ฉีด Sculptra เห็นผลแก้มฟูเมื่อไหร่? ดูการเปลี่ยนแปลงหลังทำถึงหลายเดือน ทำไมต้องแบ่งฉีด
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เวลาส่องกระจกแล้วเห็นแก้มตอบหรือใต้ตาเป็นรอยคล้ำใต้ตา หลายคนพอเริ่มรู้จัก Sculptra ก็มักจะเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า "ต้องรอสังเกตอาการนานแค่ไหน ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนกันนะ?" เพราะถึงจะพอเข้าใจว่าเป็นวิธีที่ช่วยเติมเต็มผิว แต่อันที่จริงแล้ว มันจะฟูขึ้นทันทีหลังทำ หรือจะค่อยๆ ตื้นขึ้นในภายหลังกันแน่ หลายคนยังแอบสับสนอยู่ใช่ไหมคะ
หากตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ Sculptra ทำงานโดยการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน* เพื่อสร้างวอลลุ่มให้กับผิวครับ ดังนั้น หลังจากฉีดเสร็จทันที ผิวจึงยังไม่ตื้นฟูเท่ากับช่วงเวลาหลังจากนั้นอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนที่วอลลุ่มจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม หากเราแยกทำความเข้าใจว่าทำไมหลังทำทันทีถึงรู้สึกได้ถึงวอลลุ่มที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำไมมันถึงยุบลงไปอีกครั้ง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหน ก็จะช่วยให้เราเฝ้ารอผลลัพธ์ได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้นครับ
คอลลาเจน*: เป็นโครงสร้างโปรตีนในชั้นผิวหนังที่ช่วยพยุงความยืดหยุ่นและวอลลุ่มของผิวไว้ เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการสร้างคอลลาเจนจะช้าลง และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวของเราดูตอบและหย่อนคล้อยลงครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วไปเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในตัวคุณ การประเมินความเหมาะสมในการทำและวางแผนจำนวนครั้งในการรักษา ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะดีที่สุดครับ
สิ่งที่ทุกคนจะได้รับจากบทความนี้
เข้าใจหลักการทำงานของ Sculptra ในการช่วยสร้างวอลลุ่มให้ผิว
เข้าใจว่าผลลัพธ์หลังทำทันทีกับความเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นอีกหลายเดือนแตกต่างกันอย่างไร
ทราบถึงทามไลน์การก่อตัวของคอลลาเจนตามลำดับเวลา
เข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง และระยะเวลาการเว้นระยะในการทำ
ปัญหาร่องลึก แก้มตอบ การเติมเต็มวอลลุ่มมีหลากหลายวิธีเลยครับ
การสูญเสียวอลลุ่มของผิวจนดูตอบลงนั้น เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น กรดไฮยาลูรอนิก* ที่ลดลง การเคลื่อนตัวของชั้นไขมัน หรือการสลายตัวของคอลลาเจน ดังนั้น วิธีการและส่วนผสมที่ใช้ในการเติมเต็มจึงมีความแตกต่างกันออกไปครับ
กรดไฮยาลูรอนิก*: เป็นสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ที่มีบทบาทในการกักเก็บความชุ่มชื้นและสร้างวอลลุ่มภายในผิว โดยฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกจะฉีดสารนี้เข้าไปโดยตรงเพื่อสร้างมิติและเติมเต็มผิวให้ฟูขึ้นทันที
ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกนั้น ตัวสารจะทำหน้าที่แทนเนื้อผิวเพื่อเติมเต็มช่องว่าง จึงทำให้ผิวดูฟูขึ้นทันทีหลังฉีด ในทางกลับกัน Sculptra (PDLLA*) เป็นวิธีการที่เข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ดังนั้น ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การเติมเต็มทันที แต่จะเป็นการค่อยๆ สะสมวอลลุ่มตามช่วงเวลา หากเราเข้าใจความต่างตรงนี้ก่อน ก็จะช่วยอธิบายได้ดีขึ้นว่าทำไมหลังจากฉีด Sculptra แล้วถึงเพิ่งรู้สึกว่า "ยังไม่เห็นมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย" ครับ
PDLLA (Poly-D,L-Lactide)*: เป็นส่วนประกอบหลักของ Sculptra ซึ่งจะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติภายในร่างกาย พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปในตัว โดยกรดแลกติกซึ่งเป็นผลพลอยได้หลังจากสลายตัวจะถูกขับออกผ่านระบบเผาผลาญของร่างกายครับ
ตารางด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบวิธีการทำงานระหว่างฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกและ Sculptra ครับ


ทำไมหลังทำทันทีถึงรู้สึกว่าผิวฟูขึ้น แล้วหลังจากนั้นก็กลับมายุบตัวลงล่ะ
หลังจากฉีด Sculptra มีบางท่านอาจรู้สึกว่าผิวดูฟูอิ่มเอิบขึ้นในช่วงสองสามวันแรก ซึ่งอาการนี้ไม่ได้เกิดจากตัวสาร Sculptra โดยตรงนะครับ แต่เป็นเพราะ สารละลายที่ใช้ผสม เพื่อฉีดเข้าไปพร้อมกันครับ
จากรายงานทางคลินิกที่ศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหลังการฉีดส่วนประกอบ PDLLA พบว่า วอลลุ่มที่ฟูขึ้นทันทีหลังฉีดนั้น เกิดจากตัวสารละลาย (เช่น น้ำเกลือปราศจากเชื้อ น้ำยาผสมยาชา) ที่ใส่เข้าไปพร้อมกับอนุภาคขนาดเล็ก (Microparticles) ของ PDLLA* เข้าไปเติมเต็มเนื้อเยื่อชั่วคราว ซึ่งสารละลายเหล่านี้จะถูกร่างกายดูดซึมหมดไปภายใน 2-3 วัน ทำให้ผิวกลับคืนสู่วอลลุ่มเดิมครับ
อนุภาคขนาดเล็กของ PDLLA*: ส่วนประกอบหลักของ Sculptra ที่ได้รับการปรับแต่งให้อยู่ในรูปของอนุภาคทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40-63 ไมโครเมตร ซึ่งจะค่อยๆ สลายตัวหลังจากการฉีดเพื่อกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ในเนื้อเยื่อรอบข้าง
ดังนั้น การที่คุณรู้สึกว่าใบหน้าดูเต็มทันทีหลังฉีด แล้วอีกไม่กี่วันต่อมากลับมารู้สึกว่า "อ้าว กลับมาดูตอบลงเหมือนเดิมอีกแล้ว" จึงเป็นขั้นตอนปกติที่อยู่ในกระบวนการที่คาดการณ์ไว้ครับ ขั้นตอนนี้เป็นช่วงก่อนที่ Sculptra จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจริงอย่างเป็นทางการครับ

แล้วคอลลาเจนจะค่อยๆ ตื้นฟูขึ้นมาอย่างไรบ้าง
หลังจากที่สารละลายถูกดูดซึมไปแล้ว อนุภาคขนาดเล็กของ PDLLA จะค่อยๆ สลายตัวในชั้นผิวแท้ (Dermis) พร้อมกับกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์* ในบริเวณรอบๆ อย่างช้าๆ จากนั้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ก็จะสร้างคอลลาเจนขึ้นมา และเมื่อคอลลาเจนเหล่านั้นสะสมตัวมากขึ้น ผิวก็จะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างวอลลุ่มที่แท้จริงขึ้นมาครับ
เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)*: เซลล์ที่อยู่ในชั้นผิวแท้ มีหน้าที่หลักในการสร้างโปรตีนโครงสร้าง เช่น คอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นในกระบวนการสลายตัวของ PDLLA จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ชนิดนี้ให้ดีขึ้นได้
จากการศึกษาข้อมูลทางคลินิกของส่วนประกอบใน Sculptra พบว่า การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเพื่อสร้างคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังฉีด PDLLA จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และมักจะเห็นผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดในช่วงเวลาไม่กี่เดือนหลังการรักษา อย่างไรก็ตาม อัตราความเร็วและระดับการเติมเต็มจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและสภาพผิวเดิมด้วยครับ
แผนผังด้านล่างแสดงกระบวนการสะสมของคอลลาเจนหลังการทำ Sculptra เนื่องจากมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โปรดใช้ข้อมูลนี้เพื่อการอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราให้ความสำคัญกับการวางโปรแกรมการรักษาตั้งแต่ครั้งแรกไปพร้อมๆ กัน เพราะตระหนักดีว่าผลลัพธ์ของ Sculptra ไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นได้ทันที แต่จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นตามกาลเวลา แม้จะเป็นโปรแกรมเดียวกัน แต่ด้วยความลึกของร่องแก้ม บริเวณที่ทำ และสภาพผิวของแต่ละคนที่ต่างกัน อัตราการสร้างคอลลาเจนจึงต่างกันไปด้วย ดังนั้น การพิจารณาขั้นตอนถัดไปโดยอิงจากภาพรวมทั้งหมดจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการด่วนตัดสินผลลัพธ์จากการทำเพียงครั้งเดียวครับ นอกจากนี้ คลินิกยังตั้งอยู่ห่างจากดีพาร์ทเมนท์สโตร์ Mecenatpolis สถานีฮับจอง เพียงเดินเท้าแค่ 4 นาทีเท่านั้น สะดวกต่อการแวะมาให้คุณหมอตรวจเช็กสภาพผิวช่วงสั้นๆ ทั้งก่อนและหลังทำครับ

ทำไมถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง มีเหตุผลซ่อนอยู่ครับ
การแบ่งฉีด Sculptra 2-3 ครั้งขึ้นไปนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะกลัวว่าการใส่ปริมาณมากในครั้งเดียวจะทำให้ผิวรับภาระหนักเกินไปเท่านั้น แต่เป็นเพราะการเว้นระยะห่างและค่อยๆ กระตุ้นตามช่วงเวลาที่คอลลาเจนสะสมตัว จะช่วยสร้างผลลัพธ์ของวอลลุ่มผิวที่ดูสวยเป็นธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้นครับ
จากการศึกษาโปรโตคอลการรักษาด้วย Sculptra แบบหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่า การรักษาซ้ำหลายครั้งโดยเว้นช่วงเวลาอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสะสมและสร้างคอลลาเจนได้สูงกว่าการทำเพียงครั้งเดียว และยังช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้สม่ำเสมอมากกว่าด้วยครับ โดยทั่วไปแล้วมักจะเว้นระยะห่างในการทำประมาณ 4-6 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้จำนวนครั้งและระยะห่างจะขึ้นอยู่กับระดับความลึกและบริเวณปัญหารอยหย่อนคล้อย จึงควรเข้ามาวางแผนร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำดีที่สุดครับ
แทนที่จะรีบร้อนทำซ้ำเพียงเพราะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในทันทีหลังการรักษาครั้งแรก การอดใจรอให้คอลลาเจนได้มีเวลาสร้างตัวและเซ็ตตัว มักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอครับ การให้เวลากับขั้นตอนบำรุงตามธรรมชาตินี้ ปลอดภัยและได้ผลดีกว่าการรีบร้อนฉีดซ้ำเร็วเกินไปแน่นอนครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. หลังฉีด Sculptra ทันทีก็รู้สึกว่าผิวฟูขึ้นดีนะครับ แต่พอผ่านไปสองวันก็ยุบหายไปเลย แบบนี้คือทำไม่สำเร็จหรือเปล่าคะ?
A. ไม่ใช่เลยครับ วอลลุ่มที่ฟูขึ้นทันทีหลังฉีดนั้นเกิดจากตัวสารละลายที่ใช้ผสมครับ เมื่อสารละลายถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว ผิวจึงอาจจะดูยุบลงกลับไปเป็นปกติชั่วคราว หลังจากขั้นตอนนี้ต่างหากที่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างแท้จริงจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นครับ
Q. ช่วงไหนที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์เด่นชัดที่สุดครับ?
A. อ้างอิงตามข้อมูลจากการวิจัย เมื่อคอลลาเจนเริ่มสะสมตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจาก 2-3 เดือนเป็นต้นไปครับ ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับบริเวณผิวและสภาพผิวส่วนบุคคลด้วยครับ
Q. ทำครั้งหนึ่งแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับอัตราการสลายตัวของคอลลาเจนด้วยครับ โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานกว่า 1 ปีขึ้นไป แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนแน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และการดูแลรักษาของแต่ละบุคคลด้วยครับ
Q. ระหว่างที่ผิวอยู่ในช่วงกำลังสร้างคอลลาเจน สามารถนวดหน้าหรือออกกำลังกายได้ตามปกติไหมคะ?
A. ในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือรบกวนผิวบริเวณที่ทำอย่างรุนแรงครับ หลังจากนั้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติเลยครับ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำจากแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัดนะครับ
บทความแนะนำ

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



