าคลื่นความร้อนของมันลงไปทำงานที่ชั้นผิวไหนกันแน่ค่ะ

ภาพแสดงที่มาของความกังวลเรื่องแก้มตอบหลังทำ Thermage

Thermage ส่งความร้อนลงไปทำงานที่ชั้นผิวไหน?

ภาพตัดขวางแสดงคลื่น RF ของ Thermage ที่ให้ความร้อนในชั้นหนังแท้ ไม่ลงไปถึงชั้นไขมัน

Thermage FLX (เทอร์มาจ) เป็นเครื่อง Monopolar RF (คลื่นวิทยุความถี่เดี่ยว) ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย.เกาหลี (KFDA) หลักการทำงานคือส่งพลังงานความร้อนลงไปที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและอีลาสติน (Elastin) ไม่ใช่ชั้นไขมันที่อยู่ลึกลงไปกว่านั้น

เมื่อความร้อนที่ควบคุมได้ไปถึงชั้นหนังแท้ โครงสร้างคอลลาเจนเดิมจะหดตัวทันที และกระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สร้างคอลลาเจน ค่อย ๆ ผลิตคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed Central (PMC6541915) อธิบายว่าความร้อนจากคลื่น RF ทำให้โครงสร้างของโมเลกุลคอลลาเจนหดตัวได้ทันที ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการกระชับผิว

ลองนึกภาพเส้นใยผ้าที่เริ่มยืดหย่อน พอโดนความร้อนระดับพอเหมาะก็จะหดกลับและค่อย ๆ สร้างเส้นใยใหม่ที่แน่นขึ้น กลไกของ Thermage ก็คล้ายกัน เป้าหมายจริง ๆ คือการเก็บกระชับคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ไม่ใช่การไปสลายไขมันที่ทำให้แก้มมีวอลุ่มค่ะ

ภาพตัดขวางแสดงคลื่น RF ของ Thermage ที่ทำงานในชั้นหนังแท้ ไม่ถึงชั้นไขมัน

แยกข่าวลือกับความจริง แก้มตอบเกิดจากอะไรกันแน่?

พอเข้าใจว่าคลื่นความร้อนทำงานที่ชั้นไหน เราก็แยกข่าวลือกับความจริงได้ง่ายขึ้น ตารางด้านล่างเป็นแนวเทียบให้เห็นภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงหน้าของแต่ละบุคคล ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัวนะคะ

ประเด็น

ข่าวลือที่มักได้ยิน

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ชั้นที่ทำงาน

สลายไขมันโดยตรง

ให้ความร้อนที่คอลลาเจนในชั้นหนังแท้

เป้าหมาย

ทำให้หน้าซูบ ลดไขมัน

กระชับผิวและเก็บกรอบหน้า

เรื่องวอลุ่มแก้ม

ยุบแน่นอนทุกคน

ขึ้นอยู่กับโครงหน้าและการตั้งค่าพลังงาน

จะเห็นว่าความรู้สึกว่า "หน้าเปลี่ยน" ในบางคนมักมาจากผิวที่แน่นขึ้นและกรอบหน้าที่คมขึ้น ไม่ได้แปลว่าไขมันหายไป โดยเฉพาะคนที่มีเนื้อแก้มน้อยตั้งแต่แรก การประเมินวอลุ่มก่อนทำจึงสำคัญ ส่วนคอลลาเจนที่สร้างใหม่ก็ค่อยเป็นค่อยไปตามเวลา ไม่ได้เห็นผลเต็มที่ในทันที ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองค่ะ

ภาพเปรียบเทียบข่าวลือกับความจริงเรื่องแก้มตอบหลังทำ Thermage

Thermage เหมาะกับใคร และใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน?

Thermage อาจเหมาะกับคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าผิวเริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม หรืออยากเก็บกระชับแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่อยากผ่าตัดและไม่อยากพักฟื้นนาน สำหรับคนที่มีเนื้อแก้มน้อย ก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ แต่ควรให้แพทย์ประเมินวอลุ่มและการตั้งค่าพลังงานให้เหมาะกับโครงหน้าก่อน

กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษก่อนทำ ได้แก่:

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์โลหะฝังในร่างกายบริเวณที่จะรักษา

  • มีผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้ออยู่ในบริเวณที่จะทำ

  • เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือทำหัตถการอื่นบริเวณใบหน้ามาไม่นาน ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินระยะห่างที่เหมาะสม

  • มีเนื้อแก้มน้อยหรือใบหน้าซูบอยู่แล้ว ควรให้แพทย์ประเมินวอลุ่มก่อนเพื่อวางแผนให้เหมาะสม

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าคุณเหมาะกับ Thermage หรือควรพิจารณาแนวทางอื่นที่ช่วยเรื่องวอลุ่มร่วมด้วยค่ะ

ภาพแสดงกลุ่มที่เหมาะและกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ Thermage

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Thermage ที่ควรรู้

แม้ Thermage จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่การพูดถึงผลข้างเคียงอย่างตรงไปตรงมาก็เป็นเรื่องสำคัญค่ะ ผลข้างเคียงที่อาจพบได้บ่อยคือรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน บางรายอาจรู้สึกอุ่นหรือแสบเล็กน้อยระหว่างทำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติหรือระคายเคืองที่ไม่หาย ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

มีงานทบทวนที่รวบรวมข้อมูลการใช้คลื่น RF แบบ Monopolar ตีพิมพ์ใน PubMed Central (PMC3081495) ซึ่งระบุว่าไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรงอย่างแผลไหม้หรือการเปลี่ยนสีผิวในกลุ่มที่ศึกษา อย่างไรก็ตามความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนและวิธีการทำของแพทย์ด้วย

โดยทั่วไปผลข้างเคียงรุนแรงมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และใช้เครื่องที่ได้มาตรฐาน ส่วนเรื่อง "แก้มตอบ" นั้น ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่เกิดจากการสลายไขมันของตัวเครื่อง แต่เป็นเรื่องของการเลือกการตั้งค่าและการประเมินวอลุ่มให้เหมาะกับโครงหน้า ซึ่งลดความกังวลตรงนี้ได้ด้วยการปรึกษาก่อนทำอย่างละเอียดค่ะ

ภาพแสดงผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Thermage ที่ควรรู้

สรุป

ข่าวลือที่ว่า Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าซูบลงนั้น ไม่ตรงกับกลไกจริงของเครื่อง เพราะคลื่น Monopolar RF ทำงานที่ชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและกระชับผิว ไม่ได้ลงไปสลายไขมันที่สร้างวอลุ่มให้แก้ม ความรู้สึกว่าหน้าเรียวขึ้นในบางคนมักมาจากกรอบหน้าที่คมขึ้น ไม่ใช่เนื้อที่หายไป

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงหน้า และการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินวอลุ่มและความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะถ้าคุณมีเนื้อแก้มน้อยหรือกังวลเรื่องหน้าซูบ

หากคุณกำลังลังเลเพราะกลัวว่าทำ Thermage แล้วแก้มจะตอบ ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาคุยกันก่อนตัดสินใจได้เลยค่ะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

레이저나 리프팅 시술 후 붓기가 밤보다 아침에 더 심하게 느껴지는 이유는 무엇일까요?

ยกกระชับ

ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?

ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

울쎄라 프라임 시술 후에 세안과 화장, 그리고 운동은 언제부터 다시 시작해도 될까요?

ยกกระชับ

หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้าแต่งหน้าออกกำลังกายได้เมื่อไหร่

หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวกันค่ะ

온다 리프팅을 받았다면 다음 시술까지 보통 얼마나 간격을 두고 다시 받는 게 좋을까요?

ผู้ชาย

Onda Lifting ควรเว้นระยะกี่สัปดาห์ก่อนทำครั้งต่อไปดี?

อยากทำ Onda Lifting ซ้ำ ควรเว้นระยะนานแค่ไหน? อ่านเกณฑ์วางแผนเว้นระยะก่อนตัดสินใจนะคะ

써마지 시술을 받으면 볼이 꺼지고 얼굴 살이 빠진다는 이야기는 정말로 사실일까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าซูบจริงไหม แยกข่าวลือกับกลไกจริงและสิ่งที่ควรเช็กก่อนทำ

포텐자 시술을 받고 나면 붉은 기와 다운타임은 보통 며칠 정도 이어지게 되는 걸까요?

ผิว

Potenza ทำแล้วหน้าแดงกี่วัน ดาวน์ไทม์นานไหม?

หลังทำ Potenza รอยแดงและดาวน์ไทม์มักอยู่กี่วัน สรุปกลไกการฟื้นตัว ความต่างของอาการ และวิธีดูแล

Ultracol หรือ Juvelook ดีกว่ากันคะ? ช่วยเปรียบเทียบความแตกต่างทางคลินิก (เช่น กลไกการออกฤทธิ์, ระยะเวลาคงผลลัพธ์, บริเวณที่แนะนำให้ทำ) ของทั้งสองตัวนี้แบบละเอียดให้หน่อยค่ะ เพื่อช่วยให้คนไข้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ยกกระชับ

Onda Lifting เจ็บไหม? ไม่ทาครีมชาก็ทนได้จริงไหม

Onda Lifting เจ็บน้อยกว่า HIFU จริงไหม? ทำครีมชาจำเป็นไหม? อ่านก่อนตัดสินใจนะคะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1