• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

กัดฟันแล้วกรามปูด นั่นไม่ใช่ไขมันส่วนเกินนะครับ

กัดฟันแล้วกรามปูด นั่นไม่ใช่ไขมันส่วนเกินนะครับ

กัดฟันแล้วกรามปูด นั่นไม่ใช่ไขมันส่วนเกินนะครับ

หน้าเหลี่ยมบานมักมาจากกล้ามเนื้อเคี้ยว ไม่ใช่กระดูก Botox ลดยังไง ทำไมต้องดูทั้งกรามและขมับ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

📚 สารบัญซีรีส์ · เคลียร์พื้นที่ว่างบนใบหน้าเพื่อหน้าเรียวเล็ก

สำหรับคนไข้หลายๆ ท่านที่เข้ามาปรึกษาด้วยปัญหา "อยากลดเหนียง/ลดแก้ม" พอคุณหมอลองสัมผัสดูจริงๆ แล้ว เจอกล้ามเนื้อมากกว่าไขมันเสียอีกครับ ลองกัดฟันแน่นๆ ดูจะรู้สึกได้ถึงก้อนแข็งๆ ปูดขึ้นมาบริเวณมุมกรามกันใช่ไหมคะ

นั่นคือกล้ามเนื้อที่ใช้สำหรับเคี้ยวอาหารนั่นเองครับ พื้นที่กรามที่ขยายใหญ่ขึ้นเพราะกล้ามเนื้อมัดนี้ ไม่ว่าจะไดเอทลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ยอมยุบลงไปแน่นอนครับ แต่เรามีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยลดขนาดของมันได้ครับ

สรุปสั้นๆ คือ สิ่งที่คลำได้เป็นก้อนแข็งๆ ตรงมุมกรามเวลากัดฟันเคี้ยวก็คือกล้ามเนื้อบดเคี้ยวนั่นเองครับ การไดเอทไม่สามารถช่วยลดขนาดในส่วนนี้ได้ แต่เราสามารถใช้โบท็อกซ์ในการลดขนาดเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวละมุนขึ้นได้ครับ

 

กรามเหลี่ยมหน้าดุ บ่อยครั้งเกิดจากกล้ามเนื้อไม่ใช่กระดูกครับ

พอพูดถึง "กรามเหลี่ยม" คนส่วนใหญ่จะนึกถึงกระดูกกรามขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะ กล้ามเนื้อบดเคี้ยวมีขนาดใหญ่ขึ้น จนทำให้หน้าดูเป็นเหลี่ยมเป็นมุมต่างหากครับ โดยกล้ามเนื้อมัดหลักที่ว่านี้เรียกว่า กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter)* นั่นเอง

หากคุณมีพฤติกรรมชอบนอนกัดฟัน กัดฟันแน่น หรือชอบทานอาหารเหนียวๆ และแข็งๆ กล้ามเนื้อบดเคี้ยวนี้จะได้รับการฝึกฝนจนพัฒนาแข็งแรงขึ้นเหมือนกล้ามเนื้อของนักกีฬาเลยครับ ส่งผลให้ใบหน้าส่วนล่างดูกว้าง เป็นเหลี่ยม และทำให้ใบหน้าโดยรวมดูใหญ่ขึ้นด้วยครับ

* กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter): เป็นกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างแข็งแรงซึ่งเชื่อมจากบริเวณใต้โหนกแก้มลงไปจนถึงมุมกรามด้านล่าง หากใช้งานบ่อยๆ ขนาดจะขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูเป็นเหลี่ยมชัดครับ

หากปัญหากรามนูนใหญ่เกิดจากโครงกระดูก อาจจะต้องพึ่งพาการศัลยกรรมโครงหน้า แต่หากสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ เราสามารถลดขนาดลงได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอเลยครับ ดังนั้น ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอก่อนครับ

กรามเหลี่ยมหน้าดุ บ่อยครั้งเกิดจากกล้ามเนื้อไม่ใช่กระดูกครับ

 

 

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ในการลดขนาดกล้ามเนื้อ

โบท็อกซ์ไม่ใช่การผ่าตัดตัดกล้ามเนื้อออกไปนะครับ แต่เป็นหัตถการที่ช่วย ให้กล้ามเนื้อได้หยุดพักชั่วคราว ครับ

ปกติแล้วกล้ามเนื้อจะขยับตามสัญญาณที่ส่งมาจากเส้นประสาทซึ่งใช้สารสื่อประสาทที่ชื่อว่า อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine)* โดยโบท็อกซ์ทำงานโดยการเข้าไปบล็อกการส่งสัญญาณนี้ไว้ชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้รับสัญญาณและไม่ได้ขยับใช้งานบ่อยๆ ขนาดก็จะค่อยๆ ฟีบเล็กลงตามกาลเวลาครับ เปรียบเหมือนเวลาที่เราไม่ได้ออกกำลังกาย นานๆ เข้ากล้ามเนื้อก็จะมีขนาดเล็กลงนั่นเองครับ

* อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine): คือสารที่เส้นประสาทใช้สำหรับส่งสัญญาณสั่งให้กล้ามเนื้อหรือต่อมต่างๆ "เริ่มต้นทำงาน" ซึ่งโบท็อกซ์จะทำหน้าที่เข้าไปขัดขวางการส่งสัญญาณนี้ชั่วคราวครับ

ด้วยเหตุนี้ ข้อดีจึงไม่ได้เห็นผลทันทีในทันใดนะครับ แต่ขนาดของกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ยุบลงอย่างเป็นธรรมชาติภายในเวลา 2 ถึง 6 สัปดาห์ครับ และหากได้รับการฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ส่งผลลัพธ์สะสมทำให้รักษารูปหน้าเรียวสวยได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ครับ

สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ถือเป็น สารที่ได้รับการควบคุมและยอมรับอย่างกว้างขวางในสมาคมการแพทย์ผิวหนัง สำหรับใช้ในหัตถการปรับรูปหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดและลดริ้วรอย จึงมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูงและชัดเจนครับ อย่างไรก็ตาม โบท็อกซ์แต่ละแบรนด์ก็มีรัศมีการกระจายตัวของยาที่แตกต่างกันเล็กน้อย สำหรับจุดที่ต้องการความละเอียดอ่อนสูง ไม่ต้องการให้ยากระจายตัวไปจุดอื่น คุณหมอก็จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการกระจายตัวแคบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดครับ

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ในการลดขนาดกล้ามเนื้อ

 

 

ลดแต่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวระวังจะเหลือกล้ามเนื้อขมับจนดูไม่รับกันนะครับ

มีสิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนมักมองข้ามไปครับ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวไม่ได้มีแค่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่มุมกรามเพียงมัดเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ยังมี กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)* ที่มีลักษณะคล้ายพัดอยู่บริเวณขมับคอยทำหน้าที่ช่วยเคี้ยวร่วมกันด้วยครับ

* กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis): เป็นกล้ามเนื้อช่วยบดเคี้ยวรูปพัดที่อยู่ตั้งแต่ขมับขึ้นไปจนถึงด้านบนหู หากกล้ามเนื้อส่วนนี้พัฒนาใหญ่ขึ้น จะทำให้ใบหน้าส่วนบนดูสปันหรือกว้างออกด้านข้างได้ครับ

ในกรณีที่ฉีดลดเฉพาะกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่มุมกรามอย่างเดียว อาจทำให้กล้ามเนื้อขมับส่วนบนเด่นชัดขึ้นมาได้ครับ ดังนั้นในประสบการณ์ส่วนตัวของคุณหมอ เวลาประเมินคนไข้ คุณหมอมักจะพิจารณาทั้งความกว้างของกรามล่างและความกว้างของขมับไปพร้อมๆ กันครับ

กล้ามเนื้อ

ตำแหน่ง

ผลกระทบเมื่อขนาดใหญ่ขึ้น

ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์

กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter)

มุมกราม

ใบหน้าส่วนล่างดูเป็นเหลี่ยมและกว้าง

กรอบหน้าเรียววีเชพเรียวมนขึ้น

กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)

ข้างขมับ

ความกว้างของใบหน้าส่วนบนดูขยายกว้างออก

สัดส่วนใบหน้าดูแคบลง กรอบหน้าละมุนมีมิติ

หากลดเฉพาะส่วนล่าง ส่วนบนก็จะเด่นขึ้น หรือหากลดเฉพาะส่วนบน ส่วนล่างก็จะเด่นขึ้นมาแทน หัวใจสำคัญของการสร้างกรอบใบหน้าที่สวยเป็นธรรมชาติจึงอยู่ที่การสร้างความสมดุลระหว่างทั้งสองส่วนนี้ครับ

ลดแต่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวระวังจะเหลือกล้ามเนื้อขมับจนดูไม่รับกันนะครับ

 

 

ระยะเวลาเห็นผลและสิ่งที่ควรรู้

โดยปกติจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำ และผลลัพธ์จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ครับ เนื่องจากเป็นวงจรที่การบล็อกสัญญาณประสาทจะค่อยๆ เสื่อมสลายไปตามธรรมชาติ หากกลับมาฉีดซ้ำในช่วงเวลานั้นก็จะช่วยต่อยอดผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้นได้ครับ

ในการลดขนาดกล้ามเนื้อครั้งแรก หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้รู้สึกเคี้ยวอาหารลำบาก หรืออาจทำให้แก้มดูตอบเกินไปได้ ดังนั้นเราจึงต้องปรับขนาดปริมาณยา (Unit) ให้เหมาะสมกับความหนาของกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคลครับ การค่อยๆ ปรับรูปร่างหน้าอย่างปลอดภัยจะดีกว่าการพยายามเร่งให้เห็นผลสูงสุดในครั้งเดียวครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่เจอบ่อยคือ เมื่อกล้ามเนื้อบดเคี้ยวยุบตัวลง แก้มที่เคยมีกล้ามเนื้อคอยหนุนรับไว้อาจจะหย่อนคล้อยลงเล็กน้อยตามแรงโน้มถ่วง คุณหมอจะตรวจประเมินความหย่อนคล้อยว่าคนไข้ จำเป็นต้องทำควบคู่กับโปรแกรมยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดด้วยไหม หากปัญหาหลักมาจากกล้ามเนื้ออย่างเดียว การฉีดโบท็อกซ์ก็เพียงพอแล้วครับ แต่หากมีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย การเลือกวางแผนทำควบคู่กันไปจะตอบโจทย์ที่สุดครับ

ปัญหาหน้าดูใหญ่เพราะกล้ามเนื้อนั้นแก้ได้ง่ายๆ ด้วยโบท็อกซ์ครับ แต่หากมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยหรือไขมันส่วนเกินร่วมด้วย ก็ต้องรักษาร่วมกันไปด้วยนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรกคือการเข้ามาประเมินว่า ปัญหากรอบหน้าของคุณมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อกี่เปอร์เซ็นต์ ครับ

ระยะเวลาเห็นผลและสิ่งที่ควรรู้

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วจะเคี้ยวอาหารลำบากไหมคะ?

หากใช้วอลลุ่มยาที่เหมาะสมกับกล้ามเนื้อ จะไม่มีผลกระทบต่อการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันเลยครับ ในช่วง 2-3 วันแรกอาจจะรู้สึกตึงๆ หรือเมื่อยๆ ที่กรามบ้างเล็กน้อย แต่จะค่อยๆ ปรับตัวได้เองครับ การคำนวณปริมาณยาที่แม่นยำจึงสำคัญมากเพื่อไม่ให้แรงเคี้ยวลดลงเกินไปครับ

Q. ถ้าฉีดครั้งนึงแล้ว ต้องฉีดตลอดไปเลยไหมคะ?

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือนครับ หากฉีดอย่างต่อเนื่องกล้ามเนื้อจะฝ่อลงเรื่อยๆ ทำให้ระยะเวลาในการกลับมาฉีดซ้ำห่างออกไปได้ครับ หากหยุดฉีด กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมชั่วคราวอย่างช้าๆ โดยจะไม่บวมโตขึ้นมาทันทีทันใดแน่นอนครับ

Q. จำเป็นต้องฉีดบริเวณกล้ามเนื้อขมับด้วยทุกครั้งไหมคะ?

หากกล้ามเนื้อขมับไม่ได้หนาตัวหรือแข็งแรงมากเป็นพิเศษ ฉีดแค่บริเวณมุมกรามก็เพียงพอแล้วครับ คุณหมอจะช่วยจับคลำประเมินเพื่อวัดความกว้างของสัดส่วนใบหน้าก่อนตัดสินใจครับ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นแพ็กเกจคู่กันทุกเคสเสมอไปครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1