• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

"ทาครีมขาว 6 เดือน รอยสิวไม่จาง เพราะรักษาผิดจุด"

"ทาครีมขาว 6 เดือน รอยสิวไม่จาง เพราะรักษาผิดจุด"

"ทาครีมขาว 6 เดือน รอยสิวไม่จาง เพราะรักษาผิดจุด"

แยกสีรอยสิว ทำไมครีมขาวไม่ได้ผล พร้อมวิธีรักษาแรกของ 4 ประเภทในตารางเดียว

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

🔗 ไปยังบทความอื่น

ตัวตนที่แท้จริงของสิว1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว

ทางแยกที่ทิ้งรอยแผลเป็น2.1 ระดับความเสี่ยงแผลเป็นตามขนาดและประเภท

วิธีหยุดฟื้นฟูผิวตอนนี้3.1 ความสำคัญของการกดหนอง · 3.2 เช็กให้ชัวร์ก่อนฉีดยาลดการอักเสบ

หลังจากสิวยุบตัวลงแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ แต่รู้ไหมคะว่าภายใต้คำว่า 'รอยสิว' นั้น จริง ๆ แล้วมีตัวการแฝงอยู่ถึง 4 ประเภทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ รอยดำ (สีน้ำตาล), รอยแดง, แผลเป็นหลุมสิว และแผลเป็นนูนครับ หลายคนอาจคิดว่าใช้ยาทาตัวเดียวจะรักษาได้หมด แต่ความจริงแล้วทั้ง 4 ประเภทนี้มีกลไกการเกิดที่ต่างกัน วิธีการรักษาจึงต้องแยกย่อยต่างกันไปด้วย หากใช้ยาผิดประเภทติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เสียโอกาสและเวลาในการรักษาอย่างถูกวิธีไปอย่างน่าเสียดายครับ

หลังจากสิวยุบตัวลงแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ แต่รู้ไหมคะว่าภายใต้คำว่า 'รอยสิว' นั้น จริง ๆ แล้วมีตัวการแฝงอยู่ถึง 4 ประเภทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ รอยดำ (สีน้ำตาล), รอยแดง, แผลเป็นหลุมสิว และแผลเป็นนูนครับ หลายคนอาจคิดว่าใช้ยาทาตัวเดียวจะรักษาได้หมด แต่ความจริงแล้วทั้ง 4 ประเภทนี้มีกลไกการเกิดที่ต่างกัน วิธีการรักษาจึงต้องแยกย่อยต่างกันไปด้วย หากใช้ยาผิดประเภทติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เสียโอกาสและเวลาในการรักษาอย่างถูกวิธีไปอย่างน่าเสียดายครับ

 

ต้องจำแนกประเภทของรอยสิวให้ออกก่อนครับ

รอยสิวทั้ง 4 ประเภทมีดังนี้ครับ: PIH* คือรอยดำ 'สีน้ำตาล' ที่เกิดจากเม็ดสีเมลานินสะสม PIE* คือรอย 'สีแดง' ที่เกิดจากหลอดเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ แผลเป็นแบบบุ๋ม (Atrophic Scar) คือ 'หลุมสิว' ที่เกิดจากการขาดคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ และแผลเป็นแบบนูน (Hypertrophic Scar) คือรอย 'นูนขึ้นมา' เนื่องจากคอลลาเจนเติบโตมากเกินไปครับ

ลองส่องกระจกใกล้ ๆ แล้วสังเกตสีและผิวสัมผัสของ rอยดูนะครับ รอยเรียบสีน้ำตาลคือ PIH, รอยเรียบสีแดงคือ PIE, ลองใช้นิ้วลูบผ่านแล้วรู้สึกบุ๋มลงไปเล็กน้อยคือแผลเป็นแบบบุ๋ม และถ้านูนขึ้นมาก็คือแผลเป็นนูนครับ

* PIH (Post-inflammatory Hyperpigmentation): สภาวะที่มีเมลานินสะสมในบริเวณที่เคยอักเสบมากเกินไป ทำให้เห็นเป็นรอยดำหรือสีน้ำตาล ความเร็วในการฟื้นฟูจะขึ้นอยู่กับว่าเมลานินนั้นอยู่ในชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นผิวแท้ครับ

* PIE (Post-inflammatory Erythema): สภาวะที่หลอดเลือดฝอยในชั้นผิวแท้ที่ขยายตัวจากการอักเสบยังไม่หดตัวลง มีลักษณะเป็นรอยสีแดง จุดเด่นคือเมื่อลองกดเบา ๆ รอยแดงจะหายไปชั่วขณะแล้วกลับมาแดงใหม่ครับ

ต้องจำแนกประเภทของรอยสิวให้ออกก่อนครับ

 

 

รอยดำสีน้ำตาล (PIH) คือการต่อสู้กับรังสี UV ครับ

เมลานินใน PIH จะเข้มขึ้นเมื่อได้รับรังสี UV ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับ 1 ในการรักษาคือ 'การป้องกันแสงแดด' ครับ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน เน้นย้ำบริเวณที่เป็นรอยเป็นพิเศษ หากละเลยขั้นตอนนี้ ต่อให้ทำทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใสแค่ไหน ผิวก็จะไม่ฟื้นตัวครับ

ขั้นตอนถัดมาคือการทำเลเซอร์โทนนิ่งเพื่อปรับผิวขาวใส (เลเซอร์พลังงานต่ำ), ยาทากลุ่ม Tretinoin และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ส่วนใหญ่มักจะจางลงภายใน 3 ถึง 12 เดือน แต่หากเมลานินลงลึกไปถึงชั้นผิวแท้ อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้นและต้องการความช่วยเหลือจากเลเซอร์อย่าง IPL หรือ Picosecond laser ครับ

รอยดำสีน้ำตาล (PIH) คือการต่อสู้กับรังสี UV ครับ

 

 

รอยแดง (PIE) เกิดจากหลอดเลือดที่ยังเหลืออยู่ครับ

PIE ไม่ใช่เมลานินแต่คือ 'หลอดเลือด' ครับ ดังนั้นยาทากลุ่มไวท์เทนนิ่งหรือ Tretinoin ที่รักษารอยดำจึงแทบจะไม่ได้ผล คำตอบที่ถูกต้องคือเลเซอร์ที่จับกับหลอดเลือดโดยเฉพาะครับ เครื่องมืออย่าง IPL, V-beam หรือ PDL (เลเซอร์รักษาหลอดเลือด) จะช่วยทำให้หลอดเลือดที่ขยายตัวจับตัวเป็นก้อนและลดรอยแดงลงได้ครับ

แม้ว่าร่างกายจะสามารถฟื้นฟูได้เองตามธรรมชาติ แต่จะช้ากว่า PIH โดยใช้เวลาประมาณ 6 ถึง 18 เดือน หากรอยแดงไม่จางลงนานกว่า 6 เดือน การทำเลเซอร์ลดรอยแดงเพียง 1-2 ครั้ง ก็สามารถช่วยให้รอยจางลงได้อย่างเห็นได้ชัดครับ หากสับสนระหว่าง PIH และ PIE ทายาไวท์เทนนิ่งไป 6 เดือนก็อาจจะยังไม่จางลงจนทำให้รู้สึกถอดใจได้ครับ

รอยแดง (PIE) เกิดจากหลอดเลือดที่ยังเหลืออยู่ครับ

 

 

แผลเป็นหลุมสิว ต้องอาศัยการฟื้นฟูคอลลาเจนครับ

แผลเป็นหลุมสิวเกิดจากคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูเองได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ ในการรักษาคนไข้จริง หมอจะเลือกผสมผสานเครื่องมือต่าง ๆ ให้เหมาะกับประเภทแผลเป็นในการรักษาครั้งเดียว จากประสบการณ์ทางคลินิกของหมอวี ยองจิน การจับคู่ระหว่าง CO2 เลเซอร์ที่ควบคุมความลึกแบบจุด ร่วมกับ คิวร์เจ็ท ที่ช่วยจัดระเบียบผิวชั้นใน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

Ice pick scar* เป็นหลุมลึกแคบเหมือนโดนเจาะ จึงเหมาะกับการใช้ CO2 เลเซอร์เจาะลึกเฉพาะจุด ส่วน Boxcar จะมีขอบหลุมที่ชัดเจน จึงใช้ CO2 เลเซอร์ตัวเดียวกันเพื่อเจียขอบรอยต่อให้เรียบเนียนขึ้น และ Rolling scar ที่เป็นแอ่งกว้างและลาดเอียง จะเหมาะกับการใช้ คิวร์เจ็ท เพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวชั้นในครับ เนื่องจากแผลเป็นประเภทนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างผิวอย่างถาวร จึงไม่สามารถหายไปได้ในการรักษาครั้งเดียว แต่ หากรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 ปี ส่วนใหญ่แล้วจะดีขึ้นถึง 50-80% เลยครับ

* Ice pick scar: แผลเป็นหลุมสิวที่มีลักษณะแคบและลึกคล้ายโดนเจาะ เนื่องจากมีความลึกมาก การเลเซอร์ผิวภายนอกทั่วไปจึงเติมเต็มได้ยาก การรักษาด้วยวิธีแต้มกรดอย่าง TCA CROSS หรือการผ่าตัดเล็กตัดหลุมสิว (Punch excision) จะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าครับ

แผลเป็นหลุมสิว ต้องอาศัยการฟื้นฟูคอลลาเจนครับ

 

 

แผลเป็นนูน (คีลอยด์) ต้องรักษาในแนวทางของการกดทับลงไปครับ

แผลเป็นนูนและคีลอยด์เกิดจากคอลลาเจนที่เจริญเติบโต 'มากเกินไป' ซึ่งเป็นปัญหาตรงกันข้ามกับหลุมสิวโดยสิ้นเชิง วิธีการรักษาจึงไม่ใช่การเติมเต็ม แต่เป็นการทำให้ 'ยุบลง' ครับ การฉีด Triamcinolone (ยาลดคีลอยด์) ที่หมอเคยอธิบายไว้ในพาร์ทที่ 4 ถือเป็นทางเลือกแรก โดยฉีดห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ ครั้งละ 1-3 รอบ รอยนูนก็จะค่อย ๆ ยุบลงในแต่ละรอบที่ฉีดครับ

การแปะแผ่นซิลิโคนเจล (Silicone gel sheet) ที่บ้านก็ช่วยได้เช่นกันครับ หากเป็นบริเวณที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นคีลอยด์ได้ง่าย อาจต้องใช้แนวทางการรักษาเชิงรุกร่วมกัน เช่น การผ่าตัดออกควบคู่กับการทำรังสีรักษาหรือการฉีดยาเพิ่ม เนื่องจากแผ่นหลังหรือหน้าอกเป็นบริเวณที่เกิดคีลอยด์ได้ง่าย การรีบฉีดยาลดการอักเสบตามที่แนะนำในพาร์ทที่ 4 ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้แผลเป็นขยายใหญ่ขึ้นได้ดีที่สุดครับ

สรุปเรื่องรอยสิวทั้ง 4 ประเภทในตารางเดียวได้ดังนี้ครับ

ประเภท

ลักษณะเด่น

การรักษาเบื้องต้น

ระยะเวลาฟื้นตัว

รอยดำ (PIH)

เมลานินสะสม

ป้องกันแสงแดด + เลเซอร์ปรับผิวใส (Toning)·Tretinoin·วิตามินซี

3~12 เดือน

รอยแดง (PIE)

หลอดเลือดฝอยขยายตัว

เลเซอร์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด เช่น IPL·V-beam·PDL

6~18 เดือน

แผลเป็นหลุมสิว

คอลลาเจนถูกทำลาย

CO2 เลเซอร์ · คิวร์เจ็ท (เลือกใช้และผสมผสานตามรูปแบบแผลเป็น)

ถาวร — ดีขึ้น 50~80% เมื่อรักษาต่อเนื่อง 1 ปี

แผลเป็นนูน·คีลอยด์

คอลลาเจนโตเกินขนาด

ฉีดกดยุบ Triamcinolone · แผ่นซิลิโคน · (หากเป็นคีลอยด์ใช้วิธีผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสี)

ถาวร — ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

รอยจากสิวไม่ใช่ 'ศัตรูชนิดเดียวกัน' ทั้งหมดนะครับ ต้องแยกให้ออกก่อนว่าเป็นเรื่องของสีผิวหรือผิวสัมผัส เป็นหลุมสิวหรือแผลเป็นนูน จากนั้นจึงเลือกแนวทางการรักษาที่ตรงจุดที่สุด จะได้ไม่เสียเวลาครับ หากย้อนกลับไปอ่านบทความแรกสุดของซีรีส์นี้เพื่อดู 'วิธีป้องกันไม่ให้รอยสิวบานปลายตั้งแต่แรก' ควบคู่กันไปด้วยจะดีมาก ๆ เลยครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทายาไวท์เทนนิ่งรักษารอยดำมา 6 เดือนแล้วทำไมยังไม่หายครับ?

เป็นไปได้สูงมากจาก 2 สาเหตุนี้ครับ ข้อแรก จริง ๆ แล้วรอยนั้นคือ PIE (รอยแดง) แต่คุณพยายามใช้ยารักษารอยดำ ข้อที่สอง เมลานินตกค้างลึกไปถึงชั้นผิวแท้ทำให้ยาทาชะลอการเห็นผลลง หากลองส่องกระจกดูสีผิวใกล้ ๆ อีกครั้ง หรือเข้ามาปรึกษาเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง จะช่วยประหยัดเวลาในการรักษาได้มากครับ

Q. หลุมสิวจะตื้นขึ้นเองตามธรรมชาติได้ไหมคะ?

แทบจะไม่ตื้นขึ้นเองเลยครับ เพราะแผลเป็นหลุมสิวคือการสูญเสียของคอลลาเจนในผิวชั้นแท้ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้เวลาผ่านไปขนาดไหนรอยหลุมก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิมครับ อย่างไรก็ตาม หากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 1 ปี จะสามารถช่วยให้ขนาดและระดับความลึกของหลุมสิวตื้นขึ้นและดีขึ้นได้อย่างชัดเจนครับ ยิ่งรักษาเร็วเลเวลความปังยิ่งดีขึ้นนะครับ

Q. มีบริเวณไหนที่เกิดคีลอยด์ได้ง่ายเป็นพิเศษไหมคะ?

บริเวณหัวไหล่, กลางหน้าอก, หลังส่วนบน และติ่งหู คือจุดที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากครับ หากพบสิวอักเสบขนาดใหญ่ (Nodule/Cyst) ในบริเวณเหล่านี้ ควรรีบมารักษากดอาการด้วยการฉีด Triamcinolone ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันการเกิดคีลอยด์ตั้งแต่แรกครับ หากปล่อยไว้จนรอยแผลเป็นขยายตัวใหญ่ขึ้น จะต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษาที่มากขึ้นครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1