แยกสีรอยสิว ทำไมครีมขาวไม่ได้ผล พร้อมวิธีรักษาแรกของ 4 ประเภทในตารางเดียว
🔗 ไปยังบทความอื่น
ตัวตนที่แท้จริงของสิว — 1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว
ทางแยกที่ทิ้งรอยแผลเป็น — 2.1 ระดับความเสี่ยงแผลเป็นตามขนาดและประเภท
วิธีหยุดฟื้นฟูผิวตอนนี้ — 3.1 ความสำคัญของการกดหนอง · 3.2 เช็กให้ชัวร์ก่อนฉีดยาลดการอักเสบ
หลังจากสิวยุบตัวลงแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ แต่รู้ไหมคะว่าภายใต้คำว่า 'รอยสิว' นั้น จริง ๆ แล้วมีตัวการแฝงอยู่ถึง 4 ประเภทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ รอยดำ (สีน้ำตาล), รอยแดง, แผลเป็นหลุมสิว และแผลเป็นนูนค่ะ หลายคนอาจคิดว่าใช้ยาทาตัวเดียวจะรักษาได้หมด แต่ความจริงแล้วทั้ง 4 ประเภทนี้มีกลไกการเกิดที่ต่างกัน วิธีการรักษาจึงต้องแยกย่อยต่างกันไปด้วย หากใช้ยาผิดประเภทติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เสียโอกาสและเวลาในการรักษาอย่างถูกวิธีไปอย่างน่าเสียดายค่ะ
หลังจากสิวยุบตัวลงแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ แต่รู้ไหมคะว่าภายใต้คำว่า 'รอยสิว' นั้น จริง ๆ แล้วมีตัวการแฝงอยู่ถึง 4 ประเภทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ รอยดำ (สีน้ำตาล), รอยแดง, แผลเป็นหลุมสิว และแผลเป็นนูนค่ะ หลายคนอาจคิดว่าใช้ยาทาตัวเดียวจะรักษาได้หมด แต่ความจริงแล้วทั้ง 4 ประเภทนี้มีกลไกการเกิดที่ต่างกัน วิธีการรักษาจึงต้องแยกย่อยต่างกันไปด้วย หากใช้ยาผิดประเภทติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เสียโอกาสและเวลาในการรักษาอย่างถูกวิธีไปอย่างน่าเสียดายค่ะ
ต้องจำแนกประเภทของรอยสิวให้ออกก่อนค่ะ
รอยสิวทั้ง 4 ประเภทมีดังนี้ค่ะ: PIH* คือรอยดำ 'สีน้ำตาล' ที่เกิดจากเม็ดสีเมลานินสะสม PIE* คือรอย 'สีแดง' ที่เกิดจากหลอดเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ แผลเป็นแบบบุ๋ม (Atrophic Scar) คือ 'หลุมสิว' ที่เกิดจากการขาดคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ และแผลเป็นแบบนูน (Hypertrophic Scar) คือรอย 'นูนขึ้นมา' เนื่องจากคอลลาเจนเติบโตมากเกินไปค่ะ
ลองส่องกระจกใกล้ ๆ แล้วสังเกตสีและผิวสัมผัสของ rอยดูนะคะ รอยเรียบสีน้ำตาลคือ PIH, รอยเรียบสีแดงคือ PIE, ลองใช้นิ้วลูบผ่านแล้วรู้สึกบุ๋มลงไปเล็กน้อยคือแผลเป็นแบบบุ๋ม และถ้านูนขึ้นมาก็คือแผลเป็นนูนค่ะ
* PIH (Post-inflammatory Hyperpigmentation): สภาวะที่มีเมลานินสะสมในบริเวณที่เคยอักเสบมากเกินไป ทำให้เห็นเป็นรอยดำหรือสีน้ำตาล ความเร็วในการฟื้นฟูจะขึ้นอยู่กับว่าเมลานินนั้นอยู่ในชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นผิวแท้ค่ะ
* PIE (Post-inflammatory Erythema): สภาวะที่หลอดเลือดฝอยในชั้นผิวแท้ที่ขยายตัวจากการอักเสบยังไม่หดตัวลง มีลักษณะเป็นรอยสีแดง จุดเด่นคือเมื่อลองกดเบา ๆ รอยแดงจะหายไปชั่วขณะแล้วกลับมาแดงใหม่ค่ะ

รอยดำสีน้ำตาล (PIH) คือการต่อสู้กับรังสี UV ค่ะ
เมลานินใน PIH จะเข้มขึ้นเมื่อได้รับรังสี UV ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับ 1 ในการรักษาคือ 'การป้องกันแสงแดด' ค่ะ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน เน้นย้ำบริเวณที่เป็นรอยเป็นพิเศษ หากละเลยขั้นตอนนี้ ต่อให้ทำทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใสแค่ไหน ผิวก็จะไม่ฟื้นตัวค่ะ
ขั้นตอนถัดมาคือการทำเลเซอร์โทนนิ่งเพื่อปรับผิวขาวใส (เลเซอร์พลังงานต่ำ), ยาทากลุ่ม Tretinoin และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ส่วนใหญ่มักจะจางลงภายใน 3 ถึง 12 เดือน แต่หากเมลานินลงลึกไปถึงชั้นผิวแท้ อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้นและต้องการความช่วยเหลือจากเลเซอร์อย่าง IPL หรือ Picosecond laser ค่ะ

รอยแดง (PIE) เกิดจากหลอดเลือดที่ยังเหลืออยู่ค่ะ
PIE ไม่ใช่เมลานินแต่คือ 'หลอดเลือด' ค่ะ ดังนั้นยาทากลุ่มไวท์เทนนิ่งหรือ Tretinoin ที่รักษารอยดำจึงแทบจะไม่ได้ผล คำตอบที่ถูกต้องคือเลเซอร์ที่จับกับหลอดเลือดโดยเฉพาะค่ะ เครื่องมืออย่าง IPL, V-beam หรือ PDL (เลเซอร์รักษาหลอดเลือด) จะช่วยทำให้หลอดเลือดที่ขยายตัวจับตัวเป็นก้อนและลดรอยแดงลงได้ค่ะ
แม้ว่าร่างกายจะสามารถฟื้นฟูได้เองตามธรรมชาติ แต่จะช้ากว่า PIH โดยใช้เวลาประมาณ 6 ถึง 18 เดือน หากรอยแดงไม่จางลงนานกว่า 6 เดือน การทำเลเซอร์ลดรอยแดงเพียง 1-2 ครั้ง ก็สามารถช่วยให้รอยจางลงได้อย่างเห็นได้ชัดค่ะ หากสับสนระหว่าง PIH และ PIE ทายาไวท์เทนนิ่งไป 6 เดือนก็อาจจะยังไม่จางลงจนทำให้รู้สึกถอดใจได้ค่ะ

แผลเป็นหลุมสิว ต้องอาศัยการฟื้นฟูคอลลาเจนค่ะ
แผลเป็นหลุมสิวเกิดจากคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูเองได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ ในการรักษาคนไข้จริง หมอจะเลือกผสมผสานเครื่องมือต่าง ๆ ให้เหมาะกับประเภทแผลเป็นในการรักษาครั้งเดียว จากประสบการณ์ทางคลินิกของหมอวี ยองจิน การจับคู่ระหว่าง CO2 เลเซอร์ที่ควบคุมความลึกแบบจุด ร่วมกับ คิวร์เจ็ท ที่ช่วยจัดระเบียบผิวชั้นใน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
Ice pick scar* เป็นหลุมลึกแคบเหมือนโดนเจาะ จึงเหมาะกับการใช้ CO2 เลเซอร์เจาะลึกเฉพาะจุด ส่วน Boxcar จะมีขอบหลุมที่ชัดเจน จึงใช้ CO2 เลเซอร์ตัวเดียวกันเพื่อเจียขอบรอยต่อให้เรียบเนียนขึ้น และ Rolling scar ที่เป็นแอ่งกว้างและลาดเอียง จะเหมาะกับการใช้ คิวร์เจ็ท เพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวชั้นในค่ะ เนื่องจากแผลเป็นประเภทนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างผิวอย่างถาวร จึงไม่สามารถหายไปได้ในการรักษาครั้งเดียว แต่ หากรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 ปี ส่วนใหญ่แล้วจะดีขึ้นถึง 50-80% เลยค่ะ
* Ice pick scar: แผลเป็นหลุมสิวที่มีลักษณะแคบและลึกคล้ายโดนเจาะ เนื่องจากมีความลึกมาก การเลเซอร์ผิวภายนอกทั่วไปจึงเติมเต็มได้ยาก การรักษาด้วยวิธีแต้มกรดอย่าง TCA CROSS หรือการผ่าตัดเล็กตัดหลุมสิว (Punch excision) จะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าค่ะ

แผลเป็นนูน (คีลอยด์) ต้องรักษาในแนวทางของการกดทับลงไปค่ะ
แผลเป็นนูนและคีลอยด์เกิดจากคอลลาเจนที่เจริญเติบโต 'มากเกินไป' ซึ่งเป็นปัญหาตรงกันข้ามกับหลุมสิวโดยสิ้นเชิง วิธีการรักษาจึงไม่ใช่การเติมเต็ม แต่เป็นการทำให้ 'ยุบลง' ค่ะ การฉีด Triamcinolone (ยาลดคีลอยด์) ที่หมอเคยอธิบายไว้ในพาร์ทที่ 4 ถือเป็นทางเลือกแรก โดยฉีดห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ ครั้งละ 1-3 รอบ รอยนูนก็จะค่อย ๆ ยุบลงในแต่ละรอบที่ฉีดค่ะ
การแปะแผ่นซิลิโคนเจล (Silicone gel sheet) ที่บ้านก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ หากเป็นบริเวณที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นคีลอยด์ได้ง่าย อาจต้องใช้แนวทางการรักษาเชิงรุกร่วมกัน เช่น การผ่าตัดออกควบคู่กับการทำรังสีรักษาหรือการฉีดยาเพิ่ม เนื่องจากแผ่นหลังหรือหน้าอกเป็นบริเวณที่เกิดคีลอยด์ได้ง่าย การรีบฉีดยาลดการอักเสบตามที่แนะนำในพาร์ทที่ 4 ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้แผลเป็นขยายใหญ่ขึ้นได้ดีที่สุดค่ะ
สรุปเรื่องรอยสิวทั้ง 4 ประเภทในตารางเดียวได้ดังนี้ค่ะ
ประเภท | ลักษณะเด่น | การรักษาเบื้องต้น | ระยะเวลาฟื้นตัว |
|---|---|---|---|
รอยดำ (PIH) | เมลานินสะสม | ป้องกันแสงแดด + เลเซอร์ปรับผิวใส (Toning)·Tretinoin·วิตามินซี | 3~12 เดือน |
รอยแดง (PIE) | หลอดเลือดฝอยขยายตัว | เลเซอร์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด เช่น IPL·V-beam·PDL | 6~18 เดือน |
แผลเป็นหลุมสิว | คอลลาเจนถูกทำลาย | CO2 เลเซอร์ · คิวร์เจ็ท (เลือกใช้และผสมผสานตามรูปแบบแผลเป็น) | ถาวร — ดีขึ้น 50~80% เมื่อรักษาต่อเนื่อง 1 ปี |
แผลเป็นนูน·คีลอยด์ | คอลลาเจนโตเกินขนาด | ฉีดกดยุบ Triamcinolone · แผ่นซิลิโคน · (หากเป็นคีลอยด์ใช้วิธีผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสี) | ถาวร — ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง |
รอยจากสิวไม่ใช่ 'ศัตรูชนิดเดียวกัน' ทั้งหมดนะคะ ต้องแยกให้ออกก่อนว่าเป็นเรื่องของสีผิวหรือผิวสัมผัส เป็นหลุมสิวหรือแผลเป็นนูน จากนั้นจึงเลือกแนวทางการรักษาที่ตรงจุดที่สุด จะได้ไม่เสียเวลาค่ะ หากย้อนกลับไปอ่านบทความแรกสุดของซีรีส์นี้เพื่อดู 'วิธีป้องกันไม่ให้รอยสิวบานปลายตั้งแต่แรก' ควบคู่กันไปด้วยจะดีมาก ๆ เลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทายาไวท์เทนนิ่งรักษารอยดำมา 6 เดือนแล้วทำไมยังไม่หายคะ?
เป็นไปได้สูงมากจาก 2 สาเหตุนี้ค่ะ ข้อแรก จริง ๆ แล้วรอยนั้นคือ PIE (รอยแดง) แต่คุณพยายามใช้ยารักษารอยดำ ข้อที่สอง เมลานินตกค้างลึกไปถึงชั้นผิวแท้ทำให้ยาทาชะลอการเห็นผลลง หากลองส่องกระจกดูสีผิวใกล้ ๆ อีกครั้ง หรือเข้ามาปรึกษาเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง จะช่วยประหยัดเวลาในการรักษาได้มากค่ะ
Q. หลุมสิวจะตื้นขึ้นเองตามธรรมชาติได้ไหมคะ?
แทบจะไม่ตื้นขึ้นเองเลยค่ะ เพราะแผลเป็นหลุมสิวคือการสูญเสียของคอลลาเจนในผิวชั้นแท้ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้เวลาผ่านไปขนาดไหนรอยหลุมก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิมค่ะ อย่างไรก็ตาม หากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 1 ปี จะสามารถช่วยให้ขนาดและระดับความลึกของหลุมสิวตื้นขึ้นและดีขึ้นได้อย่างชัดเจนค่ะ ยิ่งรักษาเร็วเลเวลความปังยิ่งดีขึ้นนะคะ
Q. มีบริเวณไหนที่เกิดคีลอยด์ได้ง่ายเป็นพิเศษไหมคะ?
บริเวณหัวไหล่, กลางหน้าอก, หลังส่วนบน และติ่งหู คือจุดที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากค่ะ หากพบสิวอักเสบขนาดใหญ่ (Nodule/Cyst) ในบริเวณเหล่านี้ ควรรีบมารักษากดอาการด้วยการฉีด Triamcinolone ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันการเกิดคีลอยด์ตั้งแต่แรกค่ะ หากปล่อยไว้จนรอยแผลเป็นขยายตัวใหญ่ขึ้น จะต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษาที่มากขึ้นค่ะ
บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

ยกกระชับ
Thermage FLX ร้อนขนาดนั้น ทำไมผิวชั้นบนถึงไม่ไหม้?
หัวทำความเย็นของ Thermage FLX ปกป้องผิวชั้นบนยังไงขณะส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้ พร้อมแนวทางดูแลจากโซล

ผิว
Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?
หัวทิปแต่ละแบบของ Potenza ต่างกันยังไง เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ทั้งรูขุมขนและหลุมสิว พร้อมแนวทางดูแล

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?
Ellanse (PCL) กับ Radiesse (CaHA) ต่างกันที่ส่วนประกอบและวิธีกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงระยะเวลาอยู่ได้

ผิว
เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?
เลเซอร์โทนนิงหลังทำแล้วเห็นสีผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่าง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พร้อมวิธีดูแลและข้อควรระวัง

ผิว
สกินบูสเตอร์สำหรับผิวมันหน้าร้อน เลือกตัวไหนดี?
หน้าร้อนผิวมันแต่ข้างในแห้ง เลือกสกินบูสเตอร์แบบไหนดี รวมชนิด จังหวะทำ และวิธีดูแลหลังทำ



