ทำไมหลังทำ ชูริงค์ ถึงบวมและช้ำ? กี่วันถึงจาง พร้อมเคล็ดลับดูแลตัวเองและสัญญาณเตือนครับ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลังจากรับบริการ Shurink แล้วพอกลับไปส่องกระจก ถ้าเห็นว่าหน้าดูบวมขึ้นมานิดหน่อย หรือมีรอยช้ำจาง ๆ หลายคนมักจะกังวลใจทันทีว่า "แบบนี้ปกติหรือเปล่า?" แม้ว่าตัวขั้นตอนการทำจะไม่ได้ใช้เวลานาน แต่เรื่องที่ทำให้กังวลจริง ๆ กลับเป็นวิธีการดูแลตัวเองในช่วงไม่กี่วันหลังจากทำเสร็จมากกว่าค่ะ
หากตอบแบบสั้น ๆ อาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำจาง ๆ หลังทำ Shurink ส่วนใหญ่แล้วเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไป และมักจะยุบลงไปเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันค่ะ เพียงแค่ในช่วง 2-3 วันแรก พยายามหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนและการกดนวดแรง ๆ ก็จะช่วยให้ฟื้นตัวได้สบายผิวมากขึ้น หากเราจดจำข้อมูลไว้ล่วงหน้าว่าสัญญาณแบบไหนคืออาการปกติ และสัญญาณแบบไหนที่ควรต้องสังเกตเป็นพิเศษ ก็จะช่วยลดความกังวลใจที่ไม่จำเป็นไปได้เยอะเลยค่ะ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาสุดฮิปย่านฮับจองค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รับทราบเกี่ยวกับ
สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยช้ำและอาการบวมหลังทำ Shurink
ระยะเวลาโดยทั่วไปที่รอยช้ำและอาการบวมจะเริ่มยุบตัวลง
เคล็ดลับการดูแลตัวเองที่ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในช่วงพักฟื้น
การแยกแยะระหว่างอาการปกติทั่วไป กับสัญญาณเตือนที่ควรติดต่อทีมแพทย์
สาเหตุที่เกิดรอยช้ำและอาการบวมทันทีหลังทำ Shurink
Shurink คือหัตถการที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์* ส่งลงไปโฟกัสที่ระดับความลึกเฉพาะเจาะจงใต้ผิวหนัง เพื่อสร้างจุดหดตัวด้วยความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points) ซึ่งพลังงานนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ค่ะ คำว่า "จุดหดตัว" อาจจะฟังดูน่ากลัวนิดหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือการส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นใต้ผิวเป็นจุดเล็ก ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาค่ะ ซึ่งในกระบวนการนี้ หากเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กถูกกระตุ้นก็อาจทำให้เกิดรอยช้ำจาง ๆ ได้ และปฏิกิริยาชั่วคราวของเนื้อเยื่อต่อความร้อนก็อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำเล็กน้อยได้เช่นกันค่ะ
อัลตราซาวด์*: คลื่นเสียงความถี่สูงที่หูมนุษย์ไม่ได้ยิน สำหรับ Shurink จะเป็นการรวมพลังงานคลื่นเสียงนี้ไว้ที่จุดเดียวเพื่อส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นผิวที่อยู่ลึก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังงานของ Shurink ถูกออกแบบมาให้ส่งลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้น SMAS* ที่อยู่ใต้ผิวหนังโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอกเลยค่ะ ดังนั้นแม้ว่าผิวภายนอกจะดูปกติไม่มีแผล แต่ภายในผิวกำลังเกิดกระบวนการฟื้นฟูอย่างขะมักเขม้น หากเราดูคำอธิบายที่ว่า "คลื่นอัลตราซาวด์แบบ Micro-focused จะสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กในชั้นผิวที่ลึกเพื่อฟื้นฟูคอลลาเจน ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแดง อาการบวมชั่วคราว หรือรอยช้ำที่พบได้ยากในบางกรณี" ก็จะเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะว่าทำไมปฏิกิริยาเหล่านี้ถึงถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป
ชั้น SMAS*: ชั้นพังผืดที่รองรับโครงสร้างใบหน้าซึ่งอยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนัง พลังงานความร้อนของ Shurink จะส่งลงไปถึงชั้นนี้เพื่อช่วยยกกระชับความหย่อนคล้อย
แต่ถึงแม้จะใช้พลังงานในระดับเดียวกันในการทำหัตถการ บางท่านอาจจะมีรอยช้ำและอาการบวมได้ง่ายกว่าคนอื่นเป็นพิเศษค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดกับผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยอยู่ใกล้กับผิวชั้นบน ผิวบางโดยธรรมชาติ หรือช่วงนี้มีการรับประทานอาหารเสริมหรือยาที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า เช่น แอสไพริน หรือโอเมก้า 3 เป็นประจำค่ะ แม้ว่าจะมีปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่ได้หมายความว่าทำ Shurink ไม่ได้นะคะ เพียงแต่หากแจ้งให้คุณหมอทราบล่วงหน้า คุณหมอก็จะสามารถปรับเทคนิคการรักษาให้ระมัดระวังและทะนุถนอมผิวของคุณได้มากขึ้นค่ะ


รอยช้ำและอาการบวมจะยุบลงภายในกี่วัน
ปฏิกิริยาหลังทำ Shurink ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีช่วงเวลาการฟื้นตัวที่คล้ายคลึงกันค่ะ ในวันแรกที่ทำและวันถัดไปจะเป็นช่วงที่ต้องคอยสังเกตและใส่ใจมากที่สุด หลังจากนั้นอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นและจางลงใน हरวัน เราได้สรุปช่วงเวลาการฟื้นตัวของแต่ละอาการไว้ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
อาการ | วันแรก - วันที่ 1 | วันที่ 2 - 3 | วันที่ 4 - 7 |
|---|---|---|---|
บวมเล็กน้อย | อาจมีอาการบวมเล็กน้อย | ค่อย ๆ ยุบลง | ส่วนใหญ่ยุบลงจนหมด |
รอยช้ำจาง ๆ | อาจมองเห็นรอยช้ำจาง ๆ | เปลี่ยนเป็นสีเหลืองจางลง | จางหายไปเกือบทั้งหมด |
ผิวแดง / เสียวแปลบใต้ผิว | มีอาการประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถึง 1 วัน | ยุบลงและหายไป | กลับคืนสู่สภาพปกติ |
รู้สึกตึงอุ่น ๆ หรือระบมใต้ผิวเล็กน้อย | อาจมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้ | ความรู้สึกค่อย ๆ ลดลง | กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม |
สำหรับรอยช้ำจาง ๆ ปกติแล้วจะใช้คอนซีลเลอร์ช่วยปกปิดได้ค่ะ และเมื่อเวลาผ่านไปจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วจางหายไปเอง ส่วนอาการบวมก็มักจะมีแพทเทิร์นทั่วไปคืออาจจะดูบวมหน่อยในช่วงตื่นนอนตอนเช้า แล้วค่อย ๆ ยุบตัวลงระหว่างวันค่ะ แต่ถ้าหากผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว พบว่ามีอาการบวมเฉพาะจุดข้างใดข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด หรือรอยช้ำเข้มขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้ติดต่อสอบถามทางคลินิกนะคะ

เคล็ดลับการดูแลตัวเองที่ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น
หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบตามปกติเลยค่ะ แต่ในช่วง 2-3 วันแรก หากพยายามหลีกเลี่ยงความร้อนและไม่กดนวดหน้าแรง ๆ จะช่วยให้รอยช้ำและอาการบวมยุบตัวได้เร็วยิ่งขึ้นค่ะ ในช่วงนี้ร่างกายของเรากำลังทำงานสองอย่างไปพร้อม ๆ กัน คือการซ่อมแซมเส้นเลือดฝอยที่ได้รับผลกระทบ และการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ หากผิวโดนกระตุ้นด้วยความร้อนหรือแรงกดบ่อย ๆ อาจทำให้กระบวนการนี้ช้าลงได้ ดังนั้นแทนที่จะต้องหาขั้นตอนการดูแลผิวที่ยุ่งยาก ซับซ้อน การโฟกัสที่การ "หลีกเลี่ยงการกระตุ้นผิว" จะเป็นคีย์สำคัญที่สุดค่ะ โดยมีข้อแนะนำในการดูแลตัวเองช่วงพักฟื้นดังนี้ค่ะ
ประคบเย็นเบา ๆ ในวันแรก — การใช้เจลประคบเย็นวางบนบริเวณที่บวมเบา ๆ จะช่วยบรรเทาอาการได้ดีค่ะ แต่ต้องระวังอย่ากดน้ำหนักลงไปแรง ๆ นะคะ
หลีกเลี่ยงซาวน่า ออนเซ็น และการอาบน้ำอุ่นจัด — พลังงานความร้อนจากภายนอกอาจทำให้ผิวบวมมากขึ้นได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงไปก่อนประมาณ 2-3 วันค่ะ
งดออกกำลังกายหนักและงดแอลกอฮอล์ — การที่ระบบการไหลเวียนเลือดสูบฉีดเร็วขึ้นอาจทำให้รอยช้ำเห็นชัดกว่าเดิมได้ แนะนำให้พักการทำกิจกรรมเหล่านี้สัก 2-3 วันค่ะ
หลีกเลี่ยงการถูใบหน้าแรง ๆ — ขั้นตอนการล้างหน้าหรือทาครีมบำรุง ให้ใช้วิธีลูบไล้หรือแตะเบา ๆ แทนการนวดวนแรง ๆ ค่ะ
ป้องกันผิวจากรังสียูวี — ในช่วงพักฟื้น ผิวมักจะไวต่อสิ่งเร้าเป็นพิเศษ ควรทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันและสม่ำเสมอมากกว่าปกติค่ะ
นอกเหนือจากนี้ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ในการลดบวมค่ะ หากรู้สึกขัดผิวหรือเจ็บปวดระบม สามารถปรึกษากับทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อขอคำแนะนำในการรับประทานยาแก้ปวดที่เหมาะสมและปลอดภัยได้ค่ะ

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจและให้ความสำคัญกับการอธิบายขั้นตอนการฟื้นตัวหลังทำหัตถการให้คนไข้เข้าใจอย่างชัดเจน ก่อนที่จะเริ่มทำ Shurink เสมอค่ะ เพราะถึงแม้จะใช้พลังงานในระดับเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของรอยช้ำและอาการบวมของแต่ละท่านอาจจะแสดงออกมาต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับความหนาของผิวและสภาพเส้นเลือดฝอย เราจึงคอยแนะนำล่วงหน้าเสมอว่าอาการแบบไหนคืออาการปกติ และอาการแบบไหนที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในแต่ละจุดของใบหน้าก็จะมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันออกไป เช่น บริเวณโหนกแก้มหรือกรอบหน้าที่มีชั้นไขมันค่อนข้างบาง อาการบวมอาจจะสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น ส่วนบริเวณแก้มที่มีเนื้อเยื่อหนากว่า ก็อาจจะไม่ค่อยเห็นรอยบวมชัดเจนนัก การอธิบายความแตกต่างของแต่ละบริเวณใบหน้าไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกตกใจเวลาส่องกระจกค่ะ ด้วยความที่เราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong เดินทางสะดวกมาก คุณหมอจึงสามารถดูแลและติดตามผลการฟื้นตัวของคนไข้แต่ละท่านได้อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการรักษาในครั้งถัดไปร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ


อย่างไรก็ตาม หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ แนะนำให้ติดต่อเพื่อปรึกษากับทีมแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยค่ะ
มีอาการบวมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพียงข้างเดียว — พ้นระยะเวลาที่ควรจะยุบบวมแล้ว แต่อาการบวมกลับขยายวงกว้างและนูนขึ้น
รู้สึกเจ็บระบมมากขึ้นเรื่อย ๆ เวลาที่กดลงไปบนผิว — ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่แตกต่างไปจากการฟื้นตัวปกติของเนื้อเยื่อ
มีไข้สูง ผิวแดงจัด หรือรู้สึกร้อนผ่าวที่ผิวอย่างรุนแรง — ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อใต้ผิวหนัง
มีตุ่มน้ำพองหรือมีลักษณะคล้ายผิวไหม้ (burn) เกิดขึ้นบนผิว — กรุณาติดต่อทางคลินิกทันทีค่ะ
รอยช้ำหรืออาการบวมยังไม่ยุบลงเลยหลังจากผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์
ทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์ของการยกกระชับจะเริ่มสังเกตเห็นได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากทำประมาณ 1 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนสมบูรณ์แบบในช่วงประมาณเดือนที่ 3 ค่ะ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลหรือใจร้อนกับอาการบวมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงพักฟื้นนะคะ ทั้งนี้ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลแนะนำทั่วไป สำหรับความเหมาะสมในการทำหัตถการและการดูแลเฉพาะบุคคล แนะนำให้เข้ามารับการตรวจประเมินและปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. วันที่ทำ Shurink เสร็จแล้ว สามารถแต่งหน้าได้เลยไหมคะ?
A. สำหรับการทาครีมบำรุงหรือแต่งหน้าเบา ๆ สามารถทำได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำเสร็จเลยค่ะ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการเช็ดถูทำความสะอาดผิวหน้าแรง ๆ ตอนล้างเมคอัพออก โดยแนะนำให้ใช้วิธีซับผิวอย่างเบามือที่สุดค่ะ หากผิวของคุณยังมีรอยแดงหรือรู้สึกเสียวแปลบอยู่ แนะนำให้เว้นการแต่งหน้าเมคอัพจัดเต็มไปก่อน แล้วเริ่มแต่งในวันถัดไปจะดีต่อผิวที่สุดค่ะ
Q. ถ้ามีรอยช้ำเกิดขึ้น มีวิธีที่ช่วยให้รอยช้ำยุบหายไปได้เร็วขึ้นไหมคะ?
A. ในวันแรกที่ทำหัตถการเสร็จ การประคบเย็นเบา ๆ จะช่วยได้ดีมากค่ะ โดยระวังห้ามกดประคบแรง ๆ นะคะ หลังจากนั้นในวันถัดไป ให้เปลี่ยนมาเป็น "ประคบอุ่น" แทนค่ะ ความอุ่นจะช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมรอยช้ำใต้ผิวกลับไปได้เร็วขึ้นอย่างมากค่ะ ปกติแล้วรอยช้ำจาง ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วหายไปเองภายใน 5-7 วัน ซึ่งในระหว่างนี้สามารถใช้คอนซีลเลอร์กลบปกปิดพรางตาได้สบายมากค่ะ หากผ่านไปเกิน 1 สัปดาห์แล้วรอยช้ำยังดูเข้มขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้ส่งรูปเข้ามาสอบถามทางคลินิกนะคะ
Q. หลังจากทำเสร็จแล้ว สามารถกลับไปออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
A. การเดินเล่นเบา ๆ สามารถทำได้ตั้งแต่วันแรกเลยค่ะ แต่สำหรับการออกกำลังกายที่เหงื่อออกเยอะมาก ๆ หรือการเล่นเวทเทรนนิ่งหนัก ๆ แนะนำให้พักไปก่อนสัก 2-3 วันค่ะ เพราะจะกระตุ้นการสูบฉีดเลือดจนอาจทำให้รอยช้ำชัดขึ้นได้ หลังจากผ่านวันที่ 4 ไปแล้ว จึงค่อย ๆ กลับไปออกกำลังกายหนักตามปกติได้ค่ะ
Q. ตอนนี้หน้าดูบวม ๆ เลยรู้สึกเหมือนไม่เห็นผลลัพธ์เลย แบบนี้ปกติไหมคะ?
A. อาการบวมทันทีหลังจากทำเสร็จเป็นปฏิกิริยาชั่วคราวของผิว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของตัวยาหรือผลลัพธ์การยกกระชับค่ะ โดยผลลัพธ์ของ Shurink จะเริ่มแสดงออกอย่างชัดเจนหลังจากคอลลาเจนใต้ผิวค่อย ๆ ฟื้นฟูและสร้างขึ้นมาใหม่ โดยจะเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่ 1 เดือนเป็นต้นไป และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วงประมาณ 3 เดือน แนะนำให้รอให้อาการบวมยุบหายสนิทก่อน แล้วค่อยประเมินผลลัพธ์การยกกระชับจะแม่นยำที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



