Juvelook Volume ควรดูผลจากรูปที่ 3 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ถ้าเทียบแล้วยังเหมือนเดิม มาดูวิธีนับจำนวนขวดต่อจุดที่ฉีด และวิธีแยกแก้มยุบกับหน้าหย่อนจากรูปถ่าย
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
Juvelook Volume ควรตัดสินผลที่ 3 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ก่อนหน้านั้นที่รู้สึกว่า "ยังเหมือนเดิม" อาจเป็นช่วงที่ยังค่อย ๆ เติมขึ้นมาอยู่ ถ้าครบ 3 เดือนแล้วเทียบกับรูปก่อนทำก็ยังไม่ต่าง ค่อยดูว่าปริมาณน้อยไปเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ยุบ หรือต้นเหตุจริง ๆ คือหน้าหย่อนค่ะ
บทความนี้จะพาไปดูว่าควรเทียบรูปเมื่อไหร่ และนับปริมาณที่ฉีดยังไงนะคะ
สรุปสั้น ๆ
Juvelook Volume ดูผลจากรูปถ่ายที่ 3 เดือนหลังครั้งสุดท้าย
จุดตัดสิน: ครบ 3 ครั้งแล้ว 3 เดือน คนแก้มยุบ 23 จาก 24 คนได้รับการประเมินว่าดีขึ้น
ถ้ายังเหมือนเดิม ดูจำนวนขวด จุดที่ฉีด และความหย่อนตามลำดับ
พบแพทย์ก่อน: ผิวตรงที่ฉีดขาวซีดหรือคล้ำเขียว หรือตามัว
ฉีด Juvelook Volume ครบ 3 ครั้งแล้ว ทำไมหน้ายังดูเหมือนเดิม?
เพราะ Juvelook Volume ไม่ได้เติมจุดที่ยุบให้เต็มในวันที่ฉีด แต่ค่อย ๆ เติมขึ้นมาทีละน้อย เม็ด PDLLA* ขนาดเล็กมากเข้าไปอยู่ใต้ผิว และตามคำอธิบายของผู้ผลิต ช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ จนค่อย ๆ นูนขึ้น พูดง่าย ๆ คือคล้ายหว่านเมล็ดหญ้าในแอ่งดิน ต้องรอหญ้างอกก่อน แอ่งถึงจะดูตื้นลง
*PDLLA: เม็ดเล็กมากจากกรดแลกติก ที่ค่อย ๆ สลายในร่างกาย
ถ้าส่องกระจกทุกวัน การเปลี่ยนแปลงที่สะสมทีละนิดจะรู้สึกได้ยาก หน้าจึงดูเหมือนเดิม
งานวิจัยใน 24 คนที่แก้มยุบใต้โหนกแก้ม ฉีด Juvelook Volume 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ แล้วดูผลที่ 3 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ผู้วิจัยอธิบายว่าไม่ได้เพิ่มปริมาตรในทันที แต่ค่อย ๆ กระตุ้น วันที่ฉีดครั้งที่ 3 หรือไม่นานหลังจากนั้นจึงยังไม่ใช่เวลาตัดสินผล ผลที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและขนาดแอ่ง

หลังครั้งสุดท้าย ควรเทียบรูปตอนไหนและเทียบยังไง?
ควรเทียบที่ 3 เดือนหลังครั้งสุดท้าย โดยใช้รูปที่ถ่ายในสภาพเดียวกับรูปก่อนทำ ทั้งแสง มุมกล้อง และสีหน้า จึงจะเห็นว่าเงาตรงจุดที่ยุบจางลงหรือเปล่า
ผลที่ 3 เดือนในงานแก้มยุบ 24 คน
ดีขึ้นมากที่สุด 29.2%
ดีขึ้นมาก 45.8%
ดีขึ้น 20.8%
ไม่เปลี่ยนแปลง 1 คน (4.2%)
ช่วงเดียวกัน 21 คน (87.5%) ตอบว่าพอใจ งานนี้ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ
งานวิจัยที่ฉีดผลิตภัณฑ์ PDLLA กับ PLLA ที่ร่องแก้ม (ร่องข้างจมูกถึงมุมปาก) คนละข้าง ถ่ายรูปที่ 4, 8, 12 และ 24 สัปดาห์ และทุกช่วงดีขึ้นกว่าตอนเริ่ม การเปลี่ยนแปลงสะสมทีละขั้น ถ้าเก็บรูประหว่างทางไว้ จะประเมินเองได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ความเร็วมักต่างกันในแต่ละคน

เทียบรูปแล้วยังเหมือนเดิม แปลว่าฉีดน้อยไปหรือเปล่า?
ลองเอาจำนวนขวดต่อครั้งมาหารด้วยจำนวนจุดที่ฉีด ในงานวิจัยแก้มยุบ ผสม Juvelook Volume 1 ขวดกับน้ำเกลือ 8 mL ฉีดแก้มข้างละ 4 mL ฉีดเฉพาะแก้มสองข้าง ถ้าขวดเดียวถูกแบ่งไปทั้งแก้ม ขมับ และร่องแก้ม แต่ละจุดก็ได้น้อยลงตามไปด้วย
พื้นที่ยุบยิ่งกว้าง ปริมาณเท่าเดิมก็ยิ่งเห็นความต่างน้อย จึงควรเริ่มจากดูบันทึกว่าแต่ละครั้งฉีดกี่ขวด ที่ไหน จุดละกี่ mL แล้ววางคู่กับรูปที่ 3 เดือน จะเห็นว่าจุดไหนปริมาณไม่พอ
จำนวนขวดและปริมาณที่เหมาะกับหน้าของคุณ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ถ้าปัญหาคือหน้าหย่อน ไม่ใช่แก้มยุบ ควรดูอะไรก่อน?
ถ้าหน้าหย่อน ควรดูการรักษาแบบยกกระชับก่อนการฉีดเติม Juvelook Volume ใช้เติมจุดที่ยุบ ถ้าแก้มไหลลงจนข้างมุมปากดูหนา ต่อให้เพิ่มปริมาณก็อาจไม่ได้รูปหน้าที่ต้องการ จุดที่ยุบให้เติม จุดที่หย่อนให้ยก เช่น ร้อยไหม
ลองแยกจากรูปถ่ายของตัวเองได้แบบนี้
ใต้โหนกแก้มหรือขมับเป็นแอ่งและมีเงา: มักเป็นการยุบ
มองด้านข้างแล้วกรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม ชัดกว่าตอนมองด้านหน้า: มักเป็นการหย่อน
สองอย่างอาจเกิดพร้อมกัน คุณหมอจะดูความสมดุลของทั้งใบหน้าและความต่างซ้ายขวาก่อน แล้วจึงกำหนดว่าเริ่มจากด้านไหน
ถ้าเป็นแก้มยุบใต้โหนกแก้ม ให้คุยก่อนว่าจะเพิ่มครั้งที่ 4 หรือไม่ ถ้าเป็นกรอบหน้าที่ตกลงมา ให้คุยเรื่องการยกก่อน

ผลข้างเคียงหลังฉีด แบบไหนรอได้ แบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์?
บวมและช้ำเล็กน้อยมักผ่านไปเอง งานที่ฉีด Juvelook ที่ร่องแก้ม 20 คน พบแค่บวมและช้ำชั่วคราว และตลอด 3 เดือนไม่พบก้อนหรืออาการผิดปกติที่เกิดตามมาทีหลัง
อาการที่มักผ่านไปเอง
บวมเล็กน้อยรอบจุดที่ฉีด
รอยช้ำเล็ก ๆ ตรงจุดที่ฉีด
มีรายงานที่พบได้น้อยว่าสารเข้าหลอดเลือดแล้วทำให้การมองเห็นผิดปกติหรือตาบอด จึงมีแนวทางที่กลุ่มแพทย์สรุปไว้สำหรับ Juvelook Volume โดยเฉพาะ อาการด้านล่างเป็นเกณฑ์ฟิลเลอร์ (Filler) ทั่วไป* ไม่ควรรอ
*อ้างอิงคำแนะนำเรื่องฟิลเลอร์ของ US FDA
อาการที่ต้องรีบไปพบแพทย์
ผิวใกล้จุดที่ฉีดเป็นสีขาว เทา หรือคล้ำเขียว: พบแพทย์ทันที
ปวดผิดปกติ: พบแพทย์ทันที
ตามัวหรือการมองเห็นเปลี่ยนไป: ไปห้องฉุกเฉินทันที
พูดลำบากกะทันหัน หน้า แขน ขาชาหรืออ่อนแรง เดินลำบาก: ไปห้องฉุกเฉินทันที
หน้าเบี้ยวตก ปวดหัวรุนแรง เวียนหัว หรือสับสน: ไปห้องฉุกเฉินทันที
ทักมาทาง LINE ด้วยได้ แต่ทำควบคู่กับการพบแพทย์ ไม่ใช่แทนกัน
กรณีเหล่านี้ควรรอก่อน (เกณฑ์ฟิลเลอร์ทั่วไป)
ผิวบริเวณที่จะฉีดมีการอักเสบหรือติดเชื้อ
มีโรคที่ทำให้เลือดหยุดยาก
เคยแพ้รุนแรง (anaphylaxis)
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ฉีด Juvelook Volume ระหว่างอยู่เกาหลี ควรวางนัดยังไง?
หลังฉีด Juvelook Volume ไม่จำเป็นต้องเลื่อนเที่ยวบินกลับ เว้นแต่วันนั้นได้รับยาให้หลับ (sedation)
ฟิลเลอร์บางแบบเปลี่ยนรูปหน้าตั้งแต่วันที่ฉีด แต่ Juvelook Volume ค่อย ๆ พาหน้ากลับไปใกล้แบบเดิมของคุณ มาครั้งเดียวจึงไม่ได้แทนแผน 3 ครั้ง
ถ้าเว้น 3 สัปดาห์ จากครั้งแรกถึงครั้งที่ 3 ใช้ราว 6 สัปดาห์ ถ้าอยู่เกาหลีไม่นานขนาดนั้น คุยตั้งแต่วันแรกว่าครั้งถัดไปจะนัดช่วงไหน
กลับประเทศแล้ว ส่งรูปมาถามทาง LINE ได้ แต่ถ้าผิวตรงที่ฉีดเปลี่ยนสี ปวดมาก หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านก่อน
สรุป: ก่อนตัดสินว่าไม่ได้ผล ควรเตรียมอะไรไปคุยกับคุณหมอ
ตัวเลขที่ควรจำคือ 3 เดือนหลังครั้งสุดท้าย และจำนวน mL ต่อจุดในแต่ละครั้ง ถ้ายังไม่ครบ 3 เดือน เก็บรูปในแสงและมุมเดิมไว้ก่อน
ก่อนตัดสินใจ ลองถามคุณหมอว่าที่หน้ายังเหมือนเดิมเป็นเพราะปริมาณต่อจุดน้อยไป หรือเพราะหน้าหย่อนจนต้องยกก่อน แล้วแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ที่คลินิกมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ จึงคุยกันเป็นภาษาไทยได้โดยตรง ข้อความแรกช่วยแนบรูปก่อนทำ รูปที่ 3 เดือนหลังครั้งสุดท้าย และจำนวนขวดกับจุดที่ฉีดในแต่ละครั้งมาด้วยนะคะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์หว่างคิ้วแล้วเปลือกตาตก กี่วันหาย ต้องรีบหาหมอไหม?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume ไม่เห็นผล ฉีดครบ 3 ครั้งยังเหมือนเดิม ฉีดน้อยไปไหม?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ Hip dip รูปก่อน-หลัง ดูยังไงว่าสาเหตุเหมือนสะโพกเรา?

ร่างกาย
Potenza ต้องห่างกันกี่สัปดาห์ ร่นเป็น 2 สัปดาห์หรือเว้น 2 เดือนได้ไหม?

ยกกระชับ
รูปก่อน-หลัง Ulthera ควรดูรูปที่ถ่ายหลังทำกี่วันถึงเทียบได้?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา Belotero Revive 2cc ครั้งละเท่าไหร่ ต้องฉีดกี่ครั้ง?



