Neck Rejuran — ส่องลึกตั้งแต่ลักษณะเฉพาะของผิวคอที่ค่อนข้างบาง ชั้นผิวที่สาร Polynucleotide เข้าไปทำงาน จุดที่แตกต่างจากการทำที่ใบหน้า ไปจนถึงการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำ skin booster หลังทำ
รอยย่นตามแนวนอนที่คอด้านหน้าเป็นบริเวณที่มองเห็นได้ชัดเจนอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะแสดงสีหน้าอย่างไร ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจทุกครั้งที่ส่องกระจกค่ะ แม้เราจะดูแลผิวหน้าเป็นอย่างดี แต่ผิวตรงคอก็มักจะถูกละเลยได้ง่าย พอรอยย่นเริ่มเด่นชัดขึ้นมา หลาย ๆ คนก็มักจะเริ่มมองหาหัตถการอย่างเช่น Rejuran กันค่ะ
หากตอบแบบสั้น ๆ ผิวบริเวณคอก็สามารถพิจารณาทำหัตถการกลุ่ม Rejuran ได้เช่นกันค่ะ เพียงแต่เนื่องจากผิวบริเวณคอมีความบอบบางและมีการเคลื่อนไหวมากกว่าผิวหน้า เราจึงต้องมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย หากเข้าใจก่อนว่าทำไมรอยย่นที่คอถึงเกิดขึ้น และ Rejuran ออกฤทธิ์ที่ชั้นผิวไหน ก็จะช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจองค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้วคุณจะ
เข้าใจว่ารอยย่นที่คอแตกต่างจากริ้วรอยบนใบหน้าอย่างไร
ทราบว่าส่วนผสมหลักของ Rejuran ออกฤทธิ์ที่ชั้นผิวไหน
ทราบความแตกต่างระหว่างการทำหัตถการที่คอกับที่ใบหน้า
ทราบวิธีการดูแลตัวเองที่ควรทำทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ
รอยย่นที่คอแตกต่างจากริ้วรอยบนใบหน้าอย่างไร
ผิวบริเวณคอจะมีชั้นหนังแท้ (dermis)* ที่บางกว่าผิวหน้า และมีต่อมไขมันน้อยกว่า จึงทำให้แห้งได้ง่าย ประกอบกับการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ อย่างการก้มหัวหรือการหันศีรษะ ส่งผลให้รอยย่นตามแนวขวางเกิดตัวขึ้นได้เร็วกว่าปกติ ยิ่งถ้ามีพฤติกรรมหนุนหมอนสูงหรือก้มมองสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน รอยพับเหล่านี้ก็อาจจะยิ่งลึกขึ้นได้ค่ะ
ชั้นหนังแท้ (dermis)*: คือชั้นผิวหลักที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า ทำหน้าที่กักเก็บคอลลาเจนและความชุ่มชื้นเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว
ริ้วรอยบนใบหน้าจะเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์และปริมาตรของชั้นไขมันที่ลดลงร่วมกัน แต่รอยย่นที่คอเกิดจากความบางของผิวเองรวมกับการสูญเสียความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นเป็นหลัก ดังนั้นสำหรับบริเวณคอ แทนที่จะเน้นการเติมเต็มวอลลุ่ม (volume) การเลือกใช้วิธีที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว (skin texture) ให้แน่นและเรียบเนียนขึ้นมักจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ

ส่วนผสมหลักของ Rejuran ออกฤทธิ์ที่ชั้นผิวไหน
ส่วนผสมหลักของ Rejuran คือ โพลีนิวคลีโอไทด์ (polynucleotide)* ซึ่งเป็นชิ้นส่วน DNA ที่สกัดและผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์จากปลาแซลมอน เมื่อเข้าสู่ชั้นหนังแท้ จะทำหน้าที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นและฟื้นฟูตัวเองได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
โพลีนิวคลีโอไทด์ (polynucleotide)*: โซ่โมเลกุลขนาดเล็กที่ประกอบกันเป็น DNA มีคุณสมบัติช่วยรักษาความชุ่มชื้นและฟื้นฟูเนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้ เรียกในภาษาอังกฤษย่อ ๆ ว่า PN (polynucleotide)
จากการประเมินทางคลินิกที่สรุปผลการฟื้นฟูผิวของสารฉีดโพลีนิวคลีโอไทด์ พบว่ากลุ่มตัวอย่างประมาณ 87.8% มีผลลัพธ์ของผิวบริเวณคอที่ดีขึ้นในระดับปานกลางขึ้นไป และไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาชั่วคราวเช่นอาการบวมหรือรอยแดงอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการสังเกตอาการหลังทำจึงเป็นสิ่งที่ดีค่ะ


เมื่อทำหัตถการที่คอ อะไรที่จะแตกต่างไปจากผิวหน้าบ้าง
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือระดับความลึกและการควบคุมปริมาณที่ฉีดค่ะ เนื่องจากผิวบริเวณคอมีความบาง แม้จะเป็นตัวยาเดียวกันแต่ก็ต้องค่อย ๆ ทยอยฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่ตื้นกว่าอย่างระมัดระวัง และเนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การลดการระคายเคืองในระหว่างกระบวนการฟื้นตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ส่วนใหญ่มักจะไม่ทำเสร็จในครั้งเดียว แต่จะแบ่งการทำออกเป็นระยะ ๆ ตามช่วงเวลาค่ะ
ประเภท | การทำหัตถการที่คอ | การทำหัตถการที่ใบหน้า |
|---|---|---|
ความหนาของผิว | ค่อนข้างบาง | ค่อนข้างหนา |
ระดับความลึกในการฉีด | เน้นชั้นผิวที่ตื้นกว่า | กระจายตามความเหมาะสมของแต่ละส่วน |
ปริมาณยาที่ฉีด | แบ่งฉีดทีละนิด | ปริมาณมากกว่าเมื่อเทียบกัน |
ผลจากการเคลื่อนไหว | มีผลมาก (การหมุน/หันคอ) | มีผลน้อยกว่า |
การดูแลหลังทำ | ใส่ใจเรื่องท่าทางและการเติมความชุ่มชื้น | เน้นการเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก |
เนื่องจากคอเป็นจุดที่มีรอยย่นตามแนวพับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องท่าทางหลังทำหัตถการจึงมีผลต่อลัพธ์เช่นกันค่ะ หากจำลองภาพการทำงานและผลลัพธ์ที่จะค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นตามระยะเวลา จะมีลักษณะดังนี้ค่ะ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
สถาบันความงาม Beautystone สาขาฮับจอง ตระหนักดีว่ายิ่งผิวส่วนที่บอบบางอย่างรอยย่นที่คอ ยิ่งไม่ควรฉีดปริมาณมาก ๆ ในคราวเดียว แต่จะเน้นการตรวจประเมินสภาพผิวของคนไข้ก่อน เพื่อกำหนดระดับความลึกและแบ่งปริมาณการฉีดอย่างเหมาะสม เนื่องจากระดับความลึกของรอยย่นและพฤติกรรมการเคลื่อนไหวคอของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราจึงช่วยวางแผนช่วงเวลาและระยะห่างในการทำให้อย่างพิถีพิถัน ที่นี่ทำหัตถการโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) ทำให้ดูแลรักษาคนไข้แต่ละท่านได้อย่างใส่ใจและประณีตค่ะ

การดูแลตัวเองที่ควรทำก่อนและหลังทำหัตถการ
แม้ว่าหัตถการกลุ่ม Rejuran จะไม่มีอาการบวมช้ำหลังทำ (downtime) ที่ยาวนาน แต่เนื่องจากคอเป็นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คงตัวและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นค่ะ
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือการเข้าซาวน่าในวันที่ทำ — หลีกเลี่ยงความร้อนและเหงื่อที่จะเข้ามากระตุ้นผิวอย่างน้อย 1 วันค่ะ
ท่าทางของคอ — พยายามก้มคอเป็นเวลานานให้น้อยลงในช่วง 2-3 วันแรก
เติมความชุ่มชื้น — ผิวบริเวณคอแห้งได้ง่ายมาก ควรทามอยส์เจอไรเซอร์บ่อย ๆ เพื่อบำรุงอย่างสม่ำเสมอ
ป้องกันรังสี UV — อย่าลืมทาครีมกันแดดที่คออย่างพิถีพิถันเช่นเดียวกับใบหน้านะคะ
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ — ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สัก 1-2 วันเพื่อลดโอกาสในการเกิดอาการบวมหรือผิวแดง
ผลลัพธ์มักจะค่อย ๆ เห็นเด่นชัดขึ้นหลังทำประมาณ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 1-2 เดือน ซึ่งระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ สำหรับรอยย่นที่คอ แทนที่จะทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบ ควรประเมินความเร็วในการฟื้นฟูของผิวตัวเองแล้วค่อยกำหนดช่วงเวลาในการทำครั้งต่อไปจะดีที่สุดค่ะ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรักษาท่านโดยตรงเพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำหัตถการค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. Rejuran ช่วยเรื่องรอยย่นที่คอได้จริงไหมคะ?
A. สามารถพิจารณาใช้หัตถการกลุ่มโพลีนิวคลีโอไทด์รักษารอยย่นที่คอได้ค่ะ ผลการทดสอบทางคลินิกก็เคยรายงานถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นบริเวณลำคอเช่นกัน เพียงแต่ผิวที่คอมีความบางและขยับบ่อย แนวทางการรักษาจึงต้องเน้นการแบ่งตัวยาฉีดเข้าชั้นตื้นมากกว่าการทำที่ใบหน้า หากประเมินและดีไซน์การรักษาตามความลึกรอยย่นของแต่ละบุคคล ก็สามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ
Q. ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?
A. แม้จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่เนื่องจากรอยย่นที่คอรักษาค่อนข้างยาก คนส่วนใหญ่จึงมักจะทำแบบแบ่งระยะเวลาทำต่อเนื่องกันค่ะ แนะนำให้เลือกช่วงเวลาระยะห่างตามความเร็วของการฟื้นตัวของผิวตนเอง ซึ่งสามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงเพื่อความมั่นใจได้ค่ะว่าควรทำกี่ครั้งถึงจะเหมาะสม
Q. หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. เนื่องจากเป็นหัตถการที่แทบไม่มี downtime จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ค่อนข้างเร็วค่ะ อย่างไรก็ตาม ในวันแรกแนะนำงดการออกกำลังกายหนักหรือการเข้าซาวน่า และพยายามเลี่ยงท่าทางก้มหน้าติดต่อกันนาน ๆ ในช่วง 2-3 วันแรก หากมีอาการบวมหรือรอยแดง ไม่ควรฝืนร่างกายและควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดค่ะ
Q. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ถึง 1-2 เดือนหลังทำ หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลค่ะ การทามอยส์เจอไรเซอร์และการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ชาย
ที่บอกว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะทำเลเซอร์ได้ผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวค่ะ
คำกล่าวที่ว่า 'ขนของผู้ชายเส้นหนาเลยเลเซอร์ออกง่าย' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปเหตุผลที่ทำให้จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แตกต่างกันไปตามความหนาแน่น ความลึก และโทนสีผิว รวมถึงวิธีการดูแลในแต่ละส่วนมาฝากกันค่ะ

ผู้ชาย
รอยหนวดเขียวครึ้มแม้จะโกนแล้วก็ยังเห็นอยู่ สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการทำเลเซอร์นะคะ
หนวดเขียวครึ้มที่โกนเท่าไหร่ก็ยังเห็นชัด แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวภายนอก แต่เป็นปัญหาที่รากขนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีช่วยให้รอยเขียวดูจางลงด้วยเลเซอร์กำจัดขน พร้อมกับผลลัพธ์ที่คุณสามารถคาดหวังได้จริงมาฝากกันค่ะ

กำจัดขน
เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?
เลเซอร์กำจัดขนคิ้วที่อยู่ใกล้กับดวงตา สามารถทำได้ถึงขั้นตอนไหนกันนะ? เราได้รวบรวมมาตรฐานความปลอดภัย, หลักการทำงาน, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการออกแบบทรงคิ้ว (eyebrow line design) มาไว้ให้แล้วค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการแว็กซ์ (waxing) ยังไงบ้างคะ?
กำจัดขนที่คลินิกผิวหนังต่างจากวิธีอื่นยังไงนะ? เราได้สรุปความต่างของหลักการทำงานระหว่างการแว็กซ์ เครื่องกำจัดขนแบบโฮมยูส และความปลอดภัยสำหรับแต่ละโทนสีผิวมาให้แล้วค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) จะทำเสร็จหมดในครั้งเดียวได้ไหมนะ?
การเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว (Whole Body Hair Removal) ไม่ได้เสร็จสิ้นเรียนร้อยในครั้งเดียวนะคะ แต่เป็นการสะสมจำนวนครั้งในแต่ละส่วนค่ะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของจำนวนครั้งที่ต้องทำในแต่ละจุด พร้อมแพลนการรักษาตามจริงมาฝากกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วผิวจะดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?
ผลลัพธ์ของ สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน? เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการทำงานที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป รวมถึงผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังได้จริงมาฝากค่ะ



