• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

นอนหน้าเรียว ยืนหย่อน? ไม่ต้องดูดไขมัน

นอนหน้าเรียว ยืนหย่อน? ไม่ต้องดูดไขมัน

นอนหน้าเรียว ยืนหย่อน? ไม่ต้องดูดไขมัน

แก้มหย่อนเหนียงโผล่ ไม่ใช่ไขมันเยอะ แต่ผิวหย่อน Ulthera ยกกระชับจากชั้นฐาน ตรงจุด

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

📚 สารบัญซีรีส์ · เคลียร์พื้นที่ว่างบนใบหน้าเพื่อแก้ปัญหาหน้าบาน

ลองทำแบบนี้หน้ากระจกดูนะครับ บางคนเวลานอนราบจะรู้สึกว่ากรอบหน้าชัดและดูเรียวสวย แต่พอสปริงตัวลุกขึ้นยืน แก้มกลับห้อยย้อยลงมาและกรอบหน้าดูไม่ชัดเหมือนเดิม

นี่ไม่ใช่เพราะคุณมีไขมันเยอะหรอกครับ แต่เป็นเพราะเนื้อเยื่อที่เคยอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องมัน หย่อนคล้อยลงด้านล่าง ต่างหาก สำหรับพื้นที่ว่างประเภทนี้ หากเลือกใช้วิธีสลายหรือจำกัดเนื้อเยื่อออกไป จะยิ่งทำให้หน้าดูตอบและซูบลงกว่าเดิม ซึ่งทางแก้ที่ถูกต้องก็คือการดึงพยุงขึ้นครับ

สรุปสั้นๆ: ถ้านอนแล้วหน้าเรียวแต่พอยืนแล้วหน้าคล้อย นั่นหมายความว่าเนื้อเยื่อผิวหย่อนตัวลงครับ แทนที่จะไปลดปริมาณไขมัน ควรใช้วิธียกกระชับดึงขึ้นด้วยโปรแกรมอย่าง Ulthera เพื่อกู้กรอบหน้าให้กลับมาคมชัดอีกครั้ง

 

พื้นที่ผิวที่ดูเกินมา ไม่ได้เกิดจากไขมัน 'เยอะ' แต่เป็นเพราะมัน 'คล้อยลง'

เมื่ออายุมากขึ้นบวกกับแรงโน้มถ่วงของโลก ผิวชั้น SMAS* ใต้ผิวหนังจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและหย่อนตัวลง ส่งผลให้ไขมันและเนื้อเยื่อที่ชั้นนี้คอยพยุงไว้ตกลงมาด้านล่าง แก้มจึงดูห้อยย้อย เกิดร่องมุมปาก (ร่องน้ำหมาก) และทำให้กรอบหน้าดูเบลอหย่อนคล้อย

* SMAS: คือชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนังที่คลุมกล้ามเนื้อเอาไว้ ทำหน้าที่เป็นโครงร่างหลักในการพยุงเนื้อเยื่อบนใบหน้า เมื่อชั้นนี้หย่อนคล้อย เนื้อเยื่อที่อยู่ด้านบนก็จะทรุดตัวย้อยลงมาตามไปด้วย

จุดสำคัญที่ต้องรู้คือ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากไขมันที่สะสมเพิ่มขึ้น ดังนั้นการรีบไปฉีดเมโซแฟตสลายไขมันเพื่อหวังให้หน้าเล็กลง จะยิ่งทำให้ผิวขาดแรงพยุงจน หน้าดูตอบ แบน และแก่กว่าเดิมได้ครับ สำหรับปัญหาความหย่อนคล้อยนี้ เราต้องลงไปดึงโครงสร้างพยุงผิวให้ยกกระชับขึ้นมาใหม่

วิธีเช็กง่ายๆ คือลองใช้มือดึงแก้มขึ้นเบาๆ แล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูดีมีมิติขึ้น นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าปัญหาหลักของคุณคือ "ความหย่อนคล้อย" ครับ

พื้นที่ผิวที่ดูเกินมา ไม่ได้เกิดจากไขมัน 'เยอะ' แต่เป็นเพราะมัน 'คล้อยลง'

 

 

หลักการยกกระชับด้วย Ulthera

Ulthera จะช่วยดึงพยุงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นมาใหม่โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงที่เรียกว่า HIFU*

* HIFU: High-Intensity Focused Ultrasound เป็นเทคโนโลยีส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มข้นเจาะจงไปยังชั้นผิว โดยจะโฟกัสพลังงานไปยังจุดเปรียบเสมือนจุดรวมแสงของแว่นขยายใต้ผิวหนัง

เมื่อคลื่นเสียงถูกส่งไปโฟกัสที่จุดเดียวใต้ผิว จะเกิดเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กอุณหภูมิประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส (Thermal Coagulation Points) ซึ่งเป็นการกระตุ้นพลังงานเฉพาะในชั้นผิวลึกโดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อผิวชั้นบนสุดเลยครับ ความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้เนื้อเยื่อหดตัว ช่วย ดึงยก โครงสร้างผิวที่เคยหย่อนยานให้กระชับตึงขึ้น

หัวใจสำคัญของ Ulthera คือการที่พลังงานสามารถลงลึกไปถึงชั้น SMAS ได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ซึ่งถือเป็นชั้นผิวที่ลึกที่สุดที่นวัตกรรมการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดจะสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน

หลายคนสับสนกับทรีตเมนต์ยกกระชับแบรนด์อื่นที่ดูคล้ายๆ กัน แต่แท้จริงแล้วพลังงานความร้อนที่ส่งผ่านนั้นต่างกันสิ้นเชิงครับ เทคโนโลยีกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) จะเน้นกระจายความร้อนเป็นวงกว้างในผิวชั้นตื้นเพื่อเน้นความยืดหยุ่นของผิว แต่ Ulthera จะส่งคลื่นเสียงโฟกัสเป็นจุดตรงลึกเข้าไปดึงยกพยุงโครงร่างจากฐานชั้นลึก ดังนั้นเมื่อพูดถึงปัญหาหน้าบานจากความหย่อนคล้อย Ulthera จึงมักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม โปรแกรมยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่คลินิกแนะนำเป็นอันดับแรกเสมอ

หลักการยกกระชับด้วย Ulthera

 

 

เจาะลึกการดูแลแต่ละตําแหน่งตามระดับความลึก

เพราะผิวในแต่ละส่วนบนใบหน้ามีความหนาและโครงสร้างที่แตกต่างกัน Ulthera จึงมีหัวคาร์ทริดจ์ (cartridge) หลากหลายระดับความลึกที่เลือกเปลี่ยนเพื่อใช้ดูแลในข้อจำกัดของแต่ละบริเวณได้อย่างเหมาะสมครับ

ความลึกของหัวคาร์ทริดจ์

ชั้นผิวเป้าหมาย

บริเวณที่ใช้บ่อย

4.5mm

SMAS (ชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง)

บริเวณกรอบหน้า·ช่วงกรามที่หย่อนคล้อย

3.0mm

ชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis)

แก้ม·ใบหน้าส่วนกลาง

1.5mm

ชั้นหนังแท้ส่วนตื้น (Superficial Dermis)

ริ้วรอยเล็กๆ บริเวณผิวบาง หรือบริเวณที่แก้มตอบเนื้อน้อย

หัวระดับลึกสุด 4.5 มม. จะเป็นหัวหลักที่ใช้ดึงยกแก้มและกรอบหน้าด้านล่างให้เฉี่ยวคมขึ้น จากนั้นแพทย์จะใช้ร่วมกับหัวความลึกระดับอื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มความแน่นกระชับตึงให้ผิวชั้นบนควบคู่กันไป การรักษาโดยปรับระดับความต่างของชั้นผิวตามแอนาโตมีจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้ความลึกระดับเดียวตลอดทั่วหน้าครับ

เจาะลึกการดูแลแต่ละตําแหน่งตามระดับความลึก

 

 

ผลลัพธ์จะแสดงชัดเจนเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?

ประเด็นคือ Ulthera ไม่ใช่หัตถการประเภทที่ทำปุ๊บแล้วหน้าจะตึงสเป็คแบบดึงหน้าทันทีนะครับ หลังทำเสร็จทันทีอาจพบว่ามีเนื้อเยื่อหดกระชับขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ แสดงออกมาชัดเจนเมื่อ เข้าสู่เดือนที่ 2 และ 3 หลังจากที่คอลลาเจนสร้างตัวขึ้นมาเต็มที่ โดยในผลรายงานทางคลินิกก็แสดงให้เห็นว่ากรอบหน้าโดยเฉลี่ยจะเริ่มยกตัวกระชับเห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 3 เดือนหลังทำครับ

ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 12 ถึง 18 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับรอบการผลัดเปลี่ยนและเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของคอลลาเจน หากมาทําซ้ำตามรอบก็จะช่วยสะสมและยืดผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นเรื่อยๆ ครับ

อย่างไรก็ตาม ต้องขอชี้แจงตรงๆ ว่าการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดนี้ ไม่สามารถเทียบเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า (facelift) ได้โดยตรงเสียทีเดียว เนื่องจากมี ขอบเขตการอนุมัติรับรองจากอย. ในฐานะเครื่องมือแพทย์ควบคุมอยู่ และหากคุณมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากจริงๆ อาจจำเป็นต้องทำหัตถการอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย แม้บ่อยครั้งเราอาจจะเห็นโฆษณาชวนเชื่อประมาณว่า "ทำครั้งเดียวเด็กลงไปสิบปี" แต่ในความจริง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับความร่วงโรยและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคลครับ

ในการรักษาจริงที่คลินิกของหมอ หมอจะตรวจระดับความหย่อนคล้อยของไขมันและผิวเพื่อแยกแยะก่อนว่าคนไข้เหมาะในสเตจที่จะทำ Ulthera หรือไม่ ถ้าผิวระดับความหย่อนยังน้อย หมอจะเน้นเจาะจงความลึกระดับตื้นเพื่อเพิ่มแค่ความแน่นยืดหยุ่นก่อน แต่ถ้าฐานโครงสร้างเริ่มทรุดลงมาก ก็จะปรับสัดส่วนการยิงใช้หัว 4.5 มม. เพิ่มขึ้นครับ จำไว้ว่าถ้าหน้าย้อยเพราะพังผืดหย่อนคล้อย การดึงยกให้เป๊ะขึ้นมาก่อนคือขั้นตอนอันดับแรกเลยครับ ไม่ใช่การสลายไขมันออกไป

ผลลัพธ์จะแสดงชัดเจนเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ทำ Ulthera เจ็บมากไหมคะ?

เนื่องจากพลังงานลงไปกระตุ้นลึกถึงชั้นพังผืด จึงอาจรู้สึกเสียวๆ ตื้อๆ อุ่นแปลบใต้ผิวหนังบ้างขณะทำครับ แต่ก่อนทำทรีตเมนต์จะมีการแปะยาชาเพื่อช่วยบรรเทาความรูสึก รวมถึงสามารถระบุแจ้งปรับพลังงานให้อยู่ในเกณฑ์ที่คนไข้ทนไหวแบบสบายๆ ได้อย่างปลอดภัยครับ และเครื่องนี้แทบไม่ต้องพักฟื้นเลย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าต่อได้ทันทีครับ

Q. ทำครั้งเดียวเห็นผลยาวเลยไหม?

ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือนครับ เนื่องจากระบบการทำงานเป็นการทยอยสร้างคอลลาเจนจากใต้ผิวไปเรื่อยๆ และจะเริ่มสังเกตเห็นผลเต่งตึงชัดเต็มที่ในเดือนที่ 3 หลังทำ หลายคนที่ต้องการยึดประสิทธิภาพการคงตัวและการชะลอวัยระยะยาวไว้ จึงนิยมมาโปรแกรมซ้ำเป็นประจำทุกปีครับ

Q. แตกต่างกับการฉีดเมโซแฟตสลายไขมันยังไง?

Ulthera คือการยกโครงสร้างพยุงผิวที่หย่อยคล้อยด้านล่างให้กระชับพยุงตัวขึ้น ส่วนการฉีดแฟตสลายไขมันคือหัตถการเพื่อกำจัดส่วนสะสมของไขมันส่วนเกิน หากนำไปฉีดสลายในจุดที่แก้มหย่อนคล้อยอาจมีผลข้างเคียงทําให้ผิวเหี่ยวตอบและคล้อยหนักกว่าเดิมได้ ดังนั้น ต้องประเมินหาสาเหตุของสัดส่วนก่อนทำเลือกหัตถการนะครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่าน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1