ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

[คอลัมน์]โบท็อกซ์ไม่เห็นผลทันที! แต่ละจุดต่างกัน

[คอลัมน์]โบท็อกซ์ไม่เห็นผลทันที! แต่ละจุดต่างกัน

[คอลัมน์]โบท็อกซ์ไม่เห็นผลทันที! แต่ละจุดต่างกัน

โบท็อกซ์เห็นผลเร็วแค่ไหน? ริ้วรอย 3–5 วัน กราม·บ่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป พร้อมอธิบายหลักการทำงานแต่ละจุด

이마 주름 보톡스 맞고 며칠 뒤에 펴질까? 부위별 효과 시기 총정리



💡 โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน



Q. โบท็อกซ์เห็นผลทันทีหลังฉีดไหม?

A. แตกต่างกันตามบริเวณ ริ้วรอยใช้เวลา 2~3 วัน,

บริเวณกล้ามเนื้ออย่างกรามหรือบ่า

จะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่หนึ่งเดือนหลังจากนั้น



Q. โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ต่อริ้วรอยและกล้ามเนื้อเหมือนกันไหม?

A. แม้จะเป็นโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ความหนาของเนื้อเยื่อเป้าหมายและ

รูปแบบการหดตัวต่างกัน จึงทำให้ช่วงเวลาที่รู้สึกเห็นผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง



📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้

โบท็อกซ์ริ้วรอยจะรู้สึกตึงขึ้นตั้งแต่ 2~3 วันหลังฉีด

ส่วนโบท็อกซ์กล้ามเนื้ออย่างกรามหรือบ่า

จะเริ่มเห็นแนวเส้นค่อย ๆ ลดลงหลังจากหนึ่งเดือน



보톡스 맞고 바로 효과 기대하면 안 됩니다 (ft. 승모근, 턱 보톡스)

โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่เห็นผล “ทันที” นะคะ

— จังหวะการออกฤทธิ์แตกต่างกันไปตามบริเวณ



"ฉีดเมื่อวานแต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยค่ะ"

เป็นคำที่ได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจค่ะ



แต่ประเด็นที่ทำให้สับสนคือ,

'ยังไม่เห็นผล' กับ 'ไม่ได้ผล' นั้น

เป็นคนละเรื่องกันเลย



ตัวยาของโบท็อกซ์คือโบทูลินัมท็อกซิน



พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นสารที่ช่วยยับยั้ง

สัญญาณประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อขยับได้ชั่วคราว



เมื่อกล้ามเนื้อจะหดตัว เส้นประสาทต้องหลั่ง

สารสื่อประสาทที่ชื่อว่า 'อะเซทิลโคลีน' ออกมาก่อน

โบท็อกซ์ก็จะไปยับยั้งการหลั่งนั้น



ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอยู่หนึ่งอย่าง



นั่นคือการยับยั้งนี้ไม่ได้เสร็จสมบูรณ์แบบ 'ทันที'



หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว ที่ปลายประสาท

ต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะจับกับตัวรับได้อย่างสมบูรณ์



และระยะเวลานั้น

จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามว่าคือกล้ามเนื้อมัดไหน



ริ้วรอย เช่น ระหว่างคิ้วหรือหน้าผาก

เป็นกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าที่บางและหดตัวบ่อยอย่างรวดเร็ว



เพราะมีขนาดเล็กและตอบสนองไว

โบท็อกซ์จึงใช้เวลาในการจับตัวสั้นกว่า



ภายใน 2~3 วัน ก็จะเริ่มรู้สึกว่า 'เอ๊ะ สีหน้าดูอ่อนลงนิดหนึ่งแล้ว' และ

ภายในหนึ่งสัปดาห์จะรู้สึกตึงขึ้นอย่างชัดเจน



แต่ในกรณีกราม (กล้ามเนื้อบดเคี้ยว) หรือบ่า เรื่องจะต่างออกไป



กล้ามเนื้อเหล่านี้เป็นกล้ามเนื้อที่หนาและใหญ่ ใช้ทุกวันตอนเคี้ยวอาหาร

และทุกครั้งที่ใช้ไหล่



แม้จะฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณเท่ากัน

ก็ต้องใช้เวลามากกว่าในการกระจายและออกฤทธิ์ทั่วทั้งกล้ามเนื้อ



ดังนั้นคนที่บอกว่า "ผ่านไป 1~2 สัปดาห์แล้วยังไม่รู้สึกอะไรเลย"

ถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ



หลังจากหนึ่งเดือน เมื่อมองกระจก

ก็จะเริ่มรู้สึกว่า 'เอ๊ะ แนวเส้นดูต่างไปนิดหนึ่ง' และ

ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ควรประเมินในช่วง 6~8 สัปดาห์



พูดตรง ๆ เลยนะคะ

ถ้าไม่เข้าใจความแตกต่างนี้ ก็อาจไปฉีดซ้ำโดยไม่จำเป็น



ถ้าฉีดซ้ำอีกใน 3 สัปดาห์เพราะคิดว่า "ไม่มีผล"

ก็มีเคสที่พอครบหนึ่งเดือนแล้วเกิดหนังตาตกหรือหน้าแน่นเกินไป

ซึ่งในห้องตรวจของเราก็พบอยู่บ่อยค่ะ



👨‍⚕️ สรุปสาระสำคัญจากผู้อำนวยการวี ยองจิน

โบท็อกซ์ริ้วรอย (หน้าผาก·หว่างคิ้ว·หางตา)

จะเริ่มรู้สึกตึงขึ้นหลัง 2~3 วัน

และภายใน 1 สัปดาห์จะยืนยันผลได้ชัดเจน



โบท็อกซ์กล้ามเนื้อหนาอย่างกราม·บ่า จะเริ่ม

เห็นแนวเส้นลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังหนึ่งเดือน

และควรประเมินผลลัพธ์สุดท้ายในช่วง 6~8 สัปดาห์



อย่าเพิ่งตัดสินว่า 'ไม่ได้ผล' จนกว่าจะผ่านไปนานพอ



ถ้าฉีดซ้ำเร็วเกินไป กลับจะทำให้ผลลัพธ์แย่ลง



"보톡스 맞았는데 똑같아요" 3주 만에 리터치 받으면 낭패 보는 이유

แล้วในกรณีของฉันล่ะ

ต้องรอนานแค่ไหน

— เราใช้แนวทางที่ต่างกันตามประเภท

เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดกันมาก

จังหวะเวลาเห็นผลของโบท็อกซ์ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่บริเวณ

แต่ยังขึ้นอยู่กับสภาพกล้ามเนื้อของแต่ละคนด้วย



① คนที่ฉีดเป็นครั้งแรก

กล้ามเนื้อยังไม่คุ้นกับโบท็อกซ์

ตัวกล้ามเนื้อเองอาจมีพฤติกรรมการหดตัวที่แข็งแรงมาก

จึงมีบางกรณีที่รู้สึกว่าเห็นผลช้า



แม้ช่วงแรกจะรู้สึกไม่แน่ใจว่าถูกต้องไหม

แต่ถ้าทำต่อเนื่อง 2~3 ครั้ง ความคงอยู่ของผลจะต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด



② คนที่เว้นช่วงฉีดซ้ำสั้นเกินไป

คนที่ฉีดซ้ำทั้งที่ยังไม่ถึง 3 เดือนแล้วบอกว่า 'ผลเริ่มลดลง'

ในกรณีนี้อาจเกิดภาวะดื้อโบท็อกซ์ได้



พูดให้ชัดคือเกิดการสร้าง 'แอนติบอดีทำให้เป็นกลาง'

ร่างกายเริ่มมองโบท็อกซ์เป็นสิ่งแปลกปลอม

และพยายามทำให้มันหมดฤทธิ์



เมื่อเป็นแบบนี้ การทำให้เห็นผลด้วยปริมาณเท่าเดิมจะยากขึ้น

ควรเว้นอย่างน้อย 4 เดือนเป็นอย่างต่ำ



③ คนที่มีกล้ามเนื้อบ่าหรือกล้ามเนื้อบดเคี้ยวพัฒนามาก

ยิ่งมวลกล้ามเนื้อใหญ่ โบท็อกซ์ก็ยิ่งต้องใช้

ทั้งปริมาณมากขึ้นและเวลาในการกระจายมากขึ้น



แต่ละเคสไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปผมจะทำแบบนี้ครับ



ฉีดครั้งแรกด้วยขนาดมาตรฐาน แล้วให้กลับมาดูอีกครั้งใน 6 สัปดาห์

จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเติมเพิ่มหรือไม่

ถ้าฉีดมากเกินไปตั้งแต่แรก จะปรับแก้ทีหลังได้ยาก



แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโบท็อกซ์จะดีตลอดไป

เมื่อเวลาผ่านไป ผลของโบท็อกซ์จะค่อย ๆ กลับมา



มันไม่ถาวร โดยทั่วไป 4~6 เดือนกล้ามเนื้อก็จะฟื้นตัว



ดังนั้นหากต้องการคงผลไว้ ก็ต้องฉีดอย่างสม่ำเสมอ

และการปรับความถี่กับปริมาณให้เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ



คนที่เคยฉีดที่อื่น 10 ครั้งแล้วยังบอกว่าแนวเส้นไม่ลด

แต่กลับมาพอใจหลังทำที่คลินิกของเราประมาณ 2~3 ครั้งนั้น

ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องการปรับขนาดยา



คำถามที่พบบ่อย



Q1. หลังฉีดโบท็อกซ์ ต้องดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงไม่กี่วันแรก?



A. หลังทำหัตถการ 4~6 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการนอนราบ

และหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่ฉีด



เพราะโบท็อกซ์อาจกระจายไปยังกล้ามเนื้อข้างเคียงที่ไม่ต้องการได้



ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือออกกำลังกายหนักในวันเดียวกันด้วย

และงดซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำประมาณ 3 วันจะปลอดภัยกว่า



หากเป็นบริเวณริ้วรอย หลัง 1~2 วันสามารถแต่งหน้าเบา ๆ ได้

แต่เวลาล้างหน้า อย่าถูบริเวณนั้นแรง ๆ

ประมาณหนึ่งสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อน



Q2. ทำไมโบท็อกซ์ถึงเหมือนจะ

หายเร็วเกินกว่าที่คิด?



A. มีหลายสาเหตุค่ะ

ที่พบบ่อยที่สุดคือปริมาณยาไม่เพียงพอ



ถัดมาคือการฉีดซ้ำถี่เกินไปจนเกิดแอนติบอดี

และในคนที่ออกกำลังกายเยอะ

การเผาผลาญของกล้ามเนื้อจะคึกคัก ทำให้โบท็อกซ์สลายเร็วขึ้นได้



ถ้ารู้สึกว่าผลอยู่ไม่นาน ไม่ใช่แค่ฉีดเยอะขึ้นอย่างเดียว

แต่ควรรับคำปรึกษาเพื่อปรับขนาดยาและช่วงห่างอย่างมีกลยุทธ์

จะเหมาะกว่าค่ะ



โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่เสร็จสมบูรณ์ทันทีหลังฉีด



การรู้ว่าผลจะเริ่มเมื่อไรแล้วรออย่างเข้าใจ

นั่นต่างหากคือก้าวแรกที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี



แนะนำให้ปรึกษาให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำค่ะ

นี่คืออีวียองจินจากคลินิกบิวตี้สโตนค่ะ





อ่านเพิ่มเติม

การลบรอยสักด้วย PicoWay โดยเฉลี่ยต้องกี่ครั้งถึงจะหาย?

มีคลินิกผิวหนังในฮงแดที่รักษาสิวได้ดีไหม?

[คอลัมน์ Beauty Stone] กับดักของ 'หัตถการราคาถูก' ที่พยายามประหยัดค่าลบรอยสักแต่ทำร้ายผิว

ราคาโบท็อกซ์ในเกาหลี ปี 2026

ผลข้างเคียงของ Shurink? ความเข้าใจผิดเรื่อง 'แก้มตอบ' และวิธีป้องกันที่แน่นอนจากคุณหมอ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าจะทำหัตถการในโซล ควรเลือกฮงแดหรือคังนัมดี — คู่มือสำหรับผู้มาเยือนชาวต่างชาติ

ยกกระชับ

ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ผลข้างเคียงของ Ulthera, "มุมปากยกไม่ขึ้น" — เคล็ดลับของผู้ทำหัตถการในการหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเส้นประสาท

ยกกระชับ

ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้

ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

รูขุมขนที่เลเซอร์จัดการไม่ได้ กับความลับของโครงสร้างชั้นหนังแท้ที่ 'Potenza RF' ช่วยไขได้

ผิว

รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?

เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

เวลาฉันเลือกคลินิกผิวหนังแถวฮงแด ฉันจะเริ่มดูจาก "คลินิกที่คุณหมอเจ้าของคลินิกตรวจเอง" ก่อน

ผิว

เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'

คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ถ้าจะเลือกคลินิกผิวหนังแถวมาโปให้ได้ทำ Thermage ดี ๆ ควรดูอะไรบ้าง

ยกกระชับ

เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?

เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1