คู่มือทำโบท็อกซ์และฟิลเลอร์พร้อมกัน สำหรับคนอยากจบครั้งเดียว ครบตั้งแต่ลำดับแนะนำถึงตารางพักฟื้น

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
หนึ่งในคำถามที่หมอบ่อยที่สุดในห้องตรวจก็คือ "ครั้งนี้อยากทำทีเดียวพร้อมกันทั้งหมดเลยค่ะ" เช่น อยากฉีดโบท็อกซ์ลดกรามกับฟิลเลอร์ปากให้เสร็จในวันเดียว หรืออยากฉีดโบท็อกซ์ระหว่างคิ้วแล้วก็อยากทำฟิลเลอร์ร่องแก้มไปด้วยเลย
ถ้าให้สรุปตั้งแต่แรกเลยก็คือ การทำพร้อมกันในวันเดียวกันนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรครับ เพียงแต่ว่าจะมี ขั้นตอนการรับบริการที่แนะนำ แยกต่างหาก และบางบริเวณคู่กันก็ควรเลี่ยงไม่ทำวันเดียวกันจะดีกว่า ที่สำคัญที่สุดคือถ้าทำทุกอย่างพร้อมกันหมดในคราวเดียว เวลาบวมหรือช้ำขึ้นมาเราจะแยกแยะยากมากว่าเกิดจากตัวไหน ซึ่งนี่แหละครับที่เป็นตัวแปรที่ใหญ่ที่สุด
เหตุผลที่ทำวันเดียวกันได้ และทำไมบางอย่างถึงไม่ควรทำ
โบท็อกซ์กับฟิลเลอร์มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ต่างกันครับ โบท็อกซ์เป็นยาที่ช่วยบล็อกสัญญาณประสาทของกล้ามเนื้อเพื่อลดการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากแสดงอารมณ์ ส่วนฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มในจุดที่ตอบหรือช่วยปรับรูปหน้า ถึงแม้จะฉีดบริเวณเดียวกัน แต่ตัวยาก็จะเข้าไปอยู่ในชั้นผิวที่แตกต่างกันครับ
ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นไม่ใช่ตัวหัตถการเองหรอกครับ แต่เป็นเพราะผิวหนังบริเวณนั้นได้รับความบอบช้ำมากเกินไปในครั้งเดียว หากฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และคอลลาเจน skin booster เข้าไปที่จุดเดียวกันทั้งหมดในคราวเดียว อาการบวมจะอยู่นานขึ้น และหากเกิดผลข้างเคียงขึ้นมาก็จะหาสาเหตุยากว่าเกิดจากตัวไหน ดังนั้นปกติแล้วถ้าเป็นคนละบริเวณกัน หรือทำไม่เกิน 2 หัตถการ การทำในวันเดียวกันจะดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่าครับ

ขั้นตอนการรับบริการที่แนะนำ: โบท็อกซ์ก่อน ฟิลเลอร์ทีหลัง
หากต้องการทำในวันเดียวกัน ปกติแล้วจะแนะนำให้ทำโบท็อกซ์ก่อนแล้วตามด้วยฟิลเลอร์ครับ เนื่องจากโบท็อกซ์จะมีรอยเข็มขนาดเล็กและแทบไม่มีอาการบวม ทำให้หลังจากฉีดเสร็จยังสามารถส่องกระจกเช็กรูปหน้าได้ง่าย ส่วนฟิลเลอร์นั้นจะเริ่มเห็นวอลลุ่มทันทีหลังทำ ดังนั้นการปรับไลน์ใบหน้าด้วยโบท็อกซ์ก่อน แล้วค่อยเติมเต็มวอลลุ่มด้วยฟิลเลอร์จึงเป็นวิธีที่ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
ในทางกลับกัน หากฉีดฟิลเลอร์ก่อนแล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์ วอลลุ่มที่สร้างจากฟิลเลอร์อาจจะถูกเบียดหรือเคลื่อนตัวเล็กน้อยจากการกดหรือฉีดโบท็อกซ์ได้ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ในจุดที่ต้องใช้ความละเอียดสูงอย่างปลายจมูกก็อาจส่งผลกระทบได้ครับ ดังนั้นก่อนทำ แทนที่จะปล่อยให้คุณหมอทำไปเลย แนะนำให้ลองเช็กกับคุณหมอก่อนสักนิดว่าวันนี้จะทำตัวไหนก่อนหลังนะครับ

คู่หัตถการที่เลี่ยงทำวันเดียวกันจะดีกว่า
กรณีที่มี 2 หัตถการทับซ้อนกันในบริเวณเดียวกัน หลายคนเลือกที่จะเลี่ยงไม่ทำวันเดียวกันครับ ตัวอย่างเช่น โบท็อกซ์ระหว่างคิ้วกับฟิลเลอร์ระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นจุดเดียวกันเป๊ะ หากทำพร้อมกันหมด อาการบวมและรอยช้ำจะไปกระจุกตัวอยู่ตรงนั้นที่เดียว ทำให้ประเมินผลลัพธ์ได้ยาก การฉีดโบท็อกซ์เพื่อสยบริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ก่อน แล้วค่อยมาเติมฟิลเลอร์เก็บรายละเอียดร่องลึกในอีก 1-2 สัปดาห์ถัดไป จะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่ามากครับ
อีกกรณีหนึ่งคือ วันที่วางแผนจะทำหัตถการหลายอย่างอยู่แล้ว แล้วต้องการเพิ่มหัตถการใหม่เข้าไปอีก เช่น ในวันที่ต้องฉีดโบท็อกซ์กรามและโบท็อกซ์บ่าซึ่งใช้ปริมาณยูนิตค่อนข้างเยอะ หากจะเพิ่มฟิลเลอร์ปากเข้าไปด้วย จะทำให้ใช้เวลานานขึ้น อาการระบม ยาชา และรอยช้ำจะสะสมพร้อมกันหมด ส่งผลให้ระยะเวลาพักฟื้นยาวนานขึ้นตามไปด้วย แถมการนัดคิวเพื่อมาเก็บรายละเอียดในจุดเดิมก็อาจจะทำได้ยากขึ้นครับ

ระยะเวลาพักฟื้น — ทำไมหลายคนถึงเลือกแยกทำทีละอย่าง
แม้ว่าการรวบยอดทำวันเดียวกันจะดูสะดวกและประหยัดเวลา แต่ก็มีหลายท่านที่ชอบแยกทำทีละส่วนมากกว่าครับ เหตุผลหลักเลยคือเราจะไม่รู้เลยว่าอาการบวมหรือรอยช้ำนั้นมาจากตัวไหนกันแน่ ถ้าฉีดแค่โบท็อกซ์อย่างเดียว วันรุ่งขึ้นก็สามารถไปทำงานได้ตามปกติ แต่ถ้าทำฟิลเลอร์ร่วมด้วยในวันเดียวกัน บางจุดอาจจะมีอาการบวมหลงเหลืออยู่ประมาณ 2-5 วันเลยครับ
นอกจากนี้ หลายคนยังชอบดูผลลัพธ์หลังทำไปสัก 1-2 สัปดาห์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเติมเพิ่มตรงไหนดี เพราะโบท็อกซ์จะเริ่มเข้าที่ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-4 ส่วนฟิลเลอร์จะเริ่มอิ่มตัวและเข้าที่ในช่วงสัปดาห์ที่ 1-2 หากแยกทำ เราจะเห็นรูปหน้าหลังจากโบท็อกซ์เข้าที่แล้ว ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเติมฟิลเลอร์ตรงไหนและปริมาณเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงออกสวยละมุนและเป็นธรรมชาติถูกใจกว่าครับ

สิ่งที่ควรเช็กตอนปรึกษาคุณหมอ
สุดท้ายแล้ว การจะทำพร้อมกันในวันเดียวหรือแยกทำ จะขึ้นอยู่กับการจับคู่บริเวณที่จะทำและจำนวนหัตถการครับ ตอนที่ปรึกษาคุณหมอ ลองถามว่า "ถ้าทำสองจุดนี้วันเดียวกัน จะใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน" · "จะทำเรียงลำดับอย่างไร" · "มีหัตถการไหนที่ทับซ้อนกันในบริเวณเดียวกันไหม" คำถามเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ ทั้งนี้ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การประเมินและการตัดสินใจรักษาขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง โดยพิจารณาจากตำแหน่งที่ทำและประวัติการทานยาของแต่ละบุคคลครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ถ้าฉีดโบท็อกซ์กับฟิลเลอร์วันเดียวกัน จะเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงมากขึ้นไหมคะ?
A. หากทำคนละบริเวณและทำไม่เกิน 2 หัตถการ ความเสี่ยงไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญครับ แต่หากมีหลายหัตถการทับซ้อนกันในบริเวณเดียว หรือเป็นวันที่ต้องทำเยอะ ๆ อาการบวมและรอยช้ำอาจจะอยู่นานขึ้น หลายคนจึงนิยมเลือกที่จะแยกทำทีละวันมากกว่าครับ
Q. วันที่ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม สามารถฉีดฟิลเลอร์ปากด้วยได้ไหมคะ?
A. เนื่องจากเป็นคนละส่วนกันโดยสิ้นเชิง หลายคนจึงเลือกทำพร้อมกันในวันเดียวได้เลยครับ แต่ถ้าหากโบท็อกซ์กรามที่ต้องใช้ยูนิตเยอะ ๆ อาจจะทำให้รู้สึกระบมและยาชาสะสมได้ แนะนำให้ปรึกษาเรื่องลำดับขั้นตอนและระยะเวลาพักฟื้นกับเจ้าหน้าที่ก่อนดีกว่าครับ
Q. สามารถฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ในบริเวณเดียวกันพร้อมกันได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้ครับ แต่ปกติหมอจะแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 1-2 สัปดาห์ดีกว่า รอให้โบท็อกซ์เริ่มเข้าที่เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาดูว่าควรเติมฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่มตรงไหนดี วิธีนี้จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยละมุนเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
บทความที่น่าสนใจ

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



