สรุป 4 เข้าใจผิดที่ทำให้คอลลาเจนบูสเตอร์ไม่ตรงใจ ทั้งเห็นผลทันที ทำครั้งเดียว และสับสนฟิลเลอร์
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
พอเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่กระชับเหมือนแต่ก่อน หลายคนก็มักจะเริ่มกังวลว่า "จะเริ่มทำคอลลาเจนสกินบูสเตอร์ (collagen booster) ตอนนี้เลยดีไหม จะเร็วเกินไปหรือเปล่า?" บางโฆษณาก็บอกว่ายิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี บางคนก็บอกว่ารอให้อายุเยอะขึ้นอีกหน่อยค่อยทำ เลยทำให้สับสนได้ง่ายครับ
ถ้าให้ตอบแบบสั้นๆ collagen booster ไม่มีอายุกำหนดเริ่มต้นที่ตายตัวครับ แต่จะพิจารณาจากอัตราการลดลงของคอลลาเจนใต้ผิวและปัญหาผิวเฉพาะบุคคลมากกว่า เพราะในแต่ละช่วงวัย ปัญหาผิวที่เจอจะแตกต่างกันออกไป ทำให้ผลลัพธ์และความคาดหวังในการทำหัตถการชนิดเดียวกันนี้แตกต่างกันไปด้วยนั่นเองครับ
บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ skin booster จาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ:
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย
หลักการทำงานของ collagen booster บนชั้นผิว
ผลลัพธ์ที่คาดหวังและการเลือกตัวช่วยในแต่ละช่วงอายุ
สรุปข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
เริ่มจากทำความเข้าใจกระบวนการสูญเสียคอลลาเจนตามวัยกันก่อน
ความยืดหยุ่นของผิวถูกสร้างขึ้นโดยคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินในชั้นผิวแท้ (Dermis) ซึ่งสารสำคัญเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องจากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts)* ในผิว แต่เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของเซลล์เหล่านี้จะช้าลง ทำให้ปริมาณการสร้างคอลลาเจนใหม่ไม่ทันกับปริมาณที่สลายไป ส่งผลให้ตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปลายๆ เป็นต้นไป คอลลาเจนจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้ความยืดหยุ่นและวอลลุ่มของผิวเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts)*: คือเซลล์ในผิวชั้นแท้ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของเซลล์นี้จะช้าลง ทำให้คอลลาเจนลดลงตามไปด้วย
collagen booster เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนที่สูญเสียไปขึ้นมาใหม่ หนึ่งในส่วนผสมที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ Polylactic Acid (PLA) ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในเวลาไม่กี่เดือน ซึ่งไม่ใช่แค่การเติมเต็มชั่วคราว แต่เป็นการช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองครับ


collagen booster ทำงานอย่างไร?
collagen booster แต่ละประเภทจะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น สารประเภท Polylactic Acid อย่าง Sculptra, Polynucleotide อย่าง รีจูรัน และยังมีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่าง จูวีลุค ข้อดีที่เหมือนกันคือ แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่เป็นการเติมเต็มทั่วไป เพราะสารเหล่านี้จะเปิดสวิตช์กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนภายในชั้นผิวของคุณเองครับ
ดังนั้น ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แบบทันทีหลังทำ แต่จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถึงสองสามเดือน โดยปกติแล้วแพทย์จะแนะนำให้ทำหลายครั้งเพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเติมเต็มอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์ก็มักจะอยู่ได้ค่อนข้างนาน หากเป้าหมายของคุณคือการเติมเต็มวอลลุ่มทันที หัตถการชนิดอื่นอาจจะตอบโจทย์มากกว่า ดังนั้นต้องแยกให้ออกก่อนนะครับว่าเป้าหมายของเราคือความยืดหยุ่นกระชับ (Elasticity) หรือการเติมวอลลุ่ม (Volume)


ความคาดหวังและตัวเลือกที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย
แม้จะเป็น collagen booster เหมือนกัน แต่ด้วยช่วงอายุที่ต่างกัน ปัญหาผิวและเป้าหมายที่ต้องการก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งสามารถสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ
ช่วงอายุ | ปัญหาผิวหลัก | เป้าหมายการรักษา |
|---|---|---|
20 ปีตอนปลาย | สัญญาณเตือนแรกสุดของผิวขาดความกระชับ | เน้นการป้องกัน · บำรุงด้วยสกินบูสเตอร์เบาๆ |
30 ปีขึ้นไป | เริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ · ความยืดหยุ่นของผิวลดลง | เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นกระชับผิว |
40 ปีขึ้นไป | เริ่มมีอาการสูญเสียส่วนอุ้มน้ำและวอลลุ่มของผิว | ผสมผสานระหว่างสกินบูสเตอร์ร่วมกับการเติมวอลลุ่ม |
50 ปีขึ้นไป | ผิวหย่อนคล้อย · มีริ้วรอยลึก | วางแผนรักษาร่วมกับการทำโปรแกรมยกกระชับ (Lifting) |
จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่า ในคนที่อายุน้อย เป้าหมายคือการป้องกันและการคงความยืดหยุ่นของผิวไว้ ขณะที่เมื่อมีอายุมากขึ้น จะเริ่มให้ความสำคัญกับวอลลุ่มและความหย่อนคล้อยควบคู่กันไปด้วย ดังนั้น สภาพผิวจริงของคุณจึงเป็นเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจที่สำคัญกว่าเลขอายุครับ

ทำไมต้องที่ Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone ฮับจอง เวลาประเมินสำหรับโปรแกรม collagen booster เราจะพิจารณาจากสภาพผิวจริงนำมาก่อนเลขอายุครับ เพราะถึงแม้จะเป็นวัย 30 เท่ากัน แต่อัตราการสูญเสียคอลลาเจนและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทางคลินิกจึงไม่แนะนำการรักษาแบบเดียวกันหมดกับทุกคน แต่เน้นการพูดคุยเพื่อเลือกตัวยาและจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับคนคนนั้นครับ และเนื่องจากเป็นโฮมมี่คลินิกเล็กๆ ใกล้สถานีฮับจอง คุณจึงสามารถติดตามผลลัพธ์ของคอลลาเจนที่ค่อยๆ ฟื้นฟู และนัดหมายแผนการรักษาในขั้นตอนถัดไปร่วมกับคุณหมอได้อย่างใกล้ชิดเป็นกันเองที่สุดครับ

เรื่องน่ารู้ก่อนเริ่มทำ
สี่ข้อนี้รู้ไว้ก่อนทำ collagen booster จะได้ดูแลตัวเองและติดตามผลได้อย่างสบายใจครับ:
ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป — ผิวจะค่อยๆ ฟื้นฟูในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตัดสินผลลัพธ์นะครับ
ส่วนใหญ่มักต้องทำเป็นคอร์สต่อเนื่อง — เพื่อผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้มองเป็นการฟื้นฟูผิวอย่างต่อเนื่องดีกว่าการทำครั้งเดียวแล้วจบครับ
แยกให้ออกระหว่างความกระชับกับวอลลุ่ม — หากต้องการเติมเต็มวอลลุ่มแบบเห็นผลทันที ฟิลเลอร์ชนิดอื่นอาจเหมาะกว่าครับ
อาการบวมหรือช้ำหลังทำอาจเกิดขึ้นได้ 2-3 วัน — แนะนำให้เผื่อเวลาและหลีกเลี่ยงการทำใกล้วันที่มีนัดสำคัญครับ
อาการบวมเบาๆ รอยช้ำ หรือรอยแดงจุดเล็กๆ บริเวณรอยเข็มหลังทำ มักจะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ถ้ามีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือบวมข้ามสัปดาห์ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้รักษาทันทีครับ ทั้งนี้ บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลทั่วไปเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น การเลือกสูตรยาและจังหวะเวลาที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าสูงสุดนะครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. หลังทำหัตถการ ควรใช้ชีวิตกี่วันแบบระมัดระวังเป็นพิเศษคะ?
A. ทันทีหลังทำอาจมีอาการบวมเล็กน้อย รอยช้ำ หรือรอยแดงบริเวณที่ฉีดอยู่ได้ 2-3 วันครับ ส่วนใหญ่จะหายไปเองภายในไม่กี่วันจึงไม่ต้องกังวลมากครับ แต่ถ้าบวมนานผิดปกติหรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าฝืนทน ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาครับ
Q. ไม่แน่ใจว่าปัญหาของตัวเองคือเรื่องความยืดหยุ่นหรือวอลลุ่ม ดูยังไงดีคะ?
A. ถ้าส่องกระจกแล้วเห็น "จุดที่ยุบตัวลงไปชัดเจน" ก่อน แสดงว่าเป็นเรื่องวอลลุ่ม แต่ถ้ารู้สึกว่า "ผิวโดยรวมหย่อนคล้อยไม่กระชับ" จะใกล้เคียงกับปัญหาความยืดหยุ่นมากกว่าครับ หากต้องการวอลลุ่มด่วน ฟิลเลอร์จะเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นแบบค่อยเป็นค่อยไป collagen booster จะตอบโจทย์มากกว่าครับ หากไม่แน่ใจ ปรึกษาในวันนัดได้เลยครับ
Q. สคัลทรา รีจูรัน และจูวีลุค ต่างกันอย่างไรคะ?
A. ตัวยามีกลุ่มสารออกฤทธิ์ต่างกันครับ สคัลทรา (Sculptra) เป็นกลุ่ม Polylactic Acid รีจูรัน (Rejuran) เป็นกลุ่ม Polynucleotide ส่วนจูวีลุค (Juvelook) เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อย่างไรก็ตาม ตัวไหนจะเหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ ควรตั้งเป้าหมายก่อนแล้วค่อยเลือกชนิดยาในวันปรึกษาครับ
Q. รู้สึกว่าผลช้ากว่าที่คิดไว้ ล้มเหลวหรือเปล่าคะ?
A. collagen booster เป็นหัตถการที่ค่อยๆ เห็นผลในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนอยู่แล้วครับ การที่ยังไม่เห็นผลทันทีหลังทำจึงไม่ได้แปลว่าล้มเหลวครับ การทำต่อเนื่องหลายครั้งพร้อมติดตามผลเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ายังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเลย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทบทวนชนิดยาหรือจำนวนครั้งอีกครั้งครับ









