แก้มที่หย่อนคล้อยจนเหนียงโผล่ไม่ได้เกิดจากไขมันเยอะเสมอไปนะคะ แต่เกิดจากการที่ผิวหย่อนคล้อยลงมาต่างหากล่ะคะ ซึ่ง Ulthera จะเข้าไปช่วยยกกระชับจากชั้นฐานผิวเลยค่ะ โดยจะมีหัวคาร์ทริดจ์ในแต่ละระดับความลึกที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
📚 สรุปซีรีส์ · วิเคราะห์และจัดสัดส่วนพื้นที่ว่างบนใบหน้า
1. ทำความเข้าใจเรื่องพื้นที่ว่างบนใบหน้า
2. พื้นที่ว่างที่เกิดจากกล้ามเนื้อ
3. พื้นที่ว่างที่เกิดจากไขมัน
3.1 ไขมันหย่อนคล้อย·Ulthera (บทความปัจจุบัน)
4. ดีไซน์กรอบหน้าและพื้นที่ว่าง
ลองทำสิ่งนี้ที่หน้ากระจกดูนะคะ บางคนเวลานอนราบจะรู้สึกว่ากรอบหน้าชัดและดูเรียวสวย แต่พอส่องกระจกตอนยืน แก้มกลับดูหย่อนคล้อยและกรอบหน้าดูไม่ชัดเจนเหมือนเดิม
อาการนี้ไม่ใช่เพราะมีไขมันเยอะเกินไปนะคะ แต่เป็นเพราะเนื้อเยื่อที่เคยอยู่ในตำแหน่งเดิมมัน หย่อนคล้อยลงด้านล่าง ต่างหาก สำหรับพื้นที่ว่างที่เกิดจากปัญหานี้ หากเลือกใช้วิธีสลายหรือจำกัดไขมันออกไป จะยิ่งทำให้หน้าดูตอบและดูโทรมลงค่ะ ทางออกที่แท้จริงคือการ "ดึงยกกระชับ" ขึ้นไปค่ะ
คำตอบสั้นๆ: ถ้านอนแล้วหน้าเรียวแต่พอยืนแล้วแก้มห้อย แปลว่าเนื้อเยื่อผิวหย่อนคล้อยลงมาค่ะ ไม่ใช่เรื่องของการสลายไขมัน แต่ต้องดึงยกกระชับด้วยหัตถการอย่าง Ulthera เพื่อให้กรอบหน้ากลับมาคมชัดอีกครั้ง
พื้นที่แก้มที่ดูกว้างขึ้น ไม่ใช่เพราะ 'ไขมันเยอะ' แต่เป็นเพราะ 'ผิวหย่อนคล้อย'
เมื่ออายุมากขึ้นหรือเจอกับแรงโน้มถ่วง ชั้นผิวที่เรียกว่า SMAS* จะเริ่มหย่อนคล้อยและหลวมขึ้น ส่งผลให้ไขมันและเนื้อเยื่อที่เคยถูกพยุงไว้ตกลงมาด้านล่าง ทำให้แก้มห้อย เกิดกระเปาะแก้มข้างมุมปาก และกรอบหน้าดูเบลอไม่ชัดเจน
* SMAS: คือชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการพยุงเนื้อเยื่อใบหน้า เมื่อชั้นนี้หย่อนคล้อย เนื้อเยื่อด้านบนทั้งหมดก็จะคล้อยตกลงมาด้วย
จุดสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากไขมันที่เพิ่มขึ้นค่ะ ดังนั้น หากไปฉีดสลายไขมันเพื่อลดแก้ม จะยิ่งทำให้ไม่มีอะไรมาช่วยพยุงผิว และส่งผลให้ หน้ายิ่งดูตอบและดูแก่กว่าเดิมได้ค่ะ ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยจึงต้องแก้ด้วยการดึงโครงสร้างผิวจากฐานรากขึ้นไปใหม่
ถ้าลองใช้มือแตะแก้มแล้วดึงเฉียงขึ้นเบาๆ แล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูดีและมีมิติขึ้น นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าปัญหาหลักของคุณคือความหย่อนคล้อยค่ะ

หลักการทำงานในการยกกระชับของ Ulthera
Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงที่เรียกว่า HIFU* ในการดึงยกพยุงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นมา
* HIFU: High-Intensity Focused Ultrasound เป็นเทคโนโลยีที่รวบรวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงให้ไปโฟกัสที่จุดเดียวใต้ผิว คล้ายกับการใช้แว่นขยายรวมแสงอาทิตย์เข้าไว้ที่จุดเดียว
เมื่อพลังงานคลื่นเสียงถูกส่งไปรวมกันที่จุดเดียวใต้ผิว จะเกิดเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กอุณหภูมิประมาณ 60~70 องศาเซลเซียส โดยจะกระตุ้นเฉพาะชั้นผิวลึกโดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอก แรงกระตุ้นนี้จะช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้เนื้อเยื่อหดตัว ช่วย ดึงยก โครงสร้างผิวที่เคยหย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น
หัวใจสำคัญของ Ulthera คือการส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งชั้นนี้ถือเป็นชั้นผิวที่ลึกที่สุดเท่าที่หัตถการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดจะสามารถเข้าถึงได้ค่ะ
หลายคนสับสนกับหัตถการเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวตัวอื่นๆ ที่ดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้ววิธีการส่งผ่านความร้อนนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ หากกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) เน้นให้ความร้อนเป็นวงกว้างบนชั้นผิวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น Ulthera จะเน้นรวมคลื่นเสียงเป็นจุดๆ ลงลึกไปยังชั้นฐานรากเพื่อดึงยกผิวขึ้นโดยตรง ดังนั้นเมื่อคนไข้มีปัญหาพื้นที่แก้มหย่อนคล้อยเป็นหลัก Ulthera จึงมักถูกแนะนำเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่ม หัตถการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-surgical face lift)

ออกแบบการรักษาเฉพาะจุดด้วยหัวคาร์ทริดจ์ที่ลึกต่างกัน
ใบหน้าแต่ละส่วนมีความหนาของผิวและโครงสร้างที่แตกต่างกัน Ulthera จึงมีหัวคาร์ทริดจ์ที่มีความลึกหลากหลายระดับเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะรายบุคคลและแต่ละบริเวณ
ความลึกของหัวคาร์ทริดจ์ | ชั้นผิวที่เข้าถึง | บริเวณหลักที่ใช้รักษา |
|---|---|---|
4.5mm | SMAS (ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ) | กรอบหน้า · แก้ปัญหาแนวกรามหย่อนคล้อย |
3.0mm | ชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis) | แก้ม · ใบหน้าส่วนกลาง |
1.5mm | ชั้นหนังแท้ส่วนบน (Superficial Dermis) | บริเวณที่ผิวบางและไขมันคอนทัวร์แก้มน้อย |
หัวระดับลึกสุด 4.5 มม. คือหัวหลักที่ใช้เพื่อดึงกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น จากนั้นจะผสมผสานหัวระดับที่ตื้นกว่าเพื่อช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการรักษาโดยผสมผสานหัวความลึกหลายระดับให้เหมาะกับแต่ละจุด จะให้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้หัวระดับความลึกเดียวค่ะ

ผลลัพธ์จะเห็นเมื่อไหร่และอยู่ได้นานแค่ไหน?
Ulthera ไม่ใช่หัตถการประเภทที่ทำเสร็จแล้วหน้าจะสลิมเรียวขึ้นทันทีทันใด หลังทำเสร็จทันทีอาจจะรู้สึกตึงๆ กระชับขึ้นเล็กน้อย และ ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในระยะเวลา 2 ถึง 3 เดือนพร้อมกับการสร้างคอลลาเจนใหม่ ในการศึกษาทางคลินิกพบความเปลี่ยนแปลงว่ากรอบหน้าจะดูยกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่เฉลี่ย 3 เดือนหลังรับบริการ
ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 12 ถึง 18 เดือน ซึ่งเป็นไปตามวงจรธรรมชาติของการกระตุ้นและสลายตัวของคอลลาเจน การทำซ้ำอย่างต่อเนื่องจะช่วยสะสมและคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนว่าหัตถการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดนั้น จะไม่สามารถดึงตึงเทียบเท่ากับผลลัพธ์ของการผ่าตัดดึงหน้า (facelift) จริงๆ ได้ เนื่องจาก ขอบเขตการรับรองจากอย. (MFDS) ในฐานะเครื่องมือแพทย์มีกำหนดไว้ชัดเจน หากคนไข้มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก อาจต้องพิจารณารักษาร่วมกับวิธีอื่นๆ แม้ในโฆษณามักบอกว่า "ย้อนวัยได้ 10 ปีในครั้งเดียว" แต่ในความเป็นจริง ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปตามระดับความหย่อนคล้อยและสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ
ในการรักษาจริงของฉัน ฉันจะประเมินระดับความหย่อนคล้อยก่อน เพื่อดูว่าคนไข้อยู่ในระดับที่เหมาะกับการทำ Ulthera หรือไม่ หากผิวหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย ฉันจะเน้นใช้หัวตื้นเพื่อปรับความยืดหยุ่นผิว แต่ถ้าโครงสร้างผิวชั้นลึกคล้อยลงมาค่อนข้างมาก ก็จะปรับสัดส่วนการใช้หัว 4.5 มม. ให้มากขึ้น จำไว้ว่าหากต้องการแก้ปัญหาแก้มห้อยกรอบหน้าไม่ชัด ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องคือ ต้องดึงยกกระชับขึ้นก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องสลายไขมันค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำ Ulthera เจ็บไหมคะ?
เนื่องจากเป็นการส่งพลังงานไปกระตุ้นผิวชั้นลึก ระหว่างทำอาจรู้สึกจี๊ดๆ อุ่นๆ ใต้ผิวได้บ้างค่ะ อย่างไรก็ตาม ทางเรามีขั้นตอนการแปะยาชาและการปรับค่าพลังงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายที่สุดตลอดการรักษา หลังทำเสร็จฟื้นตัวไว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีค่ะ
Q. ทำแค่ครั้งเดียวคือจบเลยไหมคะ?
ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือนค่ะ เนื่องจากคอลลาเจนใต้วิผิวจะค่อยๆ สร้างตัวเพิ่มขึ้น แนะนำให้รอดูผลลัพธ์ที่เต็มประสิทธิภาพในเดือนที่ 3 เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์และยกกระชับอย่างต่อเนื่อง นิยมกลับมาทำซ้ำเป็นประจำทุกปีค่ะ
Q. ต่างจากการฉีดเมโสแฟต (지방분해주사) อย่างไรคะ?
Ulthera คือการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึงขึ้น ส่วนการฉีดสลายไขมันคือการสลายเซลล์ไขมันสะสมส่วนเกิน หากเราไปสลายไขมันในจุดที่ผิวหย่อนคล้อยอยู่แล้ว อาจทำให้หน้ายิ่งดูตอบและโทรม การเลือกหัตถการที่ตรงกับสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
Ultherapy Prime ต้องทำ 몇 회 (몇 회) และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
มาดูกันค่ะว่าควรทำ Ultherapy Prime กี่ครั้ง เริ่มเห็นผลตั้งแต่ตอนไหน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่ โดยอิงจากข้อมูลวิจัยทางการแพทย์ค่ะ

ลบรอยสัก
ลบรอยสักด้วย Picoway จำนวนครั้งจะแตกต่างกันตามสีของรอยสักไหมคะ?
มาดูกันค่ะว่าทำไมการลบรอยสักด้วย Picoway จำนวนครั้งถึงขึ้นอยู่กับสีของรอยสัก ต้องเว้นระยะห่างอย่างไร และข้อควรรู้ก่อนทำมีอะไรบ้าง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
รอยคล้ำใต้ตา รักษารอบดวงตาด้วย filler หรือ laser แบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากันนะ?
เลือกแบบไหนดีระหว่าง filler ใต้ตา กับ เลเซอร์? เรามีข้อมูลวิจัยมาช่วยวิเคราะห์ตามสาเหตุของปัญหาดาร์กเคิลให้คุณเข้าใจง่ายๆ ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์ (Botox) จะเริ่มเห็นผลหลังฉีดกี่วันคะ?
พามาดูข้อมูลวิจัยกันค่ะว่าหลังฉีด Botox แล้วจะเริ่มเห็นผลภายในกี่วัน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

ผิว
จำเป็นต้องทาโทนเนอร์ (toner) ไหมคะ?
จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ตามลำดับการดูแลผิว (skin booster) เสมอไปไหม? วันนี้เรามาแนะนำหน้าที่ของโทนเนอร์และวิธีประเมินตามสภาพผิวของคุณกันค่ะ



