เราได้สรุป 3 วิธีเช็กง่ายๆ ทั้งใบรับรองเครื่องแท้ ประสบการณ์ของแพทย์ และการอธิบายในขั้นตอนปรึกษา เพื่อช่วยคุณเลือกคลินิกทำ Ulthermage ได้อย่างมั่นใจที่สุดค่ะ
การทำ Ulthera และ Thermage ร่วมกันในช่วงเวลาเดียวกัน มักจะถูกเรียกว่า Ulthermage ค่ะ แต่แม้จะเป็นการผสมผสานภายใต้ชื่อเดียวกัน รีวิวผลลัพธ์ที่ได้กลับมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก บางคนบอกว่าผ่านไป 3 เดือนแล้วกรอบหน้าชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่บางคนกลับบอกว่าไม่ค่อยรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเลย
ทำไมเครื่องมือที่ชื่อเหมือนกันถึงให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันขนาดนี้ล่ะ? นั่นเป็นเพราะว่าเครื่องมือทั้งสองชนิดนี้ ผู้ทำการรักษาจะต้องเป็นผู้ออกแบบว่า จะส่งพลังงานลงไปที่ความลึกระดับไหนและในปริมาณเท่าใด ดังนั้น การออกแบบการรักษาจึงมีผลต่อผลลัพธ์เป็นอย่างมาก ในความเป็นจริง แม้แต่ในรีวิวทางคลินิกที่สรุปเกี่ยวกับการยกกระชับด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound lifting) ยังแนะนำให้ ตรวจเช็กความหนาของเนื้อเยื่อด้วยภาพอัลตราซาวด์ก่อนทำการรักษาก่อน แล้วจึงเลือกความลึกของ transducer และจำนวนไลน์ นี่คือจุดที่หลายคนมักจะมองข้ามไปหากเลือกพิจารณาเพียงแค่จากรายชื่อเครื่องมือที่มีค่ะ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจองค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ
ทำไมการทำ Ulthermage เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถึงแตกต่างกัน
วิธีตรวจสอบเครื่องแท้และหัวทิป (consumables) แท้
สิ่งที่ควรพิจารณาจากประวัติและประสบการณ์ของผู้ทำการรักษา
คำถามที่แนะนำให้ถามในขั้นตอนการปรึกษา
ทำไมผลลัพธ์ของการทำโปรแกรมควบคู่ Ulthermage ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก
Ulthera จะรวบรวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงโฟกัสไปที่จุดเดียว เพื่อสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กในชั้นผิวที่ลึก ส่วน Thermage จะใช้คลื่นวิทยุ (RF) ในการกระจายความร้อนเพื่อฟื้นฟูผิวชั้นหนังแท้โดยรวม เนื่องจากชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายของทั้งสองเทคโนโลยีนั้นแตกต่างกัน จึงเกิดไอเดียในการทำทั้งสองโปรแกรมร่วมกันในช่วงเวลาเดียวกันค่ะ
แต่ประเด็นสำคัญคือ ชั้นผิวที่ลึกนี้ของแต่ละคนอยู่ในระดับที่ไม่เท่ากัน คนที่มีแก้มตอบกับคนที่มีแก้มเยอะจะมีระยะห่างจากผิวชั้นนอกสุดไปจนถึงชั้น SMAS ที่ต่างกัน และแม้จะเป็นคนเดียวกัน ระยะห่างบริเวณโหนกแก้มกับใต้คางก็ยังไม่เท่ากันด้วย หากตั้งค่าความลึกคงที่เท่ากันหมดแล้วทำทั่วทั้งใบหน้าด้วยวิธีเดียวกัน ในบางจุดพลังงานอาจจะส่งไปไม่ถึงชั้นผิวเป้าหมาย และในบางจุดพลังงานอาจจะลงไปที่ชั้นไขมันมากเกินไปจนเกิดผลข้างเคียงได้ค่ะ
ชั้น SMAS*: คือชั้นพังผืดบางๆ ที่อยู่ใต้ผิวหนังและชั้นไขมัน ซึ่งทำหน้าที่ช่วยรองรับโครงสร้างใบหน้าจากด้านล่าง

ยิ่งไปกว่านั้น หากบวกเรื่องของระยะห่างในการทำ ลำดับการทำ และการกระจายจำนวนช็อตในแต่ละส่วนเข้าไปด้วยแล้ว ปัจจัยที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทวีคูณ สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่รายชื่อเครื่องมือที่คุณเลือก แต่เป็นวิธีที่ใช้เครื่องมือนั้นๆ ต่างหาก ดังนั้น เวลาเลือกคลินิก เกณฑ์ในการพิจารณาจึงต้องมองลึกลงไปมากกว่าแค่คลินิกนั้นมีเครื่องมือนี้หรือไม่ค่ะ

เกณฑ์ข้อที่ 1 — วิธีเช็กเครื่องแท้และหัวทิปแท้
ความจริงแล้ว การจะแยกแยะว่าเป็นของแท้หรือไม่ในขณะที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้นั้นทำได้ยากค่ะ แต่เนื่องจากเครื่องมือทั้งสองชนิดนี้มีจุดสังเกตที่สามารถตรวจสอบได้ผ่านหน้าจอหลัก หากเราศึกษาข้อมูลเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า ก็จะสามารถสอบถามในขั้นตอนการปรึกษาได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
สำหรับ Ulthera เมื่อเริ่มทำการรักษา บนหน้าจอเครื่องจะแสดงสัญลักษณ์รับรองเครื่องแท้ และตัวคาร์ทริดจ์ (cartridge) ในแต่ละระดับความลึกก็จะอยู่ในสภาพที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนาก่อนเปิดใช้งาน ส่วน Thermage เมื่อตัวเครื่องรับรู้หัวทิปแล้ว จำนวนช็อตที่กำหนดสำหรับหัวทิปนั้นจะแสดงขึ้นบนหน้าจอ และในระหว่างทำการรักษา คุณจะเห็นว่าจำนวนช็อตที่เหลือค่อยๆ ลดลงอย่างชัดเจนค่ะ
คาร์ทริดจ์ (Cartridge)*: ชิ้นส่วนอุปกรณ์สิ้นเปลืองที่ใส่เข้ากับเครื่องยกกระชับ Ulthera โดยจะแบ่งประเภทตามระดับความลึกที่ต้องการส่งพลังงานลงไป
รายการตรวจสอบ | Ulthera | Thermage |
|---|---|---|
การแสดงผลของแท้ | หน้าจอเริ่มต้นแสดงคำแนะนำการรับรองของแท้ | หน้าจอแสดงข้อมูลของแท้หลังจากรับรู้หัวทิป |
ลักษณะอุปกรณ์สิ้นเปลือง | คาร์ทริดจ์ตามระดับความลึก ต้องปิดผนึกก่อนเปิดใช้งาน | จำนวนช็อตที่กำหนดไว้ต่อหนึ่งหัวทิป |
การตรวจสอบจำนวนคงเหลือ | จำนวนไลน์ (lines) ที่ทำไปแล้ว | จำนวนช็อตที่เหลือแสดงบนหน้าจอ |
การขอตรวจสอบเรื่องนี้อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจ แต่เนื่องจากโครงสร้างราคาการรักษาจะสะท้อนตามต้นทุนของหัวอุปกรณ์สิ้นเปลืองเหล่านี้โดยตรง ดังนั้น การเปิดเผยและพูดคุยกันอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องที่ดีต่อทั้งสองฝ่ายค่ะ หากคลินิกไหนสามารถอธิบายเหตุผลหรือแสดงหน้าจอให้ดูได้อย่างโปร่งใส คำอธิบายเหล่านั้นก็จะเป็นข้อมูลช่วยตัดสินใจที่ดีให้กับคุณได้ค่ะ

เกณฑ์ข้อที่ 2 — การพิจารณาจากประสบการณ์และประวัติการฝึกอบรมของผู้ทำการรักษา
อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นว่า แม้จะเป็นเครื่องมือชนิดเดียวกัน แต่การออกแบบระดับความลึกที่เหมาะสมคือตัวตัดสินผลลัพธ์ ดังนั้น เกณฑ์ข้อที่สองที่ต้องพิจารณาคือ "ใครเป็นผู้ออกแบบการรักษานั้น" สิ่งที่เราต้องดูก็คือ ความเข้มข้นของประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือนี้ มากกว่าเพียงแค่ตัวเลขอายุงานทั่วไปค่ะ
สำหรับ Ulthera หากองศาและแรงกดในการแนบตัว transducer เข้ากับผิวหนังคลาดเคลื่อนไปเพียงเล็กน้อย พลังงานก็อาจจะหลุดออกจากชั้นผิวเป้าหมายได้ทันที ส่วน Thermage ปริมาณการสะสมของความร้อนก็จะแตกต่างกันไปตามเทคนิคการทาบหัวทิปว่าจะวางซ้อนทับกันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทั้งสองเทคนิคนี้ล้วนเป็นทักษะที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญจากการลงมือทำซ้ำๆ จนชำนาญค่ะ
จากการศึกษาและติดตามผลผู้ที่รับการยกกระชับด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่า ณ วันที่ 90 หลังการรักษา กลุ่มตัวอย่างถึง 92% มีผลลัพธ์ผิวที่พัฒนาดีขึ้น ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นระดับความคาดหวังที่ได้จากการออกแบบการรักษาตามมาตรฐานทั่วไป ดังนั้น ผลลัพธ์จริงในแต่ละบุคคลจะออกมาใกล้เคียงกับระดับนี้มากน้อยเพียงใด จึงขึ้นอยู่กับทักษะการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลของผู้ทำการรักษาค่ะ


เกณฑ์ข้อที่ 3 — ในขั้นตอนการปรึกษา มีการอธิบายแผนการใช้จำนวนช็อตและความลึกอย่างชัดเจนหรือไม่
เกณฑ์ข้อที่สามสามารถสังเกตได้จากขั้นตอนการรับคำปรึกษาค่ะ การปรึกษาที่ดีคือผู้ให้คำปรึกษาต้องสามารถอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายว่า จะใช้ความลึกระดับใดกับบริเวณไหน และทำไมจึงแบ่งสัดส่วนเช่นนั้น ในทางกลับกัน หากเน้นย้ำแต่เพียงจำนวนช็อตรวมเยอะๆ โดยไม่มีการพูดถึงรายละเอียดการกระจายช็อตเลย แนะนำให้ลองเอ่ยปากถามเจาะลึกเพิ่มขึ้นอีกนิดค่ะ
คำถาม 3 ข้อที่ควรนำไปถาม ได้แก่ บริเวณใดบนใบหน้าที่จะใช้ความลึกระดับ 4.5 มม. และบริเวณใดที่จะใช้ระดับความลึกที่ตื้นกว่า, ระหว่าง Ulthera กับ Thermage ควรเลือกทำตัวไหนก่อนและควรเว้นระยะห่างเท่าใด, และจากสภาพผิวในวันนี้ มีส่วนไหนที่ควรเลี่ยงหรือเว้นไว้ก่อนหรือไม่ค่ะ
จำนวนช็อตไม่ได้แปลว่ายิ่งเยอะยิ่งดีเสมอไป แต่เป็นตัวเลขที่ต้องกำหนดให้เหมาะสมกับพื้นที่ใบหน้าและความหนาของเนื้อเยื่อของแต่ละคน แม้จะใช้ 300 ช็อตเท่ากัน แต่การออกแบบที่เน้นยิงจุดที่มีความหย่อนคล้อยเป็นพิเศษ กับการออกแบบที่กระจายยิงทั่วใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันค่ะ การที่แพทย์สามารถอธิบายความแตกต่างในส่วนนี้ให้คุณฟังได้หรือไม่ คือเกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจเลือกคลินิกค่ะ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เมื่อเราวางแผนการทำ Ulthera และ Thermage ร่วมกัน เราจะช่วยวางแผนการกระจายระดับความลึกตามแต่ละส่วนของใบหน้า รวมถึงระยะห่างที่เหมาะสมของการทำทั้งสองโปรแกรมให้ตั้งแต่ในขั้นตอนการปรึกษา แทนที่จะใช้วิธีตั้งค่าเดียวแล้วทำเหมือนกันทั่วทั้งหน้า เราจะทำการวิเคราะห์และออกแบบแยกส่วนระหว่างจุดที่หย่อนคล้อยต้องการการยกกระชับเป็นพิเศษ กับจุดที่ต้องการเพียงแค่การเสริมความยืดหยุ่นของผิวค่ะ
เราจะแกะกล่องคาร์ทริดจ์และหัวทิปแท้ให้คุณเห็นต่อหน้าในห้องรักษา และคุณยังสามารถร่วมตรวจสอบจำนวนช็อตคงเหลือที่แสดงบนหน้าจอไปพร้อมๆ กันได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้ เนื่องจากปฏิกิริยาการฟื้นฟูผิวของแต่ละบริเวณอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทางคลินิกจึงมีช่องทางติดต่อหลังการรักษาเปิดแสตนด์บายไว้คอยช่วยเหลือเสมอ อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไปเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อออกแบบการรักษาและระดับความลึกที่เหมาะสมกับคุณที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. สามารถทำ Ulthera และ Thermage ในวันเดียวกันเลยได้ไหม?
A. สามารถทำในวันเดียวกันได้ หรือจะเว้นระยะห่างในการทำก็ได้เช่นกันค่ะ ในทางทฤษฎีแล้ว พลังงานจะส่งไปที่ชั้นผิวคนละชั้นกันจึงไม่ทับซ้อนกันโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม หากผิวสะสมความร้อนในปริมาณมากพร้อมกันในครั้งเดียว อาจส่งผลให้มีอาการบวมหรือรู้สึกร้อนใต้ผิวที่ยาวนานขึ้นได้ แนะนำให้ประเมินจากความหนาของผิวและความสามารถในการฟื้นฟูผิวร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจค่ะ
Q. คลินิกที่ให้จำนวนช็อตเยอะๆ คือคลินิกที่ดีกว่าใช่ไหม?
A. จำนวนช็อตเป็นค่าที่ต้องกำหนดให้เหมาะสมกับพื้นที่ใบหน้าและความหนาของชั้นผิวของแต่ละบุคคล จึงไม่สามารถเปรียบเทียบจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวได้ค่ะ แม้จำนวนช็อตจะเท่ากัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามการออกแบบความลึกและการกระจายจุดยิงในแต่ละบริเวณ การได้รับฟังอธิบายเกี่ยวกับการกระจายช็อตจึงมีประโยชน์และสำคัญกว่าการดูแค่จำนวนช็อตรวมค่ะ
Q. สามารถขอดูเครื่องและหัวทิปแท้ระหว่างทำการรักษาได้เลยไหม?
A. สำหรับ Ulthera คุณสามารถตรวจสอบหน้าจอเริ่มต้นที่แสดงการรับรองของแท้รวมถึงขั้นตอนการแกะกล่องคาร์ทริดจ์ได้ค่ะ ส่วน Thermage คุณสามารถเช็กจำนวนช็อตคงเหลือหลังจากที่ระบบทำการสแกนหัวทิปแล้วได้เช่นกัน หากแจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาล่วงหน้า ก็จะช่วยให้สามารถร่วมตรวจสอบในห้องรักษาได้สะดวกยิ่งขึ้นค่ะ
Q. จะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้เมื่อไหร่?
A. ทันทีหลังทำเสร็จ คุณอาจรู้สึกถึงความกระชับตึงชั่วคราวจากการหดตัวของคอลลาเจนด้วยความร้อน ส่วนการเปลี่ยนแปลงจากการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่นั้น ปกติจะค่อยๆ แสดงผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือน ดังนั้น แม้ผ่านไป 1 เดือนแล้วจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ก็เพิ่งรีบด่วนตัดสินใจไปนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่
เพิ่งฉีดฟิลเลอร์แล้วอยากทำ Oligio X ความร้อน RF มีผลกับฟิลเลอร์แค่ไหน ควรเว้นกี่สัปดาห์ ทำอะไรก่อนดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?
แก้มตอบวัย 50 มาจากไขมันชั้นลึกที่ลดลง การออกแบบปริมาณ จุดฉีด และจำนวนครั้งจึงต่างจากวัย 30 ค่ะ

ร่างกาย
รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?
ทำไมคนผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อยกว่า มาดูเรื่องชั้นที่ฉีดและการแบ่งครั้งกันค่ะ

ผิว
เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?
อาการหวัดหรือไข้ต่ำ ๆ แบบไหนควรเลื่อนหัตถการ แบบไหนคุยกับแพทย์ก่อนได้ และควรรอนานแค่ไหนค่ะ

ผิว
กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?
ยาต้านเกล็ดเลือดและยาลดความดันมีผลกับรอยช้ำโดยตรง ทำไมต้องแจ้งคลินิกก่อน และทำไมไม่ควรหยุดยาเอง

ยกกระชับ
หากวางแผนจะทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage ควรมีเกณฑ์ในการเลือกคลินิกอย่างไรดีคะ?
เราได้สรุป 3 วิธีเช็กง่ายๆ ทั้งใบรับรองเครื่องแท้ ประสบการณ์ของแพทย์ และการอธิบายในขั้นตอนปรึกษา เพื่อช่วยคุณเลือกคลินิกทำ Ulthermage ได้อย่างมั่นใจที่สุดค่ะ



