ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

เซลล์ดีเอ็ม vs Rejuran, สำหรับใบหน้าตอบลึก คำตอบต่างกัน

เซลล์ดีเอ็ม vs Rejuran, สำหรับใบหน้าตอบลึก คำตอบต่างกัน

เซลล์ดีเอ็ม vs Rejuran, สำหรับใบหน้าตอบลึก คำตอบต่างกัน

Celldiom vs Rejuran ทั้งคู่เป็น skin booster เหมือนกัน แต่ตัวหนึ่งช่วยเติมคอลลาเจนโดยตรง ส่วนอีกตัวจะกระตุ้นการฟื้นฟูผิว ถ้าใบหน้าดูตอบหรือยุบ การเลือกจะต่างกันไป

뷰티스톤 위영진 원장의 솔직 토크: 리쥬란으로 안 채워지는 공간, 셀르디엠이 답입니다


Cellrediem vs Rejuran,

หน้าโทรมตอบคนละแบบ


ขอสรุปให้ก่อนเลยนะคะ/ครับ


Cellrediem กับ Rejuran

แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม skin booster เหมือนกัน,

แต่ตัวหนึ่งเติมคอลลาเจน

อีกตัวกระตุ้นการฟื้นฟูผิว


เป็นหัตถการคนละแนวกันเลยค่ะ/ครับ

ในบทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าทำไม



뷰티스톤 위영진 원장의 일침: 콜라겐을 '기다릴' 것인가, '넣어줄' 것인가


ชื่อคล้ายกัน แต่

จริงๆ แล้วเป็นคนละหมวดกันค่ะ/ครับ

Cellrediem คือ skin booster ประเภท

'collagen filler' ที่ฉีดคอลลาเจนจากมนุษย์เข้าไปโดยตรง


ส่วน Rejuran ใช้ชิ้นส่วน DNA ของปลาแซลมอน

เพื่อกระตุ้นให้ผิว

ฟื้นฟูตัวเองเป็น booster แบบ regenerative


Cellrediem คือฝั่งที่ 'เติมวัตถุดิบให้ตรงๆ',

ส่วน Rejuran คือ

'กดสวิตช์ให้ผิวเริ่มสร้างเอง' ค่ะ/ครับ



셀르디엠 vs 리쥬란, 3일 만에 예뻐져야 한다면 답은 이미 정해져 있습니다


ทำไมเป็น skin booster เหมือนกัน

แต่ผลลัพธ์ถึงต่างกันล่ะ?


"ถ้าหน้าตอบ ดูเหมือนยุบลงเพราะไขมันบนใบหน้าลด Cellrediem จะเหมาะกว่า,

ถ้าอยากปรับผิวสัมผัสและความยืดหยุ่นเป็นหลัก

Rejuran จะได้เปรียบมากกว่า


ลองดูว่าตัวเอง 'ขาดวัตถุดิบ'

หรือ 'สัญญาณกระตุ้น' กันแน่"


— หมอวี ยองจิน (คลินิก Beautystone ฮงแด)



ส่วนผสม PN ใน Rejuran จะกระตุ้นไฟโบรบลาสต์

ส่งสัญญาณให้สร้างคอลลาเจนใหม่


สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ก็คือผิวของเราเป็นคนสร้างเอง


ในทางกลับกัน Cellrediem

จะเติมคอลลาเจนที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์เข้าไปโดยตรง


พอเติมวัตถุดิบลงไปในช่องว่าง

วอลุ่มก็จะขึ้นทันที


ไม่นานมานี้มีคุณผู้หญิงวัย 41 ปีมาปรึกษาค่ะ/ครับ,

บริเวณใต้โหนกแก้มตอบลงไปมาก

และกำลังลังเลว่าจะทำ Rejuran 4 ครั้งดีไหม


สำหรับเคสแบบนี้ Cellrediem

จะตอบโจทย์ได้ตรงกว่า Rejuran ค่ะ/ครับ


ถ้าทิศทางไม่ตรง

ต่อให้ทำครบ 4 ครั้งก็อาจยังไม่พอใจ



시간 낭비 없는 스킨부스터 선택법: 내 얼굴의 '빈칸'부터 확인하세요


Cellrediem vs Rejuran,

ลองเช็กดูว่าตัวเองเข้ากับแบบไหน

หัวข้อเปรียบเทียบ

Cellrediem

Rejuran

ส่วนประกอบหลัก

atelocollagen (ฉีดโดยตรง)

PN (กระตุ้นการฟื้นฟู)

กลไกการทำงาน

เติมวัตถุดิบ (เติมเต็มส่วนที่ว่าง)

กระตุ้นสัญญาณ (ให้ร่างกายสร้างเอง)

เคสที่แนะนำ

แก้ม/ขมับตอบ, ผิวดูแห้งโทรม

ผิวสัมผัส, ริ้วรอยเล็กๆ, รูขุมขน

ช่วงที่รู้สึกผล

หลังทำทันที~2 สัปดาห์ (เห็นไว)

ประมาณครั้งที่ 3 เป็นต้นไป (ค่อยๆ ดีขึ้น)

ถ้ามีเนื้อบนใบหน้าพออยู่แล้ว

แต่ผิวหยาบและรูขุมขนดูกว้าง

Rejuran จะเหมาะกว่า Cellrediem มากค่ะ/ครับ


แต่ถ้ากังวลทั้งเรื่องหน้าโทรมและความหย่อนคล้อยไปพร้อมกัน

บางครั้งการผสมสองตัวเข้าด้วยกันก็ช่วยเสริมผลลัพธ์ได้ดี



3 คำถามที่เจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ


Q1. ทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ไหม?

ผลจะซ้ำกันหรือเปล่า?

ไม่ซ้ำกันค่ะ/ครับ ทั้งสองหัตถการช่วยเสริมกันได้

เติมวอลุ่มด้วย Cellrediem

แล้วค่อยเพิ่มการฟื้นฟูด้วย Rejuran

จะช่วยให้ความพึงพอใจสูงกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเดียว


Q2. เรื่องค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้ง

แบบไหนหนักกว่ากัน?

Cellrediem มักเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 1~2 ครั้ง

จึงคาดการณ์ค่าใช้จ่ายรวมได้ค่อนข้างง่าย


Rejuran มักวางแผนพื้นฐานไว้ที่ 4 ครั้ง

จึงอาจมีค่าใช้จ่ายสะสมมากกว่า


Q3. ผิวแพ้ง่าย ควรเลือกแบบไหนปลอดภัยกว่า?

ถ้าหน้าแดงง่ายและไวต่อการระคายเคือง

Cellrediem จะระคายเคืองน้อยกว่า


ส่วน Rejuran เมื่อ PN เริ่มเข้าที่

อาจมีรอยแดงชั่วคราว

หรือมีผิวเป็นคล้ายเม็ดๆ (embossing) อยู่ได้หลายวัน

ดังนั้นต้องดูสภาพผิวในวันนั้นด้วยนะคะ/ครับ



ถ้าวันนี้จะเอากลับไปคิดอย่างเดียว

— ให้แยกก่อนว่าใบหน้าของเรา 'ขาดวัตถุดิบ'

หรือ 'สัญญาณหยุดทำงาน'

แค่นี้ก่อนค่ะ/ครับ



ในบทความถัดไป

จะเล่าเรื่อง 'วิธีจัดระยะคอมโบ Cellrediem กับ Rejuran'

ให้ฟังกันนะคะ/ครับ


ขอจบไว้เท่านี้โดย หมอวี ยองจิน



อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

뷰티스톤 위영진 원장의 솔직 토크: 리쥬란으로 안 채워지는 공간, 셀르디엠이 답입니다


Cellrediem vs Rejuran,

หน้าโทรมตอบคนละแบบ


ขอสรุปให้ก่อนเลยนะคะ/ครับ


Cellrediem กับ Rejuran

แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม skin booster เหมือนกัน,

แต่ตัวหนึ่งเติมคอลลาเจน

อีกตัวกระตุ้นการฟื้นฟูผิว


เป็นหัตถการคนละแนวกันเลยค่ะ/ครับ

ในบทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าทำไม



뷰티스톤 위영진 원장의 일침: 콜라겐을 '기다릴' 것인가, '넣어줄' 것인가


ชื่อคล้ายกัน แต่

จริงๆ แล้วเป็นคนละหมวดกันค่ะ/ครับ

Cellrediem คือ skin booster ประเภท

'collagen filler' ที่ฉีดคอลลาเจนจากมนุษย์เข้าไปโดยตรง


ส่วน Rejuran ใช้ชิ้นส่วน DNA ของปลาแซลมอน

เพื่อกระตุ้นให้ผิว

ฟื้นฟูตัวเองเป็น booster แบบ regenerative


Cellrediem คือฝั่งที่ 'เติมวัตถุดิบให้ตรงๆ',

ส่วน Rejuran คือ

'กดสวิตช์ให้ผิวเริ่มสร้างเอง' ค่ะ/ครับ



셀르디엠 vs 리쥬란, 3일 만에 예뻐져야 한다면 답은 이미 정해져 있습니다


ทำไมเป็น skin booster เหมือนกัน

แต่ผลลัพธ์ถึงต่างกันล่ะ?


"ถ้าหน้าตอบ ดูเหมือนยุบลงเพราะไขมันบนใบหน้าลด Cellrediem จะเหมาะกว่า,

ถ้าอยากปรับผิวสัมผัสและความยืดหยุ่นเป็นหลัก

Rejuran จะได้เปรียบมากกว่า


ลองดูว่าตัวเอง 'ขาดวัตถุดิบ'

หรือ 'สัญญาณกระตุ้น' กันแน่"


— หมอวี ยองจิน (คลินิก Beautystone ฮงแด)



ส่วนผสม PN ใน Rejuran จะกระตุ้นไฟโบรบลาสต์

ส่งสัญญาณให้สร้างคอลลาเจนใหม่


สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ก็คือผิวของเราเป็นคนสร้างเอง


ในทางกลับกัน Cellrediem

จะเติมคอลลาเจนที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์เข้าไปโดยตรง


พอเติมวัตถุดิบลงไปในช่องว่าง

วอลุ่มก็จะขึ้นทันที


ไม่นานมานี้มีคุณผู้หญิงวัย 41 ปีมาปรึกษาค่ะ/ครับ,

บริเวณใต้โหนกแก้มตอบลงไปมาก

และกำลังลังเลว่าจะทำ Rejuran 4 ครั้งดีไหม


สำหรับเคสแบบนี้ Cellrediem

จะตอบโจทย์ได้ตรงกว่า Rejuran ค่ะ/ครับ


ถ้าทิศทางไม่ตรง

ต่อให้ทำครบ 4 ครั้งก็อาจยังไม่พอใจ



시간 낭비 없는 스킨부스터 선택법: 내 얼굴의 '빈칸'부터 확인하세요


Cellrediem vs Rejuran,

ลองเช็กดูว่าตัวเองเข้ากับแบบไหน

หัวข้อเปรียบเทียบ

Cellrediem

Rejuran

ส่วนประกอบหลัก

atelocollagen (ฉีดโดยตรง)

PN (กระตุ้นการฟื้นฟู)

กลไกการทำงาน

เติมวัตถุดิบ (เติมเต็มส่วนที่ว่าง)

กระตุ้นสัญญาณ (ให้ร่างกายสร้างเอง)

เคสที่แนะนำ

แก้ม/ขมับตอบ, ผิวดูแห้งโทรม

ผิวสัมผัส, ริ้วรอยเล็กๆ, รูขุมขน

ช่วงที่รู้สึกผล

หลังทำทันที~2 สัปดาห์ (เห็นไว)

ประมาณครั้งที่ 3 เป็นต้นไป (ค่อยๆ ดีขึ้น)

ถ้ามีเนื้อบนใบหน้าพออยู่แล้ว

แต่ผิวหยาบและรูขุมขนดูกว้าง

Rejuran จะเหมาะกว่า Cellrediem มากค่ะ/ครับ


แต่ถ้ากังวลทั้งเรื่องหน้าโทรมและความหย่อนคล้อยไปพร้อมกัน

บางครั้งการผสมสองตัวเข้าด้วยกันก็ช่วยเสริมผลลัพธ์ได้ดี



3 คำถามที่เจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ


Q1. ทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ไหม?

ผลจะซ้ำกันหรือเปล่า?

ไม่ซ้ำกันค่ะ/ครับ ทั้งสองหัตถการช่วยเสริมกันได้

เติมวอลุ่มด้วย Cellrediem

แล้วค่อยเพิ่มการฟื้นฟูด้วย Rejuran

จะช่วยให้ความพึงพอใจสูงกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเดียว


Q2. เรื่องค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้ง

แบบไหนหนักกว่ากัน?

Cellrediem มักเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 1~2 ครั้ง

จึงคาดการณ์ค่าใช้จ่ายรวมได้ค่อนข้างง่าย


Rejuran มักวางแผนพื้นฐานไว้ที่ 4 ครั้ง

จึงอาจมีค่าใช้จ่ายสะสมมากกว่า


Q3. ผิวแพ้ง่าย ควรเลือกแบบไหนปลอดภัยกว่า?

ถ้าหน้าแดงง่ายและไวต่อการระคายเคือง

Cellrediem จะระคายเคืองน้อยกว่า


ส่วน Rejuran เมื่อ PN เริ่มเข้าที่

อาจมีรอยแดงชั่วคราว

หรือมีผิวเป็นคล้ายเม็ดๆ (embossing) อยู่ได้หลายวัน

ดังนั้นต้องดูสภาพผิวในวันนั้นด้วยนะคะ/ครับ



ถ้าวันนี้จะเอากลับไปคิดอย่างเดียว

— ให้แยกก่อนว่าใบหน้าของเรา 'ขาดวัตถุดิบ'

หรือ 'สัญญาณหยุดทำงาน'

แค่นี้ก่อนค่ะ/ครับ



ในบทความถัดไป

จะเล่าเรื่อง 'วิธีจัดระยะคอมโบ Cellrediem กับ Rejuran'

ให้ฟังกันนะคะ/ครับ


ขอจบไว้เท่านี้โดย หมอวี ยองจิน



อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

"ต้องยิงแรง ๆ ถึงจะเห็นผลดีใช่ไหม?" — ความเข้าใจผิดอันตรายที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากเลเซอร์โทนนิ่ง

ผิว

ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง: ทำไมต้องหยุดทันทีหากผิวแดงขึ้นทันที

ผิวแดงทันทีหลังเลเซอร์โทนนิ่ง เป็นสัญญาณว่าใช้พลังงานมากเกินไป ระดับที่เหมาะสมคือมีรอยแดงจางๆ หลังประมาณ 5–10 นาที และถ้าแดงทันที ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีคล้ำกลับมา (rebound hyperpigmentation) จะสูงขึ้น

โทนนิ่งฝ้า 1 ครั้ง 50,000 วอน? ความลับของ 'energy threshold' ที่ทำให้คุณไม่เห็นผล

ผิว

ราคาค่ารักษาฝ้าด้วยเลเซอร์: ทำไมการทำโทนนิ่ง 50,000 วอนถึงอาจไม่คุ้ม

ราคาเลเซอร์ฝ้า 1 ครั้งประมาณ 50,000~150,000 วอน เหตุผลที่ 600 ช็อตราคา 120,000 วอนให้ผลลัพธ์ดีกว่า 1500 ช็อตราคา 50,000 วอน รวมถึงกับดักของการทำ toning ราคาถูกแบบไม่จำกัดครั้ง สรุปให้แบบมุมมองในห้องตรวจค่ะ

ทำเลเซอร์ toning รักษาฝ้ามากกว่า 10 ครั้งแล้วยังเหมือนเดิมอยู่ไหม? (เพราะพลาดเรื่องการอักเสบ)

ผิว

การรักษาฝ้า ก่อนจะลบเม็ดสี ต้องควบคุมการอักเสบให้ได้ก่อน

วิธีรักษาฝ้า ถ้าทำแต่เลเซอร์โทนนิ่งซ้ำ ๆ แล้วยังไม่จาง อาจต้องจัดการเรื่องการอักเสบก่อน ไม่ใช่แค่เม็ดสี โดยดูตามเกณฑ์สะสมทุก 4 สัปดาห์

ถ้าเลเซอร์โทนนิ่งทุกสัปดาห์ จะจางไวขึ้นไหม? (ทำไมถึงยิ่งคล้ำขึ้นได้)

ผิว

รอบการทำเลเซอร์โทนนิ่ง: ความเข้าใจผิดว่าการทำทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่า

เลเซอร์โทนนิ่งทำทุกสัปดาห์จะถี่ไปไหมคะ? การเว้นระยะ 2–3 สัปดาห์จะเหมาะกับการผลัดเปลี่ยนของเมลานินมากกว่า และถ้ายิงทุกสัปดาห์ ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีเข้มสะสมจะเพิ่มขึ้น

เลเซอร์ฝ้า: วิธีผ่านช่วงยากของครั้งที่ 6

ผิว

พูดตรงๆ นะครับ เมื่อ 5 ปีก่อนผมเองก็ไม่ได้ทำเลเซอร์โทนนิ่งฝ้าลักษณะนี้

ผลลัพธ์ของการทำ toning รักษาฝ้า ไม่ได้แปลว่าทำสัปดาห์ละครั้งแล้วจะดีที่สุด ระยะห่าง 2–3 สัปดาห์ และการลดพลังงานลงอีกหนึ่งระดับ คือเหตุผลที่ช่วยให้เม็ดสีคงตัวและนิ่งขึ้นมากกว่า

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมการเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตถึงอาจทำให้คุณเสียเปรียบ

ผิว

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ

พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1