ชูริงค์ ผู้ชาย เจาะลึกจุดที่หย่อน ระดับความลึก ต่างจากผู้หญิงยังไง และการดูแลก่อนหลังทำ
เวลาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าช่วงกรามดูหนากว่าเมื่อก่อน หรือแก้มส่วนล่างเริ่มหย่อนคล้อยลงมา ปัจจุบันมีหนุ่มๆ หลายคนเลยครับที่เริ่มหันมาสนใจโปรแกรมยกกระชับกันมากขึ้น แต่พอจะเข้ามาปรึกษาจริงๆ มักจะมีคำถามแรกเกิดขึ้นในใจเสมอว่า "ผู้ชายทำ ชูริงค์ ได้ไหม?" หรือ "ต้องทำเหมือนของผู้หญิงเป๊ะๆ เลยหรือเปล่า?"
คำตอบสั้นๆ คือ ผู้ชายก็ทำเลเซอร์ยกกระชับ ชูริงค์ ได้ครับ เพียงแต่ด้วยสภาพผิวของผู้ชายที่มีความหนา มีต่อมไขมัน และพื้นที่หนวดเครา ทำให้การออกแบบโปรแกรมการรักษาแตกต่างออกไปเล็กน้อย แม้จะเป็นตัวเครื่องเดียวกัน แต่ก็ต้องปรับระดับความลึกและพลังงานให้เข้ากับผิวของผู้ชาย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่หล่อเป็นธรรมชาติที่สุดครับ ถ้าเราเข้าใจก่อนว่าความหย่อนคล้อยเริ่มจากตรงไหน และ ชูริงค์ เข้าไปทำงานที่ชั้นผิวไหน ก็จะช่วยให้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจองครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ:
จุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อยบนผิวผู้ชายว่าเริ่มจากตรงไหน
ชูริงค์ ทำงานที่ความลึกระดับไหน และทำไมถึงช่วยยกกระชับได้
ข้อแตกต่างระหว่างการทำโปรแกรมของผู้ชายและผู้หญิง
การดูแลตัวเองที่ควรทำทั้งก่อนและหลังทำโปรแกรม
ช่วงเวลาไหนที่ผิวผู้ชายเริ่มพึ่งพาโปรแกรมยกกระชับ
ผิวของผู้ชายจะมีความหนาของชั้นผิวแท้ (Dermis) และความหนาแน่นของคอลลาเจน* มากกว่าผู้หญิงครับ นั่นทำให้ในวัยที่เท่ากัน ผู้ชายมักจะเจอปัญหาริ้วรอยเล็กๆ ช้ากว่า แต่จุดสำคัญคือ ด้วยความที่ผิวหนานี่แหละครับ พอเริ่มหย่อนคล้อยขึ้นมาทีไร ก็จะหย่อนคล้อยลงมาแบบหนักๆ ทู่ๆ เลยทีเดียว ส่วนใหญ่หนุ่มๆ จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงตอนที่เริ่มรู้สึกหนักๆ ตรงใต้คางหรือกรอบหน้าด้านข้างครับ
คอลลาเจน*: เส้นใยโปรตีนที่ช่วยพยุงชั้นผิวแท้เอาไว้ ยิ่งอายุมากขึ้น ปริมาณและความยืดหยุ่นจะลดลง ทำให้ผิวดูหย่อนคล้อยลงได้ครับ
นอกจากนี้ ผิวผู้ชายยังมีลักษณะพิเศษคือ มีการหลั่งน้ำมันค่อนข้างมาก และมีแผ่นหนวดที่กว้าง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อระดับความลึกในการทำโปรแกรมและการดูแลฟื้นฟูหลังทำ ดังนั้น หากใช้การตั้งค่าแบบเดียวกับผู้หญิงเป๊ะๆ อาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควรครับ

หลักการของ ชูริงค์ ที่ส่งพลังงานลึกถึงชั้นผิวของผู้ชาย
ชูริงค์ เป็นการใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจงเข้มข้น (High-Intensity Focused Ultrasound*) ยิงเข้าไปสะสมเป็นจุดเล็กๆ ในความลึกระดับที่กำหนดใต้ผิวหนัง โดยไม่รบกวนผิวชั้นนอก แต่จะส่งความร้อนเข้าไปกระตุ้นชั้นผิวแท้และชั้นกระชับกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตรงจุดนั้นขึ้นมาครับ
High-Intensity Focused Ultrasound*: เทคโนโลยีที่รวมพลังงานอัลตราซาวนด์ไว้ที่จุดเดียว เพื่อส่งความร้อนเข้าไปกระตุ้นชั้นผิวลึก เรียกสั้นๆ ว่า HIFU ครับ
จากการทบทวนผลทางคลินิกที่สรุปประสิทธิผลของพลังงานอัลตราซาวนด์เฉพาะเจาะจงความเข้มข้นสูงในการปรับปรุงความหย่อนคล้อยของผิวหน้า พบรายงานการปรับปรุงปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นย้ำถึงข้อดีในการกระตุ้นเนื้อเยื่อส่วนลึกโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก เนื่องจากชั้นผิวส่วนลึกนี้ของผู้ชายมีความหนากว่า การตั้งค่าความลึกที่แม่นยำจึงเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์เลยล่ะครับ


จุดต่างระหว่างการทำโปรแกรมของผู้ชายและผู้หญิง
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือ "ระดับความลึก" และ "การตั้งค่าพลังงาน" ครับ เนื่องจากผิวของผู้ชายมีความหนามากกว่า แม้จะเป็นบริเวณเดียวกันแต่ชั้นผิวที่ต้องส่งพลังงานไปถึงจะอยู่ลึกกว่าเล็กน้อย การดีไซน์พลังงานจึงต้องต่างกันออกไป รวมถึงบริเวณที่มีหนวดเครา ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนการวางจุดช็อต (Shot design) เพื่อลดการระคายเคืองต่อรูขุมขนด้วยครับ
ประเภท | สำหรับผู้ชาย | สำหรับผู้หญิง |
|---|---|---|
ความหนาของชั้นผิวแท้ | ค่อนข้างหนา | ค่อนข้างบาง |
ระดับความลึกหลัก | กระจายตัวที่ชั้นตื้นและชั้นกลาง | |
บริเวณหนวดเครา | ต้องปรับเปลี่ยนการวางช็อต | ไม่มี |
ความรู้สึกเจ็บ | ใกล้เคียงกันหรือเจ็บกว่าเล็กน้อย | ขึ้นอยู่กับบุคคล |
การดูแลหลังทำ | เพิ่มการดูแลเรื่องความมัน/เหงื่อ | เน้นการเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก |
คำถามที่หนุ่มๆ ถามบ่อยที่สุดคือเรื่องของความเจ็บปวด ซึ่งถ้าเน้นทำบริเวณชั้นผิวที่ลึก ก็อาจจะรู้สึกจี๊ดๆ แน่นๆ ข้างในได้ครับ แต่โดยทั่วไปเราจะแปะยาชาและปรับพลังงานให้อยู่ในระดับที่คนไข้ทนได้อย่างสบายๆ ครับ ส่วนความเร็วในการเห็นผลและระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ หากวาดออกมาตามลำดับเวลาจะมีแนวโน้มดังนี้ครับ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone ฮับจอง แม้จะใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่เราใส่ใจในการตรวจเช็กประเมินผิวเพื่อกำหนดความลึกและพลังงานที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นอันดับแรก เพราะผิวของผู้ชายมีความหนาและสภาพความมันที่ต่างกันไปในแต่ละคน เราจึงประเมินตำแหน่งที่เริ่มหย่อนคล้อยรวมถึงความเร็วในการฟื้นตัว เพื่อร่วมกันวางแผนการดูแลในครั้งถัดไปครับ ที่นี่ดูแลและทำโปรแกรมโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางโดยตรง และเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นใกล้สถานีฮับจอง ทำให้สามารถดูแลคนไข้ทุกท่านได้อย่างละเอียดและเป็นส่วนตัวในทุกขั้นตอนครับ

การดูแลตัวเองที่ควรทำทั้งก่อนและหลังทำโปรแกรม
แม้ว่า ชูริงค์ จะเป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องพักฟื้นยาวนาน แต่การดูแลตัวเองให้สอดคล้องกับสภาพผิวสะสมของผู้ชาย จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คงทนและปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ
งดออกกำลังกายหนักๆ และงดซาวน่าในวันแรก — หลีกเลี่ยงความร้อนและเหงื่อที่อาจทำปฏิกิริยากับผิว แนะนำให้งดเว้นไว้สัก 1 วันครับ
การโกนหนวด — บริเวณที่ทำโปรแกรมอาจจะมีความบอบบางชั่วคราว แนะนำให้โกนหนวดอย่างเบามือในระยะ 1-2 วันแรกครับ
ป้องกันแสงแดด — ถึงแม้จะมีผิวมัน แต่ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อบางเบาและทาอย่างสม่ำเสมอนะครับ
เติมความชุ่มชื้น — หลังโดนพลังงานความร้อน ผิวอาจจะแห้งลงชั่วคราว แนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อเน้นเติมความชุ่มชื้นครับ
งดดื่มแอลกอฮอล์ — แอลกอฮอล์อาจกระตุ้นให้เกิดอาการบวมและร้อนวูบวาบได้ เลี่ยงได้ 1-2 วันจะดีที่สุดครับ
ผลลัพธ์มักจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 เดือนหลังทำ และระยะเวลาในการคงผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แนะนำให้สังเกตความเร็วในการฟื้นตัวของผิวตัวเองแล้วเข้ามารับการรักษาครั้งต่อไปตามความเหมาะสมครับ ทั้งนี้ บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลทั่วไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมนะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ผู้ชายทำ ชูริงค์ แล้วจะเห็นผลดีไหมครับ?
A. ผู้ชายก็สามารถทำและเห็นผลลัพธ์ที่ดีจาก ชูริงค์ ได้แน่นอนครับ เพียงแต่ด้วยลักษณะผิวผู้ชายที่มีชั้นผิวแท้หนาและผิวมัน การคำนวณความลึกและพลังงานให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก แทนที่จะใช้ค่าพลังงานมาตรฐานเท่ากันหมด การปรับแต่งตามระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูหล่อเป็นธรรมชาติกว่าครับ
Q. เป็นคนมีหนวดเคราเยอะมาก จะสามารถทำได้ไหมครับ?
A. ทำได้สบายมากครับ โดยปกติแพทย์จะปรับตารางจุดยิงเพื่อลดการระคายเคืองต่อรูขุมขนบริเวณหนวดเครา หลังทำไป 1-2 วันแรกแนะนำให้โกนหนวดเบาๆ มือ และถ้าหากยังมีอาการระคายเคืองอยู่ แนะนำให้เว้นการโกนหนวดไปก่อนสักระยะ หรือสามารถปรึกษาชั่วโมงการโกนหนวดที่เหมาะสมกับทีมแพทย์ได้ครับ
Q. ระดับความเจ็บประมาณไหนครับ เจ็บมากไหม?
A. หากเน้นทำบริเวณชั้นลึก อาจมีความรู้สึกตึงๆ แน่นๆ ข้างในได้ครับ แต่ก่อนทำเราจะมีการแปะยาชาและปรับพลังงานให้อยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบายตัว ความไวต่อความรู้สึกเจ็บของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน หากรู้สึกกังวลสามารถแจ้งแพทย์ล่วงหน้าตอนปรึกษาเพื่อช่วยปรับระดับความแรงให้เฉพาเจาะจงได้ครับ
Q. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. โดยทั่วไปผลลัพธ์ของ ชูริงค์ จะเริ่มเข้าที่และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ จากนั้นจะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน การดูแลทาครีมกันแดดและทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นครับ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่าน
รอยช้ำและรอยบวมหลังทำ ชูริงค์ ปกติกี่วันหาย และช่วงพักฟื้นมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ ชูริงค์ ทำไมบางคนอยู่ได้ 6 เดือน แต่บางคนอยู่ได้นานถึง 9 เดือน? ความต่างคืออะไร?
ผลข้างเคียงของ ชูริงค์ 3 ข้อที่เจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ และระยะเวลาในการฟื้นตัวของผิว
Ultherapy Prime ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และผลลัพธ์จะอยู่ยาวนานแค่ไหนกันนะ?

ยกกระชับ
ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่?
หลังทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตา ควรรอนานแค่ไหนก่อนใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง บทความนี้อธิบายตามช่วงเวลา

กำจัดขน
ย้อมผมหลังทำหัตถการที่ใบหน้า รอกี่วันถึงจะปลอดภัย?
หลังเลเซอร์ ลิฟติ้ง หรือฉีดสาร ควรรอกี่วันก่อนย้อมผม บทความนี้อธิบายแนวทางตามแต่ละหัตถการ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume กับการเติมวอลลุ่มบริเวณหน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?
Juvelook Volume เติมวอลลุ่มหน้าผากได้ไหม? หลักการ ความต่างจากฟิลเลอร์ และใครเหมาะกับวิธีนี้

ยกกระชับ
Ultherapy Prime ทำครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปควรทำเมื่อไหร่ดี?
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำ Ultherapy Prime ซ้ำ ทำเร็วหรือช้าเกินไปต่างกันยังไง อธิบายให้เข้าใจค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ช่วงซัมเมอร์ อันตรายจริงไหม?
หน้าร้อนกำจัดขนด้วยเลเซอร์ได้ไหม? อธิบายหลักการ GentleMax Pro Plus และข้อควรระวังสำหรับฤดูร้อน

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง



