โบท็อกซ์เริ่มเห็นผลตอนไหน สรุปตามบริเวณที่ฉีด
โบท็อกซ์เริ่มเห็นผลตอนไหน สรุปตามบริเวณที่ฉีด
โบท็อกซ์เริ่มเห็นผลตอนไหน สรุปตามบริเวณที่ฉีด
โบท็อกซ์ไม่เห็นผลทันที ริ้วรอยเห็นผลใน 2-3 วัน กรามหรือบ่าใน 4 สัปดาห์ หมอวียองจินสรุปให้ครับ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ แต่ละจุดเริ่มเห็นผลไม่พร้อมกันนะครับ
💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านสักนิดครับ
Q. ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะเห็นผลทันทีเลยไหมคะ?
A. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดครับ ถ้าเป็นเรื่องริ้วรอยจะเริ่มเห็นผลใน 2~3 วัน
แต่ถ้าเป็นบริเวณกล้ามเนื้อ เช่น กราม หรือบ่า
จะค่อยๆ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากผ่านไป 1 เดือนครับ
Q. วิธีการทำงานของโบท็อกซ์ต่อริ้วรอยและกล้ามเนื้อเหมือนกันไหมคะ?
A. แม้จะเป็นตัวยาเดียวกัน แต่เนื่องจากความหนาของเนื้อเยื่อเป้าหมาย
และรูปร่างการหดตัวของกล้ามเนื้อแตกต่างกัน ทำให้ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
📌 สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้
โบท็อกซ์ริ้วรอยจะเริ่มรู้สึกตึงกระชับขึ้นหลังจากฉีด 2~3 วัน
ส่วนโบท็อกซ์กล้ามเนื้ออย่างกรามหรือบ่า
ไลน์กล้ามเนื้อจะค่อยๆ เรียวเล็กลงหลังจากผ่านไป 1 เดือนครับ

โบท็อกซ์ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ 'เห็นผลทันที' — เพราะการทำงานของแต่ละจุดมีจังหวะเวลาที่ต่างกันครับ
"เพิ่งฉีดไปเมื่อวาน ทำไมยังไม่เห็นเปลี่ยนไปเลยคะ?"
นี่คือประโยคที่หมอได้ยินบ่อยมากๆ ในห้องตรวจครับ
แต่ในทางคลินิกแล้ว
คำว่า 'ไม่เห็นผล' กับ 'ยังไม่ถึงเวลาเห็นผล'
เป็นคนละเรื่องกันเลยนะครับ
ส่วนประกอบของโบท็อกซ์ก็คือ Botulinum Toxin ครับ
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ สารที่จะเข้าไปช่วยบล็อกสัญญาณประสาท
ที่สั่งการให้กล้ามเนื้อขยับตัวชั่วคราวนั่นเองครับ
ตามปกติแล้ว เวลาที่กล้ามเนื้อจะหดตัว เส้นประสาทจะต้องหลั่งสารสื่อประสาท
ที่เรียกว่า 'Acetylcholine' ออกมา
ซึ่งโบท็อกซ์จะเข้าไปขัดขวางการหลั่งสารตัวนี้ครับ
แต่มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ ครับ
นั่นคือการบล็อกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบ 'ทันทีทันใด'
หลังจากเดินยาเข้าไปแล้ว โบท็อกซ์จะต้องใช้เวลา
ในการเข้าไปจับกับปลายประสาทอย่างสมบูรณ์ครับ
และระยะเวลานั้น
ก็จะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงตามประเภทของกล้ามเนื้อครับ
อย่างบริเวณริ้วรอย เช่น ระหว่างคิ้ว หรือหน้าผาก
จะเป็นกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ที่บางและขยับตัวบ่อยและเร็วครับ
เนื่องจากเป็นมัดกล้ามเนื้อขนาดเล็กและตอบสนองไว
ระยะเวลาที่โบท็อกซ์จะเข้าไปจับตัวจึงสั้นกว่าครับ
แค่ 2~3 วันก็จะเริ่มรู้สึกว่า 'เอ๊ะ แสดงอารมณ์ได้ละมุนขึ้น'
และจะรู้สึกตึงเรียบนุ่มนวลขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ครับ
ในทางกลับกัน กล้ามเนื้อกราม (Masseter) หรือกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ
เพราะกล้ามเนื้อเหล่านี้เป็นมัดกล้ามเนื้อที่หนาและใหญ่
ซึ่งเราต้องใช้งานทุุกวันในการเคี้ยวอาหาร หรือเวลาขยับช่วงไหล่ครับ
ดังนั้น ต่อให้ฉีดปริมาณยาเท่ากัน
ตัวยาก็ต้องใช้เวลานานกว่าในการกระจายตัวทำงานให้ทั่วถึงทั้งมัดกล้ามเนื้อครับ
สำหรับใครที่ผ่านไป 1~2 สัปดาห์แล้วรู้สึกว่า "ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย"
ไม่ต้องกังวลนะครับ นั่นเป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ
พอเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป เวลาส่องกระจกก็จะเริ่มรู้สึกว่า
'เอ๊ะ กรอบหน้าเริ่มเรียวลงนิดนึงแล้วนะ'
และผลลัพธ์ที่เต็มประสิทธิภาพที่สุด แนะนำให้เช็กในช่วง 6~8 สัปดาห์ดีกว่าครับ
พูดกันตามตรงเลยนะครับ
ถ้าไม่เข้าใจความแตกต่างนี้ อาจจะทำให้เราไปฉีดซ้ำโดยไม่จำเป็นได้ครับ
ประเภทที่บอกว่า "ไม่เห็นผลเลยค่ะ" แล้วรีบไปฉีดซ้ำตอนสัปดาห์ที่ 3
จนพอผ่านไป 1 เดือนแล้วหน้าตอบหรือแก้มตอบเกินไป
เคสแบบนี้ที่คลินิกของหมอก็เจออยู่เรื่อยๆ เลยครับ
👨⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
โบท็อกซ์ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา)
จะเริ่มรู้สึกตึงกระชับขึ้นหลังจากผ่านไป 2~3 วัน
และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ใน 1 สัปดาห์ครับ
ส่วนโบท็อกซ์กล้ามเนื้อมัดหนาอย่างกรามและบ่า
ไลน์กล้ามเนื้อจะค่อยๆ เรียวเล็กลงตั้งแต่ช่วง 1 เดือนหลังฉีด
และควรประเมินผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ 6~8 สัปดาห์ครับ
การจะตัดสินว่า 'ไม่ได้ผล' ควรรอให้พ้นระยะเวลาที่เหมาะสมไปก่อนนะครับ
การใจร้อนรีบฉีดซ้ำเร็วเกินไป อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีครับ

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์แต่ละจุด เริ่มเห็นผลตอนไหนกันแน่ (ตารางสรุปแบบเข้าใจง่าย)
บริเวณที่ฉีด | เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง | เห็นผลลัพธ์เต็มที่ | เหตุผล (ลักษณะเฉพาะของกล้ามเนื้อ) |
|---|---|---|---|
ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา) | 2~3 วัน | ประมาณ 1 สัปดาห์ | เป็นกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ที่บางและตอบสนองเร็ว โบท็อกซ์จึงจับตัวได้อย่างรวดเร็ว |
กราม·บ่า | ประมาณ 4 สัปดาห์ (1 เดือน) | 6~8 สัปดาห์ | เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และหนา ตัวยาจึงต้องใช้เวลาในการกระจายตัวทำงานอย่างช้าๆ |
ถ้าอย่างนั้น ในกรณีขอมุมมองฉันต้องรอนานแค่ไหน — แก้ไขตามประเภทรายบุคคลกันครับ
เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
เพราะ 'ช่วงเวลา' การออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดเท่านั้น
แต่ยังขึ้นอยู่กับสภาพกล้ามเนื้อเฉพาะบุคคลด้วยครับ
① สำหรับผู้ที่ฉีดครั้งแรก
กล้ามเนื้ออาจจะยังไม่ 'คุ้นชิน' กับโบท็อกซ์ครับ
เนื่องจากตัวกล้ามเนื้อเดิมมีแรงหดเกร็งที่แข็งแรงมาก
ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าเห็นผลช้ากว่าปกติได้ครับ
สำหรับใครที่ฉีดครั้งแรกแล้วรู้สึกว่ายังไม่ค่อยเห็นความต่าง
หากลองฉีดต่อเนื่องสัก 2~3 ครั้ง จะสังเกตได้ชัดเลยครับว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
② สำหรับผู้ที่ฉีดซ้ำในระยะเวลาที่สั้นเกินไป
ผู้ที่รู้สึกว่า 'ผลลัพธ์เริ่มลดลง' ทั้งที่ยังไม่ถึง 3 เดือน แล้วรีบไปฉีดซ้ำ
กรณีนี้อาจก่อให้เกิดอาการดื้อโบท็อกซ์ได้ง่ายมากครับ
พูดให้ชัดก็คือการสร้าง ' neutralizing antibody ' ขึ้นมา
ทำให้ร่างกายมองว่าโบท็อกซ์เป็นสิ่งแปลกปลอม
และพยายามกำจัดหรือทำให้โบท็อกซ์เสื่อมฤทธิ์ไปนั่นเองครับ
หากเกิดปัญหานี้ขึ้น การใช้ปริมาณยาเท่าเดิมก็จะเห็นผลได้ยากขึ้นครับ
ทางที่ดีที่สุด แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 เดือนจะดีที่สุดครับ
③ สำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้อบ่าหรือกล้ามเนื้อกรามที่พัฒนาตัวหนามาก
ยิ่งมัดกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่เท่าไหร่
ก็ยิ่งต้องใช้ขนาดยา (Unit) และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นานขึ้นเท่านั้นครับ
แม้ผลลัพธ์จะต่างกันไปในแต่ละเคส แต่ปกติหมอจะประเมินแบบนี้ครับ
ในการฉีดครั้งแรก หมอจะเลือกใช้ปริมาณมาตรฐานที่เหมาะสมก่อน แล้วนัดกลับมาดูผลหลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์
จากนั้นจึงค่อยประเมินผลลัพธ์เพื่อตัดสินใจเรื่องการเติมยาเพิ่มครับ
เพราะหากอัดปริมาณยาเยอะเกินไปตั้งแต่แรก จะแก้ไขได้ยากในภายหลังครับ
แต่งานนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะอยู่ได้ตลอดไปนะครับ
เมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ก็จะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติครับ
ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร โดยทั่วไปกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาในเวลา 4~6 เดือนครับ
ดังนั้นหากต้องการคงผลลัพธ์ให้สวยเป๊ะ ก็ต้องฉีดอย่างสม่ำเสมอ
การปรับรอบการฉีดและปริมาณตัวยาให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ
หลายคนที่เคยพูดว่าไปฉีดที่อื่นมาตั้ง 10 ครั้งแล้วกรามก็ยังไม่ลดลง
แต่พอมาฉีดเก็บบล็อกที่คลินิกของเราเพียง 2~3 ครั้งก็แฮปปี้ประทับใจกันมากๆ
ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมากจากการคำนวณปริมาณยา (dosage) ที่ไม่พอดีนั่นเองครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว มีวิธีดูแลตัวเองในช่วงแรกอย่างไรบ้างครับ?
A. ในช่วงเวลา 4~6 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หลักๆ เลยคือแนะนำเลี่ยงการนอนราบ
รวมถึงงดการนวด กด หรือถูแรงๆ บริเวณที่ฉีดด้วยนะครับ
เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นที่เราไม่ต้องการได้ครับ
ในวันแรกควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการออกกำลังกายหนักๆ
และควรงดการเข้าซาวน่า สปาร้อน อย่างน้อยสัก 3 วันเพื่อความปลอดภัยครับ
สำหรับบริเวณริ้วรอย หลังทำไป 1-2 วันก็สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตามปกติครับ
แต่ตอนล้างหน้า แนะนำให้หลีกเลี่ยงการถูหน้าแรงๆ
บริเวณจุดที่ฉีดสักประมาณ 1 สัปดาห์นะครับ
Q2. รู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วกว่าที่คิด เกิดจากอะไรได้บ้างครับ?
A. สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยเลยครับ
แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ปริมาณยา (Unit) ที่ฉีดนั้นน้อยเกินไปสำหรับกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ ครับ
สาเหตุต่อมาคือ ช่วงเวลาในการฉีดแต่ละรอบถี่เกินไปจนทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมา
รวมถึงกลุ่มคนที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำ
เนื่องจากมีการเผาผลาญของร่างกายและกล้ามเนื้อสูง ทำให้โบท็อกซ์สลายตัวเร็วกว่าปกติได้ด้วยเช่นกันครับ
หากรู้สึกว่าผลลัพธ์สลายตัวไวเกินไป ไม่แนะนำให้เพิ่มปริมาณการฉีดเฉยๆ นะครับ
แต่ควรเข้ามาปรึกษากับคุณหมอเพื่อช่วยวิเคราะห์จัดโปรแกรมปรับแต่งปริมาณยา
และกำหนดสัปดาห์ระยะห่างอย่างถูกวิธีตามแผนการรักษาเฉพาะตัวจะดีที่สุดครับ
อย่าลืมนะครับว่าโบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่ทำปุ๊บแล้วหน้าจะเป๊ะปั๊บในวินาทีนั้นเลย
การเข้าใจถึงเวลาการทำงานของตัวยา และรอคอยอย่างถูกจังหวะ
เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและธรรมชาติที่สุดครับ
แนะนำให้ปรึกษากับหมอให้ละเอียดก่อนตัดสินใจรักษานะครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ครับ ไว้พบกันใหม่นะครับ จากหมอวี ยองจิน Beautystone clinic ครับ
ใครที่กำลังกังวลใจเรื่องการฉีดโบท็อกซ์เฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก, ระหว่างคิ้ว, กราม หรือร่องแก้ม
ลองตรวจเช็กช่วงเวลาการเห็นผลลัพธ์และระยะเวลาในการคงอยู่ก่อนฉีดกันนะครับ
▶คลิกดูข้อมูลโบท็อกซ์ที่เหมาะกับจุดกังวลของฉัน
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶เจาะลึกประเภทโบท็อกซ์ Coretox และ Xeomin ต่างกันยังไงนะ?
▶โบท็อกซ์กราม ควรฉีดบ่อยแค่ไหนถึงจะกำลังดี?
▶รอบการฉีดโบท็อกซ์ และทำไมเราถึงไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ แต่ละจุดเริ่มเห็นผลไม่พร้อมกันนะครับ
💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านสักนิดครับ
Q. ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะเห็นผลทันทีเลยไหมคะ?
A. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดครับ ถ้าเป็นเรื่องริ้วรอยจะเริ่มเห็นผลใน 2~3 วัน
แต่ถ้าเป็นบริเวณกล้ามเนื้อ เช่น กราม หรือบ่า
จะค่อยๆ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากผ่านไป 1 เดือนครับ
Q. วิธีการทำงานของโบท็อกซ์ต่อริ้วรอยและกล้ามเนื้อเหมือนกันไหมคะ?
A. แม้จะเป็นตัวยาเดียวกัน แต่เนื่องจากความหนาของเนื้อเยื่อเป้าหมาย
และรูปร่างการหดตัวของกล้ามเนื้อแตกต่างกัน ทำให้ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
📌 สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้
โบท็อกซ์ริ้วรอยจะเริ่มรู้สึกตึงกระชับขึ้นหลังจากฉีด 2~3 วัน
ส่วนโบท็อกซ์กล้ามเนื้ออย่างกรามหรือบ่า
ไลน์กล้ามเนื้อจะค่อยๆ เรียวเล็กลงหลังจากผ่านไป 1 เดือนครับ

โบท็อกซ์ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ 'เห็นผลทันที' — เพราะการทำงานของแต่ละจุดมีจังหวะเวลาที่ต่างกันครับ
"เพิ่งฉีดไปเมื่อวาน ทำไมยังไม่เห็นเปลี่ยนไปเลยคะ?"
นี่คือประโยคที่หมอได้ยินบ่อยมากๆ ในห้องตรวจครับ
แต่ในทางคลินิกแล้ว
คำว่า 'ไม่เห็นผล' กับ 'ยังไม่ถึงเวลาเห็นผล'
เป็นคนละเรื่องกันเลยนะครับ
ส่วนประกอบของโบท็อกซ์ก็คือ Botulinum Toxin ครับ
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ สารที่จะเข้าไปช่วยบล็อกสัญญาณประสาท
ที่สั่งการให้กล้ามเนื้อขยับตัวชั่วคราวนั่นเองครับ
ตามปกติแล้ว เวลาที่กล้ามเนื้อจะหดตัว เส้นประสาทจะต้องหลั่งสารสื่อประสาท
ที่เรียกว่า 'Acetylcholine' ออกมา
ซึ่งโบท็อกซ์จะเข้าไปขัดขวางการหลั่งสารตัวนี้ครับ
แต่มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ ครับ
นั่นคือการบล็อกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบ 'ทันทีทันใด'
หลังจากเดินยาเข้าไปแล้ว โบท็อกซ์จะต้องใช้เวลา
ในการเข้าไปจับกับปลายประสาทอย่างสมบูรณ์ครับ
และระยะเวลานั้น
ก็จะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงตามประเภทของกล้ามเนื้อครับ
อย่างบริเวณริ้วรอย เช่น ระหว่างคิ้ว หรือหน้าผาก
จะเป็นกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ที่บางและขยับตัวบ่อยและเร็วครับ
เนื่องจากเป็นมัดกล้ามเนื้อขนาดเล็กและตอบสนองไว
ระยะเวลาที่โบท็อกซ์จะเข้าไปจับตัวจึงสั้นกว่าครับ
แค่ 2~3 วันก็จะเริ่มรู้สึกว่า 'เอ๊ะ แสดงอารมณ์ได้ละมุนขึ้น'
และจะรู้สึกตึงเรียบนุ่มนวลขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ครับ
ในทางกลับกัน กล้ามเนื้อกราม (Masseter) หรือกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ
เพราะกล้ามเนื้อเหล่านี้เป็นมัดกล้ามเนื้อที่หนาและใหญ่
ซึ่งเราต้องใช้งานทุุกวันในการเคี้ยวอาหาร หรือเวลาขยับช่วงไหล่ครับ
ดังนั้น ต่อให้ฉีดปริมาณยาเท่ากัน
ตัวยาก็ต้องใช้เวลานานกว่าในการกระจายตัวทำงานให้ทั่วถึงทั้งมัดกล้ามเนื้อครับ
สำหรับใครที่ผ่านไป 1~2 สัปดาห์แล้วรู้สึกว่า "ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย"
ไม่ต้องกังวลนะครับ นั่นเป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ
พอเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป เวลาส่องกระจกก็จะเริ่มรู้สึกว่า
'เอ๊ะ กรอบหน้าเริ่มเรียวลงนิดนึงแล้วนะ'
และผลลัพธ์ที่เต็มประสิทธิภาพที่สุด แนะนำให้เช็กในช่วง 6~8 สัปดาห์ดีกว่าครับ
พูดกันตามตรงเลยนะครับ
ถ้าไม่เข้าใจความแตกต่างนี้ อาจจะทำให้เราไปฉีดซ้ำโดยไม่จำเป็นได้ครับ
ประเภทที่บอกว่า "ไม่เห็นผลเลยค่ะ" แล้วรีบไปฉีดซ้ำตอนสัปดาห์ที่ 3
จนพอผ่านไป 1 เดือนแล้วหน้าตอบหรือแก้มตอบเกินไป
เคสแบบนี้ที่คลินิกของหมอก็เจออยู่เรื่อยๆ เลยครับ
👨⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
โบท็อกซ์ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา)
จะเริ่มรู้สึกตึงกระชับขึ้นหลังจากผ่านไป 2~3 วัน
และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ใน 1 สัปดาห์ครับ
ส่วนโบท็อกซ์กล้ามเนื้อมัดหนาอย่างกรามและบ่า
ไลน์กล้ามเนื้อจะค่อยๆ เรียวเล็กลงตั้งแต่ช่วง 1 เดือนหลังฉีด
และควรประเมินผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ 6~8 สัปดาห์ครับ
การจะตัดสินว่า 'ไม่ได้ผล' ควรรอให้พ้นระยะเวลาที่เหมาะสมไปก่อนนะครับ
การใจร้อนรีบฉีดซ้ำเร็วเกินไป อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีครับ

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์แต่ละจุด เริ่มเห็นผลตอนไหนกันแน่ (ตารางสรุปแบบเข้าใจง่าย)
บริเวณที่ฉีด | เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง | เห็นผลลัพธ์เต็มที่ | เหตุผล (ลักษณะเฉพาะของกล้ามเนื้อ) |
|---|---|---|---|
ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา) | 2~3 วัน | ประมาณ 1 สัปดาห์ | เป็นกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ที่บางและตอบสนองเร็ว โบท็อกซ์จึงจับตัวได้อย่างรวดเร็ว |
กราม·บ่า | ประมาณ 4 สัปดาห์ (1 เดือน) | 6~8 สัปดาห์ | เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และหนา ตัวยาจึงต้องใช้เวลาในการกระจายตัวทำงานอย่างช้าๆ |
ถ้าอย่างนั้น ในกรณีขอมุมมองฉันต้องรอนานแค่ไหน — แก้ไขตามประเภทรายบุคคลกันครับ
เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
เพราะ 'ช่วงเวลา' การออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดเท่านั้น
แต่ยังขึ้นอยู่กับสภาพกล้ามเนื้อเฉพาะบุคคลด้วยครับ
① สำหรับผู้ที่ฉีดครั้งแรก
กล้ามเนื้ออาจจะยังไม่ 'คุ้นชิน' กับโบท็อกซ์ครับ
เนื่องจากตัวกล้ามเนื้อเดิมมีแรงหดเกร็งที่แข็งแรงมาก
ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าเห็นผลช้ากว่าปกติได้ครับ
สำหรับใครที่ฉีดครั้งแรกแล้วรู้สึกว่ายังไม่ค่อยเห็นความต่าง
หากลองฉีดต่อเนื่องสัก 2~3 ครั้ง จะสังเกตได้ชัดเลยครับว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
② สำหรับผู้ที่ฉีดซ้ำในระยะเวลาที่สั้นเกินไป
ผู้ที่รู้สึกว่า 'ผลลัพธ์เริ่มลดลง' ทั้งที่ยังไม่ถึง 3 เดือน แล้วรีบไปฉีดซ้ำ
กรณีนี้อาจก่อให้เกิดอาการดื้อโบท็อกซ์ได้ง่ายมากครับ
พูดให้ชัดก็คือการสร้าง ' neutralizing antibody ' ขึ้นมา
ทำให้ร่างกายมองว่าโบท็อกซ์เป็นสิ่งแปลกปลอม
และพยายามกำจัดหรือทำให้โบท็อกซ์เสื่อมฤทธิ์ไปนั่นเองครับ
หากเกิดปัญหานี้ขึ้น การใช้ปริมาณยาเท่าเดิมก็จะเห็นผลได้ยากขึ้นครับ
ทางที่ดีที่สุด แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 เดือนจะดีที่สุดครับ
③ สำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้อบ่าหรือกล้ามเนื้อกรามที่พัฒนาตัวหนามาก
ยิ่งมัดกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่เท่าไหร่
ก็ยิ่งต้องใช้ขนาดยา (Unit) และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นานขึ้นเท่านั้นครับ
แม้ผลลัพธ์จะต่างกันไปในแต่ละเคส แต่ปกติหมอจะประเมินแบบนี้ครับ
ในการฉีดครั้งแรก หมอจะเลือกใช้ปริมาณมาตรฐานที่เหมาะสมก่อน แล้วนัดกลับมาดูผลหลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์
จากนั้นจึงค่อยประเมินผลลัพธ์เพื่อตัดสินใจเรื่องการเติมยาเพิ่มครับ
เพราะหากอัดปริมาณยาเยอะเกินไปตั้งแต่แรก จะแก้ไขได้ยากในภายหลังครับ
แต่งานนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะอยู่ได้ตลอดไปนะครับ
เมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ก็จะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติครับ
ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร โดยทั่วไปกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาในเวลา 4~6 เดือนครับ
ดังนั้นหากต้องการคงผลลัพธ์ให้สวยเป๊ะ ก็ต้องฉีดอย่างสม่ำเสมอ
การปรับรอบการฉีดและปริมาณตัวยาให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ
หลายคนที่เคยพูดว่าไปฉีดที่อื่นมาตั้ง 10 ครั้งแล้วกรามก็ยังไม่ลดลง
แต่พอมาฉีดเก็บบล็อกที่คลินิกของเราเพียง 2~3 ครั้งก็แฮปปี้ประทับใจกันมากๆ
ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมากจากการคำนวณปริมาณยา (dosage) ที่ไม่พอดีนั่นเองครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว มีวิธีดูแลตัวเองในช่วงแรกอย่างไรบ้างครับ?
A. ในช่วงเวลา 4~6 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หลักๆ เลยคือแนะนำเลี่ยงการนอนราบ
รวมถึงงดการนวด กด หรือถูแรงๆ บริเวณที่ฉีดด้วยนะครับ
เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นที่เราไม่ต้องการได้ครับ
ในวันแรกควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการออกกำลังกายหนักๆ
และควรงดการเข้าซาวน่า สปาร้อน อย่างน้อยสัก 3 วันเพื่อความปลอดภัยครับ
สำหรับบริเวณริ้วรอย หลังทำไป 1-2 วันก็สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตามปกติครับ
แต่ตอนล้างหน้า แนะนำให้หลีกเลี่ยงการถูหน้าแรงๆ
บริเวณจุดที่ฉีดสักประมาณ 1 สัปดาห์นะครับ
Q2. รู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วกว่าที่คิด เกิดจากอะไรได้บ้างครับ?
A. สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยเลยครับ
แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ปริมาณยา (Unit) ที่ฉีดนั้นน้อยเกินไปสำหรับกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ ครับ
สาเหตุต่อมาคือ ช่วงเวลาในการฉีดแต่ละรอบถี่เกินไปจนทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมา
รวมถึงกลุ่มคนที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำ
เนื่องจากมีการเผาผลาญของร่างกายและกล้ามเนื้อสูง ทำให้โบท็อกซ์สลายตัวเร็วกว่าปกติได้ด้วยเช่นกันครับ
หากรู้สึกว่าผลลัพธ์สลายตัวไวเกินไป ไม่แนะนำให้เพิ่มปริมาณการฉีดเฉยๆ นะครับ
แต่ควรเข้ามาปรึกษากับคุณหมอเพื่อช่วยวิเคราะห์จัดโปรแกรมปรับแต่งปริมาณยา
และกำหนดสัปดาห์ระยะห่างอย่างถูกวิธีตามแผนการรักษาเฉพาะตัวจะดีที่สุดครับ
อย่าลืมนะครับว่าโบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่ทำปุ๊บแล้วหน้าจะเป๊ะปั๊บในวินาทีนั้นเลย
การเข้าใจถึงเวลาการทำงานของตัวยา และรอคอยอย่างถูกจังหวะ
เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและธรรมชาติที่สุดครับ
แนะนำให้ปรึกษากับหมอให้ละเอียดก่อนตัดสินใจรักษานะครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ครับ ไว้พบกันใหม่นะครับ จากหมอวี ยองจิน Beautystone clinic ครับ
ใครที่กำลังกังวลใจเรื่องการฉีดโบท็อกซ์เฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก, ระหว่างคิ้ว, กราม หรือร่องแก้ม
ลองตรวจเช็กช่วงเวลาการเห็นผลลัพธ์และระยะเวลาในการคงอยู่ก่อนฉีดกันนะครับ
▶คลิกดูข้อมูลโบท็อกซ์ที่เหมาะกับจุดกังวลของฉัน
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶เจาะลึกประเภทโบท็อกซ์ Coretox และ Xeomin ต่างกันยังไงนะ?
▶โบท็อกซ์กราม ควรฉีดบ่อยแค่ไหนถึงจะกำลังดี?
▶รอบการฉีดโบท็อกซ์ และทำไมเราถึงไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



