หลังทำ Thermage FLX บวมและรอยแดงยุบกี่วัน ดูแลยังไง? สรุปไทม์ไลน์วันแรกถึง 1 สัปดาห์
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลังจากทำ Thermage FLX แล้วพอกระจก หลายคนอาจจะตกใจว่า "ทำไมหน้าดูบวมๆ นิดหน่อย" หรือ "แก้มแดงๆ แบบนี้ปกติไหมนะ" จริงๆ แล้วขั้นตอนการทำนั้นใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จครับ แต่สิ่งที่ทำให้เรากังวลจริงๆ คืออาการบวมและรอยแดงหลังทำต่างหาก ว่าจะค่อยๆ ยุบลงอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
คำตอบแบบสั้นๆ ก็คือ อาการบวมและรอยแดงส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันหลังทำครับ เพียงแค่ในช่วง 2-3 วันแรก หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นความร้อน แล้วเน้นการปลอบประโลมผิว เติมความชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ผิวก็จะฟื้นตัวได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น เนื่องจาก Thermage เป็นการส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวลึก จึงอาจทำให้ผิวหน้าดูร้อนผ่าวขึ้นมาได้ชั่วคราว แต่เพราะมีข้อมูลปะปนกันไปหมด เช่น "หน้าจะบวมไปเป็นเดือนเลย" หรือ "ต้องประคบร้อนถึงจะดี" วันนี้เราเลยอยากมาสรุปสิ่งที่ต้องใส่ใจและสิ่งที่ไม่ต้องกังวลให้ฟังกันชัดๆ เพื่อความสบายใจครับ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองครับ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเรื่อง
เข้าใจแนวโน้มว่าอาการบวมและรอยแดงจะเริ่มยุบลงในวันที่เท่าไหร่
สามารถแยกแยะได้ว่าช่วงพักฟื้นควรเลี่ยงความร้อนแบบไหน และควรดูแลตัวเองอย่างไร
แยกแยะอาการปกติทั่วไป กับอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนว่าควรติดต่อแพทย์
เคล็ดลับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คงเส้นคงวาและปลอดภัย
หลังทำทันที ผิวชั้นลึกกำลังอุ่นร้อนจากการกระตุ้น
Thermage FLX เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง* (Radiofrequency)* ลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรงเพื่อสร้างความร้อน และไม่ได้ทำลายผิวชั้นนอกครับ ความร้อนนี้จะทำให้คอลลาเจนหดตัวและค่อยๆ กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ซึ่งในระหว่างกระบวนการนี้ การที่ผิวหน้าจะดูแดงระเรื่อหรือบวมขึ้นเล็กน้อยชั่วคราว ถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากๆ ครับ
*คลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency): พลังงานไฟฟ้าที่สร้างความร้อนใต้ผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน นิยมใช้ในหัตถการอย่าง Thermage ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นนอกไปพร้อมๆ กับการให้ความร้อนแก่ผิวชั้นหนังแท้
จากคำอธิบายที่ว่า พลังงานคลื่นความถี่สูงจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนในผิวชั้นลึก และจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน โดยหลังทำอาจมีอาการแดงและบวมเล็กน้อยได้นานหลายวัน จะช่วยอธิบายให้เข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่าทำไมผิวหน้าถึงดูร้อนผ่าวทันทีหลังทำ ดังนั้น ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก จึงควรให้ความสำคัญกับการปลอบประโลมผิวและเลี่ยงการรบกวนผิวให้มากที่สุดครับ
ในวันแรกที่ทำ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้ครับ:
ซาวน่า, สตรีม, อาบน้ำร้อนจัด, แช่น้ำอุ่น — การโดนความร้อนเพิ่มอาจทำให้รอยแดงอยู่ยาวนานขึ้นได้ครับ
ออกกำลังกายหนักๆ, วิ่ง, เวทเทรนนิ่ง — การที่การไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้อาการบวมและร้อนผ่าวเพิ่มขึ้นได้
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ — เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้หน้ายิ่งแดงและบวมง่ายขึ้น
การนวดหน้าแรงๆ หรือการถูหน้าบริเวณที่ทำ — เป็นการเพิ่มการระคายเคืองให้กับผิวที่กำลังฟื้นตัว
การแต่งหน้าหนาๆ หรือเมคอัพจัดเต็ม — วันแรกแนะนำให้แต่งบางๆ หรือถ้าเป็นไปได้เริ่มแต่งในวันถัดไปจะดีที่สุดครับ


บวมแดงจะยุบลงในกี่วัน? ลำดับขั้นตอนการฟื้นตัวของผิว
แม้ว่าระยะเวลาการฟื้นตัวจากอาการบวมและรอยแดงของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้ววันแรกที่ทำจะเป็นช่วงที่เห็นชัดที่สุด และจะค่อยๆ จางลงตามกาลเวลาครับ แทนที่จะกลับไปทำกิจกรรมหนักๆ ทันที แนะนำให้ค่อยๆ ปรับระดับกิจกรรมในแต่ละวันเพื่อความปลอดภัยของผิว เราได้สรุปจุดที่สามารถเริ่มกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดังนี้ครับ
กิจกรรม | วันแรกหลังทำ | วันที่ 1-3 | วันที่ 4-7 |
|---|---|---|---|
เดินเล่นเบาๆ / ใช้ชีวิตประจำวัน | ทำได้ปกติ | ทำได้ปกติ | ทำได้ปกติ |
ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง / ทาครีมบำรุง | ทำได้ปกติ | ทำได้ปกติ | ทำได้ปกติ |
ออกกำลังกายหนัก / เวทเทรนนิ่ง | ควรหลีกเลี่ยง | เริ่มจากเบาๆ ก่อน | กลับมาออกกำลังกายปกติได้ |
เข้าซาวน่า / สตรีม | ควรหลีกเลี่ยง | ควรหลีกเลี่ยง | แนะนำหลังทำ 5-7 วัน |
อาบน้ำร้อนจัด / แช่น้ำอุ่น | ควรหลีกเลี่ยง | ใช้น้ำอุ่นอุณหภูมิปานกลาง | กลับมาอาบน้ำอุ่นปกติได้ |
แต่งหน้า (เมคอัพ) | แต่งบางเบาเท่านั้น | แต่งได้ปกติ | แต่งได้ปกติ |
ดื่มแอลกอฮอล์ | ควรหลีกเลี่ยง | ดื่มปริมาณน้อยๆ ได้ | กลับมาดื่มได้ปกติ |
โดยทั่วไปอาการบวมจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 2 ถึง 3 วันหลังทำ และรอยแดงๆ ก็มักจะยุบลงภายในไม่กี่วันเช่นกันครับ จากข้อมูลผลการวิเคราะห์คนไข้ที่ทำหัตถการคลื่นวิทยุความถี่สูงกว่า 600 เคส พบว่า ปฏิกิริยาตอบสนองหลังทำที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการแดงและบวมที่คงอยู่ประมาณ 24 ชั่วโมง ซึ่งผลข้างเคียงอื่นๆ นั้นถือว่าพบได้ยากและเบากลางมาก ดังนั้น ส่วนใหญ่แล้วจึงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาครับ ลำดับการลดลงของอาการบวมและรอยแดงหลังทำในแต่ละวันสามารถดูได้จากแผนภาพนี้เลยครับ

หากรู้สึกอยากปลอบประโลมผิว ในวันแรกสามารถประคบเย็นเบาๆ โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นลูบหน้าได้ครับ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งกดลงบนผิวแรงๆ หรือประคบแช่ไว้นานๆ และในช่วงไม่กี่วันแรกนี้ แนะนำให้เน้นการบำรุงผิวที่เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและอ่อนโยนเป็นหลัก ส่วนพวกสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลหรือกรดผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA) ควรงดไปก่อนประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อความปลอดภัยครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราให้ความสำคัญกับการอธิบายขั้นตอนการฟื้นตัวของผิวหลังทำมากกว่าตัวหัตถการเพียงอย่างเดียวครับ เพราะแม้จะเป็นการทำ Thermage เหมือนกัน แต่ความเร็วในการลดบวมและลดรอยแดงของแต่ละคนจะต่างกันไปตามความหนาของผิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล เราจึงให้คำแนะนำล่วงหน้าอย่างละเอียดว่า อาการแบบไหนคืออาการปกติหลังทำ และอาการแบบไหนคือสัญญาณที่ต้องกลับมาพบแพทย์ คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong เดินทางสะดวกมาก คุณหมอจึงสามารถดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด คอยติดตามผลการฟื้นตัวเคสต่อเคส และช่วยวางแผนการดูแลผิวในขั้นตอนถัดไปร่วมกับคุณได้อย่างอบอุ่นครับ

การดูแลผิวในชีวิตประจำวันช่วงพักฟื้น: ปลอบประโลม เติมความชุ่มชื้น และป้องกันแสงแดด
การดูแลผิวประจำวันในระหว่างที่รอให้อาการบวมและรอยแดงยุบลงนั้นง่ายมากครับ เพียงเน้นหลักสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ การปลอบประโลมผิว การเติมความชุ่มชื้น และการป้องกันแสงแดด เนื่องจากในช่วงพักฟื้น ผิวจะบอบบางกว่าปกติ การดูแลขั้นพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอโดยไม่สร้างสิ่งกระตุ้นใหม่ๆ จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดครับ
ปลอบประโลมผิว — ในวันแรกสามารถประคบเย็นเบาๆ หลังจากนั้นใช้โทนเนอร์หรือครีมสูตรอ่อนโยนเพื่อช่วยปลอบประโลมผิวให้สงบลง
เติมความชุ่มชื้น — ทาครีมบำรุงผิวให้เพียงพอเพื่อไม่ให้เกราะป้องกันผิวแห้งกร้าน โดยใช้วิธีแตะเบาๆ ให้ซึมเข้าสู่ผิว
ป้องกันแสงแดด — ทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันตั้งแต่วันรุ่งขึ้น และควรทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
การล้างหน้า — ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องอย่างรวดเร็วและเบามือ หลีกเลี่ยงการถูหน้าระหว่างล้าง
งดใช้สารบำรุงผิวแบบรุนแรง — ควรงดใช้สารกลุ่มเรตินอล, AHA และ BHA ประมาณ 1 สัปดาห์แล้วค่อยกลับมาใช้ใหม่
การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนที่ได้รับการกระตุ้นจาก Thermage นั้น จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในระยะเวลาหลายเดือน ไม่ได้สวยเป๊ะทันทีหลังทำ ซึ่งในระหว่างนั้น ผิวก็ยังต้องเผชิญกับแสงแดดสะสมที่ทำร้ายผิวจนเกิดริ้วรอยตามวัย ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยาวนานที่สุด ควรสร้างวินัยในการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และประคองความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งกร้าน หากคุณกำลังมีแพลนจะทำ skin booster อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น รีจูรัน หรือ จูวีลุค แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอเพื่อจัดตารางเวลาการทำและเว้นระยะห่างในการทำอย่างปลอดภัย ไม่ให้ช่วงพักฟื้นซ้อนทับกันมากเกินไปครับ

คัดกรองอาการ: อาการปกติทั่วไป vs สัญญาณเตือนที่ต้องติดต่อแพทย์
หลังทำ Thermage FLX ในช่วงไม่กี่วันแรก อาจพบอาการทั่วไปเหล่านี้ได้เป็นปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษาเพิ่มเติมครับ
รอยแดงเรื่อบนผิวหน้า — ปกติจะจางลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 2-3 วัน
บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกหน้าตึงๆ บวมๆ — มักเกิดขึ้นในวันแรกและหายไปใน 2-3 วัน
รู้สึกอุ่นร้อนบริเวณที่ทำ — มักจะดีขึ้นหลังจากพ้นวันแรกไปแล้ว
รู้สึกตึงผิวหรือผิวบอบบางง่ายขึ้นเล็กน้อย — จะกลับมาเป็นปกติในไม่กี่วัน
อย่างไรก็ตาม หากสังเกตเห็นสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ เพื่อความปลอดภัยควรติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีครับ
มีแผลพุพอง ตุ่มน้ำ หรือสะเก็ดแผล — เป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดจากผิวเบิร์นหรือไหม้ความร้อน
รู้สึกเจ็บปวดบริเวณที่ทำหัตถการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อาการบวมหรือจับเจอเป็นก้อนไตแข็งๆ ที่ไม่ยุบลงแม้เวลาผ่านไปเกิน 2 สัปดาห์
มีไข้สูง ผิวหนังแดงอักเสบรุนแรง หรือมีน้ำเหลืองไหล — เป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
ผิวหนังบุ๋มลงไป หรือลูบไปแล้วรู้สึกเจอส่วนที่แข็งตัวผิดปกติ
ถึงแม้ว่าสัญญาณเตือนเหล่านี้จะพบได้ยากมาก แต่การรู้ล่วงหน้าจะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็นลงได้ครับ โดยปกติผลลัพธ์ในการฟื้นฟูคอลลาเจนของ Thermage จะเริ่มเห็นความตึงกระชับทันทีหลังทำเล็กน้อย จากนั้นจะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2 ถึง 6 เดือน ซึ่งระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สำหรับจังหวะเวลาในการกลับมาทำซ้ำ หากทำเร็วเกินไปอาจทำให้ผิวรับภาระหนักเกินไป แต่หากช้าเกินไปผลลัพธ์เดิมก็อาจจะหมดไปแล้ว ดังนั้นแนะนำประเมินการฟื้นตัวของผิวและปรึกษากับคุณหมอเพื่อกำหนดความถี่ที่เหมาะสมกับสุขภาพผิวที่สุดครับ อนึ่ง บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป สำหรับการพิจารณาทำหัตถการและการดูแลรักษาเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการโดยตรงดีที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ในวันแรกหลังทำ สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้เลยไหมคะ?
A. ในวันแรกสามารถล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติลูบเบาๆ ได้ครับ แต่ต้องระวังไม่ถูหน้าแรงๆ ส่วนการแต่งหน้านั้น แนะนำว่าวันแรกควรแต่งแบบบางเบาที่สุด แต่หากผิวยังมีอาการแดงหรือระคายเคืองอยู่ แนะนำให้เริ่มแต่งในวันถัดไปจะปลอดภัยกว่าครับ และควรให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดและเติมความชุ่มชื้นมากกว่าการแต่งหน้าหนาๆ นะครับ
Q. อาการบวมนานกว่าที่คิด แบบนี้เป็นเรื่องปกติไหมคะ?
A. โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการบวมจะค่อยๆ หายไปใน 2-3 วันหลังทำครับ ในบางท่านอาจมีอาการตึงบวมเบาๆ หลงเหลืออยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ ยุบลงเองครับ อย่างไรก็ตาม หากผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์แล้วยังมีอาการบวมเท่าเดิม หรือมีความรู้สึกว่าบวมเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดครับ
Q. การประคบเย็นช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นไหมคะ?
A. ในวันแรกหลังทำ การประคบเย็นเบาๆ ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น จะช่วยบรรเทาอาการร้อนผ่าวและลดอาการบวมได้ดีครับ แต่ห้ามใช้น้ำแข็งกดทับแรงๆ หรือประคบแช่ทิ้งไว้นานๆ เด็ดขาด และในทางกลับกัน ควรหลีกเลี่ยงการประคบร้อนในช่วงแรก เพราะความร้อนจะทำให้อาการบวมแดงหายช้าลงครับ
Q. ควรเว้นระยี่กี่วันถึงกลับไปออกกำลังกายได้ครับ?
A. สำหรับการเดินเล่นหรือกิจกรรมเบาๆ ในชีวิตประจำวันสามารถทำได้ตั้งแต่วันแรกเลยครับ แต่สำหรับการออกกำลังกายที่เหงื่อออกมาก หรือการเล่นเวทเทรนนิ่งหนักๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วและส่งผลให้หน้าแดงร้อน แนะนำให้งดในวันแรกก่อนครับ โดยสามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1-3 และกลับมาออกกำลังกายหนักตามปกติได้ตั้งแต่วันที่ 4-7 หลังทำเป็นต้นไปครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



