ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

หลุมสิวหายด้วย CureJet ครั้งเดียว? คำนี้อันตราย

หลุมสิวหายด้วย CureJet ครั้งเดียว? คำนี้อันตราย

หลุมสิวหายด้วย CureJet ครั้งเดียว? คำนี้อันตราย

รักษาแผลเป็นหลุมด้วย CureJet: เคสที่ได้ผลและข้อจำกัด อธิบายตรงไปตรงมาจากหลักการสู่ประสบการณ์จริง

หลุมสิวแบบบุ๋ม,

แค่ทำ CureJet ครั้งเดียว

จะหายจริงเหรอ?

ทำไมคำพูดนี้ถึงน่ากังวล

ช่วงนี้อุณหภูมิขึ้นลงต่างกันมาก

ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง

และมีคนที่หยิบความกังวลเรื่องแผลเป็นที่เก็บไว้นาน

กลับมาพูดถึงกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด





โลกนอกห้องตรวจก็วุ่นวาย

แถมเรื่องการจัดหาอุปกรณ์สิ้นเปลือง

ก็เป็นสิ่งที่ต้องกังวลอยู่เงียบๆ ในช่วงนี้

แต่ขอเข้าเรื่องหลักกันเลยครับ





พอค้นหาการรักษาหลุมสิวแบบบุ๋ม

'CureJet ครั้งเดียวจบ' กับ 'ไม่เห็นผล' ก็จะเจอรีวิวสวนทางกัน

ปะปนกันอยู่





แล้วความจริงคืออะไรกันแน่?





หลังจากได้เห็นเคสจริงด้วยตัวเองหลายร้อยเคส

วันนี้ผมจะเปิดเผย

ตัวตนที่แท้จริงของ CureJet

ให้ทุกคนได้รู้กัน






💡 สรุปใจความสำคัญของบทความวันนี้





Q. CureJet กับหลุมสิวแบบบุ๋ม

ได้ผลจริงไหม?




A. ได้ผลครับ แต่ขึ้นอยู่กับความลึกและลักษณะของแผลเป็น




ซึ่งความตอบสนองแตกต่างกันมาก





Q. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง?




A. จากประสบการณ์ของผม จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป

และโดยเฉลี่ยควรทำ 5~6 ครั้งขึ้นไป

ครับ





Q. ต่างจากการรักษาด้วยเลเซอร์ทั่วไปอย่างไร?




A. เป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายจากความร้อน

แต่ฉีดยาด้วยแรงดัน

แทน




จึงฟื้นตัวไวกว่า




แต่ก็มีข้อจำกัดกับหลุมที่ลึกมาก








หลุมสิวแบบบุ๋ม,




เกิดขึ้นได้อย่างไร?

큐어젯 효과 없다고 느끼는 이유:




ก่อนรักษา ควรรู้ก่อนว่าแผลเป็นเกิดจากอะไร




จึงจะเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้








หลุมสิวแบบบุ๋ม (atrophic scar) คือภาวะที่ผิว




สร้างคอลลาเจนได้ไม่เพียงพอในช่วงฟื้นตัว




ทำให้ผิวด้านบนยุบลงเป็นแอ่ง








จุดสำคัญคือ 'รูปแบบของแผลเป็น'





  • อิสปิก (Ice pick):

    รูแคบลึก คล้ายถูกเข็มเจาะ

  • บ็อกซ์คาร์ (Boxcar):

    กว้าง ขอบชัด เป็นเหลี่ยมแนวตั้ง

  • โรลลิ่ง (Rolling):

    ยุบเป็นลอนคลื่นอย่างนุ่มนวล





"คุณหมอครับ แผลเป็นของผมทำ CureJet ได้ทั้งหมดไหม?"








พูดตรงๆ คือ ไม่ใช่ทุกแบบครับ








เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะของแผลเป็น




วิธีรักษาจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง








CureJet ใช้หลักการอะไร




ในการช่วยให้แผลเป็นดีขึ้น?




CureJet คือเทคนิคฉีดแบบไม่ใช้เข็ม

โดยใช้แรงดันเจ็ตความดันสูงดันตัวยาเข้าสู่ผิว (needle-free injection)








ถ้าเลเซอร์กระตุ้นด้วย 'ความร้อน'




CureJet จะกระตุ้นชั้นหนังแท้ด้วย 'แรงกลเชิงความดัน'




เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่








  1. ส่งสารออกฤทธิ์ไปยังชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู




  2. ไม่มีความเสียหายจากความร้อน ทำให้ระยะพักฟื้นสั้นมาก








แต่ CureJet จะให้ผลดีกว่ามาก

เมื่อใช้ร่วมกับเลเซอร์

มากกว่าใช้เพียงอย่างเดียว





👨‍⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ นพ. วีย็องจิน:




จากประสบการณ์ของผม CureJet

ให้ผลดีที่สุดกับ

แผลเป็นแบบโรลลิ่ง








ส่วนแบบอิสปิกนั้น หากใช้เพียงอย่างเดียว

มีข้อจำกัดชัดเจน






โดยปกติผมจะใช้เลเซอร์ก่อนสำหรับหลุมลึก




และในช่วงพักฟื้น




จะใช้ CureJet ควบคู่กันไป








"แก้ได้ทุกอย่างในครั้งเดียว" นั้น




แม้แต่หมออย่างผมก็รับประกันได้ยาก





เรื่องนี้ผมมักจะบอกล่วงหน้าเสมอครับ





เหมาะกับใครบ้าง

และมีข้อจำกัดกับใครบ้าง

[자가 진단] 큐어젯이 유독 잘 맞는 파인 흉터 vs 레이저가 꼭 필요한 깊은 흉터

กรณีที่แนะนำให้ทำ CureJet

  • มีแผลเป็นแบบโรลลิ่งหรือบ็อกซ์คาร์ตื้นที่เป็นปัญหา

  • คนที่รู้สึกว่าการมีสะเก็ดหรือระยะพักฟื้นนานหลังเลเซอร์เป็นเรื่องยาก

  • คนที่มีผิวแพ้ง่ายและต้องการการรักษาที่刺激น้อย





กรณีที่มีข้อจำกัด:

  • แผลเป็นแบบอิสปิกที่แคบและลึกคล้ายรูเข็มเจาะ

  • แผลเป็นที่ลึกถึงชั้นล่างของหนังแท้

  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดราม่าติกภายใน 1~2 ครั้ง





สรุปใจความสำคัญ

CureJet มีประสิทธิภาพกับแผลเป็นตื้น

ส่วนแผลเป็นลึกจำเป็นต้องใช้

วิธีการรักษาแบบผสมผสานอย่างแน่นอน





ขั้นตอนการรักษาและจำนวนครั้งที่แนะนำ

ใช้เวลาทำหัตถการรวมการชาประมาณ 40~50 นาที

อาการแดงมักจะทุเลาลงภายในหนึ่งถึงสองวัน





ความเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงตามที่แพทย์แนะนำ:





  • ครั้งที่ 1~2: รู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้น (การเปลี่ยนแปลงของแผลเป็นยังน้อยมาก)

  • ครั้งที่ 3~4: ขอบของแผลเป็นตื้นเริ่มนุ่มนวลขึ้นทีละน้อย

  • ครั้งที่ 5~6 ขึ้นไป: เริ่มเห็นการพัฒนาที่มีนัยสำคัญ





ข้อเสียคือเรื่องค่าใช้จ่าย

เนื่องจากต้องทำหลายครั้ง

ค่าใช้จ่ายรวมอาจเป็นภาระได้

แต่ข้อดีคือสามารถดูแลได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน

ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับคนทำงาน





คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. แผลเป็นจะหายหมดเลยไหม?

A. เนื่องจากเป็นกระบวนการเติมเนื้อเยื่อที่สูญเสียไป

จึงใกล้เคียงกับ 'การพัฒนา' มากกว่า 'การหายขาด'

สิ่งสำคัญคือต้องตั้งความคาดหวังให้เป็นจริง





Q2. มีสิวอยู่

รักษาได้ไหม?

A. ในขณะที่มีการอักเสบอยู่

ประสิทธิภาพการรักษาแผลเป็นจะลดลง





ควรรักษาสิวให้สงบก่อน

แล้วจึงเริ่มการรักษาแผลเป็น





Q3. ผิวแพ้ง่ายก็ทำได้ไหม?

A. เนื่องจากไม่ใช้พลังงานความร้อน

จึงระคายเคืองน้อยกว่าเลเซอร์

แต่การปรึกษาเรื่องยาที่ฉีดเข้าไปยังคงเป็นสิ่งจำเป็น









หากมีข้อสงสัย

สามารถสอบถามได้ทาง KakaoTalk หรือโทรศัพท์ได้เลยครับ

นี่คือ นพ. วีย็องจิน ครับ









บทความที่น่าสนใจ

แบรนด์โบท็อกซ์ แพงกว่าคุ้มกว่าจริงไหม? (ความจริงจากปากหมอที่ทำงานอยู่ในวงการ)

ฟิลเลอร์หน้าผากย่านฮงแด ที่ไหนทำได้ดี?

รอยแดงหลังลบสักคิ้ว: 3 สาเหตุและวิธีแก้ไข

ราคาโบท็อกซ์ 5,000 บาท vs 30,000 บาท แค่เพราะเป็น Xeomin เหรอ??

[บันทึกจากประสบการณ์จริง] ทำไม Juvelook Glam ถึงเจ็บน้อยกว่าและให้ความเปล่งปลั่งได้นานกว่า Rejuran

หลุมสิวแบบบุ๋ม,

แค่ทำ CureJet ครั้งเดียว

จะหายจริงเหรอ?

ทำไมคำพูดนี้ถึงน่ากังวล

ช่วงนี้อุณหภูมิขึ้นลงต่างกันมาก

ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง

และมีคนที่หยิบความกังวลเรื่องแผลเป็นที่เก็บไว้นาน

กลับมาพูดถึงกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด





โลกนอกห้องตรวจก็วุ่นวาย

แถมเรื่องการจัดหาอุปกรณ์สิ้นเปลือง

ก็เป็นสิ่งที่ต้องกังวลอยู่เงียบๆ ในช่วงนี้

แต่ขอเข้าเรื่องหลักกันเลยครับ





พอค้นหาการรักษาหลุมสิวแบบบุ๋ม

'CureJet ครั้งเดียวจบ' กับ 'ไม่เห็นผล' ก็จะเจอรีวิวสวนทางกัน

ปะปนกันอยู่





แล้วความจริงคืออะไรกันแน่?





หลังจากได้เห็นเคสจริงด้วยตัวเองหลายร้อยเคส

วันนี้ผมจะเปิดเผย

ตัวตนที่แท้จริงของ CureJet

ให้ทุกคนได้รู้กัน






💡 สรุปใจความสำคัญของบทความวันนี้





Q. CureJet กับหลุมสิวแบบบุ๋ม

ได้ผลจริงไหม?




A. ได้ผลครับ แต่ขึ้นอยู่กับความลึกและลักษณะของแผลเป็น




ซึ่งความตอบสนองแตกต่างกันมาก





Q. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง?




A. จากประสบการณ์ของผม จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป

และโดยเฉลี่ยควรทำ 5~6 ครั้งขึ้นไป

ครับ





Q. ต่างจากการรักษาด้วยเลเซอร์ทั่วไปอย่างไร?




A. เป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายจากความร้อน

แต่ฉีดยาด้วยแรงดัน

แทน




จึงฟื้นตัวไวกว่า




แต่ก็มีข้อจำกัดกับหลุมที่ลึกมาก








หลุมสิวแบบบุ๋ม,




เกิดขึ้นได้อย่างไร?

큐어젯 효과 없다고 느끼는 이유:




ก่อนรักษา ควรรู้ก่อนว่าแผลเป็นเกิดจากอะไร




จึงจะเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้








หลุมสิวแบบบุ๋ม (atrophic scar) คือภาวะที่ผิว




สร้างคอลลาเจนได้ไม่เพียงพอในช่วงฟื้นตัว




ทำให้ผิวด้านบนยุบลงเป็นแอ่ง








จุดสำคัญคือ 'รูปแบบของแผลเป็น'





  • อิสปิก (Ice pick):

    รูแคบลึก คล้ายถูกเข็มเจาะ

  • บ็อกซ์คาร์ (Boxcar):

    กว้าง ขอบชัด เป็นเหลี่ยมแนวตั้ง

  • โรลลิ่ง (Rolling):

    ยุบเป็นลอนคลื่นอย่างนุ่มนวล





"คุณหมอครับ แผลเป็นของผมทำ CureJet ได้ทั้งหมดไหม?"








พูดตรงๆ คือ ไม่ใช่ทุกแบบครับ








เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะของแผลเป็น




วิธีรักษาจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง








CureJet ใช้หลักการอะไร




ในการช่วยให้แผลเป็นดีขึ้น?




CureJet คือเทคนิคฉีดแบบไม่ใช้เข็ม

โดยใช้แรงดันเจ็ตความดันสูงดันตัวยาเข้าสู่ผิว (needle-free injection)








ถ้าเลเซอร์กระตุ้นด้วย 'ความร้อน'




CureJet จะกระตุ้นชั้นหนังแท้ด้วย 'แรงกลเชิงความดัน'




เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่








  1. ส่งสารออกฤทธิ์ไปยังชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู




  2. ไม่มีความเสียหายจากความร้อน ทำให้ระยะพักฟื้นสั้นมาก








แต่ CureJet จะให้ผลดีกว่ามาก

เมื่อใช้ร่วมกับเลเซอร์

มากกว่าใช้เพียงอย่างเดียว





👨‍⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ นพ. วีย็องจิน:




จากประสบการณ์ของผม CureJet

ให้ผลดีที่สุดกับ

แผลเป็นแบบโรลลิ่ง








ส่วนแบบอิสปิกนั้น หากใช้เพียงอย่างเดียว

มีข้อจำกัดชัดเจน






โดยปกติผมจะใช้เลเซอร์ก่อนสำหรับหลุมลึก




และในช่วงพักฟื้น




จะใช้ CureJet ควบคู่กันไป








"แก้ได้ทุกอย่างในครั้งเดียว" นั้น




แม้แต่หมออย่างผมก็รับประกันได้ยาก





เรื่องนี้ผมมักจะบอกล่วงหน้าเสมอครับ





เหมาะกับใครบ้าง

และมีข้อจำกัดกับใครบ้าง

[자가 진단] 큐어젯이 유독 잘 맞는 파인 흉터 vs 레이저가 꼭 필요한 깊은 흉터

กรณีที่แนะนำให้ทำ CureJet

  • มีแผลเป็นแบบโรลลิ่งหรือบ็อกซ์คาร์ตื้นที่เป็นปัญหา

  • คนที่รู้สึกว่าการมีสะเก็ดหรือระยะพักฟื้นนานหลังเลเซอร์เป็นเรื่องยาก

  • คนที่มีผิวแพ้ง่ายและต้องการการรักษาที่刺激น้อย





กรณีที่มีข้อจำกัด:

  • แผลเป็นแบบอิสปิกที่แคบและลึกคล้ายรูเข็มเจาะ

  • แผลเป็นที่ลึกถึงชั้นล่างของหนังแท้

  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดราม่าติกภายใน 1~2 ครั้ง





สรุปใจความสำคัญ

CureJet มีประสิทธิภาพกับแผลเป็นตื้น

ส่วนแผลเป็นลึกจำเป็นต้องใช้

วิธีการรักษาแบบผสมผสานอย่างแน่นอน





ขั้นตอนการรักษาและจำนวนครั้งที่แนะนำ

ใช้เวลาทำหัตถการรวมการชาประมาณ 40~50 นาที

อาการแดงมักจะทุเลาลงภายในหนึ่งถึงสองวัน





ความเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงตามที่แพทย์แนะนำ:





  • ครั้งที่ 1~2: รู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้น (การเปลี่ยนแปลงของแผลเป็นยังน้อยมาก)

  • ครั้งที่ 3~4: ขอบของแผลเป็นตื้นเริ่มนุ่มนวลขึ้นทีละน้อย

  • ครั้งที่ 5~6 ขึ้นไป: เริ่มเห็นการพัฒนาที่มีนัยสำคัญ





ข้อเสียคือเรื่องค่าใช้จ่าย

เนื่องจากต้องทำหลายครั้ง

ค่าใช้จ่ายรวมอาจเป็นภาระได้

แต่ข้อดีคือสามารถดูแลได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน

ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับคนทำงาน





คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. แผลเป็นจะหายหมดเลยไหม?

A. เนื่องจากเป็นกระบวนการเติมเนื้อเยื่อที่สูญเสียไป

จึงใกล้เคียงกับ 'การพัฒนา' มากกว่า 'การหายขาด'

สิ่งสำคัญคือต้องตั้งความคาดหวังให้เป็นจริง





Q2. มีสิวอยู่

รักษาได้ไหม?

A. ในขณะที่มีการอักเสบอยู่

ประสิทธิภาพการรักษาแผลเป็นจะลดลง





ควรรักษาสิวให้สงบก่อน

แล้วจึงเริ่มการรักษาแผลเป็น





Q3. ผิวแพ้ง่ายก็ทำได้ไหม?

A. เนื่องจากไม่ใช้พลังงานความร้อน

จึงระคายเคืองน้อยกว่าเลเซอร์

แต่การปรึกษาเรื่องยาที่ฉีดเข้าไปยังคงเป็นสิ่งจำเป็น









หากมีข้อสงสัย

สามารถสอบถามได้ทาง KakaoTalk หรือโทรศัพท์ได้เลยครับ

นี่คือ นพ. วีย็องจิน ครับ









บทความที่น่าสนใจ

แบรนด์โบท็อกซ์ แพงกว่าคุ้มกว่าจริงไหม? (ความจริงจากปากหมอที่ทำงานอยู่ในวงการ)

ฟิลเลอร์หน้าผากย่านฮงแด ที่ไหนทำได้ดี?

รอยแดงหลังลบสักคิ้ว: 3 สาเหตุและวิธีแก้ไข

ราคาโบท็อกซ์ 5,000 บาท vs 30,000 บาท แค่เพราะเป็น Xeomin เหรอ??

[บันทึกจากประสบการณ์จริง] ทำไม Juvelook Glam ถึงเจ็บน้อยกว่าและให้ความเปล่งปลั่งได้นานกว่า Rejuran

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาอย่างไร

รู้ไหมคะว่า Botox ที่ดังเรื่องลดริ้วรอย ตอนแรกถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อเป็นยาพิษ? นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ จากสารพิษโบทูลินัมสู่การพัฒนามาเป็นยารักษาโรค และกลายมาเป็นหัตถการความงามในที่สุด

เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์ จะเกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้ก็เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ตัวเดียวกัน แต่ทำไมถึงมีหลายยี่ห้อนะ? วันนี้มาดูสรุปเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละแบรนด์, วิธีคำนวณยูนิต (unit), และจุดที่เหมาะในการฉีดของแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

ทำไมฉีดโบกัสหน้าผากแล้วคิ้วตก? ทำไมโบกัสตรงระหว่างคิ้วถึงได้ผลดีมากๆ? — เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังในแต่ละจุดกันค่ะ

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับโหมดโครงสร้างและกรอบรูปหน้าของคุณอย่างไร?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร

การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)

โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน ทำไมแต่ละคนถึงได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1