ทำไมอัลเทอร่าเหมาะกับวัย 40? อธิบายผ่านชั้น SMAS เคสจริง ต่างจากชูริงค์ จำนวนครั้ง และราคา

เช็กตรงนี้ก่อนอ่านได้เลยค่ะ
Q. อายุ 40 กว่าแล้ว เร็วเกินไป
หรือช้าเกินไปไหมคะ?
A. บอกตามตรงเลยนะคะว่าช่วงอายุ 40 ต้นถึงกลาง
เป็นช่วงวัยที่ทำ Ulthera แล้วเห็นผลลัพธ์คุ้มค่าและดีที่สุดค่ะ
เพราะหัวใจสำคัญคือการเข้าไปดูแลชั้น SMAS
ในตอนที่เริ่มเริ่มหย่อนคล้อยพอดีนั่นเองค่ะ
Q. ทำ Shurink ก็พอไหม
จำเป็นต้องทำถึง Ulthera เลยเหรอ?
A. ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนค่ะ
แต่ถ้าเป็นเคสที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยของไขมันแล้ว
ระดับความลึกของเครื่องจะต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คนละฟีลเลยค่ะ
เดี๋ยวหมอเล่ารายละเอียดให้ฟังในเนื้อหาด้านล่างนะคะ

ข้อแตกต่างระหว่าง Ulthera และ Shurink จุดเปลี่ยนสำหรับวัย 40
Ulthera เป็นหัตถการยกกระชับที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
ลงลึกได้อย่างแม่นยำถึงชั้น SMAS ที่ระดับความลึก 4.5 มม.
เพื่อเข้าไปหดกระชับชั้นพังผืดที่พยุงผิวโดยตรงค่ะ
หลายคนมักจะสับสนเวลาเอาไปเทียบกับ Shurink
ซึ่ง Shurink เองก็ใช้เทคโนโลยี HIFU เหมือนกัน
แต่จะเน้นส่งพลังงานลงไปที่ระดับความลึกประมาณ 1.5 - 3.0 มม. ค่ะ
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็ คือ Shurink
จะเน้นเรื่องการกระชับผิวในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน
ส่วน Ulthera จะส่งพลังงานลงไปลึกกว่านั้นเพื่อยึดชั้นพังผืด
ช่วยพยุงและล็อกเนื้อเยื่อผิวให้ยกขึ้นจากภายในค่ะ

ทำไมพอเข้าวัย 40 แล้วหน้าถึงดูหย่อนคล้อยลงทันที
รู้ไหมคะ?
ข้อมูลเจาะลึกโดย หมอวี ยองจิน
หลังจากอายุ 40 ปี การยึดเกาะของชั้น SMAS จะเริ่มอ่อนแอลง
ทำให้ไขมันบนใบหน้าเริ่มคล้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
การทำ Ulthera เพื่อล็อคและยกกระชับจึงตอบโจทย์และได้ผลดีมากในช่วงวัยนี้ค่ะ
เนื่องจากมีคนไข้เจอปัญหานี้เยอะมากๆ
หมอขอเขียนอธิบายเพิ่มเติมไว้ตรงนี้หน่อยนะคะ
เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้อายุ 47 ปีเข้ามาปรึกษา
เธอบอกว่า "ปีที่แล้วหน้ายังโอเคอยู่เลย
แต่พอเข้าปีนี้ อยู่ดีๆ แก้มส้มใต้โหนกแก้ม
ก็ดูห้อยคล้อยลงไปเฉยเลยค่ะ"
เธอยกกระจกขึ้นมาแล้วลองใช้มือดึงแก้มขึ้นเบาๆ
พร้อมพูดว่า "ขอแค่ยกขึ้นได้ประมาณนี้ก็พอใจแล้วค่ะ"
ซึ่งนี่เป็นเคสตัวอย่างที่ชัดเจนมากๆ
ของคนที่มีปัญหาชั้น SMAS เริ่มอ่อนแอลงค่ะ
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า
ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยในวัย 40 เกิดจากผิวบางลง
แต่สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System)
หรือชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่พยุงผิวเริ่มหลวมและยืดออกค่ะ
ชั้นผิวนี้ทำหน้าที่เหมือนเป้นเปลญวน
คอยเก็บประคองไขมันบนใบหน้าไม่ให้ไหลตกลงมา
แต่พอเข้าสู่วัย 40 เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่เชื่อมต่อกันจะลดลงอย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มและกรอบหน้า
เริ่มห้อยย้อยลงมาด้านล่าง
นี่คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงรูปหน้าในวัย 40 ค่ะ
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Ulthera
ถึงตอบโจทย์และเห็นผลดีที่สุดในช่วงอายุนี้ค่ะ
เพราะหัวยิงพลังงานขนาด 4.5 มม. จะส่งความร้อน 65-70 องศาเซลเซียส
ไปสร้างจุดความร้อนพิกเซลเล็กๆ (TCP) บนชั้น SMAS อย่างแม่นยำ
ทำให้ชั้นพังผืดเกิดการหดตัวทันที
หลังจากนั้นในอีก 3-6 เดือน คอลลาเจนจะค่อยๆ จัดเรียงตัวใหม่
และช่วยพยุงผิวให้เต่งตึง กระชับอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ
สำหรับคนไข้อายุ 47 ปีท่านนั้น หลังจากทำไปได้ 1 ครั้ง
และกลับมาตรวจติดตามผลในเดือนที่ 3
แก้มของเธอยกกระชับขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียง
กับที่เธอเคยใช้ดึงโชว์ให้หมอดูวันแรกเลยค่ะ
แต่เครื่องนี้ก็ไม่ได้มีแค่ข้อดีอย่างเดียวนะคะ
ขณะทำ Ulthera จะมีความรู้สึกเจ็บพอสมควรเลยค่ะ
และสำหรับคนไข้ที่มีชั้นไขมันบาง หลังทำอาจจะรู้สึกชั่วคราวได้ว่า
แก้มดูตอบหรือตอบลงเล็กน้อยค่ะ
อย่างไรก็ตาม สำหรับวัย 40 ต้นถึงกลาง
ที่ชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อย
แต่ปริมาตรไขมันและผิวยังคงมีความแน่นอยู่
Ulthera ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดค่ะ
สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
อาการแก้มห้อยในวัย 40 ไม่ได้เกิดจากผิวบางลง
แต่เกิดจากการเชื่อมต่อของชั้น SMAS อ่อนแอลง
ทำให้ไขมันเคลื่อนตัวคล้อยลงมาด้านล่างค่ะ
Ulthera เป็นอุปกรณ์ยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดเกือบจะชนิดเดียว
ที่ส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้น SMAS (4.5 มม.) โดยตรง
จึงให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสูงสุดสำหรับคนในวัยนี้ค่ะ

ถ้าอย่างนั้น เราเหมาะกับ Ulthera ไหมนะ?
กลุ่มผู้รับบริการ | ลักษณะปัญหา | แนวทางการดูแลที่แนะนำ |
วัย 40 ต้น
เริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อย | เส้นโหนกแก้มและแก้มส้ม
เริ่มคล้อยลงเล็กน้อย | ทำเฉพาะ Ulthera
ประมาณปีละ 1 ครั้ง |
วัย 40 กลางถึงปลาย
ไขมันเริ่มคล้อยชัดเจน | เริ่มมีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
และเหนียงใต้คาง | ทำ Ulthera ควบคู่กับ Shurink
ห่างกันทุกๆ 6 เดือน |
คนไข้ที่หน้าตอบ
หรือมีปริมาตรแก้มค่อนข้างน้อย | มีความเสี่ยงที่แก้มจะดูตอบลง
หลังทำหัตถการ | ปรับลดจำนวนช็อตของ Ulthera +
พิจารณาทำฟิลเลอร์ควบคู่ |
สำหรับคนไข้ที่มีรูปหน้าตอบหรือผอม
การลดจำนวนช็อตลงหรือปรึกษาแพทย์เพื่อกระจายระดับความลึก
จะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีคนไข้อายุ 53 ปีเข้ามาปรึกษาขอยิงฟูลช็อต (Full Shot)
แต่หมอไม่ได้แนะนำให้ทำตามนั้นทันทีค่ะ หมอเลือกปรับจำนวนช็อตตามปริมาณไขมันแก้มของเค้า
ผลลัพธ์ออกมาคือกรอบหน้ายกกระชับสวยงาม
โดยที่แก้มไม่ตอบลงเลยค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
น่าจะกำลังสงสัยเรื่องเหล่านี้อยู่ใช่ไหมคะ?
Q1. ทำ Ulthera 1 ครั้ง
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน?
อันนี้หมอขออธิบายตรงๆ เลยนะคะว่า
ยากที่จะฟันธงเป็นตัวเลขเป๊ะๆ ว่าได้จำนวนกี่เดือนค่ะ
หลังทำทันทีในช่วงเดือนแรกจะเห็นผลจากการหดตัวของชั้นผิว
หลังจากนั้นในช่วง 3-6 เดือน
ร่างกายจะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
ทำให้เนื้อเยื่อยกระชับและฟูแน่นขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่เฉลี่ยประมาณ 8 - 12 เดือน
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอัตราการเสื่อมสภาพผิวตามวัยของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
Q2. ขอทราบราคา จำนวนครั้งที่เหมาะสม
แบบตรงไปตรงมาหน่อยค่ะ
สำหรับส่วนใหญ่ในวัย 40 ปี
หมอแนะนำสแตนดาร์ดที่ปีละ 1 ครั้งค่ะ
ส่วนเรื่องราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้
โดยปกติทั่วหน้า (Full Face) ปริมาณที่กำลังดีจะอยู่ที่ประมาณ 300 ช็อตค่ะ
บางท่านเพิ่งมาทำครั้งแรกแล้วชอบถามหมอว่า "ถ้าทำติดกัน 2-3 ครั้ง
จะยิ่งเห็นผลดีกว่าไหมคะ?"
ซึ่งความเป็นจริงแล้ว Ulthera ไม่ได้ทำงานแบบนั้นค่ะ
เราต้องปล่อยให้ผิวหนังได้มีเวลาสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างเต็มที่หลังถูกกระตุ้นก่อน
การส่งพลังงานซ้ำในครั้งต่อไปถึงจะมีประสิทธิภาพและปลอดภัยค่ะ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างคะ?
ในขั้นตอนการรักษาจริงที่หมอเจอในคลินิก
อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือจะมีอาการตึงๆ ขัดๆ คล้ายปวดระบมใต้กล้ามเนื้อ
อยู่ประมาณ 2-3 วันหลังทำค่ะ
ในเคสที่พบได้น้อย อาจมีรอยช้ำชั่วคราว
หรือบริเวณที่ไขมันบาง
อาจจะดูตอบหรือยุบลงเล็กน้อยได้ค่ะ
และสิ่งสำคัญที่สุดที่หมออยากเตือนไว้เลยคือ
หากจ่อยิงโดนแนวเส้นประสาทหลักใบหน้าขึ้นมา
ก็มีโอกาสเกิดอาการปากเบี้ยวหรือหน้าเบี้ยวชั่วคราวได้ค่ะ
ดังนั้นการเลือกทำหัตถการนี้กับแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคใบหน้าอย่างละเอียด
จึงสำคัญและจำเป็นมากๆ ค่ะ
ในพาร์ทหน้า หมอจะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ 'เจาะลึกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำ Ulthera ในวัย 40' นะคะ
หมอจะนำเคสจริงมาโชว์ให้ดูว่าทำไมแต่ละคนถึงเริ่มเห็นผลลัพธ์ในระยะเวลาที่แตกต่างกันค่ะ
หากคนไข้กังวลเรื่องจำนวนช็อตและความลึกที่เหมาะสมกับหน้าตัวเอง
สามารถถ่ายรูปหน้าตรงและด้านข้าง ส่งมาปรึกษาผ่านทาง KakaoTalk ได้เลยนะคะ
ขอบคุณค่ะ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากลดโหนกแก้ม? ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนนะคะว่าเป็นที่ 'กระดูก' หรือเปล่า
ก่อนที่จะลดโหนกแก้ม ต้องเช็กก่อนนะคะว่าเป็น 'ประเภทกระดูก' หรือเปล่า เพราะถ้าสาเหตุเกิดจากความหย่อนคล้อยหรือไขมัน เราสามารถปรับรูปหน้าให้อ่อนละมุนขึ้นได้ด้วยการทำ lifting และการปรับสมดุลค่ะ

ผู้ชาย
ทำ Inmode FX มาได้ 2-3 วันแล้ว แต่ยังมีอาการอุ่นๆ ร้อนๆ หรือเสียวแปล๊บๆ อยู่เลย แบบนี้ปกติไหมคะ?
อาการร้อนผ่าวหลังทำ InMode FX — มาเช็กกันตั้งแต่ผลข้างเคียงปกติที่พบได้ทั่วไป สิ่งที่ต้องสังเกตเมื่ออาการเป็นยาวนานขึ้น ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ควรติดต่อแพทย์กันค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink มาแล้วรู้สึกไม่ค่อยเห็นผลเลยค่ะ เป็นเพราะเราดูแลตัวเองผิดวิธี หรือว่าปกติมันเป็นแบบนี้อยู่แล้วคะ?
เมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์ของ Shurink ไม่ค่อยเห็นผล — มาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุที่เห็นผลช้า จำนวนช็อต ระดับความหย่อนคล้อย ไปจนถึงจุดที่ต้องเช็กก่อนทำซ้ำกันค่ะ

ผิว
Oligio X เจ็บมากไหมคะตอนทำ แล้วจำเป็นต้องแปะยาชาไหม?
Oligio X ความเจ็บและยาชา — เจาะลึกตั้งแต่ความรู้สึกเจ็บที่ต่างกันในแต่ละจุด เทคนิคช่วยลดความเจ็บ ไปจนถึงเวลาที่แนะนำในการแปะยาชาครีม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกมาแล้วดูเบี้ยวไม่เท่ากันสองข้าง แบบนี้ควรรับมือหรือแก้ไขอย่างไรดีคะ?
สะโพกไม่เท่ากันหลังฉีดฟิลเลอร์ — มาดูสาเหตุที่พบบ่อย, วิธีดูแลตัวเองตามระยะเวลา และสัญญาณที่ต้องเช็กก่อนจะเริ่มปรึกษาเรื่องการแก้ไขกันค่ะ

ผิว
หลังทำหัตถการหลายคนบอกว่าประคบเย็นจะช่วยลดบวมได้ดี แล้วควรเริ่มประคบตั้งแต่ตอนไหน ถึงเมื่อไหร่ และต้องทำอย่างไรบ้างคะ?
การประคบเย็นหลังทำหัตถการ — ชวนมาทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการลดบวม ช่วงเวลา ระยะเวลา วิธีการประคบ ไปจนถึงกรณีที่ควรหลีกเลี่ยง



