• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

อัลเทอร่ากรอบหน้ากี่ครั้ง — จุดเปลี่ยน 300 ช็อต

อัลเทอร่ากรอบหน้ากี่ครั้ง — จุดเปลี่ยน 300 ช็อต

อัลเทอร่ากรอบหน้ากี่ครั้ง — จุดเปลี่ยน 300 ช็อต

อัลเทอร่าแนวกรามควรทำกี่ช็อต? 300 ช็อตคือจุดเหมาะสม เกิน 500 ช็อตเจ็บเพิ่มเฉยๆ

อัลเธอร่าเส้นกราม สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวน shot คือ 'การเล็งเป้าชั้น SMAS'

 

เมื่อวันพุธที่แล้ว มีคุณลูกค้าผู้หญิงอายุ 40 ปี

เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจครับ

 

"คุณหมอคะ ที่อื่นบอกว่าต้องยิงให้ครบ 600 shots

ถึงจะเห็นผล

แต่ทำไมที่นี่ถึงแนะนำเริ่มต้นแค่ 300 shots ล่ะคะ?"

 

คำถามนี้ เป็นครั้งที่ 4 แล้วครับเฉพาะแค่ในเดือนนี้

 

วันนี้หมอเลยอยากจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังกันแบบชัดๆ ครับ

อัลเธอร่า 300 shot vs 600 shot เหตุผลที่ราคาต่าง 2 เท่าแต่ผลต่างแค่ 10%

 

 















Ulthera ดูเหมือนจะเหมือนกันหมดใช่ไหมคะ?

แต่จริงๆ แล้ว ผลลัพธ์ต่างกันที่จำนวนช็อตครับ

Ulthera เป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (HIFU)

ที่จะส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS ของผิว

เพื่อกระตุ้นการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่

ช่วยยกกระชับผิวหน้าครับ

 

ซึ่งแตกต่างจาก HIFU ตัวอื่นๆ เช่น ชูริงค์ หรือ Density

จุดเด่นของ Ulthera คือมีทรานส์ดิวเซอร์ (Transducer)

ที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงระดับ 4.5 mm.

 

เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือแบบ Non-invasive (ไม่ต้องผ่าตัด)

แทบจะเพียงหนึ่งเดียวที่ส่งพลังงานตรงเข้าสู้ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS) ได้โดยตรงครับ

 

แต่จุดที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากก็คือ

คิดว่า "ทำ Ulthera ที่ไหนก็เหมือนๆ กันหมด"

นั่นเองครับ

 

ต่อให้ใช้เครื่องแท้ Ulthera เหมือนกัน แต่การดีไซน์ว่ายิงกี่ช็อต

ยิงลงไปที่จุดไหน และด้วยความลึกเท่าไหร่

ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

 

โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า (Jawline) ยิ่งเห็นความต่างได้ชัดเจนเลยครับ

[เพิ่มความคุ้มค่า] คู่มืออัลเธอร่าเส้นกราม จำนวน shot ที่คุ้มที่สุดและระยะเวลาคงผล

 

 















เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ผลลัพธ์ Ulthera กรอบหน้าแตกต่างกัน

อยู่ที่ 300 shots นี้ครับ

 

Insight สำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

สำหรับ Ulthera กรอบหน้า จำนวน 300 shots ต่อครั้ง คือจุดเปลี่ยนที่คุ้มค่าที่สุดครับ

 

ถ้ายิงน้อยกว่า 200 shots แทบจะวัดผลการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย

แต่หากยิงเกิน 500 shots ขึ้นไป

ผลลัพธ์ที่ได้เพิ่มขึ้นมาอาจจะไม่ค่อยคุ้มเมื่อเทียบกับความเจ็บที่ต้องทนครับ

 

ปกติแล้ว แนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง

โดยเว้นระยะห่างประมาณ 8~12 เดือน ดีที่สุดครับ

 

เคยได้ยินความเชื่อที่ว่า "ทำ Ulthera บ่อยๆ แล้วจะทำให้ผิวบางลง" ไหมคะ? จริงๆ แล้วมักจะตรงกันข้ามเลยครับ

 

ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เวลาทำแต่ละครั้ง ได้รับจำนวนช็อตไม่เพียงพอ

ทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์

ก็เลยรู้สึกว่าต่อให้ทำบ่อยๆ ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ

 

การจะยกกระชับกรอบหน้าทีละข้างให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

จำเป็นต้องใช้หัวทรานส์ดิวเซอร์ขนาด 4.5 mm. และ 3.0 mm. ร่วมกัน

โดยอย่างน้อยต้องยิงข้างละ 150 shots ดังนั้น ผลลัพธ์สำหรับทั้งสองข้าง

จึงอยู่ที่ประมาณ 300 shots ซึ่งเป็นตัวเลขที่เห็นผลชัดเจนที่สุดครับ

 

หากยิงน้อยกว่านี้ การหดตัวของชั้น SMAS จะเกิดขึ้นเป็นจุดๆ เท่านั้น

ทำให้ไม่สามารถมองเห็นความยกกระชับของกรอบหน้าได้ด้วยตาเปล่าครับ

 

กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) จะเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 หลังทำ

และจะเห็นผลลัพธ์สวยเป๊ะที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ 12 (ประมาณ 3 เดือน) ครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

สำหรับการยกกระชับกรอบหน้าด้วย Ulthera สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องที่ว่า "ทำบ่อยแค่ไหน"

แต่คือ "การยิงอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำครั้งเดียว" ต่างหากครับ

 

ยิงให้เน้นๆ 300 shots ในครั้งเดียว แล้วรอผลลัพธ์ประมาณ 3 เดือนนะครับ

 

หลังจากนั้นค่อยมาทำซ้ำทุกๆ 8~12 เดือนครั้ง

นี่คือโปรแกรมที่ช่วยรักษาไลน์กรอบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดครับ

[ตรวจสอบข้อเท็จจริง] วิธีลดความเจ็บและดึงผลลัพธ์จาก 300 shot อัลเธอร่าออกมาเต็ม 100%

 

 















ลองมาเช็กกันดูนะครับว่ากรอบหน้าของคุณ

เหมาะสำหรับการทำ Ulthera แบบไหน

ประเภทผิว

จำนวนช็อตที่แนะนำ

ระยะห่างในการทำซ้ำ

การจัดเตรียมเพื่อลดความเจ็บ

ทำครั้งแรก (ช่วงอายุ 30~40 ปี)

กรอบหน้า 300 shots

หลังผ่านไป 10~12 เดือน

แปะยาชาเฉพาะที่ + ทานยาแก้ปวด

ทำซ้ำ (ผู้ที่เคยทำแล้ว)

250~300 shots

เว้นระยะทุกๆ 8~10 เดือน

แปะยาชาเฉพาะที่

ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าหย่อนคล้อย (อายุ 40~50 ปี)

กรอบหน้า 400 shots

เว้นระยะทุกๆ 8 เดือน

แปะยาชา + ร่วมกับการดมยาสลบ/ยานอนหลับ

ผู้ที่กลัวเจ็บมากเป็นพิเศษ

300 shots (สามารถแบ่งยิงได้)

เว้นระยะทุกๆ 12 เดือน

แนะนำยานอนหลับ (Sleep Anesthesia)

ต้องยอมรับความจริงว่า Ulthera เป็นคลินิกทรีตเมนต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ็บพอสมควรครับ

 

เพราะเวลาที่หัวทรานส์ดิวเซอร์ 4.5 mm. ส่งพลังงานไปแตะโดนเส้นประสาทบริเวณชั้น SMAS

มันจะรู้สึก "จี๊ดๆ" ซึ่งเป็นเรื่องที่

หลีกเลี่ยงได้ยากครับ

 

แต่ถ้ามีการแปะยาชาอย่างทั่วถึงนานกว่า 30 นาทีขึ้นไป

และรับประทานยาแก้ปวดเตรียมไว้ก่อนเริ่มทำ 1 ชั่วโมง

จะช่วยลดระดับความเจ็บลงไปได้เกือบครึ่งนึงเลยครับ

 

3 คำถามยอดฮิต

ที่คุณลูกค้าถามเข้ามาบ่อยที่สุด

 

Q1. ยิง Ulthera 600 shots จะไม่เห็นผลดีกว่า

300 shots เป็นสองเท่าเลยเหรอคะ?

A. จากประสบการณ์ในห้องตรวจจริงๆ

ต้องบอกว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปครับ

 

แน่นอนว่าความต่างระหว่าง 200 shots กับ 300 shots

จะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้ชัดเจนมาก

 

แต่ถ้าเพิ่มจาก 300 shots ไปเป็น 500 shots

ผลลัพธ์อาจจะเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ 10~15% เท่านั้น

แต่คนไข้จะรู้สึกเจ็บรวมถึงมีอาการบวมเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเลยครับ

 

Q2. จำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกปีเลยไหมคะ?

A. แทนที่จะบอกว่าต้องรับบริการทุกๆ ปี หมอแนะนำว่าระยะห่างที่เหมาะสมที่สุด

จะอยู่ที่ประมาณ 8~12 เดือนครับ

 

หากทำบ่อยเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่คุ้มเมื่อเทียบกับความเจ็บบนใบหน้า

แต่ถ้าทิ้งช่วงนานเกินไป

ผิวอาจจะเริ่มหย่อนคล้อยจนต้องเริ่มกระตุ้นใหม่ตั้งแต่แรก ซึ่งจะทำให้ไม่คุ้มค่าครับ

 

Q3. ที่รีวิวกันว่าทำ Ulthera แล้วแก้มตอบ/แก้มตอบลง

เป็นเรื่องจริงไหมคะ?

A. มีโอกาสเกิดขึ้นได้แต่น้อยมากๆ ครับ

 

สำหรับคุณลูกค้าที่มีโครงหน้าผอมหรือมีไขมันสะสมแก้มค่อนข้างน้อย

หากยิงพลังงานสูงที่บริเวณกึ่งกลางแก้มโดยตรง

ก็อาจจะทำให้ใบหน้าดูตอบลงชั่วคราวได้ครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเน้นยิงบริเวณกรอบหน้าเข้าสู่ชั้น SMAS

อย่างถูกต้องและแม่นยำ

แทบจะไม่มีความเสี่ยงเรื่องการสูญเสียไขมันจนแก้มตอบเลยครับ

 

ถ้าให้เลือกจำเพียงแค่ข้อเดียวสำหรับวันนี้

— การยกกระชับกรอบหน้าด้วย Ulthera

ทำครั้งละ 300 shots ให้เต็มประสิทธิภาพ

แล้วคอยสังเกตผลใน 3 เดือน คือวิธีที่คุ้มค่าที่สุดครับ

 

ในบทความถัดไป

หมอจะมาอธิบายเรื่อง 'การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าหลังทำ Ulthera

ตลอดช่วงระยะเวลา 3 เดือนว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง' นะครับ

 

วันนี้ขอตัวลาไปก่อน หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1