ฉีด Botox กรามแล้วช่วงล่างหน้ายังเท่าเดิม ลองเช็กต่อมน้ำลาย เข้าใจ Botox ต่อมน้ำลายลดขนาดกัน
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
📚 สารบัญซีรีส์ · จัดระเบียบพื้นที่ว่างบนใบหน้า
1. ทำความเข้าใจเรื่องพื้นที่ว่างบนใบหน้า
2. พื้นที่ว่างที่เกิดจากกล้ามเนื้อ
2.1 โบท็อกซ์กล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter) และกล้ามเนื้อขมับ (Temporal)
2.2 โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย (บทความปัจจุบัน)
3. พื้นที่ว่างที่เกิดจากไขมัน
4. การออกแบบพื้นที่ว่างบนใบหน้า
บางท่านเคยฉีดโบท็อกซ์กรามมาแล้ว น้ำหนักก็ลดลงแล้ว แต่แปลกที่บริเวณใต้ติ่งหูและใต้คางยังดูนูนหนาและดูหนักอยู่ พอจับดูก็ไม่ใช่กล้ามเนื้อแข็งๆ และไม่ใช่ไขมันที่หยิบติดมือขึ้นมาได้
จุดนี้เป็นจุดที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดจาก ต่อมน้ำลาย ครับ เมื่อต่อมน้ำลายโตขึ้น จะทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูเหนียงเยอะ หน้าบานและดูหนัก ซึ่งนี่เป็นพื้นที่ว่างส่วนเกินที่แตกต่างจากกล้ามเนื้อหรือไขมันครับ
สรุปในหนึ่งบรรทัด: หากไม่ใช่ทั้งกล้ามเนื้อและไขมัน แต่บริเวณใต้ติ่งหูและใต้คางดูนูนหนา อาจเกิดจากต่อมน้ำลายโตได้ครับ การฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายเพื่อลดการหลั่งน้ำลายจะช่วยให้ขนาดของต่อมน้ำลายเล็กลง และช่วยจัดระเบียบกรอบหน้าส่วนล่างให้เรียวสวยขึ้นครับ
พื้นที่ส่วนเกินที่เกิดจากต่อมน้ำลายจะอยู่คนละจุดกันครับ
บริเวณใบหน้าส่วนล่างมีต่อมน้ำลายขนาดใหญ่อยู่ 2 จุดหลักๆ ได้แก่ ต่อมน้ำลายข้างหู (Parotid gland)* และ ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular gland)* ครับ
* ต่อมน้ำลายข้างหู (Parotid): เป็นต่อมน้ำลายที่ใหญ่ที่สุด อยู่บริเวณหน้าใบหูยาวลงมาด้านล่าง หากต่อมนี้โตขึ้นจะทำให้บริเวณใต้ติ่งหูและแก้มด้านข้างดูป่องนูนขึ้นมาครับ
* ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular): เป็นต่อมน้ำลายที่อยู่ใต้กระดูกขากรรไกรล่าง หากโตขึ้นจะทำให้แนวใต้คางดูหนาและดูคล้อยลงมาครับ
หากต่อมน้ำลายเหล่านี้โตขึ้นจากกรรมพันธุ์หรือพฤติกรรม จะทำให้พื้นที่ตั้งแต่ใต้ติ่งหูไปจนถึงแนวขากรรไกรดูมีพื้นที่กว้างขึ้น เนื่องจากไม่ใช่อาการโตที่เกิดจากกล้ามเนื้อเคี้ยวหรือไขมัน จุดเด่นคือถึงแม้จะฉีดโบท็อกซ์ลดกรามหรือฉีดสลายไขมันไปแล้ว ก็จะไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเวลาประเมินกรอบหน้าส่วนล่าง หากมองข้ามเรื่องต่อมน้ำลายไป ก็อาจจะพลาดสาเหตุที่แท้จริงได้ง่ายครับ
อาการต่อมน้ำลายโตเกิดได้จากหลายสาเหตุครับ เช่น การชอบทานอาหารแข็งหรืออาหารรสเปรี้ยวเป็นประจำจนกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลาย การนอนกัดฟันหรือชอบกัดฟันบ่อยๆ หรือบางท่านอาจมีต่อมน้ำลายขนาดใหญ่โดยกำเนิด วิธีสังเกตอย่างหนึ่งคือ หากลองกัดฟันแน่นๆ แล้วพบว่าจุดที่ นูนหนาอยู่ต่ำลงไปหรืออยู่ค่อนไปทางด้านหลัง มากกว่ากล้ามเนื้อเคี้ยวที่แข็งตัวขึ้นมา มีโอกาสสูงที่จะเป็นในส่วนของต่อมน้ำลายครับ เพราะกล้ามเนื้อเคี้ยวจะอยู่บริเวณมุมกรามพอดี ส่วนต่อมน้ำลายจะอยู่ต่ำและเยื้องไปทางด้านหลังมากกว่านั้นครับ

โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายทำงานอย่างไรในการลดขนาด
หลักการออกฤทธิ์จะคล้ายๆ กับโบท็อกซ์ลดกรามแต่ก็มีความต่างกันครับ โบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งสัญญาณประสาทที่ส่งมาสั่งการชั่วคราว ซึ่งในต่อมน้ำลาย สัญญาณนั้นก็คือ คำสั่งในการผลิตน้ำลาย นั่นเองครับ
เมื่อสัญญาณนี้ลดลง ต่อมน้ำลายก็ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป ทำให้ ขนาดค่อยๆ ยุบตัวเล็กลง เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อครับ เมื่ออวัยวะส่วนนั้นไม่ได้ใช้งาน ขนาดก็จะค่อยๆ รีบเล็กลงตามธรรมชาติ
ผลลัพธ์จะไม่ได้เห็นทันทีหลังฉีด โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนภายในเวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ ครับ ลายเส้นขอบหน้าตั้งแต่ใต้ติ่งหูเชื่อมไปยังแนวคางจะดูเรียบเนียนขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าส่วนล่างดูเรียวเล็กเฉี่ยวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฉีดตรงไหน และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
การฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายจะพิจารณาตำแหน่งตามต่อมน้ำลายที่โตผิดปกติครับ
ต่อมน้ำลาย | ตำแหน่ง | ลักษณะเมื่อโตผิดปกติ | ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์ |
|---|---|---|---|
ต่อมข้างหู (Parotid) | ใต้ติ่งหู | ใต้ติ่งหูและแก้มข้างหูป่องนูน | กรอบหน้าใต้ใบหูเรียวสวยขึ้น |
ต่อมใต้ขากรรไกร (Submandibular) | ใต้คาง | ใต้คางดูนึกหนาและดูหนัก | กรอบหน้าใต้คางดูกระชับขึ้น |
ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ครับ ในช่วงแรกอาจแนะนำให้ฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่เหมาะสม เมื่อต่อมน้ำลายเล็กลงแล้ว หลายๆ ท่านจะพบว่าสามารถรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นง่ายกว่าเดิม หากพิจารณาทำร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์กรามและขมับ จะช่วยปรับรูปหน้าส่วนล่างทั้งหมดให้ดูสมดุลและลงตัวมากยิ่งขึ้นครับ
สิ่งที่ควรทราบประการหนึ่งคือ โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายจะเห็นผลช้าเช่นเดียวกับโบท็อกซ์กล้ามเนื้อครับ ไม่ใช่ว่าฉีดปุ๊บวันรุ่งขึ้นจะยุบลงทันที แต่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในเวลาหลายสัปดาห์ ดังนั้นขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งใจร้อน และรอดูผลลัพธ์ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ถึงสัปดาห์ที่ 8 เป็นหลักนะครับ

มีอาการปากแห้งไหม และข้อควรระวัง
คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ กลัวว่าหลังฉีดแล้วน้ำลายจะไม่ไหลเลยหรือเปล่า
นอกจากต่อมน้ำลายหลักๆ แล้ว เรายังมีต่อมน้ำลายขนาดเล็กกระจายอยู่รอบๆ ช่องปากอีกจำนวนมาก ดังนั้นหากฉีดในปริมาณ (Unit) ที่เหมาะสม น้ำลายจะไม่ลดฮวบจนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหารหรือการย่อยอาหารแน่นอนครับ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดตำแหน่งและปริมาณยาอย่างแม่นยำ จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจกายวิภาคอย่างลึกซึ้ง ถึงแม้ว่าสาร Botulinum Toxin จะเป็น สารที่มีการศึกษาในเวทีวิชาการแพทย์ถึงประสิทธิภาพในการนำไปปรับใช้รักษาในจุดต่างๆ ที่หลากหลาย แต่สำหรับบริเวณที่มีหน้าที่หลั่งสารคัดหลั่งอย่างต่อมน้ำลายนี้ จะต้องได้รับการดูแลที่ละเอียดอ่อนและพิถีพิถันมากกว่าบริเวณกล้ามเนื้อทั่วไปครับ
นอกจากนี้ อาการต่อมน้ำลายโตอาจไม่ใช่แค่เรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีสาเหตุอื่นๆ ที่พบได้ยากร่วมด้วย ดังนั้นหากมีอาการบวมขึ้นมาข้างเดียวอย่างกะทันหัน หรือมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดก่อน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ ส่วนการฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายเพื่อความงามนั้น จะทำในกรณีที่ไม่ได้มีรอยโรคหรือความผิดปกติทางร่างกายอื่นๆ เหล่านี้ครับ
ในประสบการณ์ทางคลินิกของดิฉัน แนะนำให้ออกสตาร์ทด้วยปริมาณยาที่เหมาะสมพอเหมาะก่อน มากกว่าจะอัดเข้าไประดับสูงๆ ตั้งแต่แรก แล้วค่อยติดตามผลเพื่อปรับยาในครั้งถัดไปครับ สิ่งสำคัญที่สุดขั้นตอนแรกสุดคือ การวิเคราะห์ประเมินก่อนว่าพื้นที่ล้นของใบหน้าส่วนล่างนั้น มีสาเหตุมาจากต่อมน้ำลายมากน้อยแค่ไหนครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายแล้ว จะทำให้ปากแห้งมากไหมคะ?
หากใช้ปริมาณที่เหมาะสม จะไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำลายในชีวิตประจำวันครับ เนื่องจากในช่องปากมีต่อมน้ำลายขนาดเล็กช่วยทำหน้าที่หลั่งน้ำลายพื้นฐานอยู่ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การระบุพิกัดและปริมาณยาอย่างแม่นยำครับ
Q. สามารถฉีดร่วมกับโบท็อกซ์ลดกรามได้ไหมคะ?
ได้แน่นอนครับ คนไข้ส่วนใหญ่มักจะทำร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามและขมับ เนื่องจากกล้ามเนื้อและต่อมน้ำลายเกิดจากคนละสาเหตุ หากคนไข้มีปัญหาทั้งสองร่วมกัน การแก้ไขไปพร้อมๆ กันจะช่วยให้กรอบหน้าส่วนล่างดูได้สัดส่วนและเป๊ะขึ้นมากครับ
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้ถาวรไหมคะ?
การฉีดเพียงครั้งเดียวไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถาวรได้ครับ โดยทั่วไปจะอยู่ได้ 3-6 เดือน หากฉีดอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ต่อมน้ำลายเล็กลงและคงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่าเดิมในระยะหลัง แต่หากหยุดฉีด ขนาดก็จะค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



