• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า เลือกต่างกันตามวัย 30-40

เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า เลือกต่างกันตามวัย 30-40

เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า เลือกต่างกันตามวัย 30-40

เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า ความกระชับวัย 30 กับการหย่อนวัย 40 ต่างกัน เข้าใจความลึกของ RF และ HIFU ก่อน

หน้ายาน ใช้เทอร์มาจ หน้าลื่นไหลลง ใช้อัลเธอร่า? คู่มือเลือกลิฟติ้งตามรูปหน้า

Thermage vs Ultherapy ในวัย 30 และ 40

ทำไมต้องเลือกให้ต่างกัน?

 

"มีแต่คนบอกให้ทำทั้ง Thermage และ Ultherapy

แต่ต้องทำทั้งสองอย่างจริงๆ เหรอคะ?"

เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมากๆ เลยครับ

 

วันนี้หมอวี ยองจิน จะมาไขข้อข้องใจนี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ

"มนตร์วิเศษของเทอร์มาจ 600 shot?" เหตุผลจริงที่แนะนำอัลเธอร่าก่อนให้ลูกค้าวัยปลาย 40

 

 













Thermage และ Ultherapy

ชื่อคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วต่างกันนะ

Thermage คือการใช้พลังงาน RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง)

ส่งความร้อนลงไปที่ชั้นผิวแท้ (Dermis) ทั้งหมด

เพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนครับ

 

จุดเด่นที่ต่างจาก Ultherapy ก็คือ

Thermage จะทำงานเป็นแบบ 'พื้นที่กว้าง (Area)' ครับ

 

ในทางกลับกัน Ultherapy จะใช้เทคโนโลยี HIFU (คลื่นอัลตราซาวด์สูตรเข้มข้นสูง)

ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS 4.5 มม.

โดยจะยิงเป็น 'จุด (Focus Points)' เพื่อกระตุ้นการกระชับตัว

 

ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่ม Anti-aging เหมือนกัน

แต่ชั้นผิวที่ทำหน้าที่และวิธีการรักษานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

สรุปครบทั้ง 3 ลิฟติ้งยอดนิยมรวมอินโหมด: รู้จักความต่างระหว่าง 'พื้นที่' กับ 'จุด' หรือยัง

 

 













ทำไมหน้าหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่คนหนึ่งต้องทำ Thermage

ส่วนอีกคนต้องทำ Ultherapy ล่ะ?

 

คำแนะนำสำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

Thermage ใช้ความร้อนจาก RF ในการเคลือบผิวชั้นแท้ทั้งหมด

ส่วน Ultherapy ใช้คลื่น Ultrasound แบบ HIFU

ยิงเป็นจุดๆ ลงลึกถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS) 4.5 มม.

 

ดังนั้น คนวัย 30 ที่ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น ควรเลือก Thermage เป็นหลัก

ส่วนคนวัย 40 ที่เริ่มมีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย

Ultherapy จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าครับ

 

ฟังแบบนี้แล้วอาจจะตกใจนิดหน่อยนะครับ

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้วัย 53 ปีท่านหนึ่งมาหาหมอ

บอกว่า "อยากทำ Thermage แบบจัดเต็ม 1500 ช็อตเลยค่ะ"

 

แต่หลังจากหมอได้ลองสัมผัสผิวและดูรูปวิเคราะห์โครงหน้าแล้ว

เห็นได้ชัดเลยว่าผิวหนังตั้งแต่ช่วงใต้โหนกแก้มลงไปถึงมุมปาก

เริ่มคล้อยย้อยลงมาด้านล่างค่อนข้างเยอะ

 

ในเคสแบบนี้ ต่อให้ทุ่มทำ Thermage ไปกี่ช็อต

ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะไม่ชัดเจนเท่าที่ควรครับ

 

หมอเลยแนะนำให้ทำ Ultherapy ก่อนเป็นอันดับแรก

 

นั่นเพราะว่า Thermage ทำงานในชั้นผิวแท้ ลึกประมาณ 1.5~3.0 มม.

เน้นกระจายความร้อนเป็นบริเวณกว้าง จึงช่วยเรื่องความแน่นกระชับและยืดหยุ่นของผิวชั้นบนได้ดี

 

แต่ถ้าปัญหาเกิดจากชั้น SMAS (ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ) ที่เริ่มหย่อนคล้อย

ซึ่งเปรียบเสมือนฐานรากของบ้านที่ทรุดตัว การไปดึงรั้งแค่ชั้นผิวแท้ด้านบน

ผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมเห็นผลได้น้อยมากครับ

 

ในทางตรงกันข้าม Ultherapy ใช้หัวคาร์ทริดจ์ขนาด 4.5 มม. ยิงตรงเข้าสู่ชั้น SMAS

ช่วยยกกระชับโครงสร้างหน้าโดยรวมที่หย่อนคล้อยได้โดยตรง

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้เน้นกระจายความร้อนแบบพื้นที่กว้างในผิวชั้นบน

เรื่องของการปรับสภาพผิวหรือริ้วรอยเล็กๆ (Fine lines)

ผลลัพธ์ของ Ultherapy จึงอาจจะไม่เด่นชัดเท่า Thermage ครับ

 

ถ้าลองเปรียบเทียบกับ อินโหมด เพิ่มเติมก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ

 

อินโหมด จะเก่งในเรื่องการเก็บรายละเอียดเฉพาะจุด เช่น การสลายไขมันใต้คาง

หรือช่วยปรับ 'กรอบหน้า (V-line)' ให้คมชัดขึ้น

 

สรุปง่ายๆ คือ ปรับความแน่นยืดหยุ่นของผิวโดยรวมใช้ Thermage,

แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใช้ Ultherapy,

ส่วนการเก็บกรอบหน้าและลดไขมันเฉพาะจุดให้เลือกใช้ อินโหมด ครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

Thermage เหมาะสำหรับคนที่ 'รู้สึกว่าผิวเหี่ยว ยับ หรือจับแล้วไม่แน่น'

ส่วน Ultherapy เหมาะสำหรับคนที่ 'รู้สึกว่าแก้มย้อย ใบหน้าคล้อยลงมาด้านล่าง' ครับ

 

ลองประเมินสภาพผิวตัวเองตามจริงอย่างตรงไปตรงมา

จะช่วยให้เลือกหัตถการได้ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุดครับ

"ปีละ 3 ล้านวอน จะไม่ให้เสียเงินเปล่าต้องทำยังไง" กลยุทธ์เพิ่มความคุ้มค่าสูงสุด เทอร์มาจ vs อัลเธอร่า

 

 













คนที่เหมาะกับ Thermage

vs คนที่เหมาะกับ Ultherapy,

ต่างกันตรงความลึกที่เห็นผล

หัวข้อ

Thermage

Ultherapy

ประเภทพลังงาน

RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง)

HIFU (คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสตั้งเป้า)

ความลึกในการทำงาน

ชั้นผิวแท้ 1.5~3 มม. (แบบกว้าง)

ชั้น SMAS 4.5 มม. (แบบโฟกัสจุด)

ผลลัพธ์หลัก

เพิ่มความยืดหยุ่น รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียน

ยกกระชับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย

แนะนำเป็นพิเศษ

อายุ 30 ~ ต้น 40 ปี ที่เผชิญปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น

อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่หน้าเริ่มคล้อย เสียรูปทรง

ความรู้สึกขณะทำ

ร้อนจี๊ดๆ แผ่สะสมลึกใต้ผิว

เจ็บเสียวๆ ลึกถึงกระดูก

ล่าสุด มีลูกค้าอายุ 45 ปีท่านหนึ่ง มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อยน้อย

แต่ผิวค่อนข้างบางและหน้าดูมีริ้วรอยเล็กๆ เด่นชัดขึ้นมา

หมอเลยแนะนำให้กู้ผิวด้วย Thermage ก่อนก้าวไปทำ Ultherapy ครับ

 

ท้ายที่สุดแล้ว ตัวเลข 'อายุ' ไม่ใช่ตัวตัดสินเกณฑ์การทำ

แต่สภาพผิวหน้ารวมถึงปัญหาว่าเป็นที่ 'ชั้นผิวเรียบเนียน' หรือ 'ความหย่อนคล้อย (ชั้นลึก)'

คือหัวใจสำคัญในการเลือกโปรแกรมที่ถูกต้องครับ

 

3 คำถามยอดฮิตจากหน้าห้องตรวจ

หมอจะมาตอบแบบตรงไปตรงมาให้เองครับ

 

Q1. ได้ยินว่าถ้าทำควบคู่กันจะเห็นผลดีเว่อร์

สามารถทำพร้อมกันในวันเดียวเลยได้ไหมคะ?

A. ขอตอบตรงๆ เลยว่า หมอไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียวนะครับ

 

เพราะเราควรเผื่อเวลาและให้โอกาสผิวได้ฟื้นฟูตัวเอง

จากพลังงานความร้อนที่ได้ทำลงไปด้วยครับ

 

ปกติแล้ว วิธีที่เวิร์กที่สุดคือ เริ่มทำ Ultherapy เพื่อดึงยกหน้าส่วนที่คล้อยเปิดทางก่อน

จากนั้นเว้นระยะไปประมาณ 4~6 สัปดาห์ ค่อยเติม Thermage เพื่อล็อกความแน่นกระชับของผิวชั้นบน

ลำดับขั้นตอนนี้จะให้ผลลัพธ์ที่สวยและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

 

Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

จำเป็นต้องทำซ้ำทุกปีไหมคะ?

A. ทั้งสองหัตถการจะคงผลลัพธ์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12~18 เดือนครับ

 

แต่อยากให้มองว่า มันไม่ใช่เป้าหมายเพื่อ 'ลดอายุผิว' อย่างเดียวแล้วหยุดลง

แต่มันคือการเข้าไปยับยั้งและชะลออัตราการร่วงโรยตามวัยต่างหากครับ

 

ส่วนตัวหมอแนะนำให้ทำโปรแกรมใหญ่สลับแบบปีเว้นปี

และประคองด้วยทรีตเมนต์บำรุงเบาๆ เช่น skin booster หรือโปรแกรมกระตุ้นอื่นๆ

ในระหว่างนั้น เพื่อคงผลลัพธ์ให้อ่อนเยาว์ได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้นครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างไหมครับ?

A. สำหรับ Ultherapy อาจมีอาการชาชั่วคราวหลังทำได้

ส่วน Thermage หากใช้พลังงานสูงเกินไป อาจทำให้แก้มตอบหรือไขมันฝ่อตัว

ซึ่งเป็นเคสที่พบได้น้อยมากๆ ครับ

 

ดังนั้น แทนที่จะโฟกัสแค่การยิงอัดจำนวนช็อตเยอะๆ

การให้แพทย์ประเมินและดีไซน์ความหนาบางของผิวให้ตรงจุด

จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกที่ปฏิเสธไม่ได้เลยครับ

 

ถ้าอ่านจบบทความนี้แล้ว หมออยากให้จำขึ้นใจแค่ข้อเดียวคือ

— อย่าเลือกทำเพราะ 'อายุ' แต่ให้เลือกจาก 'ลักษณะปัญหาผิวว่าเป็นเรื่องมิติผิวหรือความคล้อยลึก'

เพื่อหัตถการที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเองครับ

 

ในคอนเทนต์หน้า

หมอจะพาทุกคนไปเจาะลึกเรื่อง 'จุดเปลี่ยนผลลัพธ์จากระยะห่างในการทำ Ultherapy และ Thermage'

พร้อมหยิบเคสตัวอย่างที่เห็นภาพมาชี้แจงให้ฟังกันต่อนะครับ

 

ขอลาไปก่อน หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

หน้ายาน ใช้เทอร์มาจ หน้าลื่นไหลลง ใช้อัลเธอร่า? คู่มือเลือกลิฟติ้งตามรูปหน้า

Thermage vs Ultherapy ในวัย 30 และ 40

ทำไมต้องเลือกให้ต่างกัน?

 

"มีแต่คนบอกให้ทำทั้ง Thermage และ Ultherapy

แต่ต้องทำทั้งสองอย่างจริงๆ เหรอคะ?"

เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมากๆ เลยครับ

 

วันนี้หมอวี ยองจิน จะมาไขข้อข้องใจนี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ

"มนตร์วิเศษของเทอร์มาจ 600 shot?" เหตุผลจริงที่แนะนำอัลเธอร่าก่อนให้ลูกค้าวัยปลาย 40

 

 













Thermage และ Ultherapy

ชื่อคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วต่างกันนะ

Thermage คือการใช้พลังงาน RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง)

ส่งความร้อนลงไปที่ชั้นผิวแท้ (Dermis) ทั้งหมด

เพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนครับ

 

จุดเด่นที่ต่างจาก Ultherapy ก็คือ

Thermage จะทำงานเป็นแบบ 'พื้นที่กว้าง (Area)' ครับ

 

ในทางกลับกัน Ultherapy จะใช้เทคโนโลยี HIFU (คลื่นอัลตราซาวด์สูตรเข้มข้นสูง)

ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS 4.5 มม.

โดยจะยิงเป็น 'จุด (Focus Points)' เพื่อกระตุ้นการกระชับตัว

 

ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่ม Anti-aging เหมือนกัน

แต่ชั้นผิวที่ทำหน้าที่และวิธีการรักษานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

สรุปครบทั้ง 3 ลิฟติ้งยอดนิยมรวมอินโหมด: รู้จักความต่างระหว่าง 'พื้นที่' กับ 'จุด' หรือยัง

 

 













ทำไมหน้าหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่คนหนึ่งต้องทำ Thermage

ส่วนอีกคนต้องทำ Ultherapy ล่ะ?

 

คำแนะนำสำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

Thermage ใช้ความร้อนจาก RF ในการเคลือบผิวชั้นแท้ทั้งหมด

ส่วน Ultherapy ใช้คลื่น Ultrasound แบบ HIFU

ยิงเป็นจุดๆ ลงลึกถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS) 4.5 มม.

 

ดังนั้น คนวัย 30 ที่ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น ควรเลือก Thermage เป็นหลัก

ส่วนคนวัย 40 ที่เริ่มมีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย

Ultherapy จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าครับ

 

ฟังแบบนี้แล้วอาจจะตกใจนิดหน่อยนะครับ

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้วัย 53 ปีท่านหนึ่งมาหาหมอ

บอกว่า "อยากทำ Thermage แบบจัดเต็ม 1500 ช็อตเลยค่ะ"

 

แต่หลังจากหมอได้ลองสัมผัสผิวและดูรูปวิเคราะห์โครงหน้าแล้ว

เห็นได้ชัดเลยว่าผิวหนังตั้งแต่ช่วงใต้โหนกแก้มลงไปถึงมุมปาก

เริ่มคล้อยย้อยลงมาด้านล่างค่อนข้างเยอะ

 

ในเคสแบบนี้ ต่อให้ทุ่มทำ Thermage ไปกี่ช็อต

ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะไม่ชัดเจนเท่าที่ควรครับ

 

หมอเลยแนะนำให้ทำ Ultherapy ก่อนเป็นอันดับแรก

 

นั่นเพราะว่า Thermage ทำงานในชั้นผิวแท้ ลึกประมาณ 1.5~3.0 มม.

เน้นกระจายความร้อนเป็นบริเวณกว้าง จึงช่วยเรื่องความแน่นกระชับและยืดหยุ่นของผิวชั้นบนได้ดี

 

แต่ถ้าปัญหาเกิดจากชั้น SMAS (ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ) ที่เริ่มหย่อนคล้อย

ซึ่งเปรียบเสมือนฐานรากของบ้านที่ทรุดตัว การไปดึงรั้งแค่ชั้นผิวแท้ด้านบน

ผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมเห็นผลได้น้อยมากครับ

 

ในทางตรงกันข้าม Ultherapy ใช้หัวคาร์ทริดจ์ขนาด 4.5 มม. ยิงตรงเข้าสู่ชั้น SMAS

ช่วยยกกระชับโครงสร้างหน้าโดยรวมที่หย่อนคล้อยได้โดยตรง

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้เน้นกระจายความร้อนแบบพื้นที่กว้างในผิวชั้นบน

เรื่องของการปรับสภาพผิวหรือริ้วรอยเล็กๆ (Fine lines)

ผลลัพธ์ของ Ultherapy จึงอาจจะไม่เด่นชัดเท่า Thermage ครับ

 

ถ้าลองเปรียบเทียบกับ อินโหมด เพิ่มเติมก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ

 

อินโหมด จะเก่งในเรื่องการเก็บรายละเอียดเฉพาะจุด เช่น การสลายไขมันใต้คาง

หรือช่วยปรับ 'กรอบหน้า (V-line)' ให้คมชัดขึ้น

 

สรุปง่ายๆ คือ ปรับความแน่นยืดหยุ่นของผิวโดยรวมใช้ Thermage,

แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใช้ Ultherapy,

ส่วนการเก็บกรอบหน้าและลดไขมันเฉพาะจุดให้เลือกใช้ อินโหมด ครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

Thermage เหมาะสำหรับคนที่ 'รู้สึกว่าผิวเหี่ยว ยับ หรือจับแล้วไม่แน่น'

ส่วน Ultherapy เหมาะสำหรับคนที่ 'รู้สึกว่าแก้มย้อย ใบหน้าคล้อยลงมาด้านล่าง' ครับ

 

ลองประเมินสภาพผิวตัวเองตามจริงอย่างตรงไปตรงมา

จะช่วยให้เลือกหัตถการได้ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุดครับ

"ปีละ 3 ล้านวอน จะไม่ให้เสียเงินเปล่าต้องทำยังไง" กลยุทธ์เพิ่มความคุ้มค่าสูงสุด เทอร์มาจ vs อัลเธอร่า

 

 













คนที่เหมาะกับ Thermage

vs คนที่เหมาะกับ Ultherapy,

ต่างกันตรงความลึกที่เห็นผล

หัวข้อ

Thermage

Ultherapy

ประเภทพลังงาน

RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง)

HIFU (คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสตั้งเป้า)

ความลึกในการทำงาน

ชั้นผิวแท้ 1.5~3 มม. (แบบกว้าง)

ชั้น SMAS 4.5 มม. (แบบโฟกัสจุด)

ผลลัพธ์หลัก

เพิ่มความยืดหยุ่น รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียน

ยกกระชับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย

แนะนำเป็นพิเศษ

อายุ 30 ~ ต้น 40 ปี ที่เผชิญปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น

อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่หน้าเริ่มคล้อย เสียรูปทรง

ความรู้สึกขณะทำ

ร้อนจี๊ดๆ แผ่สะสมลึกใต้ผิว

เจ็บเสียวๆ ลึกถึงกระดูก

ล่าสุด มีลูกค้าอายุ 45 ปีท่านหนึ่ง มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อยน้อย

แต่ผิวค่อนข้างบางและหน้าดูมีริ้วรอยเล็กๆ เด่นชัดขึ้นมา

หมอเลยแนะนำให้กู้ผิวด้วย Thermage ก่อนก้าวไปทำ Ultherapy ครับ

 

ท้ายที่สุดแล้ว ตัวเลข 'อายุ' ไม่ใช่ตัวตัดสินเกณฑ์การทำ

แต่สภาพผิวหน้ารวมถึงปัญหาว่าเป็นที่ 'ชั้นผิวเรียบเนียน' หรือ 'ความหย่อนคล้อย (ชั้นลึก)'

คือหัวใจสำคัญในการเลือกโปรแกรมที่ถูกต้องครับ

 

3 คำถามยอดฮิตจากหน้าห้องตรวจ

หมอจะมาตอบแบบตรงไปตรงมาให้เองครับ

 

Q1. ได้ยินว่าถ้าทำควบคู่กันจะเห็นผลดีเว่อร์

สามารถทำพร้อมกันในวันเดียวเลยได้ไหมคะ?

A. ขอตอบตรงๆ เลยว่า หมอไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียวนะครับ

 

เพราะเราควรเผื่อเวลาและให้โอกาสผิวได้ฟื้นฟูตัวเอง

จากพลังงานความร้อนที่ได้ทำลงไปด้วยครับ

 

ปกติแล้ว วิธีที่เวิร์กที่สุดคือ เริ่มทำ Ultherapy เพื่อดึงยกหน้าส่วนที่คล้อยเปิดทางก่อน

จากนั้นเว้นระยะไปประมาณ 4~6 สัปดาห์ ค่อยเติม Thermage เพื่อล็อกความแน่นกระชับของผิวชั้นบน

ลำดับขั้นตอนนี้จะให้ผลลัพธ์ที่สวยและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

 

Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

จำเป็นต้องทำซ้ำทุกปีไหมคะ?

A. ทั้งสองหัตถการจะคงผลลัพธ์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12~18 เดือนครับ

 

แต่อยากให้มองว่า มันไม่ใช่เป้าหมายเพื่อ 'ลดอายุผิว' อย่างเดียวแล้วหยุดลง

แต่มันคือการเข้าไปยับยั้งและชะลออัตราการร่วงโรยตามวัยต่างหากครับ

 

ส่วนตัวหมอแนะนำให้ทำโปรแกรมใหญ่สลับแบบปีเว้นปี

และประคองด้วยทรีตเมนต์บำรุงเบาๆ เช่น skin booster หรือโปรแกรมกระตุ้นอื่นๆ

ในระหว่างนั้น เพื่อคงผลลัพธ์ให้อ่อนเยาว์ได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้นครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างไหมครับ?

A. สำหรับ Ultherapy อาจมีอาการชาชั่วคราวหลังทำได้

ส่วน Thermage หากใช้พลังงานสูงเกินไป อาจทำให้แก้มตอบหรือไขมันฝ่อตัว

ซึ่งเป็นเคสที่พบได้น้อยมากๆ ครับ

 

ดังนั้น แทนที่จะโฟกัสแค่การยิงอัดจำนวนช็อตเยอะๆ

การให้แพทย์ประเมินและดีไซน์ความหนาบางของผิวให้ตรงจุด

จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกที่ปฏิเสธไม่ได้เลยครับ

 

ถ้าอ่านจบบทความนี้แล้ว หมออยากให้จำขึ้นใจแค่ข้อเดียวคือ

— อย่าเลือกทำเพราะ 'อายุ' แต่ให้เลือกจาก 'ลักษณะปัญหาผิวว่าเป็นเรื่องมิติผิวหรือความคล้อยลึก'

เพื่อหัตถการที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเองครับ

 

ในคอนเทนต์หน้า

หมอจะพาทุกคนไปเจาะลึกเรื่อง 'จุดเปลี่ยนผลลัพธ์จากระยะห่างในการทำ Ultherapy และ Thermage'

พร้อมหยิบเคสตัวอย่างที่เห็นภาพมาชี้แจงให้ฟังกันต่อนะครับ

 

ขอลาไปก่อน หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1