• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รีทัช Onda Lifting ดูสัญญาณผิว ไม่ใช่ปฏิทิน

รีทัช Onda Lifting ดูสัญญาณผิว ไม่ใช่ปฏิทิน

รีทัช Onda Lifting ดูสัญญาณผิว ไม่ใช่ปฏิทิน

ตัดสินใจทำ Onda Lifting ครั้งถัดไปจากสัญญาณผิว ไม่ใช่ปฏิทิน พร้อมข้อเสียเมื่อทำเร็ว/ช้าไป

เผยแพร่แล้ว

อัปเดตแล้ว

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

การทำ Onda Lifting ซ้ำ อ่านจังหวะจากสัญญาณผิวของเรา ไม่ใช่จากปฏิทิน

พอทำ Onda Lifting ไปครั้งหนึ่งแล้ว หลายคนมักจะเริ่มนับปฏิทินว่า "ผ่านมากี่สัปดาห์แล้วนะ ต้องทำซ้ำหรือยัง" แต่จริงๆ แล้วจังหวะการทำซ้ำไม่ใช่เรื่องของการนับวัน แต่เป็นเรื่องของการอ่านว่าผิวของเรากำลังอยู่ในขั้นตอนไหนมากกว่า

ดังนั้นบทความนี้จะไม่ได้ไล่เรียงตัวเลข "โดยทั่วไปห่างกันกี่วัน" แต่จะพาไปดูว่าเวลาจะประเมินด้วยตัวเองว่าควรนัดครั้งต่อไปเมื่อไร ควรดูอะไรบ้าง และถ้าตัดสินใจเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป แต่ละแบบจะพลาดโอกาสอะไรไปบ้าง

ยิ่งเป็นคนที่เพิ่งเคยทำ Onda Lifting เป็นครั้งแรก ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะรีบจองตามรอบของคนอื่น หรือในทางกลับกันก็ปล่อยผ่านไปนานจนลืมแล้วเพิ่งนึกได้ทีหลัง ทั้งสองแบบมีจุดร่วมกันคือไม่สอดคล้องกับจังหวะจริงของผิวเรา บทความนี้จึงจะค่อยๆ ไล่ให้เห็นว่าควรอ่านจังหวะเวลาอย่างไร

 

กำหนดจังหวะครั้งต่อไปด้วยสัญญาณผิว ไม่ใช่ปฏิทิน

กับดักที่พบบ่อยที่สุดเวลากำหนดจังหวะการทำซ้ำ คือการตัดสินใจแค่จากวันที่ว่า "ผ่านมากี่สัปดาห์แล้ว" Onda Lifting เป็นหัตถการที่ส่งพลังงานไมโครเวฟลงไปกระตุ้นความร้อนที่ผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว ซึ่งการกระตุ้นนี้ไม่ได้จบแค่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นทันที แต่ยังมีกระบวนการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างใหม่ที่ดำเนินต่อไปในผิวอีกระยะหนึ่ง

กำหนดจังหวะครั้งต่อไปด้วยสัญญาณผิว ไม่ใช่ปฏิทิน

เพราะแบบนี้ การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จึงมักค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นตลอดช่วงหลายสัปดาห์ มากกว่าจะเห็นทันทีหลังทำ เมื่อเข้าใจจังหวะนี้แล้ว การกำหนดครั้งต่อไปโดยดูว่าตอนนี้การเปลี่ยนแปลงในผิวยังดำเนินอยู่หรือเริ่มลงตัวแล้ว จะเป็นธรรมชาติกว่าการนับตัวเลขจากปฏิทิน

สรุปแล้วระยะห่างของการทำซ้ำไม่ใช่ตัวเลขตายตัวที่เป็น "คำตอบที่ถูกต้อง" แต่เป็นเรื่องของการดูว่าตอนนี้ผิวเรากำลังอยู่ตรงไหนบนเส้นโค้งของการเปลี่ยนแปลง ในหัวข้อถัดไปจะแยกให้เห็นว่าถ้าตัดสินใจเร็วเกินไป กับถ้าปล่อยไว้นานเกินไป แต่ละแบบจะพลาดอะไรไปบ้าง

 

ข้อที่น่าเสียดายถ้าทำซ้ำเร็วเกินไป

เริ่มจากฝั่งที่ตัดสินใจเร็วเกินไปก่อน ความร้อนจากไมโครเวฟจะออกฤทธิ์ต่อคอลลาเจนในชั้นผิว มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งอธิบายว่าความร้อนนี้ "กระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนชั้นผิวหดตัว"( งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ) แต่คอลลาเจนที่หดตัวแบบนี้ไม่ได้กลายเป็นสภาพสุดท้ายทันที แต่จะค่อยๆ จัดเรียงตัวใหม่ผ่านกระบวนการรีโมเดลลิงคอลลาเจนในเวลาต่อมา

ข้อที่น่าเสียดายถ้าทำซ้ำเร็วเกินไป

กระบวนการนี้มีไฟโบรบลาสต์เข้ามาเกี่ยวข้อง และคอลลาเจนใหม่ก็ต้องใช้เวลากว่าจะเข้าที่ ดังนั้นถ้าทำซ้ำในช่วงที่การเปลี่ยนแปลงยังดำเนินอยู่ ภาระที่ผิวต้องรับอาจมากกว่าผลลัพธ์ที่ได้ เพราะเป็นการเพิ่มการกระตุ้นซ้อนทับลงบนกระบวนการที่ยังไม่จบ การร่นระยะห่างให้สั้นลงจึงไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์มากขึ้นตามไปด้วย

รีโมเดลลิงคอลลาเจน*: กระบวนการที่คอลลาเจนจัดเรียงตัวใหม่และแน่นขึ้นหลังได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อน ไฟโบรบลาสต์*: เซลล์ในชั้นผิวที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน เนื่องจากทั้งสองกระบวนการนี้ต้องใช้เวลากว่าจะเสร็จสมบูรณ์ การเว้นระยะให้การเปลี่ยนแปลงมีเวลาลงตัวก่อน จึงเป็นแนวทางที่เป็นธรรมชาติกว่าการทำซ้ำถี่เกินไป

 

ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปจะเสียโอกาสอะไรบ้าง

คราวนี้มาดูฝั่งตรงข้าม คือกรณีที่ปล่อยเวลาไว้นานเกินไป Onda Lifting ส่วนใหญ่มักวางแผนทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่าง มากกว่าจบในครั้งเดียว เพราะคาดหวังผลลัพธ์ที่สะสมต่อเนื่องไปในแต่ละครั้ง แต่ถ้าระยะห่างระหว่างครั้งนานเกินไป ก็อาจน่าเสียดายที่จะสานต่อการสะสมที่มีมาก่อนหน้านั้น

ประเด็น

ทำเร็วเกินไป

ปล่อยนานเกินไป

สถานะการเปลี่ยนแปลง

ยังอยู่ระหว่างเข้าที่

จางลงไปแล้ว

ภาระจากการทำหัตถการ

กระตุ้นซ้อนทับกระบวนการเดิม

รู้สึกเหมือนต้องเริ่มสะสมใหม่ตั้งแต่ต้น

การตัดสินใจที่เหมาะสม

เว้นระยะเพิ่มอีกนิด

ปรึกษาก่อนที่จะจางลง

ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปจะเสียโอกาสอะไรบ้าง

จากตารางจะเห็นว่าไม่ว่าจะไปสุดทางไหนก็มีจุดที่น่าเสียดายทั้งคู่ ดังนั้นจังหวะเวลาที่เหมาะสมจึงไม่ใช่ "เร็วที่สุด" หรือ "ช้าที่สุด" แต่ควรจับจังหวะช่วงที่การเปลี่ยนแปลงที่เข้าที่แล้วเริ่มจางลง ซึ่งจะเป็นช่วงที่ปลอดภัยที่สุด จังหวะนี้เร็วช้าต่างกันไปในแต่ละคน จึงควรยึดผิวของตัวเองเป็นหลัก มากกว่าเอารอบของคนอื่นมาใช้ตรงๆ

จำนวนครั้งและระยะห่างที่แท้จริงจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน ถ้าต้องการแค่ดูแลผิวเบาๆ ทำครั้งเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว แต่ถ้าตั้งเป้าหมายแบบเป็นขั้นตอน แผนที่ทำหลายครั้งโดยเว้นระยะเป็นสัปดาห์ก็อาจเหมาะสมกว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ขั้นตอนแรกที่เหมือนกันคือต้องอ่านก่อนว่า "ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงของเราอยู่ตรงไหน"

 

ทำไมต้องเป็นบิวตี้สโตน ฮับจอง

ระยะห่างของการทำซ้ำไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว เพราะสภาพผิว ระดับเป้าหมาย และจังหวะชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บิวตี้สโตน ฮับจอง จึงพิจารณาเงื่อนไขเฉพาะบุคคลเหล่านี้ก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อวางแผน Onda Lifting แล้ววางระยะห่างและจำนวนครั้งให้เหมาะกับขั้นตอนที่ผิวของคุณอยู่ ณ ตอนนั้น

ทำไมต้องเป็นบิวตี้สโตน ฮับจอง

รอบที่เหมาะกับคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องเหมาะกับอีกคนเสมอไป เราจึงเน้นปรับให้เข้ากับสถานการณ์ของแต่ละคน มากกว่าจะใช้กรอบตายตัวแบบเดียวกันหมด โดยเฉพาะจุดที่ว่าระหว่าง "เร็วเกินไป" กับ "ช้าเกินไป" ที่พูดถึงข้างต้น จุดไหนที่เหมาะกับเรา เป็นเรื่องที่ดูจากปฏิทินคนเดียวได้ยาก การมาพูดคุยด้วยกันจึงช่วยได้มาก

ทำไมต้องเป็นบิวตี้สโตน ฮับจอง

ด้วยเหตุนี้เราจึงให้ความสำคัญกับการพูดคุยเรื่องเป้าหมายและสภาพผิวอย่างละเอียดในการปรึกษาครั้งแรก เมื่อได้ตรวจดูร่วมกันว่าตอนนี้การเปลี่ยนแปลงในผิวยังดำเนินอยู่หรือเริ่มจางลงแล้ว ก็จะกำหนดจังหวะครั้งต่อไปได้สบายใจขึ้นมาก หากยังลังเลใจเรื่องจังหวะเวลา สามารถทักมาสอบถามได้อย่างสบายใจ

 

จังหวะทำซ้ำ ลองมาปรับให้ลงตัวในการปรึกษาแบบนี้

เวลาจะกำหนดจังหวะการทำครั้งต่อไป ลองไล่ตามลำดับด้านล่างนี้ดู มีงานวิจัยทางคลินิกชิ้นหนึ่งรายงานกรณีที่ทำหัตถการไมโครเวฟ "ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ รวมสามครั้ง"( งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ) แต่ระยะห่างแบบนี้ก็เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแผนของแต่ละคน

  • หลังทำครั้งแรก ลองสังเกตช่วงที่การเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เข้าที่ ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์

  • สังเกตสัญญาณว่าตอนนี้การเปลี่ยนแปลงในผิวยังดำเนินอยู่ หรือเริ่มจางลงแล้ว

  • ตรวจสอบระดับเป้าหมายและสภาพปัจจุบันร่วมกับคลินิก

  • กำหนดจังหวะครั้งต่อไปตามสภาพร่างกายของตัวเอง ไม่ใช่ตามรอบของคนอื่น

จังหวะทำซ้ำ ลองมาปรับให้ลงตัวในการปรึกษาแบบนี้

แทนที่จะร่นระยะห่างให้สั้นลงอย่างฝืน การเว้นระยะให้พอดีจะดีกว่า และในทางกลับกัน การคอยสังเกตช่วงที่เริ่มจางลงร่วมกัน เพื่อไม่ให้กระบวนการขาดตอนจากการปล่อยไว้นานเกินไป ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์มั่นคงขึ้น สุดท้ายแล้วการปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงที่เห็นจริงในแต่ละช่วง จะเหมาะกับเรามากกว่าการวางแผนอัดแน่นจนเกินไป

สรุปแล้ว จังหวะการทำซ้ำคือเรื่องที่ต้องอ่านจากสัญญาณผิวของเรา ไม่ใช่จากปฏิทิน ลองประเมินด้วยตัวเองว่าตอนนี้การเปลี่ยนแปลงอยู่ในขั้นตอนไหน และเมื่อจุดไหนที่ตัดสินใจยาก ให้ปรึกษากับคลินิกที่ทำหัตถการ ก็จะช่วยให้เจอจังหวะที่เป็นของตัวเอง ไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป

 

คำถามที่พบบ่อย

ตอนกำหนดครั้งต่อไป ช่วยบอกตัวเลขที่แน่นอนเลยได้ไหมคะว่ากี่วัน

เรื่องนี้ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขตายตัวได้ครับ เพราะความเร็วในการที่การเปลี่ยนแปลงเข้าที่นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน แม้จะผ่านไปจำนวนวันเท่ากัน บางคนอาจยังอยู่ระหว่างดำเนินอยู่ ในขณะที่บางคนอาจเริ่มจางลงแล้วก็ได้ครับ ดังนั้นผมแนะนำให้ดูว่าตอนนี้ผิวของคุณอยู่ในขั้นตอนไหน มากกว่าจะยึดจากจำนวนวันครับ

จะรู้ได้อย่างไรคะว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่ทำซ้ำได้แล้ว ถ้าต้องประเมินด้วยตัวเอง

ถ้าตัดสินใจเองแล้วยังไม่แน่ใจ ไม่ควรฝืนตัดสินใจเองครับ ความรู้สึกที่การเปลี่ยนแปลงที่เคยเข้าที่เริ่มจางลง อาจเป็นเบาะแสหนึ่งได้ แต่สุดท้ายแล้ว การให้คลินิกที่ทำหัตถการตรวจสอบสภาพปัจจุบันร่วมกันแล้วกำหนดจังหวะเวลา จะอุ่นใจที่สุดครับ

ครั้งที่แล้วระยะห่างที่ทำพอดีเลยค่ะ ครั้งนี้กำหนดเหมือนเดิมได้ไหมคะ

ระยะห่างครั้งก่อนเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดีได้ครับ แต่ไม่จำเป็นต้องยึดตายตัวแบบเดิมทุกครั้ง เพราะสภาพผิว ฤดูกาล หรือจังหวะชีวิตอาจทำให้การเปลี่ยนแปลงแตกต่างไปเล็กน้อยในแต่ละครั้ง ครั้งนี้ก็ควรดูสภาพผิว ณ ตอนนั้นอีกครั้งแล้วปรับร่วมกับคลินิกครับ

กลัวว่าถ้าเว้นระยะห่างนานเกินไป จะทำให้กระบวนการขาดช่วงค่ะ

ถ้าปล่อยไว้นานจนการเปลี่ยนแปลงที่เคยเข้าที่จางลงไปแล้วจริงๆ ก็อาจน่าเสียดายได้ครับ แต่จังหวะการดูแลผิวนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากยังลังเลเรื่องจังหวะเวลา ผมแนะนำให้ไปตรวจสภาพผิวที่คลินิกแล้ววางแผนใหม่อีกครั้งครับ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

포텐자 받고 며칠 뒤 좁쌀 같은 게 올라왔는데, 정상 반응인지 모낭염인지 어떻게 구분해요?

ผู้ชาย

ตุ่มเล็ก ๆ หลังทำ Potenza แบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์

หลังทำ Potenza แล้วมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา ลองแยกจากจังหวะที่ขึ้น หน้าตาของตุ่ม และอาการร่วม พร้อมสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์และวิธีดูแลผิวช่วงนั้น

스컬트라 맞기 전후로 스케일링·발치 같은 치과 치료는 어떤 순서로 잡는 게 좋을까요?

ผิว

ฉีด Sculptra แล้วทำฟันได้ตอนไหน? ระยะห่างที่ควรรู้

ฉีด Sculptra แล้วขูดหินปูนหรือถอนฟันได้ตอนไหน? มาดูเหตุผลที่ควรเว้นระยะ ลำดับที่แนะนำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากตารางทับกันไปแล้วค่ะ

스킨부스터 맞고 다음 날 생긴 주사 자국이랑 멍, 며칠이면 옅어지고 언제 진료를 봐야 할까요?

ผิว

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

운동으로 땀 흘린 직후 바로 세안하는 게 나을까요, 아니면 얼굴을 식힌 뒤가 나을까요?

ผิว

ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?

หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วแต่หน้าท้องล่างยังเท่าเดิม Onda ช่วยได้ไหม?

ยกกระชับ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าท้องล่างไม่ลด Onda ช่วยได้ไหม?

แยกสาเหตุหน้าท้องล่างเป็นไขมันใต้ผิวหรือในช่องท้อง พร้อมสรุปว่า Onda เข้าถึงชั้นไหน มีข้อจำกัดอะไร

แผลเป็นสิวบุ๋มขรุขระ Secret RF ไมโครนีดเดิลเข้าถึงรูปทรงไหนได้ดี?

ผิว

แผลเป็นสิวบุ๋ม Secret RF เข้าถึงรูปทรงไหนได้ดี?

หาสาเหตุที่ผลการรักษาแผลเป็นสิวต่างกันจากรูปทรงของแผลเป็น พร้อมวิธีสังเกตด้วยตัวเองหน้ากระจก

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1