ควรทำ Onda Lifting ครั้งถัดไปเมื่อไร ช่วงที่ลงตัวคือตอนที่การเปลี่ยนแปลงครั้งก่อนเข้าที่และเริ่มจางลง ดูข้อเสียเมื่อทำเร็วหรือช้าไป และ 4 ขั้นตอนคุยกับคลินิก
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

ควรทำ Onda Lifting ครั้งถัดไปเมื่อไร คำตอบสั้นๆ คือ ช่วงที่ดูลงตัวที่สุดมักเป็นตอนที่การเปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อนเข้าที่แล้วและเริ่มจางลง ไม่ใช่วันที่ครบกี่สัปดาห์ตามปฏิทิน ถ้าผิวยังอยู่ระหว่างปรับตัว การรีบทำซ้ำอาจเพิ่มภาระมากกว่าผลที่ได้ แต่ถ้าปล่อยจนการเปลี่ยนแปลงจางหายไปหมด ก็อาจรู้สึกเหมือนต้องเริ่มสะสมใหม่ ระยะห่างจริงจึงขึ้นกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน และควรตรวจดูร่วมกับคลินิกที่ทำหัตถการ
หลายคนที่เพิ่งทำ Onda Lifting ครั้งแรกมักเริ่มนับวันว่า "ผ่านมากี่สัปดาห์แล้ว ต้องจองหรือยัง" บางคนรีบจองตามรอบที่ได้ยินจากคนอื่น ขณะที่บางคนปล่อยไว้นานจนลืม แล้วเพิ่งนึกได้ทีหลัง ทั้งสองแบบมีจุดร่วมเดียวกัน คือไม่ได้อิงจังหวะจริงของผิวตัวเอง
บทความนี้จึงไม่ได้ให้ตัวเลข "ต้องห่างกันกี่วัน" แบบตายตัว แต่จะเรียงลำดับสิ่งที่ควรดูก่อนตัดสินใจนัดครั้งถัดไป ตั้งแต่หลักคิด ข้อเสียเมื่อทำเร็วไป ข้อเสียเมื่อปล่อยนานไป ไปจนถึงขั้นตอนที่ใช้คุยกับคลินิกได้จริง
ทำไมจังหวะครั้งถัดไปควรดูจากผิว ไม่ใช่ปฏิทิน
กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือการตัดสินใจจากจำนวนสัปดาห์อย่างเดียว Onda Lifting เป็นหัตถการที่ส่งพลังงานไมโครเวฟลงไปกระตุ้นความร้อนที่ผิวและชั้นเนื้อเยื่อด้านล่าง การกระตุ้นนี้ไม่ได้จบแค่สิ่งที่เห็นทันทีหลังทำ แต่ยังมีกระบวนการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างที่ดำเนินต่อไปในผิวอีกระยะหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จึงมักค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ มากกว่าจะเห็นครบทันทีหลังทำ เมื่อเข้าใจจังหวะนี้ คำถามที่ควรถามตัวเองจึงไม่ใช่ "ครบกี่วันแล้ว" แต่เป็น "ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงในผิวยังดำเนินอยู่ หรือเริ่มลงตัวแล้ว"
พูดอีกแบบคือ ระยะห่างของการทำซ้ำไม่มีตัวเลขเดียวที่เป็นคำตอบสำหรับทุกคน แต่เป็นการดูว่าผิวเราอยู่ตรงไหนบนเส้นโค้งของการเปลี่ยนแปลง สองหัวข้อถัดไปจะแยกให้เห็นว่าถ้าตัดสินใจเร็วเกินไป กับถ้าปล่อยไว้นานเกินไป แต่ละแบบน่าเสียดายตรงไหน
ถ้าทำซ้ำเร็วเกินไป จะน่าเสียดายตรงไหน
เริ่มจากฝั่งที่รีบตัดสินใจ ความร้อนจากไมโครเวฟจะออกฤทธิ์ต่อคอลลาเจนในชั้นผิว มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งอธิบายว่าความร้อนนี้ "กระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนชั้นผิวหดตัว"( งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ) แต่คอลลาเจนที่หดตัวแล้วยังไม่ใช่สภาพสุดท้าย มันจะค่อยๆ จัดเรียงตัวใหม่ผ่านกระบวนการรีโมเดลลิงคอลลาเจนในเวลาต่อมา

กระบวนการนี้มีไฟโบรบลาสต์เข้ามาเกี่ยวข้อง และคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลากว่าจะเข้าที่ ถ้ากลับไปทำซ้ำในช่วงที่การเปลี่ยนแปลงยังดำเนินอยู่ ก็เท่ากับเพิ่มการกระตุ้นซ้อนลงบนกระบวนการที่ยังไม่จบ ภาระที่ผิวต้องรับจึงอาจมากกว่าสิ่งที่ได้ และการร่นระยะห่างให้สั้นลงก็ไม่ได้ทำให้ผลมากขึ้นตามไปด้วย
รีโมเดลลิงคอลลาเจน*: กระบวนการที่คอลลาเจนจัดเรียงตัวใหม่และแน่นขึ้นหลังได้รับความร้อน ไฟโบรบลาสต์*: เซลล์ในชั้นผิวที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน เมื่อทั้งสองกระบวนการต้องใช้เวลา การเว้นระยะให้การเปลี่ยนแปลงลงตัวก่อนจึงเป็นทางที่เป็นธรรมชาติกว่าการทำถี่ๆ ติดกัน
ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป จะเสียโอกาสอะไร
อีกฝั่งหนึ่งคือการรอนานเกินไป Onda Lifting มักวางแผนเป็นหลายครั้งโดยเว้นระยะ มากกว่าจบในครั้งเดียว เพราะคาดหวังให้การเปลี่ยนแปลงสะสมต่อเนื่องไปทีละครั้ง ถ้าช่วงห่างระหว่างครั้งยาวเกินไป สิ่งที่สะสมไว้ก่อนหน้าก็อาจต่อยอดได้ยากขึ้น
ประเด็น | ทำเร็วเกินไป | ปล่อยนานเกินไป |
|---|---|---|
สถานะการเปลี่ยนแปลง | ยังอยู่ระหว่างเข้าที่ | จางลงไปแล้ว |
ภาระจากการทำหัตถการ | กระตุ้นซ้อนทับกระบวนการเดิม | รู้สึกเหมือนต้องเริ่มสะสมใหม่ตั้งแต่ต้น |
การตัดสินใจที่เหมาะสม | เว้นระยะเพิ่มอีกนิด | ปรึกษาก่อนที่จะจางลง |

จากตารางจะเห็นว่าสุดทางทั้งสองฝั่งต่างมีจุดที่น่าเสียดาย จังหวะที่เหมาะจึงไม่ใช่ "เร็วที่สุด" หรือ "ช้าที่สุด" แต่เป็นช่วงที่การเปลี่ยนแปลงซึ่งเข้าที่แล้วเริ่มจางลง ซึ่งมักเป็นจุดที่ตัดสินใจได้ไม่ยากที่สุด ความเร็วของจังหวะนี้ต่างกันในแต่ละคน การยึดผิวของตัวเองเป็นเกณฑ์จึงเหมาะกว่าการยืมรอบของคนอื่นมาใช้
จำนวนครั้งและระยะห่างจริงขึ้นกับสภาพผิวและเป้าหมาย ถ้าต้องการดูแลเบาๆ ทำครั้งเดียวก็อาจพอ แต่ถ้ามีเป้าหมายเป็นขั้นตอน แผนหลายครั้งที่เว้นระยะเป็นสัปดาห์ก็อาจเข้ากันกว่า ไม่ว่าแบบไหน ขั้นแรกเหมือนกันคืออ่านให้ออกก่อนว่า "ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงของเราอยู่ตรงไหน"
ทำไมต้อง Beautystone ฮับจอง
ระยะห่างของการทำซ้ำไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะสภาพผิว ระดับเป้าหมาย และจังหวะชีวิตของแต่ละคนต่างกัน Beautystone ฮับจอง จึงดูเงื่อนไขเฉพาะตัวเหล่านี้ก่อนเมื่อวางแผน Onda Lifting แล้วจัดระยะห่างและจำนวนครั้งให้สอดคล้องกับขั้นตอนที่ผิวของคุณอยู่ในตอนนั้น

รอบที่เข้ากับคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องเข้ากับอีกคน เราจึงปรับตามสถานการณ์ของแต่ละคนมากกว่าใช้กรอบเดียวกันหมด โดยเฉพาะคำถามว่าจุดไหนระหว่าง "เร็วเกินไป" กับ "นานเกินไป" ที่เหมาะกับเรา เป็นเรื่องที่ดูจากปฏิทินคนเดียวได้ยาก การได้คุยและดูผิวไปด้วยกันจึงช่วยได้มาก

ในการปรึกษาครั้งแรก เราจึงให้เวลากับการคุยเรื่องเป้าหมายและสภาพผิวอย่างละเอียด เมื่อได้ตรวจด้วยกันว่าการเปลี่ยนแปลงในผิวยังดำเนินอยู่หรือเริ่มจางลงแล้ว การกำหนดครั้งถัดไปก็จะง่ายขึ้นมาก ถ้ายังลังเลเรื่องจังหวะเวลา ทักมาสอบถามได้ตามสะดวก
4 ขั้นตอนกำหนดจังหวะทำซ้ำร่วมกับคลินิก
เวลาจะนัดครั้งถัดไป ลองไล่ตามลำดับด้านล่าง มีงานวิจัยทางคลินิกชิ้นหนึ่งรายงานกรณีที่ทำหัตถการไมโครเวฟ "ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ รวมสามครั้ง"( งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ) แต่ระยะนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง และปรับได้ตามแผนของแต่ละคน
หลังทำครั้งแรก สังเกตช่วงที่การเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เข้าที่ ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์
ดูสัญญาณว่าตอนนี้การเปลี่ยนแปลงในผิวยังดำเนินอยู่ หรือเริ่มจางลงแล้ว
ตรวจระดับเป้าหมายและสภาพปัจจุบันร่วมกับคลินิก
กำหนดครั้งถัดไปตามสภาพผิวของตัวเอง ไม่ใช่ตามรอบของคนอื่น

การเว้นระยะให้พอดีดีกว่าการฝืนร่นให้สั้นลง ขณะเดียวกัน การคอยดูช่วงที่เริ่มจางลงร่วมกันก็ช่วยไม่ให้การสะสมขาดตอนเพราะปล่อยนานเกินไป สุดท้ายแล้ว การปรับแผนตามการเปลี่ยนแปลงที่เห็นจริงในแต่ละช่วง มักเข้ากับเรามากกว่าการวางแผนอัดแน่นไว้ล่วงหน้า
สรุปคือ จังหวะทำ Onda Lifting ซ้ำเป็นเรื่องที่อ่านจากสัญญาณผิว ไม่ใช่จากปฏิทิน ลองประเมินก่อนว่าการเปลี่ยนแปลงตอนนี้อยู่ในขั้นไหน แล้วนำจุดที่ตัดสินใจยากไปคุยกับคลินิกที่ทำหัตถการ ก็จะเจอจังหวะของตัวเองที่ไม่เร็วและไม่ช้าเกินไป
คำถามที่พบบ่อย
ช่วยบอกตัวเลขที่แน่นอนได้ไหมว่าควรเว้นกี่วันก่อนทำ Onda Lifting ครั้งถัดไป
ระบุเป็นตัวเลขเดียวได้ยาก เพราะความเร็วที่การเปลี่ยนแปลงเข้าที่ต่างกันในแต่ละคน แม้ผ่านไปจำนวนวันเท่ากัน บางคนอาจยังอยู่ระหว่างเปลี่ยนแปลง ขณะที่บางคนเริ่มจางลงแล้ว จึงแนะนำให้ดูว่าผิวอยู่ในขั้นไหนมากกว่ายึดจำนวนวัน
ถ้าประเมินเอง จะรู้ได้อย่างไรว่าถึงจังหวะทำซ้ำแล้ว
ถ้ายังไม่แน่ใจ ไม่ควรฝืนตัดสินใจคนเดียว ความรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เคยเข้าที่เริ่มจางลงเป็นเบาะแสหนึ่งได้ แต่การให้คลินิกที่ทำหัตถการตรวจสภาพปัจจุบันด้วยกันแล้วค่อยกำหนดเวลา จะอุ่นใจที่สุด
ครั้งที่แล้วเว้นระยะได้พอดี ครั้งนี้ใช้ระยะเดิมได้ไหม
ระยะห่างครั้งก่อนเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดี แต่ไม่จำเป็นต้องยึดเหมือนเดิมทุกครั้ง สภาพผิว ฤดูกาล หรือจังหวะชีวิตอาจทำให้การเปลี่ยนแปลงต่างไปเล็กน้อยในแต่ละรอบ ครั้งนี้จึงควรดูสภาพผิวในตอนนั้นอีกครั้งแล้วปรับร่วมกับคลินิก
กลัวว่าถ้าเว้นนานเกินไป การสะสมจะขาดช่วง
ถ้าปล่อยจนการเปลี่ยนแปลงที่เคยเข้าที่จางลงไปแล้วจริงๆ ก็อาจน่าเสียดายได้ แต่จังหวะการดูแลผิวต่างกันในแต่ละคน หากยังลังเล แนะนำให้ไปตรวจสภาพผิวที่คลินิกแล้ววางแผนใหม่อีกครั้ง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์น่อง เห็นผลกี่สัปดาห์ และเข็มที่สองควรฉีดเมื่อไหร่ดี?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคาร้อยไหม ทำแค่ร่องแก้มกับทั้งหน้า ใบเสนอราคาต่างกันตรงไหน?

ยกกระชับ
Oligio X กรอบหน้าหย่อน เห็นผลเดือนที่เท่าไหร่ ต้องรอนานแค่ไหน?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากที่ไหนดี? ฉีดแล้วคิ้วหนัก เช็กอะไรตอนปรึกษา

ผิว
รอยดำหลังทำ CO2 Fraxel และรอยน้ำตาลหลังการรักษาแผลเป็น เมื่อไหร่ถึงจะค่อยๆ จางลงคะ?

ผิว
ฉีดคีลอยด์ร่วมกับ CO2 laser รอยแผลเป็นสีขาวที่แข็งๆ จะนิ่มและจางลงไหมคะ?





![[วี ยองจิน] ยกกระชับ+ความยืดหยุ่น: ไมโครเวฟออนดารี](https://framerusercontent.com/images/gHwAkNSkr6pDzII2TsPBBMu3HI.jpg?width=1080&height=1080)

