ทำไมราคาคิวเจ็ทแต่ละโรงพยาบาลต่างกัน? เทียบค่าครั้งเดียวกับแพ็กเกจ พร้อมเกณฑ์เลือกคุ้มค่า

เช็กให้ดีก่อนอ่านนะคะ
Q. ทำ CureJet ร้านที่ราคาถูก จะขาดทุนไหมคะ/ครับ?
A. ก็ไม่เสมอไปค่ะ/ครับ
แต่ถ้ามองแค่ 'ราคาเฉลี่ยต่อครั้ง' อาจจะมีกับดักซ่อนอยู่
เพราะตัวแปรสำคัญของราคาที่แท้จริงคือ
ปริมาณยาที่ใช้และจำนวนบริเวณที่ทำในแต่ละครั้งต่างหากค่ะ/ครับ
Q. ซื้อแบบคอร์ส (Package) จะคุ้มกว่าจริงๆ หรอคะ/ครับ?
A. ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสเลยค่ะ ถ้าตั้งใจจะทำตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไปถือว่าคุ้ม
แต่ถ้าคิดว่าจะทำแค่ 1-2 ครั้งแล้วจบ ซื้อแบบคอร์สอาจจะยิ่งทำให้ขาดทุนเอาได้ค่ะ
ช่วงนี้มีคนทักมาสอบถามราคา CureJet
เยอะมากในแต่ละวันเลยค่ะ/ครับ
"คลินิก A บอกว่า 150,000 วอน แต่คลินิก B
ราคาตั้ง 300,000 วอน มันคือหัตถการเดียวกันจริงๆ ใช่ไหมคะ?"
เจอคำถามแบบนี้บ่อยมาก ถ้าให้พูดตรงๆ
ก็คือ หัตถการเดียวกันนั่นแหละค่ะ/ครับ
แต่ที่ราคาต่างกันถึงสองเท่า
มันมีเหตุผลของมันอยู่นะคะ/ครับ
วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้กันค่ะ

CureJet แต่ละที่ ไม่เหมือนกันทั้งหมดหรอกนะคะ
CureJet เป็นการทำ Jet Injection หรือการส่งตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวหนัง
โดยการใช้แรงดันลมพ่นยาเข้าไปโดยไม่ต้องใช้เข็มค่ะ
ต่างจากการทำ MTS หรือสแตมป์เข็มแบบเดิมๆ เพราะ CureJet
จะยิงยาเข้าไปด้วยความเร็วประมาณ 200 m/s
ทำให้สามารถส่งตัวยาไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้โดยไม่มีรอยเข็ม
ซึ่งตรงนี้ทุกเครื่องทำได้เหมือนกันหมดค่ะ
แต่สิ่งที่ทำให้ราคาแตกต่างกันก็คือ 'ประเภทของยา, ปริมาณยา'
และ 'ยิงที่บริเวณไหนบ้าง' นั่นเองค่ะ

ทำไม CureJet เหมือนกัน แต่ราคา
ถึงต่างกันตั้งสองเท่าล่ะ?
ข้อมูลเจาะลึกจาก หมอวี ยองจิน
เปรียบเทียบราคา CureJet แบบรายครั้ง vs แบบคอร์ส
และความแตกต่างของแต่ละคลินิกกันอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
ถ้าได้ยินเรื่องนี้แล้วอาจจะตกใจนิดหน่อยนะคะ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีคนไข้ผู้หญิงอายุ 49 ปีเข้ามาพบหมอค่ะ
เธอเคยทำ CureJet จากคลินิกอื่นมาราคาครั้งละ 120,000 วอน
แต่บ่นว่า "ไม่ค่อยเห็นผลเลย" ก็เลยลองมาหาหมอที่นี่
พอดูกราฟประวัติการรักษาแล้วก็เข้าใจทันทีเลยค่ะ
เพราะในราคานั้น ใช้ตัวยาไปแค่ 1cc เท่านั้นเอง
ปกติแล้วการทำ CureJet ให้ทั่วทั้งหน้า ควรต้องใช้ยาประมาณ 2~3cc
ถึงจะช่วยกระจายตัวยาได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกจุด
ปริมาณยาแค่ 1cc ยิงได้แค่บริเวณแก้มบางส่วนก็หมดแล้วค่ะ
ดังนั้นเวลาเช็กราคา สิ่งที่สำคัญกว่า "ครั้งละเท่าไหร่"
คือ "ใช้ยากี่ cc" ต่างหากค่ะ
ถ้าไม่ถามจุดนี้นี่ ขาดทุนได้ง่ายๆ เลยนะคะ
อีกอย่างหนึ่ง ประเภทของตัวยาก็มีผลกับราคาเป็นอย่างมากค่ะ
ส่วนผสมของกลุ่ม Rejuran HB, Exosome, PDRN หรือ Botox Skin
ที่จะเอามาผสมลงไปนั้น
ต้นทุนจะแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
ถ้าอิงจากห้องตรวจของหมอเอง การทำ Pure CureJet
(นํ้าเกลือล้างแผล + ตัวยาสูตรเจือจาง) ราคาจะอยู่ที่ประมาณหมื่นกว่าบาท (150,000~200,000 วอน)
แต่ถ้าผสม Rejuran HB หรือ Exosome เข้าไปด้วย
ราคาก็จะขยับไปที่ประมาณสองหมื่นกว่าบาท (250,000~400,000 วอน) ต่อครั้งค่ะ
ถึงจะใช้ชื่อหัตถการว่า CureJet เหมือนกัน แต่ต้นทุนยาจริงที่ใช้นั้น
แตกต่างกันถึง 2-3 เท่าเลยทีเดียว
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ราคาจะต่างกันขนาดนี้ค่ะ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
เวลาเทียบราคา CureJet อย่าดูแค่ราคาเฉลี่ยต่อครั้งเลยนะคะ
ต้องถามให้ชัวร์ว่า "ใช้ยาชนิดไหน และใช้ยากี่ cc?"
อยากให้จำสองคำถามนี้ไว้ถามหมอหรือทางคลินิกเสมอนะคะ
ถ้าราคา 120,000 วอน ได้ยาแค่ 1cc แต่ราคา 250,000 วอน ได้ยา 3cc
จริงๆ แล้วแบบ 250,000 วอน ถือว่าสมเหตุสมผลและคุ้มค่ากว่าเยอะเลยค่ะ

สรุปแล้ว ควรทำแบบ 1 ครั้งเก๋ๆ
หรือซื้อแบบคอร์สดีคะ?
หมอสรุปมาให้ดูง่ายๆ เป็นตารางตามนี้เลยค่ะ
ประเภทคนไข้ | คำแนะนำ | ประมาณการค่าใช้จ่าย |
คนที่เพิ่งทำครั้งแรก อยากดูผลลัพธ์
ก่อนตัดสินใจ | ทำรายครั้ง | ประมาณ 150,000~300,000 วอน |
คนที่จะแต่งงาน/ออกงานสำคัญ
ต้องการงานผิวโกลวเร่งด่วน | คอร์สระยะสั้น 2~3 ครั้ง | ประมาณ 400,000~800,000 วอน |
วัย 30~40 ปี ที่ต้องการเน้นเรื่อง
ความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ | คอร์สมาตรฐาน 4~5 ครั้ง | ประมาณ 800,000~1,500,000 วอน |
ขั้นตอนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง | ทุกๆ 2~3 เดือนต่อครั้ง | ครั้งละประมาณ 200,000~300,000 วอน |
ถึงแม้แต่ละเคสจะมีความต้องการไม่เหมือนกัน
แต่ปกติแล้วหมอจะแนะนำทำนองนี้ค่ะ
แทนที่จะคิดว่าแบบคอร์สคุ้มค่าที่สุดไว้ก่อน
ขั้นตอนแรกคือควรถามตัวเองก่อนว่า "เราตั้งใจจะมาทำกี่ครั้งกันแน่" ค่ะ
แต่มันก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียวนะคะ
บ่อยครั้งที่มีคนไข้เปิดคอร์สทิ้งไว้ แล้วพอทำไปแค่ 1~2 ครั้งแล้วรู้สึก "เฉยๆ จัง"
หลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับมาทำต่อให้ครบก็มีเยอะค่ะ
เพราะฉะนั้นทางที่ดี แนะนำให้เช็กเงื่อนไขการคืนเงินไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ
และถ้าเป็นครั้งแรก ลองเริ่มต้นจากแบบรายครั้งสัก 1~2 ครั้งดูก่อน
แล้วค่อยเดินทางสายคอร์สก็ยังไม่สายค่ะ
3 คำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามบ่อยมากที่สุด
หมอขอตอบให้ตรงๆ แบบไม่กั๊กเลยนะคะ
Q1. CureJet ราคา 50,000 กับ 90,000 วอนตามอินเทอร์เน็ต
มันแตกต่างกันยังไงคะ?
เรื่องนี้พูดยากนิดนึงค่ะ แต่ราคาระดับนั้นมักจะเป็น
โปรโมชั่นสำหรับผู้มาใช้บริการครั้งแรก หรือเป็นราคาล่อใจซะมากกว่าค่ะ
พอไปถึงคลินิกจริงๆ อาจจะได้ปริมาณยาแค่ 0.5cc หรือ
จำกัดบริเวณแค่ช่วงหน้าแก้มสองข้าง
หรือไม่ก็ตอนจ่ายเงินอาจจะโดนพยาบาลทักว่า
"ถ้าอย่างนั้น อยากแอดตัวยานี้เพิ่มด้วยไหมคะ?"
แล้วเพิ่มออปชั่นต่างๆ เข้าไป
สุดท้ายก็เบ็ดเสร็จออกมาที่ 200,000 กว่าวอนอยู่ดีค่ะ
หมอเข้าใจดีเลยค่ะว่าราคาโฆษณามันดึงดูดใจ
แต่ตอนเข้าพบเพื่อปรึกษา แนะนำให้ถามสรุปยอดรวม
ที่ต้องจ่ายจริงด้วยเสมอนะคะ
แล้วก็คำถามข้อนี้คนก็ถามมาเยอะมากๆ เช่นกันค่ะ
Q2. ถ้าซื้อคอร์ส 4 ครั้ง
ผลลัพธ์จะเห็นผลดีขึ้นเป็น 4 เท่าเลยไหม?
ตอบตามตรงเลยนะคะ
คนที่ทำแค่ 1~2 ครั้งแล้วร้องว้าวว่า "อุ๊ย ดีจัง" มีอยู่ประมาณครึ่งนึงค่ะ
แต่คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกเปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัด
ตอนส่องกระจกหลังกลับมาทำครั้งที่ 3 ขึ้นไปค่ะ
เนื่องจาก CureJet เป็นหัตถการที่ช่วยสะสมการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
ต้องทำต่อเนื่องประมาณ 4 ครั้ง การเปลี่ยนแปลงในชั้นหนังแท้ถึงจะเห็นได้อย่างชัดเจนและอยู่ตัวค่ะ
แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้พุ่งไปถึง 4 เท่าขนาดนั้น แต่เรื่องความคงทนของผลลัพธ์
ระหว่างคนที่ทำ 1 ครั้ง กับคนที่ทำครบ 4 ครั้ง แตกต่างกันแน่นอนค่ะ
เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้อายุ 36 ปี หลังจากทำครั้งแรกไปเสร็จก็บอกว่า
"รู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้นมานิดหน่อยค่ะ" แต่พอทำครบ 4 ครั้งเสร็จปุ๊บ
เธอบอกว่า "ตอนนี้รู้สึกหน้าเด็กใสจนแทบไม่ต้องแต่งหน้าเลยค่ะ"
สุดท้ายนี้ ขอชี้แจงส่วนนี้เพิ่มอีกนิดนะคะ
Q3. ถ้าเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียง
ต้องเสียค่ารักษาจุดนั้นแยกต่างหากไหมคะ?
เรื่องนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยค่ะ
เนื่องจาก CureJet เป็นหัตถการไร้เข็ม
เรื่องรอยช้ำหรือเลือดออกนี่แทบจะไม่เจอเลยค่ะ
แต่การเกิดรอยจุดเล็กๆ เหมือนยุงกัดหลังยิงประมาณ 1-2 วัน
หรือผิวบางแบบแดงเบาๆ หลังทำครึ่งวัน ถือเป็นผลข้างเคียงปกติ
ที่เป็นกระบวนการฟื้นฟูผิวของร่างกายค่ะ
ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเพิ่มแต่อย่างใดค่ะ
แต่สำหรับกรณีที่พบได้ยากมากๆ เช่น มีอาการแพ้ยา
หรือมีผดเม็ดเล็กๆ เห่อขึ้นมา
แต่ละคลินิกก็จะมีนโยบาย After Care ดูแลรักษาหลังบริการแตกต่างกันไปค่ะ
ก่อนตัดสินใจรูดบัตรซื้อแบบคอร์ส
อยากแนะนำให้ถามเพิ่มว่า "ราคานี้รวมค่าทรีตเมนต์ปลอบประโลมผิวหากเกิดผลข้างเคียงแล้วหรือยัง?"
จะรอบคอบที่สุดค่ะ
ในคอนเทนต์ถัดไป หมอจะแชร์เรื่อง '3 สิ่งที่ต้องจำไว้ถามคลินิก
เพื่อประเมินราคาก่อนทำ CureJet' กันนะคะ
พร้อมกับคลายความเข้าใจผิดเรื่องราคา
ที่ได้ยินบ่อยๆ ในห้องตรวจด้วยค่ะ
วันนี้ หมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ
บทความน่ารู้อ่านเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากลดโหนกแก้ม? ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนนะคะว่าเป็นที่ 'กระดูก' หรือเปล่า
ก่อนที่จะลดโหนกแก้ม ต้องเช็กก่อนนะคะว่าเป็น 'ประเภทกระดูก' หรือเปล่า เพราะถ้าสาเหตุเกิดจากความหย่อนคล้อยหรือไขมัน เราสามารถปรับรูปหน้าให้อ่อนละมุนขึ้นได้ด้วยการทำ lifting และการปรับสมดุลค่ะ

ผู้ชาย
ทำ Inmode FX มาได้ 2-3 วันแล้ว แต่ยังมีอาการอุ่นๆ ร้อนๆ หรือเสียวแปล๊บๆ อยู่เลย แบบนี้ปกติไหมคะ?
อาการร้อนผ่าวหลังทำ InMode FX — มาเช็กกันตั้งแต่ผลข้างเคียงปกติที่พบได้ทั่วไป สิ่งที่ต้องสังเกตเมื่ออาการเป็นยาวนานขึ้น ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ควรติดต่อแพทย์กันค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink มาแล้วรู้สึกไม่ค่อยเห็นผลเลยค่ะ เป็นเพราะเราดูแลตัวเองผิดวิธี หรือว่าปกติมันเป็นแบบนี้อยู่แล้วคะ?
เมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์ของ Shurink ไม่ค่อยเห็นผล — มาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุที่เห็นผลช้า จำนวนช็อต ระดับความหย่อนคล้อย ไปจนถึงจุดที่ต้องเช็กก่อนทำซ้ำกันค่ะ

ผิว
Oligio X เจ็บมากไหมคะตอนทำ แล้วจำเป็นต้องแปะยาชาไหม?
Oligio X ความเจ็บและยาชา — เจาะลึกตั้งแต่ความรู้สึกเจ็บที่ต่างกันในแต่ละจุด เทคนิคช่วยลดความเจ็บ ไปจนถึงเวลาที่แนะนำในการแปะยาชาครีม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกมาแล้วดูเบี้ยวไม่เท่ากันสองข้าง แบบนี้ควรรับมือหรือแก้ไขอย่างไรดีคะ?
สะโพกไม่เท่ากันหลังฉีดฟิลเลอร์ — มาดูสาเหตุที่พบบ่อย, วิธีดูแลตัวเองตามระยะเวลา และสัญญาณที่ต้องเช็กก่อนจะเริ่มปรึกษาเรื่องการแก้ไขกันค่ะ

ผิว
หลังทำหัตถการหลายคนบอกว่าประคบเย็นจะช่วยลดบวมได้ดี แล้วควรเริ่มประคบตั้งแต่ตอนไหน ถึงเมื่อไหร่ และต้องทำอย่างไรบ้างคะ?
การประคบเย็นหลังทำหัตถการ — ชวนมาทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการลดบวม ช่วงเวลา ระยะเวลา วิธีการประคบ ไปจนถึงกรณีที่ควรหลีกเลี่ยง



