Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่รัศมีกระจายต่างกัน มาดูเกณฑ์เลือกตามการใช้กล้ามเนื้อหน้าผาก
เวลาหาข้อมูลเรื่องโบท็อกซ์หน้าผาก เรามักจะได้ยินคำพูดแนวๆ ว่า 'Dysport เห็นผลเร็วกว่าและดูเป็นธรรมชาติกว่า' อยู่บ่อยๆ ใช่ไหมคะ? ถ้าพูดถึงเรื่องระยะเวลาการเห็นผล ราคา และความคงทน ต้องยอมรับเลยครับว่า Dysport เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ แต่ก็มักจะมีคำเตือนตามมาด้วยเสมอว่า 'ควรทำเฉพาะตอนที่ไม่ต้องกังวลเรื่องหนังตาตกเท่านั้น' วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าครับว่าคำนี้หมายความว่าอย่างไร และเกณฑ์การตัดสินใจจริงๆ นั้นขึ้นอยู่กับอาการหนังตาตกจริงหรือเปล่า
ทั้งสองแบรนด์เป็น 'Botulinum Toxin' เหมือนกัน แต่มีลักษณะการทำงานต่างกันครับ
ทั้ง Botox (Allergan/AbbVie) และ Dysport (Galderma) ต่างก็เป็น Botulinum Toxin type A* เหมือนกันครับ โดยมีหลักการทำงานเหมือนกันคือเข้าไปบล็อกสัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ดังนั้นระยะเวลาที่ฤทธิ์จะหมดจึงใกล้เคียงกัน (ประมาณ 3-4 เดือน) ครับ
สิ่งที่แตกต่างกันคือขนาดของโมเลกุลโปรตีน และผลลัพธ์ที่ตามมาคือ 'รัศมีการกระจายตัว' ครับ เนื่องจาก Dysport มีโครงสร้างโมเลกุลที่เล็กและเบากว่า Botox ทำให้เมื่อฉีดในปริมาณที่เท่ากันและจุดเดียวกัน Dysport จะมี คุณสมบัติในการกระจายตัวได้กว้างกว่า ครับ
* Botulinum Toxin type A: ผลิตภัณฑ์สารสื่อประสาทบริสุทธิ์ที่สร้างจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ทำหน้าที่บล็อกการหลั่งสาร Acetylcholine ที่ปลายประสาทเพื่อยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทั้ง Botox, Dysport, Xeomin และ Nabota ต่างก็เป็น Type A เหมือนกันทั้งหมดครับ

Dysport กระจายตัวได้เร็วและกว้างกว่า Botox ครับ
จุดเด่นของ Dysport มีอยู่ 2 ข้อหลักๆ ครับ ข้อแรกคือ เห็นผลเร็ว ถ้าเทียบกับ Botox ที่ใช้เวลา 3-7 วัน Dysport จะเริ่มเห็นผลได้ในเวลาเพียง 1-3 วันเท่านั้นครับ ข้อที่สองคือ รัศมีการกระจายตัวที่กว้างกว่า* เมื่อฉีดลงไปหนึ่งจุด Botox จะทำงานในรัศมี 3-5 มม. แต่ Dysport สามารถกระจายไปได้กว้างถึง 5-10 มม. เลยครับ
* รัศมีการกระจายตัว (Diffusion radius): ระยะทางที่ Botulinum Toxin กระจายจากจุดที่ฉีดไปยังเส้นใยกล้ามเนื้อข้างเคียง ขึ้นอยู่กับขนาดโมเลกุลและโครงสร้างโปรตีน ถ้ารัศมีแคบจะช่วยล็อกเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ แต่ถ้ารัศมีกว้างจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณกว้างคลายตัวได้อย่างสม่ำเสมอในครั้งเดียวครับ
เมื่อต้องการให้กล้ามเนื้อหน้าผากซึ่งเป็นมัดใหญ่คลายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งบริเวณ หรือเมื่อต้องการผลลัพธ์ที่เร่งด่วน คุณสมบัติ 'กว้างและเร็ว' ของ Dysport จะกลายเป็นข้อดีทันทีครับ เพราะช่วยลดจำนวนจุดที่ต้องเจ็บตัวฉีด และช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติกลืนกันดีด้วยครับ

แต่การ 'กระจายตัวกว้าง' อาจเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ต้องใช้กล้ามเนื้อหน้าผากพยุงตาครับ
คุณสมบัติ 'การกระจายตัวกว้าง' เดียวกันนี้ อาจกลายเป็นข้อเสียสำหรับกลุ่มคนที่ต้องใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยพยุงลืมตาครับ เพราะเทคนิค 'ฉีดเฉพาะหน้าผากส่วนบน และเว้นช่วงข้างขมับไว้' ที่เราเคยคุยกันในซีรีส์ตอนที่ 3 นั้น จะทำได้ยากขึ้นหากใช้ Dysport เพราะต่อให้เราฉีดแค่เฉพาะส่วนบน ตัวยาก็อาจจะกระจายตัวลงล่างและออกข้างไปอีก 5-10 มม. จนลามไปถึงหน้าผากส่วนข้างและเหนือหัวคิ้วได้ครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในคลินิกมักจะพูดกันว่า 'Dysport เหมาะกับคนที่ไม่ต้องกังวลเรื่องหนังตาตกจะดีที่สุด' แต่ถ้าพูดให้ถูกต้องตามหลักการก็คือ 'สำหรับคนที่มีการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยพยุงตาเยอะ คุณสมบัติการกระจายตัวของ Dysport อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหนังตาตกเทียมได้' นั่นเองครับ

ไม่เกี่ยวกับอาการหนังตาตกโดยกำเนิด — แพทเทิร์นการใช้กล้ามเนื้อต่างหากคือเกณฑ์ตัดสินที่แท้จริง
จุดนี้เป็นจุดที่หลายคนมักจะสับสนครับ เกณฑ์ที่ถูกต้องไม่ใช่ 'ถ้ามีอาการหนังตาตก ห้ามฉีด Dysport' แต่เป็น 'ถ้ามีการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยพยุงตาเยอะ ต้องพิจารณาการใช้ Dysport อย่างระมัดระวัง' ครับ
ภาวะหนังตาตกที่แท้จริง (เกิดความผิดปกติที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตา การเสื่อมการทำงานโดยตรงของกล้ามเนื้อยกหนังตาบน) ไม่ว่าจะฉีด Botox หรือ Dysport ก็ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะนี้โดยตรงครับ เพราะสารโบท็อกซ์ไม่ได้เข้าไปถึงกล้ามเนื้อยกเปลือกตามัดนั้นโดยตรง สิ่งที่เรากังวลกันจริงๆ คือ 'ภาวะหนังตาตกเทียม' ที่เกิดจากกล้ามเนื้อหน้าผากถูกบล็อกจนทำงานไม่ได้ต่างหาก ซึ่งภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับโบท็อกซ์ทุกแบรนด์หากคนไข้มีพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยพยุงตาเยอะ เพียงแต่ Dysport มีความเสี่ยงมากกว่าเนื่องจากคุณสมบัติการกระจายตัวของมันนั่นเองครับ

แล้วควรเลือกแบรนด์ไหนดีนะ?
เรามาเลือกแบรนด์ที่เหมาะโดยประเมินจากพฤติกรรมการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าและการประเมินตัวเองกันครับ สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ตามตารางด้านล่างนี้เลยนะครับ
แพทเทิร์นการขยับ / ความต้องการ | Botox | Dysport |
|---|---|---|
พยุงตาน้อย, อยากเห็นผลไว | มาตรฐาน | แนะนำ (เห็นผลใน 1-3 วัน) |
พยุงตาน้อย, เน้นคุ้มค่าคุ้มราคา | เลือกได้ | เลือกได้ |
พยุงตาเล็กน้อย | แนะนำ (ฉีดละเอียดเฉพาะจุด) | ต้องระวัง (คำนวณการกระจายตัว) |
พยุงตารุนแรง | แนะนำ (ฉีดปริมาณน้อยอย่างแม่นยำ) | ไม่แนะนำ |
จำเป็นต้องเว้นหน้าผากส่วนข้างไว้ | แนะนำ | ไม่แนะนำ (ยาอาจไหลไปด้านข้าง) |
หน้าผาก + ระหว่างคิ้ว อยากให้ตึงเนียนเท่ากันในครั้งเดียว | เลือกได้ | แนะนำ (กระจายกว้างทั่วถึง) |
หัวข้อเปรียบเทียบ | Botox | Dysport |
|---|---|---|
ระยะเวลาการเห็นผล | 3~7 วัน | 1~3 วัน |
รัศมีการกระจายตัว* | แคบ (3~5 มม.) | กว้าง (5~10 มม.) |
การเทียบยูนิต (Unit) | 1 U | 2.5~3 U |
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | 3~4 เดือน | 3~4 เดือน |
ความเหมาะสมกับผู้ที่ใช้หน้าผากช่วยพยุงตา | สูง (ควบคุมจุดได้แม่นยำ) | ต่ำ (ยากระจายตัวง่าย) |
ไม่มีคำตอบที่ตายตัวหรอกครับว่า 'Dysport ดีกว่า' หรือ 'Botox ดีกว่า' ในทางการแพทย์ผิวหนัง มาตรฐานหลักคือการประเมินระดับการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าผากของคนไข้ก่อน แล้วจึงเลือกแบรนด์ที่ตอบโจทย์ที่สุด แม้ว่าขั้นตอนการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์สุดท้ายควรจะทำร่วมกับคุณหมอที่คลินิก แต่ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจในเกณฑ์การเลือกเหล่านี้ติดตัวไว้ ก็จะช่วยให้ตอนปรึกษาคุณหมอราบรื่นและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

ยกกระชับ
Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ
มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม
จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม
มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

ผิว
RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ
มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ผิว
ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ
มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ยกกระชับ
อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ
มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล



