• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

วัย 50 แก้มหย่อน Ulthera Prime vs Thermage

วัย 50 แก้มหย่อน Ulthera Prime vs Thermage

วัย 50 แก้มหย่อน Ulthera Prime vs Thermage

วัย 50+ แก้มหย่อน Ulthera Prime ยกชั้นลึก หรือ Thermage กระตุ้นคอลลาเจน ทำตัวไหนก่อน?

สำหรับวัย 50 ปีที่เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าในกระจกไม่เป๊ะเหมือนเก่า เมื่อเริ่มมองหาการยกกระชับใบหน้า จะต้องพบกับสองชื่อนี้อย่างแน่นอน นั่นก็คือ Ulthera Prime และ Thermage ครับ ทั้งสองโปรแกรมได้รับการแนะนำว่าช่วยยกแก้มที่หย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่พอฟังคำอธิบายไปเรื่อย ๆ หลายคนอาจจะยิ่งสับสนว่าควรเลือกทำตัวไหนก่อนดี

หากตอบแบบสั้น ๆ คือ ทั้งสองหัตถการนี้ทำงานกับชั้นผิวและใช้วิธีการส่งผ่านความร้อนที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าปัญหาแก้มหย่อนคล้อยของคุณมีสาเหตุมาจากอะไร หากมีความหย่อนคล้อยในผิวชั้นลึกอย่างเห็นได้ชัด แนะนำให้พิจารณา Ulthera Prime ก่อน แต่หากผิวโดยรวมขาดความยืดหยุ่นเป็นบริเวณกว้าง แนะนำให้พิจารณา Thermage ก่อนครับ ไม่มีตัวเลือกไหนที่ดีกว่ากันตลอดเวลา หัวใจสำคัญคือการวิเคราะห์ลักษณะความหย่อนคล้อยของผิวก่อนแล้วค่อยเลือกครับ

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)

เมื่ออ่านบทความนี้แล้วคุณจะ

  • สามารถแยกแยะได้ว่าปัญหาแก้มหย่อนคล้อยในวัย 50 ปี เกิดจากปัญหาที่ผิวชั้นบนหรือโครงสร้างผิวชั้นลึก

  • เข้าใจความแตกต่างของระดับความลึกและวิธีการทำงานของ Ulthera Prime และ Thermage

  • จับจุดได้ว่าควรเลือกพิจารณาตัวไหนก่อนตามประเภทความหย่อนคล้อยของตัวเอง

  • ทราบข้อควรเช็กก่อนทำและผลลัพธ์ที่อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

 

แก้มหย่อนคล้อยในวัย 50 ปี เกิดจากผิวชั้นบนหรือโครงสร้างชั้นลึกกันแน่

ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยมีผิวหลาย ๆ ชั้นเข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกันครับ เริ่มตั้งแต่ผิวชั้นนอกสุดอย่างหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ (Dermis)* ที่สูญเสียความยืดหยุ่น และลึกลงไปจะมีชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่เรียกว่า SMAS* ซึ่งทำหน้าที่พยุงการแสดงอารมณ์และวอลลุ่มของใบหน้า เมื่อเข้าสู่วัย 50 ปี คอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะลดลง ทำให้ผิวบางและหลวมขึ้น ขณะเดียวกันชั้น SMAS และเอ็นยึดผิว (Retaining Ligaments) ด้านในก็หลวมตามไปด้วย ส่งผลให้แก้มทั้งหมดหย่อนคล้อยลงมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งจาก งานวิจัยที่ระบุว่าการสังเคราะห์คอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ลดลงตามอายุที่มากขึ้น แสดงให้เห็นว่าปริมาณคอลลาเจนที่สร้างจากเซลล์สร้างเส้นใยผิว (Fibroblasts) ในผิวที่มีอายุนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด

Dermis*: คือชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้าโดยตรง เป็นจุดรวมของคอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่นที่ช่วยพยุงความยืดหยุ่นของผิวไว้

ดังนั้น แม้จะเป็นปัญหาแก้มหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่สาเหตุหลักของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปครับ บางคนอาจมีปัญหาผิวบางและริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิวชั้นนอกอย่างเด่นชัด ในขณะที่บางคนผิวชั้นนอกยังคงดูดีอยู่ แต่แก้มด้านในคล้อยลงมาทั้งยวงจนรู้สึกหนักใบหน้า การวิเคราะห์ลักษณะปัญหาตรงนี้ก่อน จะช่วยให้เราเริ่มต้นพูดคุยได้ว่าหัตถการไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุดครับ

ภาพตัดขวางชั้นผิวหน้าที่เกี่ยวข้องกับแก้มหย่อนคล้อยแก้มหย่อนคล้อยในวัย 50 ปี เกิดจากผิวชั้นบนหรือโครงสร้างชั้นลึกกันแน่

 

 

Ulthera Prime ส่งความร้อนเน้นชั้นลึก ส่วน Thermage ให้ความร้อนทั่วชั้นหนังแท้

Ulthera Prime จะปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (High-Intensity Focused Ultrasound: HIFU)* โฟกัสลงไปเป็นจุด เพื่อสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กในผิวชั้นลึกรวมถึงชั้น SMAS ในขณะที่จุดเหล่านี้กำลังฟื้นตัว เนื้อเยื่อจะหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งจาก งานวิจัยที่ระบุว่าคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ในผิวที่ร่วงโรยตามวัย ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นใยคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นหลังจากการทำหัตถการเช่นกันครับ

HIFU*: คือวิธีการส่งผ่านพลังงานความร้อนไปยังผิวชั้นลึกโดยการรวมพลังงานอัลตราซาวนด์ไว้ที่จุดเดียว ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทำงานเฉพาะกับชั้นลึกโดยไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นนอก

ฝั่ง Thermage จะใช้คลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF)* เพื่อส่งผ่านความร้อนเป็นบริเวณกว้างไปยังชั้นหนังแท้ โดยจะมีการพ่นความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นนอกควบคู่ไปกับการเพิ่มอุณหภูมิในชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและเรียงตัวใหม่ จาก งานวิจัยที่พบว่าคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยวช่วยปกป้องผิวชั้นนอกพร้อมกับให้ความร้อนแก่ชั้นหนังแท้เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของคอลลาเจน แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่ยอดเยี่ยมในการรักษาอุณหภูมิผิวชั้นนอกให้ต่ำไว้ ขณะที่เลือกส่งความร้อนเฉพาะเจาะจงไปยังชั้นหนังแท้ สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ตัวหนึ่งใช้วิธีโฟกัสลงลึกเป็นจุด ๆ ส่วนอีกตัวใช้วิธีส่งความร้อนอย่างสม่ำเสมอเป็นบริเวณกว้างทั่วชั้นหนังแท้ครับ

Monopolar RF*: คือวิธีการสร้างความร้อนในผิวชั้นลึกด้วยกระแสไฟฟ้าคลื่นความถี่วิทยุ ใช้สำหรับส่งความร้อนเป็นบริเวณกว้างไปยังชั้นหนังแท้พร้อมกับปกป้องผิวชั้นนอกด้วยระบบความเย็น

Ulthera Prime ส่งความร้อนเน้นชั้นลึก ส่วน Thermage ให้ความร้อนทั่วชั้นหนังแท้

 

 

เลือกหัตถการที่ใช่ตามประเภทความหย่อนคล้อย

เนื่องจากทั้งสองหัตถการทำงานกับระดับความลึกของผิวที่แตกต่างกัน การเลือกพิจารณาเป็นตัวแรกจึงขึ้นอยู่กับปัญหาความหย่อนคล้อยของคุณครับ หากโครงสร้างชั้น SMAS ด้านในมีความหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด การเลือก Ulthera Prime ที่เน้นจุดผิวชั้นลึกมักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากผิวชั้นหนังแท้ขาดความยืดหยุ่นเป็นบริเวณกว้าง การใช้ Thermage เพื่อส่งความร้อนทั่วบริเวณก็มักจะเป็นตัวเลือกแรกครับ

การจำแนก

Ulthera Prime

Thermage

วิธีการทำงาน

คลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (HIFU)

คลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF)

ชั้นผิวหลักที่ทำงาน

ชั้นลึกรวมถึงชั้น SMAS

ชั้นหนังแท้ทั้งหมด (Dermis)

รูปแบบการส่งผ่านความร้อน

แบบจุดเฉพาะเจาะจง

แบบกระจายสม่ำเสมอทั่วบริเวณ

กรณีที่แนะนำให้พิจารณาก่อน

เมื่อโครงสร้างผิวชั้นในหย่อนคล้อยอย่างเด่นชัด

เมื่อผิวขาดความยืดหยุ่นเป็นบริเวณกว้างในชั้นบน

ความลึกหลักในการทำงานตามชนิดหัตถการ

แน่นอนว่าระดับความลึกไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจทั้งหมดนะครับ แม้จะอยู่ในวัย 50 ปีเหมือนกัน แต่การตอบสนองอาจแตกต่างกันไปตามความหนาของผิว, ปริมาณไขมัน และพฤติกรรมการแสดงสีหน้าในชีวิตประจำวัน ดังนั้นบางท่านจึงเลือกทำทั้งสองหัตถการร่วมกันโดยแบ่งเป็นคนละช่วงเวลา นอกจากนี้ ความเร็วในการเห็นผลลัพธ์ก็แตกต่างกัน โดยการเปลี่ยนแปลงจากคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะค่อย ๆ อวดโฉมให้เห็นอย่างช้า ๆ ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ไปจนถึง 2-3 เดือน ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลจึงมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการทำเพียงครั้งเดียว การวางแผนทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ จะให้ผลลัพธ์ที่เสถียรและเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ

เลือกหัตถการที่ใช่ตามประเภทความหย่อนคล้อย

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

แนวทางของ Beautystone สาขาฮับจอง คือการออกแบบและปรับแต่งการผสมผสานทรีตเมนต์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกันในแต่ละเคสครับ แม้จะเป็นปัญหาแก้มหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่เราจะไม่แนะนำหัตถการเดียวกันให้กับผู้ที่มีปัญหาผิวชั้นนอกขาดความยืดหยุ่นกับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างผิวชั้นในหย่อนคล้อย แต่เราจะวิเคราะห์ลักษณะความหย่อนคล้อยก่อน จากนั้นจึงร่วมกันตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นจาก Ulthera Prime หรือ Thermage เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่สามารถเดินเท้ามาได้ง่าย ๆ จากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เราจึงสามารถดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความหนาของผิวและระยะเวลาการฟื้นตัวของคนไข้แต่ละท่าน เพื่อวางแผนการรักษาในก้าวต่อไปได้อย่างประณีตและไม่เร่งรีบครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

 

 

สิ่งที่ควรเช็กก่อนทำหัตถการ

การเตรียมตัวและเช็กข้อมูลบางประการก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมยกกระชับ จะช่วยให้คุณเข้าใจและยอมรับผลลัพธ์หลังทำได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้นครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจว่าผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปุบปับทันตาเห็นในทันที

  • ระยะเวลาในการเห็นผล — เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยทั่วไปมักจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 2-3 เดือนหลังทำครับ

  • ความแตกต่างระหว่างบุคคล — ขอบเขตการตอบสนองของผิวจะขึ้นอยู่กับความหนาของผิว, ปริมาณไขมัน และอายุของแต่ละท่านด้วยครับ

  • ปฏิกิริยาหลังทำ — ทันทีหลังทำเสร็จ อาจมีอาการแดง บวมชั่วคราว หรือรู้สึกตึง ๆ เจ็บระบมเมื่อกดผิว ซึ่งอาการเหล่านี้อาจคงอยู่ได้ประมาณ 2-3 วันครับ

  • ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ — แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมีรายงานว่าสามารถอยู่ได้นานตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงประมาณ 1 ปีครับ

  • ยารักษาโรคประจำตัวและประวัติการทำผิว — หากคุณกำลังรับประทานยาประจำตัว หรือมีประวัติการทำหัตถการอื่น ๆ มาก่อน กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าในขั้นตอนปรึกษานะครับ

การดูแลแก้มที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่จะเสร็จสิ้นได้ในพริบตาผ่านการทำหัตถการเพียงครั้งเดียว แต่เปรียบเสมือนกระบวนการที่ช่วยให้ผิวของคุณได้มีเวลาสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษากับหมอวี ยองจิน และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อตรวจประเมินว่าวิธีการทำงานใดที่เข้ากับคุณ และร่วมกันวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมครับ

สิ่งที่ควรเช็กก่อนทำหัตถการ

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. สามารถทำ Ulthera Prime พร้อมกับ Thermage ร่วมกันได้ไหมคะ?

A. เนื่องจากทั้งสองหัตถการทำงานกับชั้นผิวคนละชั้น จึงมีหลายท่านที่เลือกทำร่วมกันโดยแบ่งตามช่วงเวลาที่เหมาะสมครับ อย่างไรก็ตาม แทนที่จะทำพร้อมกันทั้งหมดในวันเดียว แพทย์มักจะแนะนำให้เว้นระยะห่างโดยดูการตอบสนองของผิวควบคู่ไปด้วย และการแนะนำแผนการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวจริงของคนไข้ จึงควรเข้ามาปรึกษารายบุคคลดีที่สุดครับ

Q. ถ้าเริ่มทำตอนอายุ 50 ปี จะสายเกินไปไหมคะ?

A. ไม่สายเกินไปแน่นอนครับ แต่ในกรณีที่ผิวมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ผลลัพธ์จากการทำเพียงครั้งเดียวอาจจะไม่ได้ว้าวเท่าที่คาดหวังไว้ จึงมักจะใช้วิธีแบ่งการทำออกเป็นหลาย ๆ รอบ หรือทำควบคู่กับหัตถการอื่น ๆ ร่วมด้วย การตั้งเป้าหมายของผลลัพธ์ให้ตรงกับสภาพผิวจริงตั้งแต่แรกจะช่วยให้พึงพอใจกับผลลัพธ์ได้ดีที่สุดครับ

Q. หลังทำเสร็จแล้วจะเห็นผลทันทีเลยไหมคะ?

A. ทันทีหลังทำเสร็จคุณอาจรู้สึกตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจากการเติมเต็มของคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึง 2-3 เดือนครับ อัตราการเห็นผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงไม่ควรใจร้อนจนเกินไปนะครับ

Q. ระหว่างทำจะเจ็บมากไหมคะ?

A. เนื่องจากทั้งสองหัตถการเป็นการส่งผ่านความร้อนลึกลงสู่ผิว จึงอาจมีความรู้สึกจี๊ด ๆ หรืออุ่นร้อนได้บ้างในระหว่างทำครับ ปัจจุบันเราสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสม หรือมีการแปะยาชาเพื่อช่วยลดความกังวลและความรู้สึกเจ็บลงได้มาก และเนื่องจากระดับความทนต่อความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน หากคุณกังวลเรื่องนี้สามารถแจ้งคุณหมอก่อนเริ่มทำเพื่อประสานงานดูแลได้อย่างเหมาะสมครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1