• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

หนังตาตกหลังโบท็อกซ์: รูปแบบจากปรึกษา 19 นาที

หนังตาตกหลังโบท็อกซ์: รูปแบบจากปรึกษา 19 นาที

หนังตาตกหลังโบท็อกซ์: รูปแบบจากปรึกษา 19 นาที

หนังตาตกจากโบท็อกซ์มี 2 สาเหตุ: หน้าผากอ่อนแรงเกิน หรือยาซึมเข้ากล้ามยกหนังตา วิธีแยกและฟื้นตัว

ทำไมหนังตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์ไม่ใช่ 'อุบัติเหตุทางการแพทย์': หลักการทางวิทยาศาสตร์ของการซึมเข้ากล้ามเนื้อยกเปลือกตา

 

 

หมอขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยนะครับ

 

อาการตาตกหลังฉีด โบท็อกซ์ นั้น

ไม่ใช่เพราะ "โบท็อกซ์ไม่ได้มาตรฐาน" เสมอไปหรอกครับ

แต่ความจริงแล้วมีสาเหตุหลักๆ มาจาก 2 อย่างนี้ต่างหาก

 

วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

ถ้าหนังตาหนักขึ้นหลังฉีดโบท็อกซ์กลางคิ้ว? วิธีวินิจฉัยแยกประเภทที่ผอ.วีย็องจินแนะนำ

 

 















อาการตาตก จริงๆ แล้วมี 2 แบบนะครับ

เวลาคนไข้บอกหมอว่าตาตึงๆ ตกๆ หลังฉีดโบท็อกซ์

พอหมอตรวจดูละเอียดๆ มักจะพบว่าอาการของแต่ละคนผสมปนกันอยู่ 2 แบบครับ

 

แบบแรกคือ คิ้วตก ตึงๆ หนักๆ บริเวณหน้าผากและคิ้ว

แบบที่สองคือ เปลือกตาบน ตกสลัวๆ ลงมาบังลูกตาจริงๆ

 

ซึ่งในมุมมองของคนไข้ทั่วไป

มักจะเหมาเรียกเหมือนกันหมดว่า "ตาตก"

 

แต่ในทางการแพทย์แล้ว 2 อาการนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

 

แบบแรก เราเรียกว่า คิ้วตก (brow ptosis)

ส่วนแบบหลัง คือ หนังตาตกที่แท้จริง (eyelid ptosis)

 

ซึ่งทั้งสองแบบมีสาเหตุ วิธีการฟื้นตัว

รวมถึงวิธีรับมือที่แตกต่างกันครับ

"ฉีดโบท็อกซ์แล้วลืมตาไม่ขึ้น" สำหรับคนที่กังวลว่าจะเป็นผลข้างเคียงถาวร

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้

 

สาเหตุที่ตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์ มีแค่ 2 อย่างนี้เท่านั้น

วิธีการแยกแยะระหว่าง: กล้ามเนื้อหน้าผากอ่อนแรงเกินไป VS โบท็อกซ์ซึมเข้ากล้ามเนื้อยกเปลือกตา

เคสแบบนี้มีบอ่ยมากครับ หมอเลยอยากจดบันทึกแบ่งปันไว้อ่านกัน

 

เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้ผู้หญิงอายุ 34 ปีมาหาหมอ

บอกว่า "เพิ่งไปฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยระหว่างคิ้วมาได้ 1 สัปดาห์

ตอนนี้ตาสองข้างหนักๆ ลืมตาข้างหนึ่งแทบไม่ขึ้นเลยค่ะ"

 

พอลองใช้นิ้วช่วยยกคิ้วขึ้นหน้ากระจก

ก็พบว่าแม้จะพยายามยกคิ้วขึ้นแล้ว แต่หนังตาก็ยังคงตกลงมาปิดตาดำไปครึ่งหนึ่งอยู่ดี

 

เคสนี้ไม่ใช่ปัญหาคิ้วตก (brow ptosis) ครับ

แต่เป็นอาการของ กล้ามเนื้อลืมตา (levator palpebrae superioris)

โดนโบท็อกซ์ซึมเข้าไปรบกวนการทำงานครับ

 

กลไกการเกิดเป็นแบบนี้ครับ

ถ้าตำแหน่งที่จิ้มยาบริเวณระหว่างคิ้ว

อยู่ใกล้กับกระดูกเบ้าตาบน (supraorbital ridge) มากเกินไป (น้อยกว่า 1 ซม.)

 

ยาโบท็อกซ์ก็อาจจะซึมผ่านเยื่อกั้นเบ้าตา (orbital septum)

เข้าไปโดนกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาได้ครับ

 

ในทางตรงกันข้าม หากฉีดบริเวณกล้ามเนื้อหน้าผากกระจายตัวกว้างเกินไป

จะทำให้หน้าผากขยับไม่ได้เลย

ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่เคยช่วยดึงและพยุงคิ้วหมดแรงตกลงมา

 

นี่แหละครับที่เรียกว่า คิ้วตก

ซึ่งคนไข้มักจะเดินเข้ามาบอกหมอว่า "ตาดูเล็กลง" หรือ "ตาดูดุขึ้น"

 

สำหรับคนไข้สาววัย 34 ปีเคสนี้ เป็นกรณีที่โบท็อกซ์ซึมเข้ากล้ามเนื้อยกเปลือกตา

โชคดีที่พอเข้าสัปดาห์ที่ 3 อาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

และกลับมาเป็นปกติได้เกือบ 100% ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 ครับ

 

ในกรณีเร่งด่วน หมอได้ช่วยให้ยาหยอดตา Iopridine (apraclonidine)

เพื่อไปกระตุ้นกล้ามเนื้อ Muller's muscle ช่วยยกเปลือกตาขึ้นมาทันทีประมาณ 1-2 มม.

เพื่อบรรเทาให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นก่อนครับ

 

สรุปข้อคิดดีๆ จาก หมอวี ยองจิน

 

เมื่อตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์ จุดเริ่มต้นคือการแยกแยะระหว่าง

"คิ้วตกจากการที่กล้ามเนื้อหน้าผากโดนโบท็อกซ์เยอะเกินไป" กับ

"หนังตาตกจากการที่โบท็อกซ์ซึมเข้ากล้ามเนื้อลืมตาโดยตรง"

 

วิธีเช็คง่ายๆ คือ ลองใช้นิ้วช่วยดึงคิ้วขึ้น ถ้าดึงแล้วตาดูเปิดกว้างขึ้น มองเห็นชัดเจนปกติ แสดงว่าเป็นแบบแรก (คิ้วตก) แต่ถ้าดึงคิ้วขึ้นแล้ว เปลือกตาบดบังดวงตาอยู่เหมือนเดิม แสดงว่าเป็นแบบหลัง (หนังตาตก) ครับ

กลัวหนังตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์จะติดตัวไปตลอดชีวิตใช่ไหม? สรุปช่วงเวลาฟื้นตัวและวิธีรับมือ

 

 















ลองเช็คดูสิว่า ตัวคุณเป็นแบบไหนกันแน่?

แล้วอาการของเราเป็นประเภทไหนกันนะ?

หมอสรุปมาให้ดูง่ายๆ เป็นตารางตามนี้เลยครับ

ประเภท

แบบคิ้วตก (Brow Ptosis)

แบบหนังตาตก (Eyelid Ptosis)

สาเหตุ

กล้ามเนื้อหน้าผากอ่อนแรงเกินไป

โบท็อกซ์ซึมเข้ากล้ามเนื้อยกเปลือกตา

การเช็คเบื้องต้น

ใช้นิ้วช่วยยกคิ้วขึ้นแล้ว

 

ดวงตาดูเปิดกว้างขึ้น ชัดเจน

ยกคิ้วขึ้นแล้ว แต่เปลือกตาก็ยัง

 

บดบังดวงตาอยู่

ระยะเวลาฟื้นตัว

2~4 สัปดาห์

4~8 สัปดาห์

วิธีแก้ไขเฉพาะหน้า

เน้นรอให้เวลาช่วยรักษาและติดตามอาการ

ใช้ยาหยอดตา Iopridine บรรเทาอาการ

ซึ่งการรักษาและรับมือของแต่ละเคสจะแตกต่างกันครับ

สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาคิ้วตก จริงๆ แล้ว "เวลา" คือยารักษาที่ดีที่สุดครับ

 

ในบางเคส แค่เข้ามาฉีดโบท็อกซ์เพิ่มจุดเล็กๆ บบริเวณหน้าผากบางจุด

เพื่อให้กล้ามเนื้อซ้ายขวาทำงานบาลานซ์กัน ก็ช่วยให้อาการดีขึ้นได้มากแล้วครับ

 

แต่ถ้าเป็นกลุ่มหนังตาตกจะต่างออกไปนิดหน่อยครับ

ยาโบท็อกซ์ที่ซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อตาแล้ว

ไม่มีตัวยาแก้หรือยาสลายโบท็อกซ์โดยตรงย้อนกลับได้ทันที

สิ่งที่ดีที่สุดที่หมอแนะนำทำได้คือการใช้ยาหยอดตาที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ Muller's muscle

เพื่อช่วยพยุงเปลือกตาให้ลืมตาได้ง่ายขึ้นในระหว่างที่รอให้ฤทธิ์ยาหมดไปเองครับ

 

อย่างไรก็ตาม ยาหยอดตาก็ไม่ได้เป็นทางออกถาวรนะครับ

เพราะยาหยอดออกฤทธิ์ได้ชั่วคราวเท่านั้น

สุดท้ายก็ยังต้องรอให้ร่างกายค่อยๆ สลายฤทธิ์โบท็อกซ์ตามธรรมชาติอยู่ดี

 

แต่ข้อดีคือ ยาหยอดตาช่วยให้คนไข้ลืมตาสบายขึ้น

และไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันในช่วงนั้นมากเกินไปครับ

 

3 คำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุด

หมอขอตอบตามตรงตรงนี้เลยครับ

 

Q1. อาการตาตกนี้ไม่ได้อยู่ถาวรใช่ไหมคะ?

จะกลับมาปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม?

A. บอกตามตรงเลยนะครับ

หมอได้รับคำถามนี้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งเลยทีเดียว

ตอบให้สบายใจได้เลยครับว่า "ไม่มีทางอยู่ถาวรแน่นอน"

 

โบท็อกซ์ทำงานโดยการไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท (acetylcholine) ชั่วคราวเท่านั้น

 

เมื่อร่างกายสร้างปลายประสาทใหม่ขึ้นมาทดแทน

กล้ามเนื้อก็จะกลับมาทำงาน และหน้าตาเราก็จะกลับมาเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ

 

ระยะเวลาของแต่ละคนอาจจะต่างกันเล็กน้อย

ทั่วไปมักจะดีขึ้นเกือบสนิทใน 4-8 สัปดาห์

และมีส่วนน้อยมากๆ ที่อาจจะลากยาวไปถึง 12 สัปดาห์ครับ

 

เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าตาจะตกไปตลอดชีวิตนะครับ สบายใจได้ครับ

และคำถามต่อไปนี้ก็ถามกันเข้ามาเยอะมากเช่นกันครับ

 

Q2. มีวิธีการรักษาหรือหัตถการแก้ไขอาการตาตกไหมคะ?

และมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง?

A. ปัจจุบันนี้ยังไม่มี "สารฉีดแก้โบท็อกซ์" หรือยาสลายโบท็อกซ์โดยตรงจำหน่ายทั่วไปครับ

 

หลายๆ คลินิกที่โฆษณาว่าสามารถแก้ฤทธิ์โบท็อกซ์ได้

แท้จริงแล้วเป็นเพียงโปรแกรมดูแลรักษาร่วมเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้นครับ

 

ที่คลินิกของหมอ หลักๆ จะมี 2 วิธีหลักๆ ครับ:

วิธีแรกคือยาหยอดตา Iopridine 0.5%

ซึ่งจะช่วยออกฤทธิ์กระตุ้นให้หนังตาบน

ยกสูงขึ้นประมาณ 1-2 มม. ได้ในทันที

 

โดยยาสามารถเบิกได้ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีแพทย์สั่งจ่ายให้เท่านั้นครับ

 

ส่วนวิธีที่สองคือ การฉีดหน้าผากฝั่งตรงข้ามในจุดที่พอดี

เพื่อลดแรงตึงผิวข้างที่โก่งกว่า เพื่อปรับให้สองข้างบาลานซ์ใกล้เคียงกันที่สุด

 

ทั้งนี้ต้องให้หมอประเมินเป็นรายบุคคลไปครับ

และประเด็นสุดท้ายที่อยากฝากไว้ก็คือคำถามนี้ครับ

 

Q3. ครั้งหน้ายังสามารถฉีดโบท็อกซ์ได้อีกไหมคะ?

กลัวตาตกซ้ำอีกรอบจังเลยครับ?

A. เป็นเรื่องที่คนไข้เข้าใจผิดกันบ่อยมากครับ

การที่เคยมีอาการตาตกในครั้งนี้ ไม่ได้แปลว่าจะต้องเกิดขึ้นอีกในครั้งต่อไปครับ

 

หากเรามีบันทึกรายงานไว้ว่า การฉีดจุดไหน ระดับความลึกเท่าไหร่ในครั้งก่อนที่ทำให้ตาตก

ในการทำครั้งถัดไป หมอก็จะขยับจุดฉีดขึ้นไปให้สูงขึ้นอีก 1 ซม. หรือปรับลดโดสยาลง

ก็จะสามารถเลี่ยงอาการนี้ได้อย่างราบรื่นแล้วครับ

 

คนไข้บางคนของหมอที่เคยตาตกจากที่อื่น มาฉีดกับหมอต่อเนื่องกันมาครึ่งปีแล้ว

ก็แฮปปี้และไม่มีปัญหาเรื่องตาตกกวนใจอีกเลยครับ

 

อย่าเพิ่งกลัวจนไม่กล้ากลับมาฉีดนะครับ แค่นำประวัติการฉีดครั้งเก่ามาปรึกษาหมอก่อนเริ่มทำการรักษาก็พอครับ

 

หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจทำเสมอนะครับ

 

สำหรับบทความหน้า หมอจะมาแชร์เรื่อง 'สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังฉีดโบท็อกซ์ 2 สัปดาห์แรก' ให้ฟังกันนะครับ

 

ทำไมแต่ละคนถึงเห็นผลช้าเร็วไม่เท่ากัน

และใครที่โบท็อกซ์จะหมดฤทธิ์ไวเป็นพิเศษ

หมอจะนำเคสจริงมาเล่าให้ฟังกันครับ

 

แล้วพบกันใหม่ครับ ผม หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้องน่าสนใจ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1