
ทำ Thermage ตั้งแต่อายุช่วงต้น 30 จริง ๆ แล้วเร็วเกินไปไหม?
ทำ Thermage ตั้งแต่อายุช่วงต้น 30 จริง ๆ แล้วเร็วเกินไปไหม?
ทำ Thermage ตั้งแต่อายุช่วงต้น 30 จริง ๆ แล้วเร็วเกินไปไหม?
คำที่บอกว่าอายุ 30 ต้นๆ ทำ Thermage เร็วเกินไป จริงๆ แล้วตรงกันข้ามค่ะ เพราะก่อนอายุ 35 การสร้างคอลลาเจนสูงกว่าช่วงอายุ 40 ถึง 2 เท่า ดังนั้นช่วงเวลาที่เริ่มทำจึงเป็นตัวกำหนดความคุ้มค่าของจำนวนช็อตเท่ากัน

Thermage ในวัย 30 ต้นๆ
จริงๆ แล้วเร็วเกินไปไหม?
ก่อนอ่าน กรุณาเช็กก่อน
Q. Thermage ในช่วงต้น 30
มันเร็วเกินไปไหม?
A. ตรงกันข้ามเลยค่ะ
ถ้าทำก่อนอายุ 35 ปี แม้ใช้จำนวนช็อตเท่ากัน ก็ยังมี
อัตราการสร้างคอลลาเจนสูงกว่าคนวัย 40 ราว 2 เท่า
จุดเริ่มต้นนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดความคุ้มค่า
Q. กลัวเจ็บ
คนวัย 30 จำเป็นต้องฉีดยาชาไหม?
A. ไม่จำเป็นต้องมีทุกเคส แต่แนะนำมากกว่า
คนวัย 30 มักมีความรู้สึกของเส้นประสาทที่ไวกว่า
และตอบสนองชัดเจนกว่า
จึงแนะนำให้ใช้ยาชาแบบทาผิวร่วมกับ nerve block

ถ้าคุณกำลังค้นหา Thermage สำหรับวัย 30
คงกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมคะ
ถ้าเข้ามาจากการค้นหา "Thermage วัย 30"
น่าจะกังวลอยู่ 1 ใน 2 เรื่องนี้ค่ะ
"ถ้าทำเร็วเกินไป
อนาคตจะดื้อการรักษาไหมนะ?"
หรือไม่ก็ "ตอนนี้เริ่มทำเลย
จะดูหนักเกินไปหรือเปล่า?"
สรุปสั้นๆ คือ
ทั้งสองความคิดนี้ไม่ค่อยตรงกับความจริงค่ะ
Thermage ส่งพลังความร้อนลึกถึงชั้นหนังแท้
เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน,
ซึ่งการตอบสนองนี้จะ
แตกต่างกันชัดเจนในแต่ละช่วงอายุ

ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกันราวอายุ 35 ปี,
จริงๆ แล้ว
"Thermage ในช่วงต้น 30 คือการ
ฝากเงินเข้ากระปุกคอลลาเจนล่วงหน้าค่ะ
เพราะอัตราการสังเคราะห์คอลลาเจนราวอายุ 35 ปี
จะลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง,
ดังนั้นยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร
ก็ยิ่งคุ้มค่ามากที่สุดค่ะ"
— คุณหมอวี ยองจิน (คลินิก Beautystone ฮงแด)
ความ活ตัวของไฟโบรบลาสต์ที่สร้างคอลลาเจน
จะค่อยๆ ลดลงตั้งแต่อายุ 25 ปี
และจะลดลงชัดเจนมากขึ้นเมื่อถึง 35 ปี
แม้จะยิง 600 ช็อตเท่ากัน แต่พอได้รับการกระตุ้นแล้ว
โรงงานที่สร้างคอลลาเจนใหม่
จะมีอัตราการทำงานในช่วงต้น 30
สูงกว่ามากค่ะ
วันนี้ที่ห้องตรวจเองก็มีเคสคล้ายๆ กันค่ะ
มีลูกค้าวัย 36 ที่เคยทำ Thermage ครั้งแรกตอนอายุ 33 ปี
แล้วกลับมาซ้ำอีกครั้งหลังจาก 3 ปี,
ตอนนี้ความยืดหยุ่นผิว
กลับดีกว่าก่อนทำเมื่อ 3 ปีก่อนเสียอีก
พูดง่ายๆ คือการหย่อนคล้อยช้ากว่าคนวัยเดียวกัน
ไปหนึ่งสเต็ปค่ะ
แน่นอนว่าหลังทำทันทีอาจไม่ได้เปลี่ยนแบบดราม่ามากนัก
เมื่อเทียบกับคนวัย 40
แต่พอเทียบกับเพื่อนๆ ในอีก 2~3 ปีข้างหน้า
จะเห็นความต่างชัดเจนเลยค่ะ

Thermage สำหรับวัย 30: ไกด์ตามประเภทแบบเฉพาะบุคคล
ลองเช็กจำนวนช็อตและรอบการทำ
ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองนะคะ
ประเภท | ยาชาที่แนะนำ | จำนวนช็อตที่แนะนำ | ช่วงเวลาทำซ้ำ |
ต้น 30 / แทบไม่มีความหย่อนคล้อย | เน้นยาชาแบบทา | ประมาณ 600 ช็อต | 2.5~3 ปี |
กลาง 30 / เริ่มมีความหย่อนเล็กน้อย | ยาชาทา + nerve block บางส่วน | ประมาณ 900 ช็อต | 2 ปี |
ปลาย 30 / ไวต่อความเจ็บ | ยาชาทา + nerve block เต็มรูปแบบ | 900~1200 ช็อต | 1.5~2 ปี |
วัยต้น 30 หลายเคสใช้แค่ยาชาแบบทาก็
เพียงพอแล้วค่ะ
แต่ยิ่งเข้าสู่ช่วงกลางถึงปลาย 30 ผิวหนังแท้จะบางลง
ทำให้รู้สึกเจ็บลึกขึ้นได้
ช่วงนี้ถ้าใช้ nerve block ร่วมด้วยจะช่วยให้ทำสบายขึ้น
คนไข้ขยับน้อยลง
และได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยมากขึ้นค่ะ
คำถามที่คนวัย 30 ถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
มี 3 ข้อค่ะ
Q1. กลัวว่าทำ Thermage แล้วหน้าแฟบค่ะ
หน้าแฟบไม่ได้เกิดจากเครื่องมือ แต่เกิดจาก
การยิงช็อตมากเกินไปในบริเวณที่ไม่มีไขมัน
ค่ะ
ในช่วงต้น 30 ถ้าอยู่ที่ประมาณ 600~900 ช็อต
แทบไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าแฟบเลยค่ะ
Q2. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ต้องทำบ่อยแค่ไหนคะ?
วัยต้น 30 ทำทุก 2.5~3 ปีก็เพียงพอค่ะ
ถ้าทำถี่เกินไป ความคุ้มค่าจะลดลง,
ดังนั้นทำครั้งหนึ่งก่อนอายุ 35 ปี
แล้วอีกครั้งตอนปลาย 30 ก็เห็นความต่างมากค่ะ
Q3. หลังทำ หน้าแดงจะหายเมื่อไหร่คะ?
ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาปกติที่ยุบลงภายในวันเดียว
หรือเช้าวันถัดไปค่ะ
แต่หลังทำ 3 วันแรกควรเลี่ยง
ซาวน่า ออกกำลังกาย และดื่มแอลกอฮอล์
เพื่อไม่ให้หน้าแดงนานขึ้น
และช่วยให้ผิวหนังแท้ฟื้นตัวได้ดีค่ะ
ถ้าวันนี้จะเอาไปเพียงข้อเดียว
— Thermage สำหรับวัย 30 ไม่ใช่หัตถการที่เน้นผลทันที
แต่เป็นการฝากไว้เพื่อ
"ตัวเราในอีก 5 ปีข้างหน้า" ค่ะ
บทความถัดไป
เราจะคุยกันเรื่อง "ต้น 30 vs ทำครั้งแรกตอน 40,
ผลลัพธ์เมื่อใช้จำนวนช็อตเท่ากันต่างกันแค่ไหน"
จากเคสจริงกันค่ะ
นี่คือคุณหมอวี ยองจินค่ะ
อ่านต่อ

Thermage ในวัย 30 ต้นๆ
จริงๆ แล้วเร็วเกินไปไหม?
ก่อนอ่าน กรุณาเช็กก่อน
Q. Thermage ในช่วงต้น 30
มันเร็วเกินไปไหม?
A. ตรงกันข้ามเลยค่ะ
ถ้าทำก่อนอายุ 35 ปี แม้ใช้จำนวนช็อตเท่ากัน ก็ยังมี
อัตราการสร้างคอลลาเจนสูงกว่าคนวัย 40 ราว 2 เท่า
จุดเริ่มต้นนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดความคุ้มค่า
Q. กลัวเจ็บ
คนวัย 30 จำเป็นต้องฉีดยาชาไหม?
A. ไม่จำเป็นต้องมีทุกเคส แต่แนะนำมากกว่า
คนวัย 30 มักมีความรู้สึกของเส้นประสาทที่ไวกว่า
และตอบสนองชัดเจนกว่า
จึงแนะนำให้ใช้ยาชาแบบทาผิวร่วมกับ nerve block

ถ้าคุณกำลังค้นหา Thermage สำหรับวัย 30
คงกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมคะ
ถ้าเข้ามาจากการค้นหา "Thermage วัย 30"
น่าจะกังวลอยู่ 1 ใน 2 เรื่องนี้ค่ะ
"ถ้าทำเร็วเกินไป
อนาคตจะดื้อการรักษาไหมนะ?"
หรือไม่ก็ "ตอนนี้เริ่มทำเลย
จะดูหนักเกินไปหรือเปล่า?"
สรุปสั้นๆ คือ
ทั้งสองความคิดนี้ไม่ค่อยตรงกับความจริงค่ะ
Thermage ส่งพลังความร้อนลึกถึงชั้นหนังแท้
เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน,
ซึ่งการตอบสนองนี้จะ
แตกต่างกันชัดเจนในแต่ละช่วงอายุ

ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกันราวอายุ 35 ปี,
จริงๆ แล้ว
"Thermage ในช่วงต้น 30 คือการ
ฝากเงินเข้ากระปุกคอลลาเจนล่วงหน้าค่ะ
เพราะอัตราการสังเคราะห์คอลลาเจนราวอายุ 35 ปี
จะลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง,
ดังนั้นยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร
ก็ยิ่งคุ้มค่ามากที่สุดค่ะ"
— คุณหมอวี ยองจิน (คลินิก Beautystone ฮงแด)
ความ活ตัวของไฟโบรบลาสต์ที่สร้างคอลลาเจน
จะค่อยๆ ลดลงตั้งแต่อายุ 25 ปี
และจะลดลงชัดเจนมากขึ้นเมื่อถึง 35 ปี
แม้จะยิง 600 ช็อตเท่ากัน แต่พอได้รับการกระตุ้นแล้ว
โรงงานที่สร้างคอลลาเจนใหม่
จะมีอัตราการทำงานในช่วงต้น 30
สูงกว่ามากค่ะ
วันนี้ที่ห้องตรวจเองก็มีเคสคล้ายๆ กันค่ะ
มีลูกค้าวัย 36 ที่เคยทำ Thermage ครั้งแรกตอนอายุ 33 ปี
แล้วกลับมาซ้ำอีกครั้งหลังจาก 3 ปี,
ตอนนี้ความยืดหยุ่นผิว
กลับดีกว่าก่อนทำเมื่อ 3 ปีก่อนเสียอีก
พูดง่ายๆ คือการหย่อนคล้อยช้ากว่าคนวัยเดียวกัน
ไปหนึ่งสเต็ปค่ะ
แน่นอนว่าหลังทำทันทีอาจไม่ได้เปลี่ยนแบบดราม่ามากนัก
เมื่อเทียบกับคนวัย 40
แต่พอเทียบกับเพื่อนๆ ในอีก 2~3 ปีข้างหน้า
จะเห็นความต่างชัดเจนเลยค่ะ

Thermage สำหรับวัย 30: ไกด์ตามประเภทแบบเฉพาะบุคคล
ลองเช็กจำนวนช็อตและรอบการทำ
ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองนะคะ
ประเภท | ยาชาที่แนะนำ | จำนวนช็อตที่แนะนำ | ช่วงเวลาทำซ้ำ |
ต้น 30 / แทบไม่มีความหย่อนคล้อย | เน้นยาชาแบบทา | ประมาณ 600 ช็อต | 2.5~3 ปี |
กลาง 30 / เริ่มมีความหย่อนเล็กน้อย | ยาชาทา + nerve block บางส่วน | ประมาณ 900 ช็อต | 2 ปี |
ปลาย 30 / ไวต่อความเจ็บ | ยาชาทา + nerve block เต็มรูปแบบ | 900~1200 ช็อต | 1.5~2 ปี |
วัยต้น 30 หลายเคสใช้แค่ยาชาแบบทาก็
เพียงพอแล้วค่ะ
แต่ยิ่งเข้าสู่ช่วงกลางถึงปลาย 30 ผิวหนังแท้จะบางลง
ทำให้รู้สึกเจ็บลึกขึ้นได้
ช่วงนี้ถ้าใช้ nerve block ร่วมด้วยจะช่วยให้ทำสบายขึ้น
คนไข้ขยับน้อยลง
และได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยมากขึ้นค่ะ
คำถามที่คนวัย 30 ถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
มี 3 ข้อค่ะ
Q1. กลัวว่าทำ Thermage แล้วหน้าแฟบค่ะ
หน้าแฟบไม่ได้เกิดจากเครื่องมือ แต่เกิดจาก
การยิงช็อตมากเกินไปในบริเวณที่ไม่มีไขมัน
ค่ะ
ในช่วงต้น 30 ถ้าอยู่ที่ประมาณ 600~900 ช็อต
แทบไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าแฟบเลยค่ะ
Q2. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ต้องทำบ่อยแค่ไหนคะ?
วัยต้น 30 ทำทุก 2.5~3 ปีก็เพียงพอค่ะ
ถ้าทำถี่เกินไป ความคุ้มค่าจะลดลง,
ดังนั้นทำครั้งหนึ่งก่อนอายุ 35 ปี
แล้วอีกครั้งตอนปลาย 30 ก็เห็นความต่างมากค่ะ
Q3. หลังทำ หน้าแดงจะหายเมื่อไหร่คะ?
ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาปกติที่ยุบลงภายในวันเดียว
หรือเช้าวันถัดไปค่ะ
แต่หลังทำ 3 วันแรกควรเลี่ยง
ซาวน่า ออกกำลังกาย และดื่มแอลกอฮอล์
เพื่อไม่ให้หน้าแดงนานขึ้น
และช่วยให้ผิวหนังแท้ฟื้นตัวได้ดีค่ะ
ถ้าวันนี้จะเอาไปเพียงข้อเดียว
— Thermage สำหรับวัย 30 ไม่ใช่หัตถการที่เน้นผลทันที
แต่เป็นการฝากไว้เพื่อ
"ตัวเราในอีก 5 ปีข้างหน้า" ค่ะ
บทความถัดไป
เราจะคุยกันเรื่อง "ต้น 30 vs ทำครั้งแรกตอน 40,
ผลลัพธ์เมื่อใช้จำนวนช็อตเท่ากันต่างกันแค่ไหน"
จากเคสจริงกันค่ะ
นี่คือคุณหมอวี ยองจินค่ะ
อ่านต่อ
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง: ทำไมต้องหยุดทันทีหากผิวแดงขึ้นทันที
ผิวแดงทันทีหลังเลเซอร์โทนนิ่ง เป็นสัญญาณว่าใช้พลังงานมากเกินไป ระดับที่เหมาะสมคือมีรอยแดงจางๆ หลังประมาณ 5–10 นาที และถ้าแดงทันที ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีคล้ำกลับมา (rebound hyperpigmentation) จะสูงขึ้น

ผิว
ราคาค่ารักษาฝ้าด้วยเลเซอร์: ทำไมการทำโทนนิ่ง 50,000 วอนถึงอาจไม่คุ้ม
ราคาเลเซอร์ฝ้า 1 ครั้งประมาณ 50,000~150,000 วอน เหตุผลที่ 600 ช็อตราคา 120,000 วอนให้ผลลัพธ์ดีกว่า 1500 ช็อตราคา 50,000 วอน รวมถึงกับดักของการทำ toning ราคาถูกแบบไม่จำกัดครั้ง สรุปให้แบบมุมมองในห้องตรวจค่ะ

ผิว
การรักษาฝ้า ก่อนจะลบเม็ดสี ต้องควบคุมการอักเสบให้ได้ก่อน
วิธีรักษาฝ้า ถ้าทำแต่เลเซอร์โทนนิ่งซ้ำ ๆ แล้วยังไม่จาง อาจต้องจัดการเรื่องการอักเสบก่อน ไม่ใช่แค่เม็ดสี โดยดูตามเกณฑ์สะสมทุก 4 สัปดาห์

ผิว
รอบการทำเลเซอร์โทนนิ่ง: ความเข้าใจผิดว่าการทำทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่า
เลเซอร์โทนนิ่งทำทุกสัปดาห์จะถี่ไปไหมคะ? การเว้นระยะ 2–3 สัปดาห์จะเหมาะกับการผลัดเปลี่ยนของเมลานินมากกว่า และถ้ายิงทุกสัปดาห์ ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีเข้มสะสมจะเพิ่มขึ้น

ผิว
พูดตรงๆ นะครับ เมื่อ 5 ปีก่อนผมเองก็ไม่ได้ทำเลเซอร์โทนนิ่งฝ้าลักษณะนี้
ผลลัพธ์ของการทำ toning รักษาฝ้า ไม่ได้แปลว่าทำสัปดาห์ละครั้งแล้วจะดีที่สุด ระยะห่าง 2–3 สัปดาห์ และการลดพลังงานลงอีกหนึ่งระดับ คือเหตุผลที่ช่วยให้เม็ดสีคงตัวและนิ่งขึ้นมากกว่า

ผิว
Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ
พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
