ฉีด Sculptra เห็นผลแก้มฟูเมื่อไหร่? ดูการเปลี่ยนแปลงหลังทำถึงหลายเดือน ทำไมต้องแบ่งฉีด
เวลาส่องกระจกแล้วเห็นแก้มตอบหรือใต้ตาเป็นรอยคล้ำใต้ตา หลายคนพอเริ่มรู้จัก Sculptra ก็มักจะเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า "ต้องรอสังเกตอาการนานแค่ไหน ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนกันนะ?" เพราะถึงจะพอเข้าใจว่าเป็นวิธีที่ช่วยเติมเต็มผิว แต่อันที่จริงแล้ว มันจะฟูขึ้นทันทีหลังทำ หรือจะค่อยๆ ตื้นขึ้นในภายหลังกันแน่ หลายคนยังแอบสับสนอยู่ใช่ไหมคะ
หากตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ Sculptra ทำงานโดยการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน* เพื่อสร้างวอลลุ่มให้กับผิวครับ ดังนั้น หลังจากฉีดเสร็จทันที ผิวจึงยังไม่ตื้นฟูเท่ากับช่วงเวลาหลังจากนั้นอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนที่วอลลุ่มจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม หากเราแยกทำความเข้าใจว่าทำไมหลังทำทันทีถึงรู้สึกได้ถึงวอลลุ่มที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำไมมันถึงยุบลงไปอีกครั้ง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหน ก็จะช่วยให้เราเฝ้ารอผลลัพธ์ได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้นครับ
คอลลาเจน*: เป็นโครงสร้างโปรตีนในชั้นผิวหนังที่ช่วยพยุงความยืดหยุ่นและวอลลุ่มของผิวไว้ เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการสร้างคอลลาเจนจะช้าลง และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวของเราดูตอบและหย่อนคล้อยลงครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วไปเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในตัวคุณ การประเมินความเหมาะสมในการทำและวางแผนจำนวนครั้งในการรักษา ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะดีที่สุดครับ
สิ่งที่ทุกคนจะได้รับจากบทความนี้
เข้าใจหลักการทำงานของ Sculptra ในการช่วยสร้างวอลลุ่มให้ผิว
เข้าใจว่าผลลัพธ์หลังทำทันทีกับความเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นอีกหลายเดือนแตกต่างกันอย่างไร
ทราบถึงทามไลน์การก่อตัวของคอลลาเจนตามลำดับเวลา
เข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง และระยะเวลาการเว้นระยะในการทำ
ปัญหาร่องลึก แก้มตอบ การเติมเต็มวอลลุ่มมีหลากหลายวิธีเลยครับ
การสูญเสียวอลลุ่มของผิวจนดูตอบลงนั้น เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น กรดไฮยาลูรอนิก* ที่ลดลง การเคลื่อนตัวของชั้นไขมัน หรือการสลายตัวของคอลลาเจน ดังนั้น วิธีการและส่วนผสมที่ใช้ในการเติมเต็มจึงมีความแตกต่างกันออกไปครับ
กรดไฮยาลูรอนิก*: เป็นสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ที่มีบทบาทในการกักเก็บความชุ่มชื้นและสร้างวอลลุ่มภายในผิว โดยฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกจะฉีดสารนี้เข้าไปโดยตรงเพื่อสร้างมิติและเติมเต็มผิวให้ฟูขึ้นทันที
ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกนั้น ตัวสารจะทำหน้าที่แทนเนื้อผิวเพื่อเติมเต็มช่องว่าง จึงทำให้ผิวดูฟูขึ้นทันทีหลังฉีด ในทางกลับกัน Sculptra (PDLLA*) เป็นวิธีการที่เข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ดังนั้น ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การเติมเต็มทันที แต่จะเป็นการค่อยๆ สะสมวอลลุ่มตามช่วงเวลา หากเราเข้าใจความต่างตรงนี้ก่อน ก็จะช่วยอธิบายได้ดีขึ้นว่าทำไมหลังจากฉีด Sculptra แล้วถึงเพิ่งรู้สึกว่า "ยังไม่เห็นมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย" ครับ
PDLLA (Poly-D,L-Lactide)*: เป็นส่วนประกอบหลักของ Sculptra ซึ่งจะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติภายในร่างกาย พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปในตัว โดยกรดแลกติกซึ่งเป็นผลพลอยได้หลังจากสลายตัวจะถูกขับออกผ่านระบบเผาผลาญของร่างกายครับ
ตารางด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบวิธีการทำงานระหว่างฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกและ Sculptra ครับ


ทำไมหลังทำทันทีถึงรู้สึกว่าผิวฟูขึ้น แล้วหลังจากนั้นก็กลับมายุบตัวลงล่ะ
หลังจากฉีด Sculptra มีบางท่านอาจรู้สึกว่าผิวดูฟูอิ่มเอิบขึ้นในช่วงสองสามวันแรก ซึ่งอาการนี้ไม่ได้เกิดจากตัวสาร Sculptra โดยตรงนะครับ แต่เป็นเพราะ สารละลายที่ใช้ผสม เพื่อฉีดเข้าไปพร้อมกันครับ
จากรายงานทางคลินิกที่ศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหลังการฉีดส่วนประกอบ PDLLA พบว่า วอลลุ่มที่ฟูขึ้นทันทีหลังฉีดนั้น เกิดจากตัวสารละลาย (เช่น น้ำเกลือปราศจากเชื้อ น้ำยาผสมยาชา) ที่ใส่เข้าไปพร้อมกับอนุภาคขนาดเล็ก (Microparticles) ของ PDLLA* เข้าไปเติมเต็มเนื้อเยื่อชั่วคราว ซึ่งสารละลายเหล่านี้จะถูกร่างกายดูดซึมหมดไปภายใน 2-3 วัน ทำให้ผิวกลับคืนสู่วอลลุ่มเดิมครับ
อนุภาคขนาดเล็กของ PDLLA*: ส่วนประกอบหลักของ Sculptra ที่ได้รับการปรับแต่งให้อยู่ในรูปของอนุภาคทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40-63 ไมโครเมตร ซึ่งจะค่อยๆ สลายตัวหลังจากการฉีดเพื่อกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ในเนื้อเยื่อรอบข้าง
ดังนั้น การที่คุณรู้สึกว่าใบหน้าดูเต็มทันทีหลังฉีด แล้วอีกไม่กี่วันต่อมากลับมารู้สึกว่า "อ้าว กลับมาดูตอบลงเหมือนเดิมอีกแล้ว" จึงเป็นขั้นตอนปกติที่อยู่ในกระบวนการที่คาดการณ์ไว้ครับ ขั้นตอนนี้เป็นช่วงก่อนที่ Sculptra จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจริงอย่างเป็นทางการครับ

แล้วคอลลาเจนจะค่อยๆ ตื้นฟูขึ้นมาอย่างไรบ้าง
หลังจากที่สารละลายถูกดูดซึมไปแล้ว อนุภาคขนาดเล็กของ PDLLA จะค่อยๆ สลายตัวในชั้นผิวแท้ (Dermis) พร้อมกับกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์* ในบริเวณรอบๆ อย่างช้าๆ จากนั้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ก็จะสร้างคอลลาเจนขึ้นมา และเมื่อคอลลาเจนเหล่านั้นสะสมตัวมากขึ้น ผิวก็จะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างวอลลุ่มที่แท้จริงขึ้นมาครับ
เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)*: เซลล์ที่อยู่ในชั้นผิวแท้ มีหน้าที่หลักในการสร้างโปรตีนโครงสร้าง เช่น คอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นในกระบวนการสลายตัวของ PDLLA จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ชนิดนี้ให้ดีขึ้นได้
จากการศึกษาข้อมูลทางคลินิกของส่วนประกอบใน Sculptra พบว่า การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเพื่อสร้างคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังฉีด PDLLA จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และมักจะเห็นผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดในช่วงเวลาไม่กี่เดือนหลังการรักษา อย่างไรก็ตาม อัตราความเร็วและระดับการเติมเต็มจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและสภาพผิวเดิมด้วยครับ
แผนผังด้านล่างแสดงกระบวนการสะสมของคอลลาเจนหลังการทำ Sculptra เนื่องจากมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โปรดใช้ข้อมูลนี้เพื่อการอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราให้ความสำคัญกับการวางโปรแกรมการรักษาตั้งแต่ครั้งแรกไปพร้อมๆ กัน เพราะตระหนักดีว่าผลลัพธ์ของ Sculptra ไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นได้ทันที แต่จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นตามกาลเวลา แม้จะเป็นโปรแกรมเดียวกัน แต่ด้วยความลึกของร่องแก้ม บริเวณที่ทำ และสภาพผิวของแต่ละคนที่ต่างกัน อัตราการสร้างคอลลาเจนจึงต่างกันไปด้วย ดังนั้น การพิจารณาขั้นตอนถัดไปโดยอิงจากภาพรวมทั้งหมดจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการด่วนตัดสินผลลัพธ์จากการทำเพียงครั้งเดียวครับ นอกจากนี้ คลินิกยังตั้งอยู่ห่างจากดีพาร์ทเมนท์สโตร์ Mecenatpolis สถานีฮับจอง เพียงเดินเท้าแค่ 4 นาทีเท่านั้น สะดวกต่อการแวะมาให้คุณหมอตรวจเช็กสภาพผิวช่วงสั้นๆ ทั้งก่อนและหลังทำครับ

ทำไมถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง มีเหตุผลซ่อนอยู่ครับ
การแบ่งฉีด Sculptra 2-3 ครั้งขึ้นไปนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะกลัวว่าการใส่ปริมาณมากในครั้งเดียวจะทำให้ผิวรับภาระหนักเกินไปเท่านั้น แต่เป็นเพราะการเว้นระยะห่างและค่อยๆ กระตุ้นตามช่วงเวลาที่คอลลาเจนสะสมตัว จะช่วยสร้างผลลัพธ์ของวอลลุ่มผิวที่ดูสวยเป็นธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้นครับ
จากการศึกษาโปรโตคอลการรักษาด้วย Sculptra แบบหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่า การรักษาซ้ำหลายครั้งโดยเว้นช่วงเวลาอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสะสมและสร้างคอลลาเจนได้สูงกว่าการทำเพียงครั้งเดียว และยังช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้สม่ำเสมอมากกว่าด้วยครับ โดยทั่วไปแล้วมักจะเว้นระยะห่างในการทำประมาณ 4-6 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้จำนวนครั้งและระยะห่างจะขึ้นอยู่กับระดับความลึกและบริเวณปัญหารอยหย่อนคล้อย จึงควรเข้ามาวางแผนร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำดีที่สุดครับ
แทนที่จะรีบร้อนทำซ้ำเพียงเพราะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในทันทีหลังการรักษาครั้งแรก การอดใจรอให้คอลลาเจนได้มีเวลาสร้างตัวและเซ็ตตัว มักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอครับ การให้เวลากับขั้นตอนบำรุงตามธรรมชาตินี้ ปลอดภัยและได้ผลดีกว่าการรีบร้อนฉีดซ้ำเร็วเกินไปแน่นอนครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. หลังฉีด Sculptra ทันทีก็รู้สึกว่าผิวฟูขึ้นดีนะครับ แต่พอผ่านไปสองวันก็ยุบหายไปเลย แบบนี้คือทำไม่สำเร็จหรือเปล่าคะ?
A. ไม่ใช่เลยครับ วอลลุ่มที่ฟูขึ้นทันทีหลังฉีดนั้นเกิดจากตัวสารละลายที่ใช้ผสมครับ เมื่อสารละลายถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว ผิวจึงอาจจะดูยุบลงกลับไปเป็นปกติชั่วคราว หลังจากขั้นตอนนี้ต่างหากที่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างแท้จริงจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นครับ
Q. ช่วงไหนที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์เด่นชัดที่สุดครับ?
A. อ้างอิงตามข้อมูลจากการวิจัย เมื่อคอลลาเจนเริ่มสะสมตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจาก 2-3 เดือนเป็นต้นไปครับ ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับบริเวณผิวและสภาพผิวส่วนบุคคลด้วยครับ
Q. ทำครั้งหนึ่งแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับอัตราการสลายตัวของคอลลาเจนด้วยครับ โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานกว่า 1 ปีขึ้นไป แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนแน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และการดูแลรักษาของแต่ละบุคคลด้วยครับ
Q. ระหว่างที่ผิวอยู่ในช่วงกำลังสร้างคอลลาเจน สามารถนวดหน้าหรือออกกำลังกายได้ตามปกติไหมคะ?
A. ในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือรบกวนผิวบริเวณที่ทำอย่างรุนแรงครับ หลังจากนั้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติเลยครับ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำจากแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัดนะครับ
บทความแนะนำ

ยกกระชับ
Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ
มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม
จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม
มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

ผิว
RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ
มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ผิว
ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ
มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ยกกระชับ
อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ
มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล



