ผิวมันแต่ในแห้งหน้าร้อน มาดูว่าสกินบูสเตอร์แต่ละแบบเล็งผลอะไร พร้อมข้อควรระวังเรื่องเหงื่อและแดด
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
พอเข้าหน้าร้อน หลายคนที่แต่งหน้าเรียบร้อยตอนเช้าพอถึงเที่ยงก็เริ่มมันเยิ้ม แถมรูขุมขนบริเวณแก้มและข้างจมูกก็ดูกว้างขึ้นผิดปกติ จนสับสนว่า "ในตึงแต่ข้างนอกมัน" แบบนี้ควรทาอะไรดี หรือฉีดสกินบูสเตอร์แล้วจะช่วยให้ดีขึ้นไหมค่ะ
ตอบสั้นๆ ว่าถึงจะเป็นผิวมันหรือผิวผสม ก็ไม่ได้แปลว่าสกินบูสเตอร์จะไม่เหมาะนะคะ ในทางกลับกัน การเติมความชุ่มชื้นและปรับผิวให้เรียบเนียนกลับช่วยเรื่องความมันในหน้าร้อนได้หลายกรณี เพียงแต่สกินบูสเตอร์แต่ละชนิดเล็งผลต่างกันเล็กน้อย เกณฑ์การเลือกจึงขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่กังวลคือรูขุมขน ผิวแห้งใน หรือความยืดหยุ่น และเมื่อรวมกับปัจจัยของฤดูกาลอย่างเหงื่อและแดดจัด จังหวะเวลาที่ฉีดและวิธีดูแลหลังทำก็มีผลต่อผลลัพธ์เช่นกันค่ะ
บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone Hapjeong ค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะ
เข้าใจว่าทำไมผิวมันและผิวผสมก็ยังได้ประโยชน์จากสกินบูสเตอร์
แยกออกว่า Rejuran กรดไฮยาลูรอนิก และ Juvelook แต่ละแบบเล็งผลอะไร
รู้ว่าควรฉีดช่วงไหนของหน้าร้อน และดูแลตัวเองช่วงพักฟื้นอย่างไร
เตรียมเช็กลิสต์ที่ควรตรวจสอบก่อนเข้ารับการทำ
จังหวะที่ผิวมันหน้าร้อนต้องการสกินบูสเตอร์
ผิวมันมักมีลักษณะที่ข้างนอกมันแต่ข้างในกลับขาดน้ำ เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น รูขุมขนก็ดูกว้างขึ้น และถ้าอยู่ในห้องแอร์หรือโดนแดดจนผิวขาดน้ำซ้ำเข้าไปอีก ผิวก็จะยิ่งหยาบกร้าน นี่คือเหตุผลที่ผิวมันแต่กลับรู้สึกตึงในเวลาเดียวกันค่ะ
ในกรณีนี้ สกินบูสเตอร์จะเข้าไปเติมความชุ่มชื้นและสารฟื้นบำรุงในชั้นผิว โดยเน้นปรับผิวข้างในให้เรียบเนียนมากกว่าลดความมันข้างนอก มีงานวิจัยเปรียบเทียบใบหน้าซีกซ้ายขวาที่พบว่าเมื่อฉีดกรดไฮยาลูรอนิกในชั้นหนังแท้ตื้นแบบละเอียด ปริมาตรรูขุมขนและความชุ่มชื้นของผิวดีขึ้น จึงเหมาะกับผิวมันที่มีรูขุมขนกว้างด้วยเช่นกัน แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หัตถการที่กำจัดความมันโดยตรง การดูแลพื้นฐานอย่างล้างหน้าวันละสองครั้งและหลังเหงื่อออก พร้อมเลือกผลิตภัณฑ์สูตร oil-free และ non-comedogenicก็ยังต้องทำควบคู่กันไปค่ะ

เปรียบเทียบสกินบูสเตอร์ที่เหมาะกับผิวมันและผิวผสม
สกินบูสเตอร์ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ตัวเดียว แต่เป็นคำรวมของสารหลายชนิดที่ทำหน้าที่ต่างกันเล็กน้อยในผิว บทความรีวิวที่รวบรวมสกินบูสเตอร์แบบฉีดหลายชนิดที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นก็แยกอธิบายกรดไฮยาลูรอนิก โพลีนิวคลีโอไทด์ และสารกระตุ้นคอลลาเจนไว้เช่นกัน ถ้าจัดตามประเด็นที่ผิวมันและผิวผสมมักกังวล จะสรุปได้ดังนี้ค่ะ
ชนิด | เล็งผลหลักที่ | สำหรับผิวมัน/ผิวผสม |
|---|---|---|
สกินบูสเตอร์กรดไฮยาลูรอนิก | ความชุ่มชื้นใน รูขุมขน ผิวเรียบเนียน | เมื่อผิวมันแต่ข้างในขาดน้ำ |
Rejuran (โพลีนิวคลีโอไทด์ หรือที่เรียกกันว่าเข็มปลาแซลมอน) | ฟื้นฟูผิว ลดรอยแดง ปรับผิวเรียบเนียน | เมื่อผิวบอบบางง่ายต่อการระคายเคืองและผิวหยาบกร้าน |
Juvelook (สารกระตุ้นคอลลาเจน PDLLA) | กระตุ้นคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่น | เมื่อกังวลทั้งรูขุมขนหย่อนคล้อยและความยืดหยุ่น |

ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่งในสามแบบนี้นะคะ ถ้าเรื่องผิวเรียบเนียนและความชุ่มชื้นเร่งด่วนกว่า ก็มักเริ่มจากกรดไฮยาลูรอนิกหรือกลุ่ม Rejuran ก่อน แล้วค่อยตามด้วยสารกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในภายหลัง เกณฑ์การเลือกจึงอยู่ที่ว่าตอนนี้ผิวของคุณต้องการอะไรเร่งด่วนกว่ากันค่ะ

จังหวะเวลาทำหน้าร้อนและจุดสำคัญในการดูแลหลังทำ
สกินบูสเตอร์อาจทิ้งรอยเข็มเล็กๆ และรอยแดงจางๆ ไว้ ช่วงไม่กี่วันที่ผิวยังระคายเคืองจึงควรดูแลให้เหมาะกับสภาพอากาศหน้าร้อนด้วยค่ะ ส่วนรอยแดงหรือตุ่มเล็กๆ บริเวณที่ฉีดมักจางลงตามลำดับดังนี้

โดยเฉพาะหน้าร้อน เหงื่อและแสงแดดมีผลต่อการฟื้นตัวค่อนข้างมาก ในวันที่ทำควรงดออกกำลังกายหนักๆ หรือเข้าซาวน่าที่ทำให้เหงื่อออกเยอะ และไม่ควรใช้มือถูบริเวณที่ฉีด แสงแดดอาจทำให้ผิวที่ยังระคายเคืองเล็กน้อยเกิดรอยดำได้ง่าย ตั้งแต่วันถัดไปจึงควรทาครีมกันแดดให้เข้มข้นกว่าปกติ และทาซ้ำทุก 2~3 ชั่วโมง หากสัปดาห์นั้นมีกิจกรรมกลางแจ้งเยอะ การเลื่อนวันทำให้มีเวลาพักฟื้นมากขึ้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ

ทำไมต้อง Beautystone Hapjeong
สิ่งที่ Beautystone Hapjeong ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการดูว่า "ตอนนี้ผิวคนไข้ต้องการอะไรเร่งด่วนที่สุด" แม้จะเป็นผิวมันเหมือนกัน แต่คนที่รูขุมขนหย่อนคล้อยกับคนที่ผิวหยาบกร้านจากความแห้งข้างในต้องการสารที่ต่างกัน จึงไม่รีบแนะนำผลิตภัณฑ์ที่กำลังฮิต แต่จะดูสภาพผิวจริงและกิจกรรมในช่วงฤดูกาลของคนไข้ก่อน เป็นคลินิกเล็กๆ ที่เดินจากสถานีฮับจอง จึงสามารถเริ่มจากปรับผิวให้เรียบเนียนก่อน แล้วดูการตอบสนองเพื่อวางแผนขั้นต่อไปร่วมกันได้ค่ะ

เช็กลิสต์ที่ควรตรวจก่อนเข้ารับการทำ
หากกำลังพิจารณาทำสกินบูสเตอร์เป็นครั้งแรก ลองเตรียมข้อมูลด้านล่างนี้ไว้ก่อนเข้าปรึกษา จะช่วยให้กำหนดทิศทางได้ง่ายขึ้นค่ะ
สิ่งที่กังวลมากที่สุดตอนนี้ — ลองเลือกมาหนึ่งอย่างว่าเป็นรูขุมขน ผิวแห้งใน หรือความยืดหยุ่น
ประวัติการระคายเคืองผิวล่าสุด — หากเพิ่งทำเลเซอร์หรือฟื้นผิว ให้แจ้งช่วงเวลาที่ทำด้วย
ตารางกิจกรรมกลางแจ้งหน้าร้อน — หากมีกิจกรรมที่ต้องเจอแดดจัดเป็นเวลานาน สามารถปรับวันทำได้
สารออกฤทธิ์ที่ใช้อยู่เป็นประจำ — เรตินอลหรือสารกลุ่มกรดควรหยุดใช้สักสองสามวันก่อนและหลังทำเพื่อความปลอดภัย
ระยะเวลาที่คาดหวังให้ผลอยู่ได้นาน — โดยทั่วไปสกินบูสเตอร์เป็นหัตถการที่ต้องทำสะสมหลายครั้ง
ผลลัพธ์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และจำนวนครั้งที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่อนข้างมาก บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป ส่วนสกินบูสเตอร์แบบไหนที่เหมาะกับผิวของคุณ ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจให้โดยตรงเพื่อความปลอดภัยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ผิวมันอยู่แล้ว ถ้าฉีดสกินบูสเตอร์จะยิ่งมันขึ้นไหมคะ?
A. สกินบูสเตอร์ไม่ใช่หัตถการที่เพิ่มความมันข้างนอก แต่เป็นการเติมความชุ่มชื้นและปรับผิวข้างในให้เรียบเนียนครับ บางเคสยังรู้สึกมันน้อยลงด้วยซ้ำ เพราะความแห้งข้างในลดลง แต่เนื่องจากไม่ใช่หัตถการที่ควบคุมการผลิตน้ำมันโดยตรง จึงควรดูแลพื้นฐานแบบ oil-free ควบคู่ไปด้วยครับ
Q. ฉีดหน้าร้อนได้เลยไหมคะ หรือควรรอถึงหน้าใบไม้ร่วงดีคะ?
A. ทำในหน้าร้อนได้ครับ แต่เหงื่อและแสงแดดอาจมีผลต่อช่วงพักฟื้น หลังทำจึงควรลดกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกเยอะสักสองสามวัน และทาครีมกันแดดให้ครบถ้วน หากสัปดาห์นั้นมีกิจกรรมกลางแจ้งเยอะ แนะนำให้เลือกช่วงเวลาที่มีเวลาพักฟื้นมากขึ้นครับ
Q. ฉีดแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?
A. บางคนรู้สึกถึงความชุ่มชื้นหรือผิวที่เรียบเนียนขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกครับ แต่โดยทั่วไปสกินบูสเตอร์เป็นหัตถการที่ต้องทำสะสมหลายครั้ง จำนวนครั้งและระยะห่างขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน ควรวางแผนร่วมกับแพทย์ตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรกครับ
Q. Rejuran กับ Juvelook ต่างกันอย่างไรคะ?
A. Rejuran ใช้สารโพลีนิวคลีโอไทด์ เน้นฟื้นฟูผิว ลดรอยแดง และปรับผิวให้เรียบเนียน ส่วน Juvelook ใช้สาร PDLLA เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความยืดหยุ่นครับ ถ้าผิวบอบบางง่ายต่อการระคายเคือง Rejuran จะเหมาะกว่า ส่วนถ้ากังวลเรื่องรูขุมขนหย่อนคล้อยหรือความยืดหยุ่น Juvelook จะตอบโจทย์มากกว่า แต่เนื่องจากมีความแตกต่างในแต่ละคน จึงมักกำหนดสูตรผสมกันในช่วงปรึกษาครับ
อ่านเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา InMode ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน เหนียงจุดเดียวใช้กี่หัว

กำจัดขน
ราคากำจัดขนหนวดด้วยเลเซอร์ ดูแค่ราคาต่อครั้งไม่พอ

ผิว
프락셀 효과, 각질 벗겨지고 3개월까지가 진짜 구간이에요?

ยกกระชับ
เหนียงกับกรอบหน้า ยกกระชับได้ถึงชั้นไหน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ปาก Juvederm: Volbella กับ Ultra ต่างกันยังไง

ผิว
포텐자 효과가 안 보인다고요? 콜라겐이 다시 차는 데 4~6주가 걸려요



