ชูริงค์ ผู้ชาย เจาะลึกจุดที่หย่อน ระดับความลึก ต่างจากผู้หญิงยังไง และการดูแลก่อนหลังทำ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เวลาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าช่วงกรามดูหนากว่าเมื่อก่อน หรือแก้มส่วนล่างเริ่มหย่อนคล้อยลงมา ปัจจุบันมีหนุ่มๆ หลายคนเลยครับที่เริ่มหันมาสนใจโปรแกรมยกกระชับกันมากขึ้น แต่พอจะเข้ามาปรึกษาจริงๆ มักจะมีคำถามแรกเกิดขึ้นในใจเสมอว่า "ผู้ชายทำ ชูริงค์ ได้ไหม?" หรือ "ต้องทำเหมือนของผู้หญิงเป๊ะๆ เลยหรือเปล่า?"
คำตอบสั้นๆ คือ ผู้ชายก็ทำเลเซอร์ยกกระชับ ชูริงค์ ได้ครับ เพียงแต่ด้วยสภาพผิวของผู้ชายที่มีความหนา มีต่อมไขมัน และพื้นที่หนวดเครา ทำให้การออกแบบโปรแกรมการรักษาแตกต่างออกไปเล็กน้อย แม้จะเป็นตัวเครื่องเดียวกัน แต่ก็ต้องปรับระดับความลึกและพลังงานให้เข้ากับผิวของผู้ชาย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่หล่อเป็นธรรมชาติที่สุดครับ ถ้าเราเข้าใจก่อนว่าความหย่อนคล้อยเริ่มจากตรงไหน และ ชูริงค์ เข้าไปทำงานที่ชั้นผิวไหน ก็จะช่วยให้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจองครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ:
จุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อยบนผิวผู้ชายว่าเริ่มจากตรงไหน
ชูริงค์ ทำงานที่ความลึกระดับไหน และทำไมถึงช่วยยกกระชับได้
ข้อแตกต่างระหว่างการทำโปรแกรมของผู้ชายและผู้หญิง
การดูแลตัวเองที่ควรทำทั้งก่อนและหลังทำโปรแกรม
ช่วงเวลาไหนที่ผิวผู้ชายเริ่มพึ่งพาโปรแกรมยกกระชับ
ผิวของผู้ชายจะมีความหนาของชั้นผิวแท้ (Dermis) และความหนาแน่นของคอลลาเจน* มากกว่าผู้หญิงครับ นั่นทำให้ในวัยที่เท่ากัน ผู้ชายมักจะเจอปัญหาริ้วรอยเล็กๆ ช้ากว่า แต่จุดสำคัญคือ ด้วยความที่ผิวหนานี่แหละครับ พอเริ่มหย่อนคล้อยขึ้นมาทีไร ก็จะหย่อนคล้อยลงมาแบบหนักๆ ทู่ๆ เลยทีเดียว ส่วนใหญ่หนุ่มๆ จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงตอนที่เริ่มรู้สึกหนักๆ ตรงใต้คางหรือกรอบหน้าด้านข้างครับ
คอลลาเจน*: เส้นใยโปรตีนที่ช่วยพยุงชั้นผิวแท้เอาไว้ ยิ่งอายุมากขึ้น ปริมาณและความยืดหยุ่นจะลดลง ทำให้ผิวดูหย่อนคล้อยลงได้ครับ
นอกจากนี้ ผิวผู้ชายยังมีลักษณะพิเศษคือ มีการหลั่งน้ำมันค่อนข้างมาก และมีแผ่นหนวดที่กว้าง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อระดับความลึกในการทำโปรแกรมและการดูแลฟื้นฟูหลังทำ ดังนั้น หากใช้การตั้งค่าแบบเดียวกับผู้หญิงเป๊ะๆ อาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควรครับ

หลักการของ ชูริงค์ ที่ส่งพลังงานลึกถึงชั้นผิวของผู้ชาย
ชูริงค์ เป็นการใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงเข้มข้น (High-Intensity Focused Ultrasound*) ยิงเข้าไปสะสมเป็นจุดเล็กๆ ในความลึกระดับที่กำหนดใต้ผิวหนัง โดยไม่รบกวนผิวชั้นนอก แต่จะส่งความร้อนเข้าไปกระตุ้นชั้นผิวแท้และชั้นกระชับกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตรงจุดนั้นขึ้นมาครับ
High-Intensity Focused Ultrasound*: เทคโนโลยีที่รวมพลังงานอัลตราซาวนด์ไว้ที่จุดเดียว เพื่อส่งความร้อนเข้าไปกระตุ้นชั้นผิวลึก เรียกสั้นๆ ว่า HIFU ครับ
จากการทบทวนผลทางคลินิกที่สรุปประสิทธิผลของพลังงานอัลตราซาวนด์เฉพาะเจาะจงความเข้มข้นสูงในการปรับปรุงความหย่อนคล้อยของผิวหน้า พบรายงานการปรับปรุงปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นย้ำถึงข้อดีในการกระตุ้นเนื้อเยื่อส่วนลึกโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก เนื่องจากชั้นผิวส่วนลึกนี้ของผู้ชายมีความหนากว่า การตั้งค่าความลึกที่แม่นยำจึงเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์เลยล่ะครับ


จุดต่างระหว่างการทำโปรแกรมของผู้ชายและผู้หญิง
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือ "ระดับความลึก" และ "การตั้งค่าพลังงาน" ครับ เนื่องจากผิวของผู้ชายมีความหนามากกว่า แม้จะเป็นบริเวณเดียวกันแต่ชั้นผิวที่ต้องส่งพลังงานไปถึงจะอยู่ลึกกว่าเล็กน้อย การดีไซน์พลังงานจึงต้องต่างกันออกไป รวมถึงบริเวณที่มีหนวดเครา ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนการวางจุดช็อต (Shot design) เพื่อลดการระคายเคืองต่อรูขุมขนด้วยครับ
ประเภท | สำหรับผู้ชาย | สำหรับผู้หญิง |
|---|---|---|
ความหนาของชั้นผิวแท้ | ค่อนข้างหนา | ค่อนข้างบาง |
ระดับความลึกหลัก | กระจายตัวที่ชั้นตื้นและชั้นกลาง | |
บริเวณหนวดเครา | ต้องปรับเปลี่ยนการวางช็อต | ไม่มี |
ความรู้สึกเจ็บ | ใกล้เคียงกันหรือเจ็บกว่าเล็กน้อย | ขึ้นอยู่กับบุคคล |
การดูแลหลังทำ | เพิ่มการดูแลเรื่องความมัน/เหงื่อ | เน้นการเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก |
คำถามที่หนุ่มๆ ถามบ่อยที่สุดคือเรื่องของความเจ็บปวด ซึ่งถ้าเน้นทำบริเวณชั้นผิวที่ลึก ก็อาจจะรู้สึกจี๊ดๆ แน่นๆ ข้างในได้ครับ แต่โดยทั่วไปเราจะแปะยาชาและปรับพลังงานให้อยู่ในระดับที่คนไข้ทนได้อย่างสบายๆ ครับ ส่วนความเร็วในการเห็นผลและระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ หากวาดออกมาตามลำดับเวลาจะมีแนวโน้มดังนี้ครับ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone ฮับจอง แม้จะใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่เราใส่ใจในการตรวจเช็กประเมินผิวเพื่อกำหนดความลึกและพลังงานที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นอันดับแรก เพราะผิวของผู้ชายมีความหนาและสภาพความมันที่ต่างกันไปในแต่ละคน เราจึงประเมินตำแหน่งที่เริ่มหย่อนคล้อยรวมถึงความเร็วในการฟื้นตัว เพื่อร่วมกันวางแผนการดูแลในครั้งถัดไปครับ ที่นี่ดูแลและทำโปรแกรมโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางโดยตรง และเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นใกล้สถานีฮับจอง ทำให้สามารถดูแลคนไข้ทุกท่านได้อย่างละเอียดและเป็นส่วนตัวในทุกขั้นตอนครับ

การดูแลตัวเองที่ควรทำทั้งก่อนและหลังทำโปรแกรม
แม้ว่า ชูริงค์ จะเป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องพักฟื้นยาวนาน แต่การดูแลตัวเองให้สอดคล้องกับสภาพผิวสะสมของผู้ชาย จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คงทนและปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ
งดออกกำลังกายหนักๆ และงดซาวน่าในวันแรก — หลีกเลี่ยงความร้อนและเหงื่อที่อาจทำปฏิกิริยากับผิว แนะนำให้งดเว้นไว้สัก 1 วันครับ
การโกนหนวด — บริเวณที่ทำโปรแกรมอาจจะมีความบอบบางชั่วคราว แนะนำให้โกนหนวดอย่างเบามือในระยะ 1-2 วันแรกครับ
ป้องกันแสงแดด — ถึงแม้จะมีผิวมัน แต่ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อบางเบาและทาอย่างสม่ำเสมอนะครับ
เติมความชุ่มชื้น — หลังโดนพลังงานความร้อน ผิวอาจจะแห้งลงชั่วคราว แนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อเน้นเติมความชุ่มชื้นครับ
งดดื่มแอลกอฮอล์ — แอลกอฮอล์อาจกระตุ้นให้เกิดอาการบวมและร้อนวูบวาบได้ เลี่ยงได้ 1-2 วันจะดีที่สุดครับ
ผลลัพธ์มักจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 เดือนหลังทำ และระยะเวลาในการคงผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แนะนำให้สังเกตความเร็วในการฟื้นตัวของผิวตัวเองแล้วเข้ามารับการรักษาครั้งต่อไปตามความเหมาะสมครับ ทั้งนี้ บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลทั่วไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมนะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ผู้ชายทำ ชูริงค์ แล้วจะเห็นผลดีไหมครับ?
A. ผู้ชายก็สามารถทำและเห็นผลลัพธ์ที่ดีจาก ชูริงค์ ได้แน่นอนครับ เพียงแต่ด้วยลักษณะผิวผู้ชายที่มีชั้นผิวแท้หนาและผิวมัน การคำนวณความลึกและพลังงานให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก แทนที่จะใช้ค่าพลังงานมาตรฐานเท่ากันหมด การปรับแต่งตามระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูหล่อเป็นธรรมชาติกว่าครับ
Q. เป็นคนมีหนวดเคราเยอะมาก จะสามารถทำได้ไหมครับ?
A. ทำได้สบายมากครับ โดยปกติแพทย์จะปรับตารางจุดยิงเพื่อลดการระคายเคืองต่อรูขุมขนบริเวณหนวดเครา หลังทำไป 1-2 วันแรกแนะนำให้โกนหนวดเบาๆ มือ และถ้าหากยังมีอาการระคายเคืองอยู่ แนะนำให้เว้นการโกนหนวดไปก่อนสักระยะ หรือสามารถปรึกษาชั่วโมงการโกนหนวดที่เหมาะสมกับทีมแพทย์ได้ครับ
Q. ระดับความเจ็บประมาณไหนครับ เจ็บมากไหม?
A. หากเน้นทำบริเวณชั้นลึก อาจมีความรู้สึกตึงๆ แน่นๆ ข้างในได้ครับ แต่ก่อนทำเราจะมีการแปะยาชาและปรับพลังงานให้อยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบายตัว ความไวต่อความรู้สึกเจ็บของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน หากรู้สึกกังวลสามารถแจ้งแพทย์ล่วงหน้าตอนปรึกษาเพื่อช่วยปรับระดับความแรงให้เฉพาเจาะจงได้ครับ
Q. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. โดยทั่วไปผลลัพธ์ของ ชูริงค์ จะเริ่มเข้าที่และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ จากนั้นจะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน การดูแลทาครีมกันแดดและทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นครับ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่าน
รอยช้ำและรอยบวมหลังทำ ชูริงค์ ปกติกี่วันหาย และช่วงพักฟื้นมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ ชูริงค์ ทำไมบางคนอยู่ได้ 6 เดือน แต่บางคนอยู่ได้นานถึง 9 เดือน? ความต่างคืออะไร?
ผลข้างเคียงของ ชูริงค์ 3 ข้อที่เจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ และระยะเวลาในการฟื้นตัวของผิว
Ultherapy Prime ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และผลลัพธ์จะอยู่ยาวนานแค่ไหนกันนะ?

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



