• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Potenza เลือกทำห่างกันแค่ไหนและบ่อยเท่าไหร่ดี? วางแผนได้ตามปัญหาผิวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูขุมขน รอยแผลเป็น หรือความยืดหยุ่นของผิว

Potenza เลือกทำห่างกันแค่ไหนและบ่อยเท่าไหร่ดี? วางแผนได้ตามปัญหาผิวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูขุมขน รอยแผลเป็น หรือความยืดหยุ่นของผิว

Potenza เลือกทำห่างกันแค่ไหนและบ่อยเท่าไหร่ดี? วางแผนได้ตามปัญหาผิวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูขุมขน รอยแผลเป็น หรือความยืดหยุ่นของผิว

Potenza ช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งเรื่องรูขุมขน รอยแผลเป็น และความยืดหยุ่นของผิว ซึ่งจำนวนครั้งและระยะห่างในการทำจะแตกต่างกันไปตามปัญหาผิวของแต่ละคนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีกำหนดแพลนที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ รวมถึงวิธีสังเกตสัญญาณในการปรับเปลี่ยนในแต่ละรอบมาฝากกันแล้วค่ะ

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

포텐자, 내 고민이 모공이냐 흉터냐 탄력이냐에 따라 간격과 횟수 계획이 이렇게 갈려요

ตอนที่หาข้อมูลเกี่ยวกับ Potenza หลายคนมักจะพยายามหาคำตอบด้วยตัวเลขเดียว เช่น "ทำกี่สัปดาห์ครั้ง ทำทั้งหมดกี่ครั้ง" แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แม้จะเป็นการรักษาด้วย Potenza เหมือนกัน แต่แผนการรักษาจะถูกแบ่งออกตามปัญหาที่คุณต้องการแก้ไข เช่น ปัญหารูขุมขน รอยแผลเป็น หรือความยืดหยุ่นของผิวในบริเวณกว้าง

ดังนั้น บทความนี้จะไม่บอกค่าเฉลี่ยประเภท "ปกติทำกี่ครั้ง" แต่จะเน้นไปที่การตั้งระยะห่างและจำนวนครั้งให้เข้ากับสถานการณ์ของผิวคุณ รวมถึงวิธีปรับแผนการรักษาระหว่างทาง แทนที่จะต้องทำตามจำนวนครั้งที่กำหนดไว้เป๊ะๆ แนะนำให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจในลักษณะของการกำหนดระยะเวลาครั้งต่อไปโดยการดูปฏิกิริยาของผิวเราจะดีที่สุดค่ะ

 

สิ่งที่ต้องกำหนดก่อนตัวเลข — ปัญหาผิวของคุณอยู่ที่จุดไหน?

ก่อนจะคิดว่า "ต้องทำกี่ครั้ง" สิ่งสำคัญกว่าคือการระบุว่าปัญหาผิวของคุณอยู่ลึกแค่ไหน เนื่องจาก Potenza เป็นวิธีที่ใช้เข็มขนาดเล็ก (microneedle) แทงลงไปถึงชั้นผิวแท้ (dermis) เพื่อส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF) เข้าไปโดยตรง จึงสามารถปรับระดับความลึกที่ต้องการเน้นได้ ดังนั้น ประเภทของปัญหาผิวจึงเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการรักษา แม้จะทำในจำนวนครั้งที่เท่ากัน แต่หากจุดที่เน้นไม่ตรงกับปัญหาผิว ผลลัพธ์ที่ต้องการก็อาจจะสะสมได้ช้าลงค่ะ

การจัดการกับปัญหารูขุมขนหรือรอยแผลเป็นที่อยู่ลึกในชั้นผิวแท้ จะแตกต่างจากการดูแลความยืดหยุ่นที่ลดลงในบริเวณกว้าง เนื่องจากจุดที่ต้องการกระตุ้นนั้นแตกต่างกัน ความลึกของเข็มและรอบการทำซ้ำจึงต้องเปลี่ยนไปด้วย ดังนั้น ในการปรึกษาครั้งแรก การถามว่า "ปัญหาผิวของฉันอยู่ลึกแค่ไหนคะ" จะช่วยในการวางแผนการรักษาได้ดีกว่าการถามว่า "มีแพ็กเกจกี่ครั้งคะ" มากๆ เลยค่ะ

숫자보다 먼저 정할 것 — 내 고민이 어디에 있나요?

ตัวอย่างเช่น คนที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้างที่สุด กับคนที่รู้สึกขาดความยืดหยุ่นรอบดวงตาและแก้ม แม้จะทำ Potenza เหมือนกัน แต่แนวทางของแผนการรักษาก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนแรกจะเป็นแนวทางของการสะสมรอยเข็มเล็กๆ ทีละชั้น ส่วนคนหลังจะเป็นแนวทางของการดูแลพื้นที่ผิวอย่างสม่ำเสมอ ความรู้สึกในการกำหนดระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งจึงแตกต่างกันเล็กน้อยค่ะ

ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำในการปรึกษาไม่ใช่การกำหนดจำนวนครั้ง แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญว่าปัญหาผิวใดที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้ เมื่อจัดลำดับความสำคัญได้แล้ว ระยะห่างและจำนวนครั้งก็จะตามมาเองตามธรรมชาติ แม้ว่าจะมีปัญหาผิวหลายอย่าง แต่ถ้ากำหนดลำดับก่อนหลังว่าจะปรับปรุงอะไรก่อน แผนการรักษาก็จะชัดเจนขึ้นมากค่ะ

숫자보다 먼저 정할 것 — 내 고민이 어디에 있나요?

 

 

ระยะห่างและจำนวนครั้งจะแตกต่างกันอย่างไรตามประเภทของปัญหาผิว?

Potenza ไม่ใช่การรักษาที่สร้างคอลลาเจนให้เสร็จสมบูรณ์ได้ในการกระตุ้นเพียงครั้งเดียว เมื่อความเสียหายขนาดเล็ก (micro-injuries) ไปกระตุ้นปฏิกิริยาการฟื้นฟู ไฟโบรบลาสต์ (fibroblasts)* ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินก็จะทำงานอย่างตื่นตัว และคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ เติมเต็มขึ้นมาตลอดหลายสัปดาห์ ดังนั้น การกำหนดระยะห่างให้สอดคล้องกับรอบการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจนจึงเป็นหลักการพื้นฐานค่ะ

*ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast): คือเซลล์ในชั้นผิวแท้ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อนหรือแผลขนาดเล็ก จะทำงานอย่างตื่นตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว

เมื่อนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้กับปัญหาผิวของคุณ ความลึกที่เน้นและแนวทางของแผนการรักษาจะถูกแบ่งออกดังนี้ค่ะ ไม่ได้แปลว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่เป็นเพราะจุดที่ต้องการรักษานั้นแตกต่างกัน ความรู้สึกในการทำซ้ำจึงแตกต่างกันไปค่ะ

ประเภทปัญหาผิว

ความลึกที่ต้องการเน้น

แนวทางของแผนการรักษาที่แตกต่างกัน

รูขุมขน

เน้นลึกเข้าไปในชั้นผิวแท้

เหมาะกับแผนการแบ่งทำหลายครั้งเพื่อให้รอยเข็มสะสมตัวอย่างละเอียด

รอยแผลเป็น

เน้นเฉพาะความลึกระดับหนึ่ง

ทำซ้ำเฉพาะจุดในพื้นที่แคบๆ เพื่อสะสมผลลัพธ์ทีละชั้น

ความยืดหยุ่นบริเวณกว้าง

กระจายกว้างเป็นพื้นที่ผิว

ดูแลทั่วทั้งใบหน้าอย่างสม่ำเสมอและวางแผนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

고민 유형별로 간격·횟수는 어떻게 갈릴까요?

โครงสร้างหลักที่เหมือนกันคือ ระยะห่างมักจะกำหนดไว้ที่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ โดยคำนึงถึงวงจรการฟื้นฟูและการสร้างคอลลาเจน และมักจะวางแผนการรักษาไว้ที่ประมาณ 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา อย่างไรก็ตาม ภายในขอบเขตนี้ ระยะห่างระหว่างครั้งจะแคบหรือกว้างนั้นขึ้นอยู่กับว่าปัญหาของคุณอยู่ที่จุดใด หากปัญหาไม่รุนแรงก็อาจลดจำนวนครั้งลง หรือหากต้องรักษาหลายจุดพร้อมกัน จำนวนครั้งก็อาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยได้ค่ะ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "ยิ่งร่นระยะห่างให้แคบลงก็จะยิ่งเสร็จเร็ว" แต่เนื่องจากผิวต้องการเวลาในการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจน หากร่นระยะห่างมากเกินไป จะเกิดแต่การสะสมการระคายเคือง และอาจทำให้วงจรการฟื้นฟูผิวเสียไปได้ ในทางกลับกัน หากเว้นระยะห่างนานเกินไป ผลลัพธ์ที่กำลังสะสมก็จะขาดตอน ดังนั้น คีย์เวิร์ดสำคัญคือการปรับให้อยู่ในขอบเขตที่ไม่แคบและไม่กว้างจนเกินไป เป้าหมายไม่ใช่การลดตัวเลขเพื่อให้เสร็จเร็วๆ แต่คือการเผื่อเวลาให้คอลลาเจนได้สะสมตัวทีละชั้นค่ะ

 

สัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเราควรปรับแผนระหว่างทาง?

แม้ว่าจะกำหนดไว้ที่ 3 ครั้งในตอนแรก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามตัวเลขนั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข ในทางกลับกัน การสังเกตปฏิกิริยาและการเปลี่ยนแปลงของผิวในแต่ละครั้ง แล้วค่อยกำหนดเวลาทำครั้งต่อไปจะมีความปลอดภัยและมั่นคงกว่า ดังนั้น แทนที่จะกำหนดแผนการรักษาเพียงครั้งเดียวในตอนเริ่มต้นแล้วจบ แนะนำให้มองเป็นการกลับมาประเมินซ้ำในทุกๆ ครั้งจะดีกว่าค่ะ

계획을 도중에 바꿔야 하는 신호는 뭘까요?

หลายท่านคงสงสัยว่าต้องสังเกตจากอะไรในการปรับแผน และนี่คือสัญญาณต่างๆ ที่เราใช้พิจารณาระหว่างการรักษาแต่ละครั้งค่ะ

  • หากรอยแดงหรือรอยเข็มเล็กๆ ยังไม่จางหายไปอย่างเต็มที่ก่อนถึงคิวทำครั้งต่อไป จะปรับแผนโดยการเว้นระยะห่างเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

  • หากทำผ่านไปหลายครั้งแล้วแต่ยังรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงในจุดที่ต้องการยังช้าอยู่ จะปรึกษากันใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับความลึกที่เน้นหรือลำดับความสำคัญ

  • ในทางกลับกัน หากผลลัพธ์สะสมตัวได้ดีมาก ก็อาจจะลดจำนวนครั้งที่เหลือลง หรือเว้นระยะห่างให้ยาวขึ้นได้ค่ะ

เหตุผลที่ต้องปรับเปลี่ยนในแต่ละครั้งแบบนี้เป็นเพราะความเร็วในการฟื้นฟูของแต่ละคนแตกต่างกัน แม้จะเป็นช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์เท่ากัน แต่บางคนผิวฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่แล้ว ในขณะที่บางคนต้องการเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อย นี่คือเหตุผลที่คุณควรทำตามสัญญาณที่ผิวส่งออกมา แทนที่จะทำตามตารางที่กำหนดไว้ตายตัวค่ะ

ดังนั้น การไม่ใจร้อนไปเองในระหว่างการรักษาแต่ละครั้งก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงยังช้า แทนที่จะร่นระยะห่างเอาเองตามใจชอบ การเข้าไปให้คุณหมอตรวจดูสภาพผิวในการนัดหมายครั้งต่อไปแล้วช่วยกันปรับเวลาจะปลอดภัยกว่า เพราะการตัดสินใจปรับแผนนั้นมาจากสภาพผิวในวันนั้น ไม่ใช่จากตัวเลขที่กำหนดไว้ค่ะ

 

จะเกิดอะไรขึ้นหากวิธีการดูแลผิวในระหว่างการรักษาแต่ละครั้งส่งผลต่อผลลัพธ์?

เวลาในการทำ Potenza ที่มองเห็นได้ด้วยตานั้นอยู่ที่ประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ แต่เวลาที่แท้จริงในการสร้างผลลัพธ์คือช่วงเวลาหลังจากนั้นอีกหลายวันไปจนถึงการทำครั้งต่อไป ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวค่อยๆ เติมเต็มคอลลาเจนอย่างเงียบๆ ดังนั้น วิธีการดูแลผิวระหว่างแต่ละครั้งจึงมีความสำคัญไม่แพ้แผนการรักษาเลยค่ะ

ทันทีหลังการรักษา ผิวอาจมีรอยแดงเล็กน้อยและอาจเห็นรอยเข็มขนาดเล็กได้ แต่โดยปกติแล้วจะยุบลงภายใน 1-3 วัน ในช่วงนี้แนะนำให้ดูแลผิวอย่างเรียบง่าย เน้นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองต่ำและทาครีมกันแดด และควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนของเลือดอย่างรวดเร็ว เช่น ซาวน่า หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 2-3 วันเพื่อความปลอดภัย ในวันแรกแนะนำให้เลี่ยงการแต่งหน้าและเริ่มแต่งหน้าได้ในวันถัดไป แต่หากยังมีรอยแดงอยู่ การเว้นระยะอีกสักวันสองวันจะช่วยให้สบายผิวมากขึ้นค่ะ

회차 사이 며칠을 어떻게 보내느냐가 결과를 가른다면요?

ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่* ดังนั้น ผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่ทันทีหลังทำเสร็จ ดังนั้น แทนที่จะตัดสินผลลัพธ์หลังทำเพียงครั้งเดียว แนะนำให้ตรวจดูการเปลี่ยนแปลงหลังจากเสร็จสิ้นแผนการรักษาทั้งหมดไปแล้ว 2-3 เดือนจะดีที่สุดค่ะ กระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจน (collagen remodeling) จะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายเดือนหลังการรักษา ผิวจึงมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะทำครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นไปแล้ว

*คอลลาเจนใหม่: คือคอลลาเจนที่ผิวสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากได้รับกระตุ้นจากแผลขนาดเล็กและความร้อน ซึ่งไม่สามารถสร้างเสร็จได้ภายในไม่กี่วัน แต่จะค่อยๆ เติมเต็มตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ ช่วยปรับปรุงเรื่องรูขุมขนและความยืดหยุ่นของผิว

ดังนั้น การดูแลผิวในระหว่างการรักษาแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเลยค่ะ เพียงแค่เน้นไปที่การลดการระคายเคืองเพื่อให้ผิวได้พักผ่อนและเติมเต็มคอลลาเจนก็เพียงพอแล้ว ระยะเวลาของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล หลังจากเสร็จสิ้นแผนการรักษาทั้งหมดแล้ว มักจะทำซ้ำเพื่อคงสภาพผิวทุกๆ 6-12 เดือน ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่รอบระยะเวลาที่ตายตัว แต่จะกำหนดเวลาจากการประเมินสภาพผิว ณ เวลานั้นๆ ค่ะ

회차 사이 며칠을 어떻게 보내느냐가 결과를 가른다면요?

 

 

ทำไมควรวางแผนการรักษานี้ร่วมกันที่ Beautystone สาขาฮับจอง?

Beautystone สาขาฮับจอง จะไม่แนะนำ "แพ็กเกจกี่ครั้ง" ก่อนเป็นอันดับแรก แต่จะสังเกตความเร็วในการฟื้นฟูของผิวคุณและความลึกของปัญหา เพื่อกำหนดระยะห่างและจำนวนครั้งร่วมกัน อย่างที่เราได้เห็นไปแล้วว่า คนที่มีปัญหารูขุมขนกับคนที่มีปัญหาเรื่องความยืดหยุ่น จะมีความลึกของเข็มและรอบการทำซ้ำที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงจะช่วยจัดลำดับความสำคัญให้คุณก่อนในการปรึกษาค่ะ

เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดเล็กที่สามารถเดินไปได้จากสถานีฮับจอง เราจึงสามารถสังเกตปฏิกิริยาของผิวในการรักษาแต่ละครั้งและช่วยปรับเวลาในการทำครั้งต่อไปได้อย่างใกล้ชิด วิธีการของเราไม่ใช่การทำเพื่อให้ครบตามตัวเลขที่กำหนดไว้ แต่เป็นการตรวจเช็กแผนการรักษาใหม่ในทุกๆ ครั้งเพื่อปรับให้เข้ากับผิวของคุณอย่างแท้จริง ดังนั้น การที่แผนการรักษาที่วางไว้ตอนแรกจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไประหว่างทางจึงเป็นเรื่องที่ธรรมชาติมากๆ สำหรับเราค่ะ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปที่เรียบเรียงขึ้นมา เพื่อความปลอดภัย ระยะห่างและจำนวนครั้งที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณควรปรึกษากับทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงเพื่อกำหนดร่วมกันนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย

หากมีปัญหาผิวหลายอย่าง ควรวางแผนการรักษาอย่างไรดีคะ?

ในกรณีที่มีปัญหาผิวทับซ้อนกัน เช่น รูขุมขนและความยืดหยุ่น มักจะวางแผนโดยเน้นไปที่ปัญหาที่มีความสำคัญสูงกว่าก่อน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนไปตามผลลัพธ์ในแต่ละครั้ง แทนที่จะพยายามแก้ไขปัญหาที่มีความลึกของชั้นผิวต่างกันทั้งหมดในคราวเดียว การจัดระเบียบและลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะปรับปรุงก่อนในการปรึกษาจะมีความมั่นคงกว่าค่ะ

สามารถหยุดทำก่อนที่จะครบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ในตอนแรกได้ไหมคะ?

ไม่จำเป็นต้องทำจนครบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้เสมอไปค่ะ หากผลลัพธ์สะสมตัวได้ดีแล้ว คุณสามารถปรับเปลี่ยนโดยการลดจำนวนครั้งที่เหลือลงหรือเว้นระยะห่างให้ยาวขึ้นได้ เนื่องจากเราใช้วิธีกำหนดเวลาครั้งต่อไปจากการสังเกตปฏิกิริยาผิวในแต่ละครั้ง แผนการรักษาจึงสามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนระหว่างทางได้เสมอค่ะ

สามารถทำทรีตเมนต์อย่างอื่นควบคู่ไปด้วยในระหว่างการรักษาแต่ละครั้งได้ไหมคะ?

ในช่วงของการฟื้นฟูผิว แนะนำให้ดูแลอย่างเรียบง่ายโดยเน้นการบำรุงให้ชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดที่ระคายเคืองต่ำ สำหรับกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนของเลือดอย่างมาก ควรเว้นไปก่อนไม่กี่วันหลังการรักษา และหากมีแผนที่จะทำทรีตเมนต์หรือการดูแลอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย กรุณาปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ช่วงเวลาทับซ้อนกันค่ะ

ควรทำการรักษาเพื่อคงสภาพผิวบ่อยแค่ไหนคะ?

ระยะเวลาในการคงสภาพผิวจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลของแต่ละคน หลังจากเสร็จสิ้นแผนการรักษาทั้งหมดแล้ว มักจะแนะนำให้ทำซ้ำเพื่อคงสภาพผิวทุกๆ 6-12 เดือน ซึ่งนี่ไม่ใช่รอบที่ตายตัวเช่นกัน แต่จะพิจารณาและกำหนดเวลาตามสภาพผิว ณ ตอนนั้นๆ ค่ะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ทำ Sofwave ผ่านไปไม่กี่วันแล้ว แต่พอจับบริเวณที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง แบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?

คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิวคล้ำเสียสะสมจากแดดตลอดทั้งฤดูร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำตอนไหนดีคะ?

ผิว

ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?

ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

กำลังลบรอยสักด้วย Pico Laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

ลบรอยสัก

กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ติดต่อขนตาปลอมอยู่ จะสามารถทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตาหรือฉีด skin booster ได้เลยไหมคะ?

ผิว

ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี

ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?

หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1