Ellanse (PCL) กับ Radiesse (CaHA) ต่างกันที่ส่วนประกอบและวิธีกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงระยะเวลาอยู่ได้
รู้หรือไม่คะว่า ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่คนพูดถึงกันบ่อยอย่าง Ellanse กับ Radiesse จริง ๆ แล้วทำงานคนละแบบ ทั้งที่หลายคนเข้าใจว่ามันคล้ายกันเพราะต่างก็ช่วยเรื่องการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน
เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวก็ค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวดูไม่ฟูเท่าเดิมและกรอบหน้าเริ่มไม่คม ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป เพราะไม่ได้แค่เติมเต็ม แต่ยังชวนให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง แต่พอมีหลายชนิด คนที่กำลังเลือกก็มักสับสนว่าตัวไหนต่างกันตรงไหน
บทความนี้ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปเจาะดูว่า Ellanse กับ Radiesse ต่างกันที่ส่วนประกอบและวิธีกระตุ้นคอลลาเจนยังไง รวมถึงเรื่องระยะเวลาอยู่ได้ เพื่อให้คุณพอเห็นภาพก่อนไปปรึกษาแพทย์ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ
ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนคืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงไหน?
ฟิลเลอร์ที่คนคุ้นเคยส่วนใหญ่ทำจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งทำงานหลักคือ เติมเต็มร่องหรือเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ฉีดโดยตรง เมื่อเวลาผ่านไปสารก็จะค่อย ๆ สลายไป
ส่วนฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) ทำงานคนละแนวคิด พูดง่าย ๆ คือ ตัวสารทำหน้าที่เหมือน โครงชั่วคราว ที่ไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างคอลลาเจนอย่างไฟโบรบลาสต์ค่อย ๆ ผลิตคอลลาเจนใหม่ในบริเวณนั้น ผลที่ได้จึงมาแบบค่อยเป็นค่อยไป และเน้นที่การปรับให้ผิวดูแน่นและมีโครงสร้างมากกว่าการเติมเต็มทันที
Ellanse และ Radiesse ต่างก็อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ใช้ส่วนประกอบต่างชนิดกัน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้วิธีทำงานและระยะเวลาอยู่ได้แตกต่างกัน

Ellanse (PCL) กับ Radiesse (CaHA) ส่วนประกอบต่างกันยังไง?
ความแตกต่างหลักเริ่มจากตัวสารที่ใช้
Ellanse ใช้สารที่ชื่อ Polycaprolactone (PCL) มีลักษณะเป็นเม็ดทรงกลมเล็ก ๆ กระจายอยู่ในเจล เม็ด PCL นี้จะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและใช้เวลาสลายตัวค่อนข้างนาน จุดนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ Ellanse มักถูกพูดถึงเรื่องระยะเวลาอยู่ได้ที่ยาว
Radiesse ใช้สารที่ชื่อ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีองค์ประกอบคล้ายแร่ธาตุที่พบในกระดูก แขวนอยู่ในเจล เมื่อฉีดเข้าไป CaHA จะให้ผลเติมวอลลุ่มได้ตั้งแต่ช่วงแรก และค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนต่อเนื่อง ก่อนที่อนุภาคจะค่อย ๆ สลายไป
ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า ทั้งคู่เหมือนการวางโครงให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน แต่ใช้วัสดุโครงคนละแบบ ซึ่งสลายตัวด้วยจังหวะต่างกัน จึงให้ลักษณะผลและระยะเวลาที่ไม่เหมือนกันทีเดียว

วิธีกระตุ้นคอลลาเจนและระยะเวลาอยู่ได้ต่างกันแค่ไหน?
เพราะรูปแบบอนุภาคและความเร็วในการสลายตัวต่างกัน ลักษณะการทำงานจึงต่างกันตามไปด้วย โดยทั่วไปพอสรุปแนวทางคร่าว ๆ ได้ดังนี้
Radiesse มักให้ผลเติมวอลลุ่มเห็นได้ค่อนข้างเร็วตั้งแต่ช่วงแรก แล้วเสริมด้วยคอลลาเจนที่สร้างตามมา
Ellanse มักเน้นผลที่ค่อยเป็นค่อยไปจากการสร้างคอลลาเจน และมักถูกพูดถึงเรื่องระยะเวลาอยู่ได้ที่ยาวกว่า ตามชนิดสูตรที่ใช้
ทั้งสองชนิดเน้นการปรับโครงสร้างและความกระชับ มากกว่าการเติมเต็มแบบชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาอยู่ได้จริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดสูตร ปริมาณ บริเวณที่ฉีด และการดูแลตัวเองของแต่ละคน จึงไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน
มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ศึกษาเรื่องสารกระตุ้นคอลลาเจนกลุ่มนี้ เช่น การทบทวนเรื่องสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในงานเสริมความงาม และ การศึกษาเกี่ยวกับกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนของ CaHA และ PCL ซึ่งชี้ว่าชนิดของสารมีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบการกระตุ้นคอลลาเจน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

แล้วควรเลือกตัวไหน เหมาะกับใคร?
คำถามที่คนถามบ่อยคือ ตกลงตัวไหนดีกว่ากัน จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องของตัวไหนชนะ แต่เป็นเรื่องว่าเป้าหมายและสภาพผิวของแต่ละคนเหมาะกับสารแบบไหนมากกว่า
โดยทั่วไป คนที่อยากได้ผลเติมวอลลุ่มที่เห็นเร็วขึ้นในบางบริเวณ กับคนที่อยากเน้นผลค่อยเป็นค่อยไปและระยะยาว อาจเหมาะกับสารคนละชนิด นอกจากนี้ แต่ละบริเวณของใบหน้าก็มีความเหมาะสมต่างกัน บางจุดต้องระวังเป็นพิเศษ ตรงนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินจากโครงหน้าและสภาพผิวจริง
ที่สำคัญคือ ไม่ควรตัดสินใจจากรีวิวหรือคำบอกเล่าอย่างเดียว เพราะสิ่งที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคน การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนจึงเป็นขั้นตอนที่ควรทำ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
เนื่องจากเป็นการฉีดสารเข้าสู่ผิว จึงมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ในบางกรณี หลังทำอาจมีรอยแดง บวม ช้ำ หรือรู้สึกเป็นก้อนเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึงสองสัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมแดงรุนแรง ผิวเปลี่ยนสีเป็นด่าง หรือเป็นก้อนแข็งที่ไม่ยุบ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีการติดเชื้อหรือแผลอักเสบในบริเวณที่จะฉีด
มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของสาร หรือมีประวัติแผลเป็นคีลอยด์
มีโรคภูมิคุ้มกันหรือกำลังใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
เพื่อความปลอดภัย ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ เพราะสารกระตุ้นคอลลาเจนเป็นสารที่อยู่ในผิวค่อนข้างนาน การเลือกชนิด บริเวณ และเทคนิคการฉีดจึงมีผลต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย
สรุป
แม้ Ellanse และ Radiesse จะอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ Ellanse ใช้ Polycaprolactone (PCL) ที่เป็นเม็ดทรงกลมและสลายตัวช้า ส่วน Radiesse ใช้ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ที่ให้ผลเติมวอลลุ่มตั้งแต่ช่วงแรกแล้วกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง ความต่างของส่วนประกอบและจังหวะการสลายตัวจึงทำให้ลักษณะผลและระยะเวลาอยู่ได้ไม่เหมือนกัน
ทั้งนี้ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันแบบตายตัว ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายและสภาพผิวควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังลังเลว่า Ellanse หรือ Radiesse เหมาะกับผิวและโครงหน้าของคุณมากกว่ากัน ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามีบริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

ยกกระชับ
Thermage FLX ร้อนขนาดนั้น ทำไมผิวชั้นบนถึงไม่ไหม้?
หัวทำความเย็นของ Thermage FLX ปกป้องผิวชั้นบนยังไงขณะส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้ พร้อมแนวทางดูแลจากโซล

ผิว
Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?
หัวทิปแต่ละแบบของ Potenza ต่างกันยังไง เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ทั้งรูขุมขนและหลุมสิว พร้อมแนวทางดูแล

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?
Ellanse (PCL) กับ Radiesse (CaHA) ต่างกันที่ส่วนประกอบและวิธีกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงระยะเวลาอยู่ได้

ผิว
เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?
เลเซอร์โทนนิงหลังทำแล้วเห็นสีผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่าง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พร้อมวิธีดูแลและข้อควรระวัง

ผิว
สกินบูสเตอร์สำหรับผิวมันหน้าร้อน เลือกตัวไหนดี?
หน้าร้อนผิวมันแต่ข้างในแห้ง เลือกสกินบูสเตอร์แบบไหนดี รวมชนิด จังหวะทำ และวิธีดูแลหลังทำ



