เอารูปหน้าคนที่ชอบไปปรึกษาฟิลเลอร์ได้ แต่ฉีดให้เหมือนทุกอย่างไม่ได้ เซลฟีระยะใกล้ยังทำให้หน้าดูยืดราว 18% ดูวิธีบอกรูปทรงที่อยากได้และอาการที่ต้องรีบพบแพทย์
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
รูปหน้าคนที่ชอบใช้บอกทิศทางได้ แต่ฉีดฟิลเลอร์ให้ออกมาเหมือนรูปนั้นทุกอย่างไม่ได้ เพราะฟิลเลอร์เติมปริมาตรลงบนโครงหน้าเดิมของคุณ ไม่ได้เปลี่ยนกระดูก ความยาวใบหน้า หรือความหนาของผิว สิ่งที่ได้จากรูปจริง ๆ คือการบอกว่าชอบ “ส่วนไหน” ของหน้านั้น
อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือรูปเซลฟีของตัวเองก็ผิดจากหน้าจริงได้ บทความนี้จะพาดูว่าควรใช้รูปยังไงตอนปรึกษา และต้องถามอะไรเรื่องความปลอดภัยค่ะ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
รูปคนอื่นใช้บอกทิศทาง ส่วนรูปทรงจริงต้องตั้งจากโครงหน้าของตัวเอง
เซลฟีระยะใกล้: ถ่ายห่างราว 20 ซม. หน้าส่วนกลางดูยืดขึ้นราว 18% เมื่อเทียบกับถ่ายจากระยะไกล
ฟิลเลอร์ HA โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 4–12 เดือน บวมและช้ำมักยุบภายใน 7–14 วัน
ผิวเป็นสีขาว เทา หรือออกฟ้า ปวดผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยน ต้องรีบไปพบแพทย์
เอารูปหน้าคนอื่นไปให้ดู ฉีดฟิลเลอร์ให้เหมือนได้ไหม?
เอาไปได้ และช่วยให้คุยกันง่ายขึ้นมาก แต่ใบหน้าในรูปมีกระดูกโหนกแก้ม ความยาวคาง ระยะตา และความหนาของผิวไม่เหมือนคุณ ฟิลเลอร์ทำได้แค่เติมส่วนที่ยุบหรือแบน บนโครงที่คุณมีอยู่แล้ว ถ้าพยายามเติมให้ได้สัดส่วนแบบคนในรูป มักต้องใช้ปริมาณมากจนหน้าดูหนักหรือไม่เป็นธรรมชาติ
พูดง่าย ๆ คือเหมือนเอารูปบ้านที่ชอบไปให้ช่างดู ช่างทาสีและตกแต่งตามได้ แต่ขยับเสาหรือคานไม่ได้ ผลที่ดูเป็นธรรมชาติมักมาจากการเติมแบบพอดี มากกว่าการเติมให้ต่างไปจากเดิมมาก ๆ เช่น ปากที่บางมากไม่ควรเติมให้อิ่มขึ้นแบบหักโหม
ตอนตรวจ คุณหมอจะดูสมดุลของใบหน้าทั้งหมดและความต่างซ้ายขวาก่อน แล้วจึงบอกว่าส่วนที่ชอบในรูปนั้น ส่วนไหนเติมด้วยฟิลเลอร์ได้ และส่วนไหนไม่ใช่งานของฟิลเลอร์ บางครั้งคำตอบอาจเป็นหัตถการอื่นที่เหมาะกว่า

รูปเซลฟีของตัวเอง ใช้ดูหน้าจริงได้แค่ไหน?
เซลฟีที่ถือมือถือถ่ายใกล้ ๆ ทำให้หน้าส่วนกลางดูยืดและจมูกดูใหญ่กว่าจริง ในงานวิจัยที่ถ่ายหน้าคน 12 คนด้วยกล้องมือถือในระยะต่าง ๆ เทียบกับรูปที่ถ่ายห่างราว 150 ซม. ระยะ 20 ซม. ทำให้หน้าส่วนกลางยืดขึ้น 18% และระยะ 30 ซม. ยืดขึ้น 12%
ถ้าใช้เซลฟีตัดสินว่าแก้มแบนหรือคางสั้น อาจกำลังดูภาพที่บิดไปจากหน้าจริง รูปที่ใช้ดูได้ดีกว่าคือให้คนอื่นถ่ายจากระยะไกลขึ้น หน้าตรงและด้านข้าง ในแสงเดียวกัน ทำหน้านิ่ง งานนี้มีคนน้อยและวัดเฉพาะหน้าส่วนกลาง ส่วนอื่นของใบหน้าอาจบิดไม่เท่ากัน

ตอนปรึกษาฟิลเลอร์ ควรบอกรูปทรงที่อยากได้ยังไง?
บอกเป็นความรู้สึกที่อยากเปลี่ยน แทนการบอกปริมาณ เช่น “ด้านข้างแก้มดูยุบเวลามองเฉียง” “อยากให้คางยื่นออกมาอีกนิดเวลามองด้านข้าง” หรือ “อยากให้ปากบนดูมีมิติขึ้น แต่ไม่อยากให้ดูอิ่ม” ประโยคแบบนี้ช่วยให้แพทย์ตั้งเป้าที่ทำได้จริง
ถ้ามีรูปคนที่ชอบ ให้ชี้ส่วนที่ชอบให้ชัด เช่น เส้นคางจากด้านข้าง หรือความโค้งของหน้าผาก และบอกด้วยว่ามีส่วนไหนที่ไม่อยากให้เปลี่ยน การบอกสิ่งที่ไม่อยากได้สำคัญพอ ๆ กับสิ่งที่อยากได้
ควรถามเรื่องระยะเวลาด้วย ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 4–12 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ส่วนปริมาณที่ใช้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ผลข้างเคียงฟิลเลอร์ อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องรีบไปพบแพทย์?
แดง บวม กดแล้วเจ็บ และบางครั้งมีรอยช้ำ เป็นอาการชั่วคราวที่จุดฉีด มักยุบลงภายใน 7–14 วัน วันแรกควรงดออกกำลังกายหนัก และ 3 วันแรกไม่ควรจับหรือกดบริเวณที่ฉีด นอกจากแพทย์จะสั่งให้นวด
ฟิลเลอร์ที่เข้าไปในหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจพบได้น้อย แต่ผลรุนแรง อาจทำให้ผิวเสียหายหรือการมองเห็นผิดปกติไปจนถึงตาบอด อาการต่อไปนี้ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที*
*อ้างอิงข้อมูลฟิลเลอร์ของ US FDA
ผิวใกล้จุดฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาว สีเทา หรือสีออกฟ้า
ปวดผิดปกติระหว่างฉีดหรือหลังฉีดไม่นาน
การมองเห็นเปลี่ยนไป
สัญญาณโรคหลอดเลือดสมอง: พูดลำบากขึ้นมาทันที ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา เดินลำบาก การมองเห็นเปลี่ยน หน้าตก ปวดหัวรุนแรง เวียนหัว หรือสับสน
ถ้าการมองเห็นเปลี่ยนหรือมีสัญญาณโรคหลอดเลือดสมอง ต้องไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที การทัก LINE ทำควบคู่กันได้ แต่ไม่ใช่ทำแทนการไปพบแพทย์ ผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น ก้อนหรือการติดเชื้อ อาจเกิดหลังฉีดเป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้น และฟิลเลอร์ต้องฉีดในสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่ควรฉีดกับหมอกระเป๋า

วันปรึกษาฟิลเลอร์ ต้องแจ้งโรคและยาอะไรบ้าง?
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ต้องแจ้งโรคประจำตัวทุกอย่าง และกรณีต่อไปนี้สำคัญเป็นพิเศษ ถ้าวันนั้นผิวบริเวณที่จะฉีดอักเสบหรือติดเชื้ออยู่ จะเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
ผิวบริเวณที่จะฉีดอักเสบหรือติดเชื้อ
มีโรคที่ทำให้เลือดหยุดยาก
เคยแพ้รุนแรง หรือแพ้ลิโดเคน (lidocaine) คอลลาเจน ไข่ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
เป็นเริมที่ริมฝีปากบ่อย หรือมีโรคหัวใจ
เคยฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือใส่ซิลิโคนที่ใบหน้ามาก่อน
ยาที่กินอยู่ก็ต้องบอกให้ครบ รวมถึงยาที่ซื้อเอง วิตามิน และสมุนไพร โดยเฉพาะวาร์ฟาริน แอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี กระเทียมหรือขิงแบบอาหารเสริม แม้จะหยุดไปสักพักแล้วก็ควรบอก

ปรึกษาและฉีดฟิลเลอร์ระหว่างทริปเกาหลี บินกลับได้เลยไหม?
ถ้าวันนั้นไม่ได้รับยาให้หลับ (sedation) ระหว่างทำ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเลื่อนเที่ยวบินเพราะการฉีดฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ HA ทำให้รูปทรงเปลี่ยนตั้งแต่วันที่ฉีด แต่ช่วง 7–14 วันแรกยังมีบวมและช้ำ จึงยังไม่ใช่รูปทรงสุดท้าย การมาครั้งเดียวจึงเห็นทิศทางได้ แต่ถ้าหลังยุบบวมแล้วอยากเติมเพิ่ม อาจต้องวางแผนมาอีกครั้ง ถ้าทริปสั้น การเริ่มน้อย ๆ ก่อนจึงปรับทีหลังได้ง่ายกว่า
หลังกลับไทย ส่งรูปมาสอบถามทาง LINE ได้ แต่ถ้าสีผิวเปลี่ยน ปวดผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยน ให้ไปโรงพยาบาลที่ไทยทันทีค่ะ
สรุป: เอารูปไปได้ แต่บอกว่าชอบตรงไหนของรูป
สิ่งที่ควรถือติดมือไปคือ “ชั้นและบริเวณที่จะเติม” ลองถามคุณหมอว่า “ส่วนที่ฉันชอบในรูปนี้ ทำได้ด้วยการเติมตรงไหน กี่ มล. และจะฉีดชั้นไหน” คำตอบนี้ทำให้รู้ว่ารูปเป้าหมายใกล้กับหน้าของคุณแค่ไหน
เตรียมรูปหน้าตรงและด้านข้างที่ให้คนอื่นถ่ายจากระยะไกล กับรูปคนที่ชอบ 1–2 รูปพร้อมวงส่วนที่ชอบไว้ Beautystone Clinic อยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล และมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ แอด LINE พร้อมส่งรูป วันที่อยากทำ และหัตถการที่เคยทำที่ใบหน้ามาได้เลยนะคะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หน้าตอบกับหน้าหย่อนต่างกันยังไง แก้มตอบแล้วทำไมดูหย่อนกว่าเดิม?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผาก ทำไมต้องดูถึงเหนือคิ้วและแนวผมด้วย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
관자 필러, 관자만 꺼졌는데 왜 광대가 도드라져 보일까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ปรึกษาฟิลเลอร์ เอารูปหน้าคนที่ชอบไปให้หมอดู ฉีดให้เหมือนได้ไหม?

ยกกระชับ
Ulthera vs Thermage ผลข้างเคียงต่างกันยังไง อาการไหนต้องรีบแจ้ง?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ยิ้มแล้วจมูกบาน โบท็อกซ์ปีกจมูกช่วยได้ไหม หรือต้องผ่าตัด?



