ไขมันหย่อนกับไขมันเป็นก้อนต่างกัน Deoxycholic acid สลายไขมันเฉพาะจุดยังไง พร้อมข้อควรระวัง
📚 สรุปซีรีส์ · วิธีจัดการพื้นที่ว่างบนใบหน้าเพื่อหน้าเรียวสวย
1. ทำความเข้าใจพื้นที่ว่างบนใบหน้า
2. พื้นที่ว่างที่เกิดจากกล้ามเนื้อ
3. พื้นที่ว่างที่เกิดจากไขมัน
3.2 ฉีดสลายไขมัน (บทความปัจจุบัน)
4. การวางแผนปรับรูปหน้า
ลองใช้นิ้วคีบบริเวณใต้คางเบาๆ ดูครับ หากสัมผัสได้ถึงก้อนไขมันหนาๆ และไม่ว่าจะนอนหรือนั่ง ไขมันตรงนั้นก็ยังกองอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน — นั่นไม่ใช่แค่ความหย่อนคล้อยธรรมดา แต่เป็น ไขมันที่รวมตัวเป็นก้อนสะสม ครับ
ไขมันสะสมเฉพาะจุดแบบนี้ ต่อให้ไดเอทแทบตายก็ลดยาก และถึงจะชอบดึงหน้าขึ้นไขมันตรงนี้ก็ไม่ยอมหายไปเองครับ แต่เรามีวิธีสลายมันออกไปเฉพาะจุดโดยตรงได้นะครับ
สรุปในประโยคเดียว: ไขมันใต้คางที่คีบขึ้นมาได้ และยังคงกองอยู่ตรงนั้นไม่ว่าร่างกายจะอยู่ในท่าไหน เรียกว่า "ไขมันสะสม" เราสามารถจัดการสลายมันออกไปเฉพาะจุดได้ด้วยการฉีดสลายไขมันกลุ่ม Deoxycholic acid* (DCA) ครับ
ความหย่อนคล้อย กับ ไขมันสะสม เป็นคนละเรื่องกันเลยนะครับ
เราต้องแยกประเภทของไขมันที่ทำให้หน้าดูมีพื้นที่กว้างหรือดูบวมออกเป็น 2 ประเภทครับ ประเภทแรกคือ ไขมันหย่อนคล้อย ที่เราเคยเล่าไปก่อนหน้านี้ ส่วนอีกประเภทคือ ไขมันสะสม ครับ
ไขมันหย่อนคล้อย คือไขมันที่เคลื่อนตัวจากตำแหน่งเดิมลงมาด้านล่าง แบบนี้ต้องใช้ Ulthera ดึงยกกระชับกลับขึ้นไปถึงจะตรงจุดที่สุดครับ
ไขมันสะสม คือไขมันที่กระจุกตัวหนาแน่นอยู่เฉพาะจุด ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเหนียงใต้คางครับ แบบนี้ต้องใช้วิธีสลายไขมันออกไปถึงจะถูกต้องครับ
หากเราสับสนระหว่างสองอย่างนี้ จะทำให้เลือกหัตถการผิดพลาดได้นะครับ เพราะถ้าไปสลายส่วนที่หย่อนคล้อย หน้าก็จะยิ่งดูตอบแบนลง และในทางกลับกัน ถ้าจะพยายามดึงยกกระชับไขมันที่จับตัวเป็นก้อนสะสม ไขมันก้อนนั้นก็จะยังคงอยู่ที่เดิมครับ ดังนั้นการลองใช้นิ้วคีบจับและเปลี่ยนท่าทางเพื่อประเมินตัวเองก่อนจึงสำคัญมากครับ

หลักการสลายไขมันของ Deoxycholic Acid
สารสำคัญในการฉีดเพื่อลดไขมันสะสมเฉพาะจุดก็คือ Deoxycholic Acid (DCA)* ครับ
* Deoxycholic acid (DCA): เป็นสารที่มีอยู่แล้วในน้ำดีของร่างกายเรา มีหน้าที่ช่วยย่อยสลายไขมัน และเป็นสารชนิดเดียวที่ได้รับการรับรองจาก อย. ยาของเกาหลี (KFDA) ในการใช้เพื่อลดและปรับปรุงไขมันครับ
Deoxycholic acid เป็นสารในกลุ่ม กรดน้ำดี* (Bile acid)* ที่ร่างกายเราใช้ในการย่อยไขมันตามธรรมชาติอยู่แล้วครับ เมื่อฉีดสารนี้เข้าไปในบริเวณที่มีไขมันสะสม มันจะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรง เซลล์ไขมันที่เยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลายจะสลายตัวไป และจะค่อยๆ ถูกขับออกจากร่างกายผ่านกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติ จุดเด่นของนวัตกรรมนี้คือ เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วจะไม่กลับมาสร้างใหม่อีกครับ
* กรดน้ำดี (Bile acid): สารที่สร้างขึ้นจากตับ มีบทบาทในการช่วยย่อยและดูดซึมไขมัน Deoxycholic acid คือหนึ่งในนั้น โดยอาศัยคุณสมบัติในการช่วยลดแรงตึงผิวของไขมันและย่อยสลายไขมันครับ
อย่างไรก็ตาม ไขมันจะไม่สามารถสลายหายไปได้ทั้งหมดในการฉีดเพียงครั้งเดียว โดยทั่วไปจึงมักจะต้องรักษาเป็นคอร์ส หลายครั้งห่างกันทุกๆ 2~4 สัปดาห์ ครับ หลังฉีดอาจมีอาการบวมหรือช้ำได้บ้างเป็นเวลาสองสามวัน เนื่องจากใต้คางเป็น บริเวณจุดเริ่มต้นแรกสุดที่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับการรับรองทางการแพทย์ให้ทำการรักษา ทำให้พอนึกถึงการฉีดสลายไขมัน คนส่วนใหญ่จะนึกถึงบริเวณเหนียงใต้คางเป็นอันดับแรกครับ

ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ
สำหรับตัวยาฉีดสลายไขมัน ส่วนผสมสำคัญที่สุดครับ ปัจจุบันในตลาดมีสูตรที่ผสมสารหลายชนิดปนกันอยู่เยอะมาก ดังนั้นต้องพิจารณาความปลอดภัยและการผ่านการรับรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนนะครับ
Deoxycholic Acid (DCA) เป็นตัวยาหลักที่ได้รับการรับรองจาก อย. เกาหลี ในด้านการสลายไขมันโดยตรง โดยการเข้าไปทำลายเซลล์ไขมัน จึงเป็นส่วนผสมที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกครับ
Cholic Acid (CA)* เป็นสารในกลุ่มกรดน้ำดีเช่นกัน แต่เป็นที่รู็จักกันทางคลินิกว่าช่วยให้ บวมน้อยกว่า แต่ยังส่งผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม จึงถูกนำมาใช้รักษาร่วมกันในคนไข้จริงครับ
ไม่แนะนำค็อกเทลสูตรเฉพาะของคลินิกที่ไม่ระบุที่มาหรือตัวยาอย่างชัดเจนนะครับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรตรวจเช็กสารผสมที่ใช้ทุกครั้งครับ
* Cholic acid: กรดน้ำดีชนิดหนึ่งที่ช่วยย่อยไขมัน แต่ขึ้นชื่อเรื่องการระคายเคืองและอาการบวมที่น้อยกว่าแบบ Deoxycholic acid ครับ
ในการรักษาจริงที่คลินิก จะประเมินจาก ข้อมูลแผนการรักษาที่ได้มาตรฐานสมาคมแพทย์ผิวหนังและอย. เกาหลี โดยระบุตำแหน่งไขมันที่ต้องการสลายรวมถึงตำแหน่งของเส้นประสาทข้างเคียงอย่างแม่นยำก่อนทำหัตถการครับ โดยเฉพาะบริเวณใต้คางเป็นจุดมีเส้นประสาทสำคัญพาดผ่าน จึงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในการกำหนดระดับความลึกและตำแหน่งเป็นพิเศษ แทนที่จะรับประกันผลการรักษาล่วงหน้าอย่างเกินจริง เรามักจะประเมินตามการกระจายตัวของไขมันและความยืดหยุ่นของผิวเฉพาะบุคคลเป็นหลักก่อนเสมอครับ

จุดไหนที่ควรฉีด และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
จุดที่ฮิตที่สุดคือเหนียงใต้คางครับ ซึ่งตัวยาต้นแบบของ Deoxycholic acid ก็ได้รับการรับรองครั้งแรกในฐานะยารักษาไขมันใต้คางเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับจุดที่มีไขมันสะสมปริมาณเล็กน้อยอย่างแก้มล่าง (อิมกระเปาะแก้ม) ได้อีกด้วยครับ
ประเภท | ไขมันหย่อนคล้อย | ไขมันสะสม |
|---|---|---|
ลักษณะ | เปลี่ยนไปตามการขยับและท่าทางของร่างกาย | เกาะกลุ่มอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนไปตามท่าทาง |
การตรวจด้วยตัวเอง | ถ้าใช้มือประคองดึงขึ้น ใบหน้าจะดูดีขึ้นทันที | ลองใช้นิ้วหนีบแล้วคีบติดขึ้นมาได้เป็นก้อน |
หัตถการที่ตอบโจทย์ | Ulthera Lifting | ฉีด Deoxycholic acid |
อีกข้อที่ต้องรู้นะครับ การฉีดสลายไขมันไม่ใช่หัตถการสำหรับลดไขมันในปริมาณที่เยอะมากๆ ในครั้งเดียว สำหรับไขมันบริเวณกว้างหรือขนาดใหญ่ การใช้วิธีอื่นอาจเหมาะกว่า โดยจุดเด่นของการฉีดสลายไขมันแบบนี้คือการเก็บรายละเอียดจุดเล็กๆ ที่เห็นเด่นชัดให้เรียบเนียน ดังนั้นแทนที่จะคาดหวังให้มันเป็น "หัตถการลดน้ำหนักให้ผอมลงมากๆ" ควรมองเป็นงานเก็บรายละเอียดขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้กรอบหน้าคมสวย และเป๊ะยิ่งขึ้นจะดีกว่าครับ
ในทางกลับกัน หากปัญหาหลักของคุณคือความหย่อนคล้อย การฉีดสลายไขมันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะจุดนี้ต้องการการยกกระชับขึ้นไป ไม่ใช่การทำลายเนื้อเยื่อข้างใต้ ดังนั้นจุดเริ่มต้นจึงเหมือนกันเสมอครับ คือ ต้องแยกแยะให้ได้ก่อนว่าปัญหาของคุณคือไขมันสะสมหรือไม่ — แล้วจากตรงนั้นเราค่อยมาเลือกหัตถการที่ใช่กันครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดครั้งเดียวจะเห็นผลเลยไหมคะ?
ปกติแล้วจะไม่จบในครั้งเดียวครับ มักจะทำต่อยอดหลายครั้งโดยเว้นระยะห่าง 2-4 สัปดาห์ และเนื่องจากเซลล์ไขมันต้องใช้เวลาในการถูกทำลายและขับออกตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงจะค่อยๆ แสดงแบบค่อยเป็นค่อยไปครับ
Q. ไขมันที่สลายไปแล้วจะกลับมาอีกได้ไหมคะ?
เซลล์ไขมันที่ตายแล้วจะไม่กลับคืนมาครับ อย่างไรก็ตามหากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก เซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่อาจขยายขนาดขึ้นได้ ดังนั้นการดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนักหลังทำหัตถการจึงมีส่วนช่วยคงผลลัพธ์ได้อย่างยาวนานครับ
Q. คนที่ใบหน้าคล้อยสามารถฉีดเพื่อแก้ปัญหานี้ได้ไหมคะ?
ไม่แนะนำสำหรับคนที่มีความหย่อนคล้อยเป็นหลักครับ เพราะถ้าไปสลายไขมันในจุดที่หย่อนคล้อยอยู่แล้ว ผิวจะสูญเสียส่วนพยุงตัวข้างใต้ไป ทำให้หน้ายิ่งดูตอบแก้มยุบและโทรมลงได้ สำหรับปัญหาความหย่อนคล้อย การทำหัตถการประเภทยกกระชับ (Lifting) จึงตอบโจทย์ตรงจุดกว่าครับ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่ม

ยกกระชับ
Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ
มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม
จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม
มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

ผิว
RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ
มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ผิว
ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ
มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ยกกระชับ
อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ
มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล



