ทำ Thermage วัย 30 เร็วไปจริงหรือ? ก่อนอายุ 35 คอลลาเจนสร้างเร็วกว่าวัย 40 ถึง 2 เท่า
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

เคยไหมคะ ส่องกระจกตอนเช้าแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเมื่อสองสามปีก่อน ทั้งที่อายุเพิ่งสามสิบต้น ๆ ครีมก็ทาครบทุกขั้นตอน นอนก็พอ แต่ผิวกลับดูไม่แน่นเท่าเดิม พอลองเสิร์ชหาข้อมูลก็เจอชื่อ Thermage ขึ้นมาเต็มไปหมด แล้วก็ลังเลต่อว่าอายุเท่านี้จะเร็วเกินไปหรือเปล่า หรือควรรอให้หน้าหย่อนคล้อยชัดกว่านี้ก่อนค่อยเริ่ม
ความลังเลนี้มักมาจากความเข้าใจที่ว่าเครื่องยกกระชับมีไว้สำหรับคนที่ผิวหย่อนคล้อยแล้วเท่านั้น แต่กลไกของการสร้างคอลลาเจนบอกอีกอย่าง เพราะเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนเริ่มทำงานช้าลงตั้งแต่ก่อนที่เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตาเปล่า การทาครีมหรือกินอาหารเสริมช่วยดูแลผิวชั้นบนได้ระดับหนึ่ง แต่ส่งผลลงไปถึงชั้นหนังแท้ได้ยาก บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่าผู้หญิงวัย 30 ควรเริ่มทำ Thermage ตอนไหน ใช้ประมาณกี่ช็อต เว้นระยะนานแค่ไหน เจ็บระดับไหน และมีใครบ้างที่ควรชะลอไว้ก่อน ไปดูกันเลยค่ะ
วัย 30 ทำ Thermage ได้ไหม หรือควรรอให้หน้าหย่อนก่อน?
ตอบสั้น ๆ ก่อนว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้ความหย่อนคล้อยชัดเจนก่อนถึงจะเริ่มดูแล เพราะ Thermage ไม่ได้ทำงานกับผิวที่หย่อนแล้วเพียงอย่างเดียว แต่ทำงานกับความสามารถในการสร้างคอลลาเจนที่ยังเหลืออยู่ ยิ่งเซลล์ผิวยังตอบสนองได้ดี พลังงานเท่ากันก็มักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า
Thermage เป็นเครื่องในกลุ่ม Monopolar RF (Radiofrequency) ที่ส่งคลื่นความถี่วิทยุลงไปสร้างความร้อนสะสมในชั้นหนังแท้ (Dermis) ความร้อนนี้ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวลงระดับหนึ่งตั้งแต่วันที่ทำ และไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้เดินกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่องอีกหลายเดือนหลังจากนั้น จุดนี้ต่างจากเครื่องกลุ่ม HIFU ที่รวมพลังงานเป็นจุดโฟกัสลึกลงไปถึงชั้น SMAS โดย Thermage จะเน้นความร้อนที่กระจายทั่วผิวชั้นหนังแท้มากกว่า
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเปรียบผิวเป็นที่นอนสปริง คอลลาเจนกับอีลาสตินก็คือสปริงที่คอยดันให้ผิวคืนตัว ตอนอายุยี่สิบกว่าสปริงยังแน่นและเด้งกลับเร็ว พอเข้าสามสิบสปริงเริ่มล้าลงทีละนิด ยังไม่ถึงกับยุบตัว แต่กดแล้วคืนตัวช้าลงกว่าเดิม Thermage คือการเข้าไปกระตุ้นให้โรงงานผลิตสปริงกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง ในวันที่โรงงานยังมีกำลังผลิตเหลืออยู่พอสมควร

สัญญาณที่คนวัย 30 มักสังเกตเห็นก่อนคนรอบตัว มักไม่ใช่ความหย่อนคล้อยแบบเห็นชัด แต่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เจ้าตัวรู้สึกได้ก่อน ลองเช็กดูว่าตรงกับข้อไหนบ้าง
กรอบหน้าไม่คมเท่าเดิมเวลาถ่ายรูปมุมเฉียงหรือมุมข้าง
ผิวไม่ฟูเหมือนก่อนในวันที่พักผ่อนน้อย และหน้าดูเหนื่อยทั้งที่นอนเท่าเดิม
รองพื้นเริ่มติดร่องแก้มง่ายขึ้น ทั้งที่ยังใช้ผลิตภัณฑ์ตัวเดิม
ผิวแถวแก้มดูไม่แน่นเท่าเดิมเมื่อเทียบกับรูปถ่ายเมื่อสองสามปีก่อน
สัญญาณกลุ่มนี้บอกว่าโครงสร้างใต้ผิวเริ่มเปลี่ยนก่อนที่รูปหน้าจะเปลี่ยน การดูแลไว้ก่อนในช่วงที่ผิวยังตอบสนองดี จึงเป็นคนละแนวคิดกับการรอแก้ไขตอนที่ความหย่อนคล้อยเห็นชัดแล้ว ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว พันธุกรรม และการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน
ทำไมผลลัพธ์ก่อนและหลังอายุ 35 ถึงต่างกัน?
คำตอบอยู่ที่อัตราการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง โดยทั่วไปการทำงานของเซลล์กลุ่มนี้จะค่อย ๆ ลดลงตั้งแต่ราวอายุ 25 ปี แล้วมักลดลงเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงประมาณ 35 ปี ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่าผิวฟื้นตัวช้าลงกว่าเดิม
หมายความว่า ต่อให้ยิงจำนวนช็อตเท่ากันบนใบหน้าที่ดูคล้ายกัน ผิวสองช่วงวัยก็ตอบสนองไม่เท่ากัน ผิวที่ยังสร้างคอลลาเจนได้ดีมักเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นคอลลาเจนใหม่ได้มากกว่าผิวช่วงวัย 40 ราว ๆ สองเท่า พูดอีกแบบคือ กำลังการผลิตของโรงงานต่างกัน ไม่ใช่วัตถุดิบที่ใส่เข้าไปต่างกัน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ การทำ Thermage ในวัย 30 ต้น ๆ คล้ายการหยอดกระปุกออมสินคอลลาเจนล่วงหน้า ตอนหยอดอาจยังไม่รู้สึกว่าต่างจากเดิมมาก เพราะจุดตั้งต้นของผิวยังดีอยู่แล้ว แต่เงินก้อนนั้นจะไปแสดงผลตอนที่อัตราการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติลดลง ส่วนคนที่เริ่มตอนผิวหย่อนคล้อยชัดแล้ว มักต้องใช้จำนวนช็อตมากขึ้นเพื่อไล่ให้ทันจุดเดิม

ตัวอย่างที่พบในห้องตรวจของ Beautystone Clinic มีคนไข้ท่านหนึ่งที่ทำ Thermage ครั้งแรกตอนอายุ 33 ปี แล้วกลับมาอีกครั้งในอีกสามปีถัดมา ความกระชับของผิวตอนอายุ 36 ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับตอนก่อนทำครั้งแรก ซึ่งหมายถึงจังหวะการหย่อนคล้อยถูกชะลอไว้ได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้เป็นการสังเกตรายบุคคล ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกันกับทุกคน
อีกเรื่องที่ควรเข้าใจไว้ตั้งแต่ต้นคือ ความเปลี่ยนแปลงแบบก่อนและหลังในวัย 30 ต้น ๆ มักไม่ดูหวือหวาเท่าเคสวัย 40 ที่มีความหย่อนคล้อยชัดกว่า เพราะจุดตั้งต้นต่างกัน คนที่ผิวยังแน่นอยู่แล้วย่อมเห็นความต่างในรูปถ่ายน้อยกว่า ข้อได้เปรียบของการเริ่มเร็วจึงไปปรากฏในช่วง 2-3 ปีถัดมามากกว่าในสัปดาห์แรกหลังทำ
ส่วนความกังวลที่ว่าเริ่มเร็วแล้วผิวจะดื้อต่อการกระตุ้นในอนาคต กลไกของ Thermage คือการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง ไม่ใช่การใส่สารเข้าไปให้ร่างกายคุ้นชิน จึงเป็นคนละเรื่องกับการดื้อยา อย่างไรก็ตาม การทำถี่เกินความจำเป็นก็ไม่ได้ช่วยให้ผลดีขึ้นตามไปด้วย เพราะผิวต้องการเวลาสำหรับกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
วัย 30 ควรเริ่มกี่ช็อต และเว้นระยะนานแค่ไหน?
โดยทั่วไปวัย 30 ต้น ๆ ที่ยังแทบไม่มีความหย่อนคล้อย มักเริ่มที่ประมาณ 600 ช็อต และเว้นระยะราว 2.5-3 ปี ส่วนวัย 30 กลางถึงปลายที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น มักใช้จำนวนช็อตมากกว่านั้นและเว้นระยะสั้นลง ตัวเลขเหล่านี้เป็นกรอบตั้งต้นเท่านั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลอีกครั้งในวันปรึกษา
ตารางด้านล่างสรุปแนวทางที่ใช้บ่อยในห้องตรวจ แบ่งตามช่วงวัยและสภาพผิว เพื่อให้พอเห็นภาพก่อนเข้าปรึกษา
ช่วงวัยและสภาพผิว | แนวทางระงับความเจ็บ | จำนวนช็อตโดยประมาณ | ระยะห่างในการทำซ้ำ |
|---|---|---|---|
30 ต้น ๆ / แทบไม่มีความหย่อนคล้อย | ยาชาแบบทาเป็นหลัก | ประมาณ 600 ช็อต | ทุก 2.5-3 ปี |
30 กลาง ๆ / เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย | ยาชาแบบทา ร่วมกับบล็อกเส้นประสาทเฉพาะจุด (nerve block) | ประมาณ 900 ช็อต | ทุก 2 ปี |
30 ปลาย ๆ / ผิวบางลงและไวต่อความเจ็บ | ยาชาแบบทา ร่วมกับบล็อกเส้นประสาทแบบเต็มรูปแบบ | ประมาณ 900-1,200 ช็อต | ทุก 1.5-2 ปี |
เหตุผลที่แนวทางระงับความเจ็บเปลี่ยนไปตามช่วงวัย เพราะเมื่อชั้นหนังแท้บางลง ความร้อนจะถูกรับรู้ลึกและชัดขึ้น ยาชาแบบทาที่เคยเอาอยู่ในวัย 30 ต้น ๆ จึงอาจไม่พอสำหรับวัย 30 ปลาย ๆ การเพิ่มบล็อกเส้นประสาทช่วยให้ทำหัตถการได้นิ่งขึ้น ไม่ต้องหยุดกลางคันบ่อย ซึ่งส่งผลต่อความสม่ำเสมอของการลงพลังงานในแต่ละโซนด้วย

จุดที่อยากให้จำจากหัวข้อนี้คือ จำนวนช็อตไม่ใช่ตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว การกระจายช็อตตามโซนสำคัญไม่แพ้กัน 600 ช็อตที่วางแผนตามความหนาของผิวและปริมาณไขมันใต้ผิวหนังในแต่ละบริเวณ กับ 600 ช็อตที่ยิงเท่ากันทั่วหน้าโดยไม่ประเมินก่อน ให้ผลต่างกันได้พอสมควร โดยเฉพาะบริเวณขมับ ใต้โหนกแก้ม และแนวกราม ที่ปริมาณไขมันไม่เท่ากันในแต่ละคน
เรื่องความถี่ก็เกี่ยวกับความคุ้มค่าโดยตรง กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่หลังทำใช้เวลาต่อเนื่องหลายเดือน การรีบทำซ้ำเร็วเกินไปจึงมักไม่ได้เพิ่มผลลัพธ์ให้มากขึ้นตามที่คาด สำหรับหลายคนในวัย 30 การทำหนึ่งครั้งก่อนอายุ 35 และอีกหนึ่งครั้งในช่วงวัย 30 ปลาย ๆ ก็เป็นจังหวะที่พอเห็นความต่างได้แล้ว
ส่วนค่าใช้จ่าย โดยหลักแล้วขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ ยิ่งจำนวนช็อตมากขึ้น ราคาต่อช็อตก็มักคุ้มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรแกรมและช่วงเวลา แนะนำให้สอบถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจ และไม่ควรเลือกจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูว่าแผนการยิงถูกออกแบบมาอย่างไร
Thermage เจ็บไหม มีผลข้างเคียงอะไร และใครที่ยังไม่ควรทำ?
ตอบตามตรงว่ามีความรู้สึกร้อนแปลบเป็นจังหวะสั้น ๆ ตามการยิงแต่ละช็อตได้จริง โดยเฉพาะแนวกราม หน้าผาก และบริเวณที่ผิวบางแนบกระดูก แต่ระดับความรู้สึกต่างกันมากในแต่ละคน และมีตัวเลือกช่วยลดความรู้สึกอยู่หลายระดับ
คนวัย 30 หลายคนรับรู้ความรู้สึกได้ไวกว่าที่คิด ส่วนหนึ่งเพราะผิวยังแน่นและเส้นประสาทตอบสนองไว การเลือกแนวทางระงับความเจ็บจึงควรคุยกันตั้งแต่วันปรึกษา ไม่ใช่ตัดสินใจตอนขึ้นเตียงแล้ว
ยาชาแบบทา ทาทิ้งไว้ก่อนทำประมาณ 30-60 นาที ช่วยลดความรู้สึกที่ผิวชั้นตื้น เหมาะกับคนที่ทนความรู้สึกได้ระดับปานกลาง
บล็อกเส้นประสาทเฉพาะจุด (nerve block) เพิ่มเข้ามาในโซนที่รู้สึกชัดเป็นพิเศษ เช่น แนวกรามหรือหน้าผาก
บล็อกเส้นประสาทแบบเต็มรูปแบบ เหมาะกับคนที่ไวต่อความรู้สึกมาก หรือเคยหยุดกลางคันเพราะทนไม่ไหว
การปรับระดับพลังงานเป็นรายโซน แทนการใช้ค่าเดียวกันทั้งหน้า ช่วยให้ทำได้ต่อเนื่องขึ้น
หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน บางคนอาจรู้สึกตึงหรือสัมผัสแล้วเจ็บเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไป แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวพองเป็นตุ่มน้ำ หรือรู้สึกชาเป็นบริเวณกว้างแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที และไม่ควรซื้อยามาทาเองเพราะจะทำให้ประเมินอาการยากขึ้น
อีกคำถามที่เจอบ่อยในวัย 30 คือกลัวว่าทำแล้วหน้าตอบหรือแก้มตอบ กลไกจริง ๆ มักไม่ได้มาจากตัวเครื่อง แต่มาจากการวางแผนช็อตที่มากเกินไปในบริเวณที่มีไขมันใต้ผิวหนังน้อยอยู่แล้ว สำหรับคนวัย 30 ต้น ๆ ที่ใช้ประมาณ 600-900 ช็อตพร้อมการประเมินโซนก่อน โอกาสเกิดปัญหานี้ถือว่าน้อย แต่ก็ยังควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าถ้าเดิมทีเป็นคนหน้าผอมหรือไขมันใต้ผิวหนังบาง
ช่วง 3 วันแรกหลังทำ การดูแลตัวเองที่บ้านช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ราบรื่นขึ้น
งดซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนักที่ทำให้ตัวร้อนจัด
งดแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้รอยแดงอยู่นานกว่าปกติ
ทากันแดดทุกวันและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมากกว่าปกติเล็กน้อย
ชะลอผลิตภัณฑ์กลุ่มกรดผลไม้และเรตินอลไว้ก่อนจนกว่าผิวจะหายระคาย
นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ควรเลื่อนไว้ก่อน หรือควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดเป็นพิเศษก่อนตัดสินใจ
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังอยู่ในร่างกาย
มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่จะทำหัตถการ
มีการติดเชื้อที่ผิว หรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำ
เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือร้อยไหม (Thread Lifting) มาไม่นาน ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสม
มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือมีประวัติแผลหายช้าผิดปกติ
การอยู่ในกลุ่มนี้ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ตลอดไป หลายกรณีเพียงต้องเลื่อนเวลาออกไป หรือปรับแผนการทำให้เหมาะกับสภาพร่างกายในช่วงนั้น สิ่งที่ช่วยได้มากคือการเล่าประวัติหัตถการที่เคยทำและยาที่ใช้อยู่ให้ครบตั้งแต่วันปรึกษา
สรุป: ควรเริ่มตอนนี้ไหม และควรถามอะไรก่อนตัดสินใจ
สรุปสั้น ๆ จากทั้งบทความ การทำ Thermage ในวัย 30 ไม่ได้เร็วเกินไป เพราะเครื่องทำงานกับความสามารถในการสร้างคอลลาเจนที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งมักลดลงชัดขึ้นในช่วงประมาณอายุ 35 ปี วัย 30 ต้น ๆ จึงมักเริ่มที่ประมาณ 600 ช็อตและเว้นระยะราว 2.5-3 ปี ส่วนวัย 30 กลางถึงปลายมักใช้จำนวนช็อตมากขึ้นพร้อมแนวทางระงับความเจ็บที่ครอบคลุมกว่าเดิม
ถ้าจะจำอะไรกลับไปแค่อย่างเดียว ให้จำสามคำถามนี้ไว้ถามในวันปรึกษา
ก่อนทำมีการประเมินความหนาของผิวและปริมาณไขมันใต้ผิวหนังในแต่ละโซนไหม
แผนการยิงจะกระจายช็อตตามโซนอย่างไร และทำไมถึงเลือกจำนวนช็อตเท่านี้กับผิวของเรา
แนวทางระงับความเจ็บมีตัวเลือกอะไรบ้าง และปรับได้ไหมถ้าระหว่างทำรู้สึกไม่ไหว
ถ้าคำตอบที่ได้คือใช้จำนวนช็อตเท่ากันทุกคนโดยไม่มีการประเมินก่อน ก็ถือเป็นสัญญาณให้ชะลอการตัดสินใจไว้ก่อน แล้วหาข้อมูลเพิ่มอีกสักหน่อย เพราะสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกันในวัย 30 มักเป็นการออกแบบแผนเฉพาะบุคคล มากกว่าตัวเลขช็อตบนใบเสร็จ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ และหากมีอาการผิดปกติหลังทำ ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ ไม่ควรดูแลรักษาด้วยตัวเอง
หากคุณกำลังกังวลว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิมทั้งที่อายุเพิ่งสามสิบต้น ๆ และอยากรู้ว่าผิวของตัวเองควรเริ่มตอนไหนถึงจะพอดี ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินสภาพผิวและออกแบบจำนวนช็อตให้เป็นรายบุคคลก่อนเสมอ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
ทำ Thermage ตั้งแต่อายุ 30 ต้น ๆ ดีไหม หรือควรรออีกสักพัก?
เริ่มได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอให้ผิวหย่อนคล้อยชัดก่อน เพราะ Thermage ทำงานกับความสามารถในการสร้างคอลลาเจนที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งมักลดลงเร็วขึ้นในช่วงประมาณอายุ 35 ปี การเริ่มในจังหวะที่เซลล์ผิวยังตอบสนองดีจึงมักคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับพลังงานเท่ากัน ทั้งนี้ความเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำอาจดูไม่หวือหวาเท่าเคสที่มีความหย่อนคล้อยชัดแล้ว เพราะจุดตั้งต้นของผิวต่างกันนะคะ
Thermage วัย 30 ต้องทำกี่ครั้ง และเว้นระยะกี่ปีถึงจะพอดี?
สำหรับวัย 30 ต้น ๆ โดยทั่วไปทุก 2.5-3 ปีครั้งก็มักเพียงพอค่ะ ส่วนวัย 30 กลาง ๆ มักอยู่ที่ราวทุก 2 ปี และวัย 30 ปลาย ๆ ประมาณทุก 1.5-2 ปี การทำถี่เกินไปมักไม่ได้เพิ่มผลลัพธ์ตามที่คาด เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลาต่อเนื่องหลายเดือนหลังทำ จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมจริง ๆ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลอีกครั้งนะคะ
Thermage เจ็บไหม วัย 30 ต้องใช้ยาชาแบบไหน?
มีความรู้สึกร้อนแปลบเป็นจังหวะสั้น ๆ ได้ค่ะ โดยเฉพาะแนวกรามและหน้าผากที่ผิวบางแนบกระดูก วัย 30 ต้น ๆ ส่วนใหญ่ใช้ยาชาแบบทาก็มักเอาอยู่ แต่เมื่อผิวบางลงในวัย 30 กลางถึงปลาย การเพิ่มบล็อกเส้นประสาท (nerve block) จะช่วยให้ทำได้ต่อเนื่องและนิ่งขึ้น แนะนำให้บอกระดับความไวต่อความรู้สึกของตัวเองตั้งแต่วันปรึกษา เพื่อให้แพทย์วางแผนการระงับความเจ็บไว้ล่วงหน้าค่ะ
Thermage เหมาะกับใคร และใครที่ยังไม่ควรทำตอนนี้?
เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม ผิวไม่แน่นเหมือนก่อน หรืออยากดูแลไว้ก่อนที่ความหย่อนคล้อยจะชัดขึ้นค่ะ ส่วนกลุ่มที่ควรเลื่อนไว้ก่อนหรือคุยกับแพทย์อย่างละเอียดเป็นพิเศษ ได้แก่ กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ มีการติดเชื้อที่ผิวหรือสิวอักเสบรุนแรง และคนที่เพิ่งทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกันมาไม่นานนะคะ
คอนเทนต์

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้กี่ซีซี ทำไมราคาต่อซีซีถึงบอกราคารวมไม่ได้?

ผิว
หน้ามันแต่ยังตึง ช่วงเปลี่ยนฤดูควรแก้อะไรก่อนดี?

กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ราคาต่อครั้งถูก แต่รวมทั้งคอร์สต้องจ่ายเท่าไหร่?

ลบรอยสัก
จะสักทับ (Cover-up) ต้องเลเซอร์ให้รอยสักเดิมจางก่อนกี่ครั้ง?

ผิว
큐어젯 다운타임, 다음 날 출근과 화장은 언제부터 될까요?

ยกกระชับ
หลังทำ Titanium Lifting หน้าแดง ร้อนผ่าว แบบไหนปกติ แบบไหนควรกังวล?







