แก้มหย่อนเหนียงโผล่ ไม่ใช่ไขมันเยอะ แต่ผิวหย่อน Ulthera ยกกระชับจากชั้นฐาน ตรงจุด
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
📚 สารบัญซีรีส์ · เคลียร์พื้นที่ว่างบนใบหน้าเพื่อแก้ปัญหาหน้าบาน
1. ทำความเข้าใจเรื่องพื้นที่ว่างบนใบหน้า
2. พื้นที่ว่างที่เกิดจากกล้ามเนื้อ
3. พื้นที่ว่างที่เกิดจากไขมัน
3.1 ไขมันหย่อนคล้อย·Ulthera (บทความปัจจุบัน)
4. การออกแบบสัดส่วนใบหน้า
ลองทำแบบนี้หน้ากระจกดูนะครับ บางคนเวลานอนราบจะรู้สึกว่ากรอบหน้าชัดและดูเรียวสวย แต่พอสปริงตัวลุกขึ้นยืน แก้มกลับห้อยย้อยลงมาและกรอบหน้าดูไม่ชัดเหมือนเดิม
นี่ไม่ใช่เพราะคุณมีไขมันเยอะหรอกครับ แต่เป็นเพราะเนื้อเยื่อที่เคยอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องมัน หย่อนคล้อยลงด้านล่าง ต่างหาก สำหรับพื้นที่ว่างประเภทนี้ หากเลือกใช้วิธีสลายหรือจำกัดเนื้อเยื่อออกไป จะยิ่งทำให้หน้าดูตอบและซูบลงกว่าเดิม ซึ่งทางแก้ที่ถูกต้องก็คือการดึงพยุงขึ้นครับ
สรุปสั้นๆ: ถ้านอนแล้วหน้าเรียวแต่พอยืนแล้วหน้าคล้อย นั่นหมายความว่าเนื้อเยื่อผิวหย่อนตัวลงครับ แทนที่จะไปลดปริมาณไขมัน ควรใช้วิธียกกระชับดึงขึ้นด้วยโปรแกรมอย่าง Ulthera เพื่อกู้กรอบหน้าให้กลับมาคมชัดอีกครั้ง
พื้นที่ผิวที่ดูเกินมา ไม่ได้เกิดจากไขมัน 'เยอะ' แต่เป็นเพราะมัน 'คล้อยลง'
เมื่ออายุมากขึ้นบวกกับแรงโน้มถ่วงของโลก ผิวชั้น SMAS* ใต้ผิวหนังจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและหย่อนตัวลง ส่งผลให้ไขมันและเนื้อเยื่อที่ชั้นนี้คอยพยุงไว้ตกลงมาด้านล่าง แก้มจึงดูห้อยย้อย เกิดร่องมุมปาก (ร่องน้ำหมาก) และทำให้กรอบหน้าดูเบลอหย่อนคล้อย
* SMAS: คือชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนังที่คลุมกล้ามเนื้อเอาไว้ ทำหน้าที่เป็นโครงร่างหลักในการพยุงเนื้อเยื่อบนใบหน้า เมื่อชั้นนี้หย่อนคล้อย เนื้อเยื่อที่อยู่ด้านบนก็จะทรุดตัวย้อยลงมาตามไปด้วย
จุดสำคัญที่ต้องรู้คือ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากไขมันที่สะสมเพิ่มขึ้น ดังนั้นการรีบไปฉีดเมโซแฟตสลายไขมันเพื่อหวังให้หน้าเล็กลง จะยิ่งทำให้ผิวขาดแรงพยุงจน หน้าดูตอบ แบน และแก่กว่าเดิมได้ครับ สำหรับปัญหาความหย่อนคล้อยนี้ เราต้องลงไปดึงโครงสร้างพยุงผิวให้ยกกระชับขึ้นมาใหม่
วิธีเช็กง่ายๆ คือลองใช้มือดึงแก้มขึ้นเบาๆ แล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูดีมีมิติขึ้น นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าปัญหาหลักของคุณคือ "ความหย่อนคล้อย" ครับ

หลักการยกกระชับด้วย Ulthera
Ulthera จะช่วยดึงพยุงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นมาใหม่โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงที่เรียกว่า HIFU*
* HIFU: High-Intensity Focused Ultrasound เป็นเทคโนโลยีส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มข้นเจาะจงไปยังชั้นผิว โดยจะโฟกัสพลังงานไปยังจุดเปรียบเสมือนจุดรวมแสงของแว่นขยายใต้ผิวหนัง
เมื่อคลื่นเสียงถูกส่งไปโฟกัสที่จุดเดียวใต้ผิว จะเกิดเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กอุณหภูมิประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส (Thermal Coagulation Points) ซึ่งเป็นการกระตุ้นพลังงานเฉพาะในชั้นผิวลึกโดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อผิวชั้นบนสุดเลยครับ ความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้เนื้อเยื่อหดตัว ช่วย ดึงยก โครงสร้างผิวที่เคยหย่อนยานให้กระชับตึงขึ้น
หัวใจสำคัญของ Ulthera คือการที่พลังงานสามารถลงลึกไปถึงชั้น SMAS ได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ซึ่งถือเป็นชั้นผิวที่ลึกที่สุดที่นวัตกรรมการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดจะสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน
หลายคนสับสนกับทรีตเมนต์ยกกระชับแบรนด์อื่นที่ดูคล้ายๆ กัน แต่แท้จริงแล้วพลังงานความร้อนที่ส่งผ่านนั้นต่างกันสิ้นเชิงครับ เทคโนโลยีกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) จะเน้นกระจายความร้อนเป็นวงกว้างในผิวชั้นตื้นเพื่อเน้นความยืดหยุ่นของผิว แต่ Ulthera จะส่งคลื่นเสียงโฟกัสเป็นจุดตรงลึกเข้าไปดึงยกพยุงโครงร่างจากฐานชั้นลึก ดังนั้นเมื่อพูดถึงปัญหาหน้าบานจากความหย่อนคล้อย Ulthera จึงมักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม โปรแกรมยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่คลินิกแนะนำเป็นอันดับแรกเสมอ

เจาะลึกการดูแลแต่ละตําแหน่งตามระดับความลึก
เพราะผิวในแต่ละส่วนบนใบหน้ามีความหนาและโครงสร้างที่แตกต่างกัน Ulthera จึงมีหัวคาร์ทริดจ์ (cartridge) หลากหลายระดับความลึกที่เลือกเปลี่ยนเพื่อใช้ดูแลในข้อจำกัดของแต่ละบริเวณได้อย่างเหมาะสมครับ
ความลึกของหัวคาร์ทริดจ์ | ชั้นผิวเป้าหมาย | บริเวณที่ใช้บ่อย |
|---|---|---|
4.5mm | SMAS (ชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง) | บริเวณกรอบหน้า·ช่วงกรามที่หย่อนคล้อย |
3.0mm | ชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis) | แก้ม·ใบหน้าส่วนกลาง |
1.5mm | ชั้นหนังแท้ส่วนตื้น (Superficial Dermis) | ริ้วรอยเล็กๆ บริเวณผิวบาง หรือบริเวณที่แก้มตอบเนื้อน้อย |
หัวระดับลึกสุด 4.5 มม. จะเป็นหัวหลักที่ใช้ดึงยกแก้มและกรอบหน้าด้านล่างให้เฉี่ยวคมขึ้น จากนั้นแพทย์จะใช้ร่วมกับหัวความลึกระดับอื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มความแน่นกระชับตึงให้ผิวชั้นบนควบคู่กันไป การรักษาโดยปรับระดับความต่างของชั้นผิวตามแอนาโตมีจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้ความลึกระดับเดียวตลอดทั่วหน้าครับ

ผลลัพธ์จะแสดงชัดเจนเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
ประเด็นคือ Ulthera ไม่ใช่หัตถการประเภทที่ทำปุ๊บแล้วหน้าจะตึงสเป็คแบบดึงหน้าทันทีนะครับ หลังทำเสร็จทันทีอาจพบว่ามีเนื้อเยื่อหดกระชับขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ แสดงออกมาชัดเจนเมื่อ เข้าสู่เดือนที่ 2 และ 3 หลังจากที่คอลลาเจนสร้างตัวขึ้นมาเต็มที่ โดยในผลรายงานทางคลินิกก็แสดงให้เห็นว่ากรอบหน้าโดยเฉลี่ยจะเริ่มยกตัวกระชับเห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 3 เดือนหลังทำครับ
ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 12 ถึง 18 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับรอบการผลัดเปลี่ยนและเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของคอลลาเจน หากมาทําซ้ำตามรอบก็จะช่วยสะสมและยืดผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นเรื่อยๆ ครับ
อย่างไรก็ตาม ต้องขอชี้แจงตรงๆ ว่าการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดนี้ ไม่สามารถเทียบเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า (facelift) ได้โดยตรงเสียทีเดียว เนื่องจากมี ขอบเขตการอนุมัติรับรองจากอย. ในฐานะเครื่องมือแพทย์ควบคุมอยู่ และหากคุณมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากจริงๆ อาจจำเป็นต้องทำหัตถการอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย แม้บ่อยครั้งเราอาจจะเห็นโฆษณาชวนเชื่อประมาณว่า "ทำครั้งเดียวเด็กลงไปสิบปี" แต่ในความจริง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับความร่วงโรยและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคลครับ
ในการรักษาจริงที่คลินิกของหมอ หมอจะตรวจระดับความหย่อนคล้อยของไขมันและผิวเพื่อแยกแยะก่อนว่าคนไข้เหมาะในสเตจที่จะทำ Ulthera หรือไม่ ถ้าผิวระดับความหย่อนยังน้อย หมอจะเน้นเจาะจงความลึกระดับตื้นเพื่อเพิ่มแค่ความแน่นยืดหยุ่นก่อน แต่ถ้าฐานโครงสร้างเริ่มทรุดลงมาก ก็จะปรับสัดส่วนการยิงใช้หัว 4.5 มม. เพิ่มขึ้นครับ จำไว้ว่าถ้าหน้าย้อยเพราะพังผืดหย่อนคล้อย การดึงยกให้เป๊ะขึ้นมาก่อนคือขั้นตอนอันดับแรกเลยครับ ไม่ใช่การสลายไขมันออกไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ทำ Ulthera เจ็บมากไหมคะ?
เนื่องจากพลังงานลงไปกระตุ้นลึกถึงชั้นพังผืด จึงอาจรู้สึกเสียวๆ ตื้อๆ อุ่นแปลบใต้ผิวหนังบ้างขณะทำครับ แต่ก่อนทำทรีตเมนต์จะมีการแปะยาชาเพื่อช่วยบรรเทาความรูสึก รวมถึงสามารถระบุแจ้งปรับพลังงานให้อยู่ในเกณฑ์ที่คนไข้ทนไหวแบบสบายๆ ได้อย่างปลอดภัยครับ และเครื่องนี้แทบไม่ต้องพักฟื้นเลย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าต่อได้ทันทีครับ
Q. ทำครั้งเดียวเห็นผลยาวเลยไหม?
ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือนครับ เนื่องจากระบบการทำงานเป็นการทยอยสร้างคอลลาเจนจากใต้ผิวไปเรื่อยๆ และจะเริ่มสังเกตเห็นผลเต่งตึงชัดเต็มที่ในเดือนที่ 3 หลังทำ หลายคนที่ต้องการยึดประสิทธิภาพการคงตัวและการชะลอวัยระยะยาวไว้ จึงนิยมมาโปรแกรมซ้ำเป็นประจำทุกปีครับ
Q. แตกต่างกับการฉีดเมโซแฟตสลายไขมันยังไง?
Ulthera คือการยกโครงสร้างพยุงผิวที่หย่อยคล้อยด้านล่างให้กระชับพยุงตัวขึ้น ส่วนการฉีดแฟตสลายไขมันคือหัตถการเพื่อกำจัดส่วนสะสมของไขมันส่วนเกิน หากนำไปฉีดสลายในจุดที่แก้มหย่อนคล้อยอาจมีผลข้างเคียงทําให้ผิวเหี่ยวตอบและคล้อยหนักกว่าเดิมได้ ดังนั้น ต้องประเมินหาสาเหตุของสัดส่วนก่อนทำเลือกหัตถการนะครับ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่าน

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



