ฉีดสลายไขมันลดได้แค่ไขมันใต้ผิวหนังอย่างใต้คาง ไม่ใช่ไขมันในช่องท้อง งานวิจัยส่วนใหญ่เห็นผลใน 2–4 ครั้ง บวมช้ำพบบ่อย พร้อมวิธีวางแผนให้เข้ากับทริปโซล
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ถ้าใต้คางคีบแล้วเจอไขมันหนา ๆ และนอนลงแล้วก็ยังอยู่ที่เดิม การฉีดสลายไขมันช่วยให้ส่วนนั้นค่อย ๆ ลดลงได้ในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ในงานวิจัยระยะที่ 3 ของสหรัฐฯ ผู้ที่ได้ยาส่วนใหญ่ดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับภายใน 2–4 ครั้ง ส่วนไขมันในช่องท้องไม่ใช่เป้าหมายของเข็มนี้
น้ำหนักก็เท่าเดิม แต่รูปที่ถ่ายตอนก้มหน้านิด ๆ ใต้คางกลับเป็นสองชั้น คนที่ค้นเรื่องนี้ก่อนบินมาโซลมักติดอยู่สองคำถาม ฉีดแล้วไม่ลดจะทำยังไง และถ้าบวมจนทริปเสียล่ะ บทความนี้หมอจะตอบตามลำดับที่ใช้ในห้องตรวจจริงนะคะ
ฉีดสลายไขมันใต้คาง ลดได้จริงไหม?
ถ้าเป็นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณใต้คาง ส่วนใหญ่ลดลงได้ แต่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ฉีดเช้าแล้วเห็นตอนเย็น
ไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) คือชั้นที่คีบแล้วจับได้เป็นก้อน ตัวยาหลักคือ Deoxycholic acid (DCA) สารแบบเดียวกับที่มีในน้ำดี ซึ่งช่วยแตกไขมันจากอาหาร พูดง่าย ๆ คือคล้ายน้ำยาล้างจานที่ทำให้คราบมันแตกตัว
บทความทบทวนเรื่องกลไกอธิบายว่าเมื่อฉีดเข้าชั้นไขมัน สารนี้ทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรง เซลล์จึงตาย แล้วมีการอักเสบเล็กน้อยตามมา ราววันที่ 28 การอักเสบส่วนใหญ่สงบลง แต่การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดอาจใช้เวลาหลายเดือน สัปดาห์แรกใต้คางอาจดูหนากว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะบวม
เอกสารกำกับยาของ US FDA ระบุว่ายานี้อนุมัติเพื่อลดไขมันใต้คางในผู้ใหญ่ และการใช้นอกบริเวณใต้คางยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิผล จึงไม่แนะนำ ความคาดหวังจึงควรตั้งไว้ที่ใต้คาง
ไขมันในช่องท้อง (visceral fat) อยู่ลึกกว่าผนังกล้ามเนื้อหน้าท้อง พอกรอบอวัยวะ คีบไม่ได้ เข็มที่ฉีดจากผิวจึงไปไม่ถึง เรื่องนี้ต้องดูน้ำหนักและภาวะเมตาบอลิซึมควบคู่กัน และประเมินแยกในการตรวจ

ใต้คางหนาเพราะไขมัน หรือเพราะผิวหย่อน?
คีบแล้วหนา และนอนแล้วยังอยู่ คือไขมันที่เข้าข่ายฉีดได้ แต่ใต้คางที่ดูหนาไม่ได้มาจากไขมันอย่างเดียว หมอจึงแยกชั้นก่อนเสมอ ลองเช็กเองได้ค่ะ
คีบใต้คางเบา ๆ ด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ดูความหนา
นอนหงาย แล้วดูว่าความหนายังอยู่หรือบางลง
ดึงแก้มเบา ๆ ไปทางหู ดูว่ากรอบหน้าคมขึ้นทันทีไหม
คีบได้หนาและนอนแล้วยังอยู่ เอียงไปทางไขมัน คีบแล้วบางแต่ดูห้อย หรือดึงแก้มแล้วกรอบหน้าคมขึ้นชัด เอียงไปทางผิวหย่อน เอกสารกำกับยาของ US FDA ให้ระวังในคนที่ผิวหย่อนมากหรือมีแนวกล้ามเนื้อคอเป็นลำชัด (platysmal bands) และให้ตรวจหาสาเหตุอื่นก่อน เช่น ต่อมไทรอยด์โต หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโต
น้ำหนักเท่าเดิม ใต้คางคีบได้หนาและนอนแล้วยังอยู่ แบบนี้คุยเรื่องฉีดสลายไขมันก่อนได้เลย คีบแล้วบางแต่ห้อย หมอจะแนะนำการยกกระชับ (lifting) ก่อน ถ้ามีทั้งสองอย่าง ค่อยวางลำดับว่าจะเริ่มจากอะไร

ต้องฉีดกี่ครั้ง และผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
ในงานวิจัยที่ใต้คาง ส่วนใหญ่เห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2–4 ครั้ง ถ้าคิดว่าครั้งเดียวจบ ความคาดหวังมักคลาด
งานวิเคราะห์งานวิจัยระยะที่ 3 ของสหรัฐฯ (REFINE) ซึ่งให้ฉีดได้สูงสุด 6 ครั้ง พบว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับภายใน 2–4 ครั้ง ปริมาณยาลดลงในครั้งหลัง ๆ และ 19.1% หยุดก่อนครบ เพราะพอใจแล้วหรือไขมันเหลือไม่พอจะฉีดต่อ ทุกครั้งที่มา หมอจึงคีบดูความหนาที่เหลือก่อนตัดสินใจ
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน? งานวิจัยที่ติดตามผู้ที่ได้ผลพบว่าปีที่ 3 ยังมี 82.4% ที่รักษาผลไว้ได้ แต่ติดตามเฉพาะคนที่ได้ผล และไม่ได้ตอบกรณีน้ำหนักขึ้นมาก ส่วนนั้นต้องคุมน้ำหนักควบคู่ไปด้วย

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง: บวมนานไหม อาการไหนต้องรีบแจ้ง
บวมและช้ำควรเผื่อใจไว้เลยว่าน่าจะเจอ ครั้งแรกมักชัดที่สุด แล้วค่อยลดลงในครั้งถัดไป
ในงานวิจัยที่ใช้ขออนุมัติกับ US FDA ซึ่งฉีดได้สูงสุด 10 mL ทั่วใต้คางในครั้งเดียว พบบวม 87% ช้ำ 72% ปวด 70% และชา 66% ที่อยู่เกิน 30 วันคือชา 42% และบวม 20% ตัวเลขนี้มาจากเงื่อนไขที่ฉีดได้เต็มขนาด ส่วนการวิเคราะห์รายครั้งพบว่าปฏิกิริยาที่พบบ่อยลดลงในครั้งหลัง ๆ จึงควรวางแผนโดยยึดครั้งแรก
อาการต่อไปนี้ไม่ควรรอ ให้รีบแจ้งทันที
ยิ้มแล้วมุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นน้อยกว่า
กลืนน้ำลายหรืออาหารลำบาก
ผิวตรงจุดฉีดซีดขาวหรือคล้ำ และเจ็บเหมือนจะเป็นแผล
ปวดมากขึ้นทุกวัน หรือมีไข้
ข้อแรกเกิดจากเส้นประสาทที่วิ่งตามขอบขากรรไกรล่าง (marginal mandibular nerve) ซึ่งคุมมุมปาก ในงานวิจัยพบ 4% หายเองทั้งหมด แต่ใช้เวลา 1–298 วัน ค่ากลาง 44 วัน การกลืนลำบากพบ 2% ค่ากลาง 3 วัน
ข้อสามและสี่พบไม่บ่อย เอกสารกำกับยาเตือนว่าฉีดตื้นเกินไปผิวอาจเป็นแผล และบทความทบทวนผลข้างเคียงร้ายแรงจากการใช้จริงสรุปว่าส่วนใหญ่เกี่ยวกับขั้นตอนการฉีดและป้องกันได้

ในตารางเที่ยวโซล: บิน ถ่ายรูป และหลังกลับไทย
ถ้าวันนั้นไม่ได้ใช้ยาสลบแบบหลับ (sedation) ก็ไม่มีเหตุผลต้องเลื่อนการฉีดเพราะไฟลต์บินกลับ ส่วนเที่ยวและถ่ายรูปต้องดูแยก ใต้คางพอบังได้ด้วยคอเสื้อและมุมกล้อง แต่ถ้ามีวันถ่ายรูปสำคัญ วางไว้ก่อนวันฉีดจะสบายใจกว่า
มาครั้งเดียวมีความหมายไหม? มีค่ะ แต่ทริปเดียวคือจุดเริ่มของแผน ไม่ใช่ทั้งแผน ครั้งถัดไปจะนัดหลังหมอคีบดูความหนาที่เหลืออีกรอบ ส่วนระยะห่าง หมอจะกำหนดตอนปรึกษาให้ตรงกับรอบที่คุณจะกลับมาโซล
กลับไทยแล้วถ้ารู้สึกผิดปกติ ส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างมาถามทาง LINE ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นอาการในรายการเตือนข้างบน ให้ไปพบแพทย์ใกล้บ้านก่อน แล้วค่อยแจ้งเราตามมา

สรุป: ก่อนฉีด ถามเรื่อง “เส้นที่จะไม่ฉีด” ก่อน
ไขมันใต้คางที่คีบได้เป็นงานของเข็มนี้ ไขมันในช่องท้องไม่ใช่ ผลค่อย ๆ มาในหลายครั้ง และบวมช้ำครั้งแรกควรเผื่อไว้ในตารางเที่ยว ผลต่างกันไปตามความหนาของไขมัน ความหย่อนของผิว และปริมาณยา
ผลและความเสี่ยงส่วนใหญ่ตัดสินที่ฉีดตรงไหนและลึกแค่ไหน เป้าหมายคือกลางชั้นไขมัน ตื้นไปผิวเสี่ยง ชิดขอบขากรรไกรไปเส้นประสาทเสี่ยง ใบเสนอราคามักบอกจำนวนขวด แต่ที่สำคัญกว่าคือเส้นที่จะไม่ฉีด ตอนปรึกษาลองเช็กสามข้อนี้
ใต้ขอบขากรรไกร กันพื้นที่ที่จะไม่ฉีดไว้ถึงตรงไหน
ใช้ความหนาที่คีบได้ กำหนดปริมาณยาและจำนวนครั้งอย่างไร
ถ้ามีผิวหย่อนปน จะเริ่มจากฉีดหรือยกกระชับ
ถ้าจะทักมาที่ Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซล ทาง LINE ส่งข้อความนี้พร้อมรูปหน้าตรงและด้านข้างได้เลยค่ะ “น้ำหนักเท่าเดิม แต่ใต้คางหนา อยากปรึกษาว่าฉีดสลายไขมันเหมาะไหม จะมาโซลวันที่ … กลับวันที่ …” แผนสุดท้ายตัดสินตอนตรวจ หลังหมอได้คีบดูเอง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ Hip dip รูปก่อน-หลัง ดูยังไงว่าสาเหตุเหมือนสะโพกเรา?

ร่างกาย
Potenza ต้องห่างกันกี่สัปดาห์ ร่นเป็น 2 สัปดาห์หรือเว้น 2 เดือนได้ไหม?

ยกกระชับ
รูปก่อน-หลัง Ulthera ควรดูรูปที่ถ่ายหลังทำกี่วันถึงเทียบได้?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา Belotero Revive 2cc ครั้งละเท่าไหร่ ต้องฉีดกี่ครั้ง?

ผิว
เลเซอร์ลดเม็ดสีริมฝีปาก ปากคล้ำแบบเราจะจางลงได้ไหมนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากผู้ชาย ทำครั้งแรก หน้าผากแบบไหนถึงเหมาะ?







