Onda Lifting เจ็บน้อยกว่า HIFU จริงไหม ต้องทาครีมชาทุกครั้งไหม อ่านก่อนตัดสินใจนะครับ
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
พอเริ่มหาข้อมูลเรื่อง Onda ลิฟติ้ง หลายคนมักกังวลก่อนเป็นอันดับแรกว่า "ได้ยินว่าลิฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุหรืออัลตราซาวด์เจ็บมาก แล้ว Onda จะเจ็บด้วยไหม" ครับ สนใจว่าจะปวดแค่ไหน และต้องทาครีมชาก่อนไหม มากกว่าผลลัพธ์ของหัตถการเสียอีก
ตอบสั้น ๆ ก่อนว่า Onda ส่งความร้อนลงไปยังผิวชั้นลึก ความรู้สึกหลักจึงเป็นความอุ่นมากกว่าความเจ็บปวด และส่วนใหญ่ทนได้โดยไม่ต้องทาครีมชาครับ แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบหรือร้อนอาจมากขึ้นได้ตามบริเวณและความไวของแต่ละคน การรู้ล่วงหน้าว่าความเจ็บมาจากไหนและกรณีไหนควรทาครีมชา จะช่วยให้การปรึกษาสบายขึ้น
> บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลหัตถการของคลินิก Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซลครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้
ความเจ็บปวดจาก Onda ลิฟติ้งเกิดขึ้นจากอะไรจริง ๆ
แยกได้ว่ากรณีไหนควรทาครีมชา กรณีไหนไม่จำเป็น
รู้ว่าแต่ละบริเวณเจ็บมากน้อยต่างกันอย่างไร
รู้เคล็ดลับผ่านช่วงร้อนวูบหลังทำอย่างสบาย
ความเจ็บของ Onda มาจากไหน
ความเจ็บปวดของ Onda ลิฟติ้งไม่ใช่ความเจ็บจากเข็มแทง แต่มาจากความรู้สึกที่ความร้อนสะสมอยู่ในผิวชั้นในครับ Onda ส่งพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรียกว่าไมโครเวฟ* ลงไปยังชั้นไขมันและชั้นหนังแท้ลึก แทนที่จะเป็นผิวชั้นบน
ไมโครเวฟ*: เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ใช้ในไมโครเวฟทั่วไปด้วย ในหัตถการความงามจะปรับความถี่เฉพาะเพื่อให้ความร้อนแก่ผิวในระดับความลึกที่ต้องการเท่านั้นครับ
วิธีที่ปกป้องผิวชั้นนอกด้วยความเย็น ในขณะที่ให้ความร้อนแบบเจาะจงเฉพาะชั้นไขมันลึก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (อ่านเพิ่มเติม) ทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมผิวชั้นบนถึงไม่ค่อยเจ็บ แต่ข้างในกลับรู้สึกอุ่นครับ ระหว่างทำ ความรู้สึกหลักมักเป็นความอุ่นที่กระจายเบา ๆ ขณะที่หัวเครื่องเคลื่อนผ่าน และบางครั้งอาจรู้สึกเจ็บแปลบเป็นจังหวะ เนื่องจากมีการทำความเย็นที่ผิวตลอดเวลา ความรู้สึกแสบร้อนจึงมักไม่มากอย่างที่คิดครับ

ลองดูชั้นผิวที่ความร้อนเดินทางไปถึง
แม้เป็นลิฟติ้งเหมือนกัน แต่ความรู้สึกจะต่างกันไปตามความลึกที่พลังงานไปถึงครับ Onda เจาะจงไปที่ชั้นหนังแท้ใต้ผิวหนังกำพร้าและชั้นไขมันใต้ผิวที่อยู่ลึกลงไป ซึ่งบริเวณนี้มีปลายประสาทไม่หนาแน่นมากนัก ดังนั้นแม้ความร้อนจะกระจายไป ก็มักรู้สึกเป็นความอุ่นหนัก ๆ มากกว่าความเจ็บแหลมคม

เมื่อรู้ว่าความร้อนสะสมอยู่ตรงไหน จะเข้าใจง่ายขึ้นว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างทำไม่ใช่สัญญาณผิดปกติ แต่เป็นกระบวนการที่พลังงานกำลังถูกส่งไปอย่างถูกต้องครับ ทำให้ความกังวลตอนปรึกษาว่า "ความรู้สึกตอนนี้ปกติไหม" ลดลงไปด้วย

เทียบกับลิฟติ้งแบบอื่น เจ็บมากน้อยแค่ไหน
หัตถการลิฟติ้งแต่ละแบบใช้พลังงานและความลึกต่างกัน ความรู้สึกเจ็บจึงต่างกันไปด้วยครับ สรุปสามแบบหลักตามเกณฑ์ความเจ็บและการทาครีมชาได้ดังนี้
รายการ | Onda | Thermage (RF) | Ulthera (HIFU) |
|---|---|---|---|
ความรู้สึกหลัก | ร้อนวูบเบา ๆ | อุ่นและเจ็บแปลบ | เจ็บแปลบเป็นจุด |
ระดับความเจ็บ | น้อย-ปานกลาง | ปานกลาง | ปานกลาง-มาก |
ครีมชา | ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น | แล้วแต่กรณี | มักแนะนำ |
ระบบทำความเย็นผิว | มี | มี | แล้วแต่บริเวณ |
ตารางนี้เป็นแนวโน้มทั่วไปเท่านั้น แม้หัตถการเดียวกันก็รู้สึกต่างกันไปตามบริเวณและความไวของแต่ละคนครับ บริเวณที่ผิวบางและกระดูกอยู่ใกล้อย่างใต้คาง แม้ใช้พลังงานเท่ากันก็อาจรู้สึกไวกว่าเล็กน้อย ผู้ที่ไวต่อความเจ็บเป็นพิเศษ การเริ่มจากระดับพลังงานต่ำแล้วค่อย ๆ ปรับขึ้นตามการตอบสนองจึงเป็นวิธีที่มั่นคงกว่า

ต้องทาครีมชาไหม
Onda ด้วยระบบทำความเย็นที่ผิว หลายคนทำได้โดยไม่ต้องทาครีมชา แต่สำหรับคนที่ไวต่อความเจ็บหรือทำบริเวณกว้างในครั้งเดียว บางครั้งก็ทาครีมชาเฉพาะที่* ล่วงหน้าเช่นกันครับ สารชาที่ทาไว้จะไปยับยั้งการส่งสัญญาณของปลายประสาทที่ผิว ช่วยลดความเจ็บระหว่างทำ (อ่านเพิ่มเติม) โดยทั่วไปมักทาครีมก่อนทำประมาณ 20-30 นาทีเพื่อให้ความรู้สึกชาลงก่อน
ชาเฉพาะที่*: คือวิธีลดความรู้สึกเฉพาะบริเวณที่ทำหัตถการชั่วคราว รูปแบบครีมทาจะลดการตอบสนองของเส้นประสาทที่ผิวชั้นนอก ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบน้อยลงครับ
แต่การทาครีมชาจะทำให้เวลารอก่อนเริ่มทำนานขึ้น และบางคนที่ผิวไวอาจรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยจากตัวครีมเองด้วยครับ ดังนั้นการจะทาครีมชาหรือไม่ ควรพิจารณาร่วมกับแพทย์โดยดูความไวต่อความเจ็บ บริเวณที่ทำ และสภาพร่างกายในวันนั้นประกอบกัน

ทำไมต้อง Beautystone ย่านฮับจอง
Beautystone ย่านฮับจองมองว่าหัตถการที่ดีไม่ใช่การอดทนต่อความเจ็บ แต่คือการควบคุมความเจ็บให้อยู่ในระดับที่รับได้ครับ แม้เป็น Onda เหมือนกัน เราจะไม่รีบปรับระดับพลังงานขึ้นสูงตั้งแต่ครั้งแรก แต่ดูปฏิกิริยาในรอบแรกก่อนแล้วค่อยปรับทีละขั้น เพื่อให้ความร้อนที่จำเป็นถูกส่งไปในระดับที่ยังทนได้ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินถึงจากสถานีฮับจอง เราจึงดูปฏิกิริยาความรู้สึกของแต่ละคนแล้วตัดสินใจเรื่องระดับพลังงานและการทาครีมชาร่วมกันได้ครับ

ความร้อนวูบหลังทำอยู่นานแค่ไหน และผ่านไปได้อย่างไรให้สบาย
หลังทำ Onda ทันที มักเหลือความอุ่นเบา ๆ และรอยแดงจาง ๆ อยู่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางลงตามเวลาครับ พอวาดกราฟช่วงพักฟื้นคร่าว ๆ จะได้ดังนี้

ในวันที่ทำ ควรเลื่อนกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนเลือดอย่างซาวน่าร้อนจัดหรือออกกำลังกายหนักออกไปก่อน แล้วล้างหน้าเบา ๆ ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง จะช่วยให้ความร้อนวูบสบายขึ้นเร็วกว่า การบำรุงความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดให้ครบก็ช่วยให้ผิวสงบลงเร็วขึ้นด้วยครับ หากผื่นแดงหรือความร้อนวูบอยู่นานเกินหนึ่งวันหรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้สอบถามแพทย์ที่ทำหัตถการแทนที่จะฝืนทนไว้เอง
คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้าทาครีมชา จะทำให้เวลาทำหัตถการนานขึ้นมากไหมคะ
A. เวลาที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มาจากการทาครีมเอง แต่มาจากช่วงที่ต้องรอให้ยาซึมจนความรู้สึกชาลงครับ โดยทั่วไปจะทาก่อนทำประมาณ 20-30 นาที ทำให้เวลารอเพิ่มขึ้นเท่านั้น ดังนั้นตอนตัดสินใจว่าจะทาครีมชาหรือไม่ ควรพิจารณาทั้งความไวต่อความเจ็บและเวลารอที่เพิ่มขึ้นนี้ด้วยครับ
Q. ผิวค่อนข้างแพ้ง่าย กลัวว่าตัวครีมชาเองจะระคายเคืองผิวหรือเปล่าคะ
A. บางคนที่ผิวแพ้ง่ายอาจรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยจากตัวครีมได้ครับ จึงไม่จำเป็นต้องทาครีมชาเสมอไป แต่ควรพิจารณาจากระดับความไวและบริเวณที่ทำ แล้วใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น หากกังวล แนะนำให้แจ้งคุณหมอล่วงหน้าตอนปรึกษาว่าผิวแพ้ง่าย จะได้ปรับทั้งการทาครีมชาและระดับพลังงานให้เหมาะสมครับ
Q. มีการทาครีมชาแยกตามบริเวณด้วยไหมคะ
A. เนื่องจากแต่ละบริเวณรู้สึกไม่เหมือนกัน เวลาทำบริเวณกว้างในครั้งเดียวจึงอาจทาครีมชาไว้ล่วงหน้าครับ บริเวณที่โค้งมนอย่างแก้มอาจไม่จำเป็นต้องทา ส่วนบริเวณที่ไวอย่างใต้คางก็จะเน้นลดระดับพลังงานลงเป็นพิเศษ ปรับให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ พูดง่าย ๆ คือการตั้งค่าจะเปลี่ยนไปตามบริเวณที่ทำครับ
Q. ทำครั้งที่สองอยากปรับระดับพลังงานให้สูงกว่าครั้งก่อน ควรทาครีมชาไหมคะ
A. การปรับระดับพลังงานให้สูงขึ้นไม่ได้แปลว่าจำเป็นต้องทาครีมชาเสมอไปครับ หากครั้งก่อนรู้สึกพอทนได้ ครั้งนี้ก็มักเริ่มจากระดับต่ำแล้วค่อย ๆ ปรับขึ้นตามการตอบสนองได้เช่นเดิม แต่ถ้าครั้งก่อนมีบริเวณที่รู้สึกไวเป็นพิเศษ ก็สามารถพิจารณาทาครีมชาเฉพาะจุดนั้นได้ครับ ทั้งระดับพลังงานและการทาครีมชาสามารถตัดสินใจได้จากผลตอบสนองครั้งก่อนร่วมกับคุณหมอครับ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ชาย
ตุ่มเล็ก ๆ หลังทำ Potenza แบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์
หลังทำ Potenza แล้วมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา ลองแยกจากจังหวะที่ขึ้น หน้าตาของตุ่ม และอาการร่วม พร้อมสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์และวิธีดูแลผิวช่วงนั้น

ผิว
ฉีด Sculptra แล้วทำฟันได้ตอนไหน? ระยะห่างที่ควรรู้
ฉีด Sculptra แล้วขูดหินปูนหรือถอนฟันได้ตอนไหน? มาดูเหตุผลที่ควรเว้นระยะ ลำดับที่แนะนำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากตารางทับกันไปแล้วค่ะ

ผิว
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

ผิว
ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?
หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ

ยกกระชับ
ลดน้ำหนักแล้วหน้าท้องล่างไม่ลด Onda ช่วยได้ไหม?
แยกสาเหตุหน้าท้องล่างเป็นไขมันใต้ผิวหรือในช่องท้อง พร้อมสรุปว่า Onda เข้าถึงชั้นไหน มีข้อจำกัดอะไร

ผิว
แผลเป็นสิวบุ๋ม Secret RF เข้าถึงรูปทรงไหนได้ดี?
หาสาเหตุที่ผลการรักษาแผลเป็นสิวต่างกันจากรูปทรงของแผลเป็น พร้อมวิธีสังเกตด้วยตัวเองหน้ากระจก



