• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ถ้าเวลากัดฟันแล้วรู้สึกว่ากรามปูดออกมา นั่นไม่ใช่แก้มหรือไขมันส่วนเกินนะคะ

ถ้าเวลากัดฟันแล้วรู้สึกว่ากรามปูดออกมา นั่นไม่ใช่แก้มหรือไขมันส่วนเกินนะคะ

ถ้าเวลากัดฟันแล้วรู้สึกว่ากรามปูดออกมา นั่นไม่ใช่แก้มหรือไขมันส่วนเกินนะคะ

หน้าเหลี่ยมบานมักจะเกิดจากกล้ามเนื้อเคี้ยวมากกว่ากระดูกค่ะ ครั้งนี้เราจะมาอธิบายหลักการทำงานของโบท็อกซ์ในการช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ รวมถึงเหตุผลที่ต้องประเมินทั้งกล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter muscle) และกล้ามเนื้อขมับ (temporal muscle) ไปคู่กันค่ะ

📚 ซีรีส์จัดระเบียบพื้นที่ว่างบนใบหน้า · สารบัญ

สำหรับคนไข้หลายๆ คนที่มาปรึกษาว่า "อยากลดไขมันใต้คางและเหนียงจังเลยค่ะ" แต่พอหมอได้ลองจับดูจริงๆ กลับพบว่าไม่ใช่ไขมัน แต่เป็น กล้ามเนื้อ ซะส่วนใหญ่เลยค่ะ พอให้ลองกัดฟันแน่นๆ ก็จะคลำเจอเนื้อแข็งๆ นูนขึ้นมาตรงมุมกรามเด่นชัดเลยค่ะ

นั่นคือกล้ามเนื้อบดเคี้ยวนั่นเองค่ะ พื้นที่ว่างที่ขยายกว้างขึ้นเพราะกล้ามเนื้อมัดนี้ ต่อให้เราไดเอทลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ลดลงนะคะ ซึ่งมันมีวิธีกำจัดและลดขนาดที่ตอบโจทย์เฉพาะเจาะจงอยู่ค่ะ

สรุปสั้นๆ ก็คือ สิ่งที่คลำได้เป็นก้อนแข็งๆ ตรงมุมกรามเวลาเรากัดฟันก็คือกล้ามเนื้อสำหรับบดเคี้ยว ซึ่งไม่สามารถลดได้ด้วยการคุมอาหาร แต่เราต้องใช้วิธีฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อและปรับกรอบหน้าให้เรียวสวยขึ้นค่ะ

 

หน้าเหลี่ยม มักเกิดจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูกเสมอไปนะคะ

เวลาพูดถึงปัญหาหน้าเหลี่ยม หลายคนมักจะนึกถึงกระดูกกรามเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่โตขึ้นจนทำให้หน้าดูเป็นเหลี่ยมมุม ซึ่งกล้ามเนื้อมัดหลักนั้นก็คือ กล้ามเนื้อกราม (Masseter)* นั่นเองค่ะ

หากเรามีนิสัยชอบนอนกัดฟัน กัดฟันแน่น หรือชอบทานอาหารเหนียวและเคี้ยวยาก กล้ามเนื้อกรามจะพัฒนาจนหนาตัวขึ้น คล้ายกับกล้ามเนื้อของนักกีฬาเลยค่ะ ส่งผลให้ใบหน้าส่วนล่างดูกว้าง เหลี่ยม และทำให้ภาพรวมของหน้าดูใหญ่และบานขึ้นด้วยค่ะ

* กล้ามเนื้อกราม (Masseter): เป็นกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่แข็งแรง เชื่อมโยงจากใต้โหนกแก้มลงมาถึงมุมขากรรไกรล่าง ยิ่งใช้งานบ่อยก็จะยิ่่งหนาตัวและทำให้กรามดูเหลี่ยมชัดขึ้นค่ะ

ในกรณีที่เกิดจากโครงกระดูกใหญ่จริงๆ อาจจะต้องพึ่งพาการผ่าตัดปรับโครงหน้า แต่ถ้าสาเหตุหลักมาจากกล้ามเนื้อ เราสามารถลดขนาดลงได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องผ่าตัดเลยค่ะ เพราะฉะนั้นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการตรวจประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนค่ะ

사각턱은 뼈가 아니라 근육일 때가 많아요

 

 

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ในการลดขนาดกล้ามเนื้อ

การฉีดโบท็อกซ์ไม่ใช่การผ่าตัดเอาเนื้อออกไป แต่เป็นการส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนชั่วคราวค่ะ

ปกติแล้วกล้ามเนื้อจะขยับตัวด้วยการรับสัญญาณ อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine)* ที่ส่งมาจากเส้นประสาท โบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการส่งสัญญาณนี้ไว้ชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้รับสัญญาณสั่งการให้ขยับ ก็จะไม่ได้ใช้งาน ส่งผลให้ขนาดค่อยๆ ลีบเล็กลงตามกาลเวลา คล้ายกับหลักการที่กล้ามเนื้อต้นแขนหรือต้นขาจะเล็กลงเมื่อเราไม่ได้ออกกำลังกายนั่นเองค่ะ

* อะเซทิลโคลีน: สารสื่อประสาทที่ใช้ส่งสัญญาณบอกให้กล้ามเนื้อหรือต่อมต่างๆ ทำงาน ซึ่งโบท็อกซ์จะเข้าไปช่วยบล็อกสัญญาณนี้ไว้ชั่วคราวค่ะ

ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นทันทีหลังฉีดนะคะ ขนาดของกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดลงทีละนิด โดยเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนในช่วงประมาณ 2 ถึง 6 สัปดาห์ค่ะ และหากฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ก็จะมี Effect สะสมที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเล็กลงยาวนานขึ้นและดูแลรักษารูปหน้าได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

สารโบทูลินูม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นตัวยาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสมาคมการแพทย์สำหรับการปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอยโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ท็อกซินแต่ละแบรนด์ก็จะมีรัศมีการกระจายตัวของยาที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้น ในบริเวณที่บอบบางและห้ามไม่ให้ตัวยากระจายตัวมากเกินไป คุณหมอจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีขอบเขตการกระจายตัวแคบลงให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลค่ะ

보톡스가 근육을 줄이는 원리

 

 

ลดแค่กล้ามเนื้อกราม แต่กล้ามเนื้อขมับยังคงเด่นชัดอยู่?

มีสิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนมองข้ามไปค่ะ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวไม่ได้มีเพียงแค่กล้ามเนื้อกรามตรงแก้มเท่านั้น แต่ยังมี กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)* ที่มีรูปทรงคล้ายพัดอยู่ตรงบริเวณขมับ ซึ่งทำงานร่วมกันด้วยค่ะ

* กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis): เป็นกล้ามเนื้อช่วยบดเคี้ยว รูปพัดที่เกาะอยู่ตรงบริเวณขมับไปจนถึงเหนือใบหู หากกล้ามเนื้อมัดนี้พัฒนาหนาขึ้น จะทำให้ใบหน้าส่วนบนดูขยายกว้างและบาลานซ์เปลี่ยนไปค่ะ

หากเราเลือกฉีดลดเฉพาะแค่กล้ามเนื้อกรามอย่างเดียว อาจทำให้กล้ามเนื้อขมับส่วนบนเด่นชัดนูนขึ้นมาแทนจนสัดส่วนดูไม่รับกันค่ะ ดังนั้น จากประสบการณ์คลินิกของหมอ หมอมักจะวิเคราะห์สัดส่วนความกว้างของใบหน้าส่วนล่างและส่วนขมับร่วมกันก่อนตัดสินใจรักษาเสมอค่ะ

กล้ามเนื้อ

ตำแหน่ง

เมื่อพัฒนา/หนาตัวขึ้น

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์

กล้ามเนื้อกราม (Masseter)

มุมกราม

ใบหน้าส่วนล่างดูสอบเหลี่ยมและกว้าง

กรอบหน้าเรียวสวยขึ้น

กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)

ข้างขมับ

ใบหน้าส่วนบนดูกว้างแบบไม่มีมิติ

ความกว้างรอบใบหน้าลดลง ดูเรียวมนเข้าที่

หากลดเพียงแค่ส่วนล่าง ส่วนบนก็จะดูเด่นขึ้น หรือย่นย่อหากลดเพียงส่วนบน ส่วนล่างก็จะเด่นขึ้น คีย์เวิร์ดของการได้รูปหน้าที่สวยเป็นธรรมชาติจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลของทั้งสองส่วนนี้ค่ะ

교근만 줄이면 측두근이 남아요

 

 

ช่วงเวลาที่เห็นผลและข้อควรระวัง

ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2~4 หลังการจิ้ม และจะคงอยู่ได้ประมาณ 4~6 เดือน ค่ะ เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่เส้นประสาทจะเริ่มกลับมาสั่งการได้ตามปกติ การมาฉีดซ้ำในช่วงนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อรักษาความเล็กกะทัดรัดไว้ได้ยาวนานและต่อเนื่องขึ้นค่ะ

ในการฉีดครั้งแรกๆ หากใช้ปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลให้แรงบดเคี้ยวอ่อนแรงลง หรือทำให้แก้มตอบจนดูโทรมได้ ดังนั้นคุณหมอจะทำการปรับปริมาณยูนิตให้เหมาะสมกับความหนาของกล้ามเนื้อดีที่สุดค่ะ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละนิดเพื่อความปลอดภัยจะดีกว่าเร่งให้เสร็จในครึ่งชั่วโมงแรกค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งคือ เมื่อกล้ามเนื้อกรามลดขนาดลง แก้มที่เคยมีกล้ามเนื้อช่วยพยุงไว้อาจจะดูหย่อนคล้อยลงเล็กน้อยได้ในบางเคสค่ะ ดังนั้นเราต้องประเมินระดับความหย่อนคล้อยของผิวก่อน เพื่อพิจารณาว่าควรทำหัตถการยกกระชับควบคู่ไปด้วยหรือไม่ หากมีปัญหาเฉพาะกล้ามเนื้อ โบท็อกซ์อย่างเดียวก็เพียงพอแล้วค่ะ แต่ถ้ามีปัญหาแก้มหย่อนร่วมด้วย ควรวางแผนจัดลำดับการทำให้เหมาะสมค่ะ

แม้ว่าปัญหาพื้นที่ว่างจากกล้ามเนื้อจะเคลียร์ได้ด้วยโบท็อกซ์ แต่หากมีปัญหาไขมันหรือความหย่อนคล้อยร่วมด้วยก็ต้องรักษาควบคู่กันไปค่ะ ควรเริ่มจากการมารับการตรวจเพื่อดูว่า ปัญหาของเราเกิดจากส่วนของกล้ามเนื้อมากน้อยแค่ไหน เป็นอันดับแรกก่อนเลยนะคะ

효과 시점과 알아둘 점

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วจะเคี้ยวอาหารลำบากไหมคะ?

หากใช้ปริมาณ (Units) ที่เหมาะสม จะไม่มีผลกระทบต่อการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันเลยค่ะ ในช่วงแรกๆ อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือเมื่อยๆ เล็กน้อย แต่ร่างกายจะปรับตัวได้เองค่ะ การเลือกปริมาณโดสที่พอเหมาะจึงสำคัญมากเพื่อไม่ให้แรงเคี้ยวลดลงเกินไปค่ะ

Q. ถ้าฉีดครั้งแรกแล้ว ต้องฉีดซ้ำตลอดไปเลยไหมคะ?

ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนค่ะ หากฉีดต่อเนื่องกัน กล้ามเนื้อกรามจะค่อยๆ อ่อนแรงและเล็กลง ทำให้ระยะห่างในแต่ละครั้งยาวนานขึ้นสำหรับหลายๆ คนค่ะ หากหยุดฉีด กล้ามเนื้อก็จะค่อยๆ กลับมาเท่าเดิมตามธรรมชาติ ไม่ได้ขยายใหญ่ขึ้นในทันทีทันใดค่ะ

Q. จำเป็นต้องฉีดบริเวณขมับร่วมด้วยทุกคนไหมคะ?

หากกล้ามเนื้อขมับไม่ได้หนาตัวผิดปกติ ฉีดแค่ตรงกรามอย่างเดียวก็เอาอยู่แล้วค่ะ คุณหมอจะช่วยคลำประเมินดูว่าขมับมีความกว้างและกล้ามเนื้อหนาไหมก่อนตัดสินใจค่ะ เราไม่ได้แนะนำให้ทำเป็นเซ็ตคู่กันสำหรับคนไข้ทุกคนค่ะ

 

บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Ultherapy Prime ต้องทำ 몇 회 (กี่ครั้ง) ถึงจะเห็นผล และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

ยกกระชับ

Ultherapy Prime ต้องทำ 몇 회 (몇 회) และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

มาดูกันค่ะว่าควรทำ Ultherapy Prime กี่ครั้ง เริ่มเห็นผลตั้งแต่ตอนไหน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่ โดยอิงจากข้อมูลวิจัยทางการแพทย์ค่ะ

ลบรอยสักด้วย Picoway จำนวนครั้งจะแตกต่างกันไปตามสีของรอยสักไหมคะ?

ลบรอยสัก

ลบรอยสักด้วย Picoway จำนวนครั้งจะแตกต่างกันตามสีของรอยสักไหมคะ?

มาดูกันค่ะว่าทำไมการลบรอยสักด้วย Picoway จำนวนครั้งถึงขึ้นอยู่กับสีของรอยสัก ต้องเว้นระยะห่างอย่างไร และข้อควรรู้ก่อนทำมีอะไรบ้าง

รอยดำใต้ตา (dark circles) รักษาด้วยฟิลเลอร์หรือเลเซอร์ แบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากันนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

รอยคล้ำใต้ตา รักษารอบดวงตาด้วย filler หรือ laser แบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากันนะ?

เลือกแบบไหนดีระหว่าง filler ใต้ตา กับ เลเซอร์? เรามีข้อมูลวิจัยมาช่วยวิเคราะห์ตามสาเหตุของปัญหาดาร์กเคิลให้คุณเข้าใจง่ายๆ ค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะเริ่มเห็นผลภายในกี่วันคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) จะเริ่มเห็นผลหลังฉีดกี่วันคะ?

พามาดูข้อมูลวิจัยกันค่ะว่าหลังฉีด Botox แล้วจะเริ่มเห็นผลภายในกี่วัน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน

Dysport เห็นผลเร็วกว่าโบท็อกซ์ทั่วไป แต่ทำไมคนที่มีปัญหาดื้อยาถึงต้องระวังเป็นพิเศษ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง

แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

ต้องทาโทนเนอร์ด้วยเหรอคะ?

ผิว

จำเป็นต้องทาโทนเนอร์ (toner) ไหมคะ?

จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ตามลำดับการดูแลผิว (skin booster) เสมอไปไหม? วันนี้เรามาแนะนำหน้าที่ของโทนเนอร์และวิธีประเมินตามสภาพผิวของคุณกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1