ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ปลอกหมอนควรซักทุกกี่วัน ดีต่อสุขภาพผิวของเราที่สุดนะ?

ปลอกหมอนควรซักทุกกี่วัน ดีต่อสุขภาพผิวของเราที่สุดนะ?

ปลอกหมอนควรซักทุกกี่วัน ดีต่อสุขภาพผิวของเราที่สุดนะ?

หากคุณตื่นมาพร้อมกับปัญหาผิวบ่อยๆ ลองเช็กปลอกหมอนของคุณดูหน่อยดีไหมคะ? เราได้รวบรวมเคล็ดลับการดูแลผิวในชีวิตประจำวันและความถี่ในการซักปลอกหมอนที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณมาฝากกันค่ะ

ตื่นนอนตอนเช้าแล้วรู้สึกขัดใจกับรอยกดทับจากหมอน หรือมีปัญหาสิวขึ้นบ่อยๆ หลังตื่นนอนใช่ไหมคะ? หลายคนมักจะถามคล้ายๆ กันว่า "สรุปแล้วควรซักปลอกหมอนทุกๆ กี่วันดี?" คำตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ ไม่มีกฎตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคนค่ะ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสภาพแวดล้อมในการนอนของแต่ละคนด้วยนั่นเอง

บทความนี้สรุปมาให้ฟังแบบเข้าใจง่ายในแง่ของ daily care ว่าเราควรตั้งความถี่ในการซักปลอกหมอนอย่างไรดี แนะนำให้ใช้อ่านเป็นไกด์ไลน์ในการดูแลตัวเองเบื้องต้น ไม่ใช่คำสั่งแพทย์นะคะ



ทำไมถึงหาคำตอบข้อเดียวสำหรับสยบทุกปัญหาได้ยาก?

ปลอกหมอนคือผ้าสัมผัสที่แนบชิดกับผิวของเรานานที่สุดในระหว่างการนอนหลับค่ะ การนอนราบไป 8 ชั่วโมงเต็มๆ หมายความว่าทั้งน้ำมันส่วนเกิน (sebum), เหงื่อ, น้ำมันจากหนังศีรษะ และสกินแคร์ที่เราทาไว้ จะสะสมรวมกันอยู่ตรงนั้น จากข้อมูลเรื่องผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (Contact Dermatitis) ของ DermNet พบว่า การเสียดสี น้ำยาซักผ้า และการระคายเคืองซ้ำๆ เป็นสาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดปัญหาผิวได้ง่ายมากค่ะ ซึ่งปลอกหมอนนี่แหละค่ะที่เป็นศูนย์รวมที่ทำให้ทั้ง 3 ปัจจัยนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในที่เดียว

แต่คำถามที่ว่า "ถ้าอย่างนั้นต้องซักทุกวันเลยไหม?" คำตอบของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันค่ะ เพราะปริมาณน้ำมันส่วนเกิน ท่านอน ความถี่ในการสระผม ความเหนอะหนะของสกินแคร์ที่ใช้ รวมถึงวัสดุของปลอกหมอน ล้วนส่งผลต่อเรื่องนี้ทั้งสิ้น


한 가지 답을 떠올리기 어려운 이유



มาเช็กกันว่าคุณเหมาะกับกลุ่มไหน

ลองเช็กตามเกณฑ์ด้านล่างนี้ดูนะคะ จะช่วยให้กะความถี่ที่เหมาะสมกับเคสของตัวเองได้ง่ายขึ้นค่ะ

  • สำหรับคนหน้ามันง่าย / เป็นสิวง่าย — แนะนำให้เปลี่ยนหรือซักทุกๆ 2-3 วันจะเซฟที่สุดค่ะ เพราะหากปล่อยให้น้ำมันสะสมบนหมอน อาจเข้าไปอุดตันรูขุมขนและกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น

  • ผิวแห้ง / ผิวแพ้ง่าย — สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอสำหรับหลายคนแล้วค่ะ เนื่องจากสารเคมีตกค้างจากน้ำยาซักผ้าอาจกลายเป็นตัวการทำร้ายผิวได้ ดังนั้นการซักปลอกหมอนที่ใช้แล้วให้สะอาดหมดจด จึงสำคัญกว่าการเปลี่ยนปลอกหมอนใหม่ทุกวันโดยที่ยังมีน้ำยาตกค้างอยู่ค่ะ

  • ช่วงหลังทำหัตถการทันที (เลเซอร์, peeling, ฟิลเลอร์ ฯลฯ) — ในช่วง 2-3 วันแรก แนะนำให้เปลี่ยนปลอกหมอนใหม่ทุกวันเลยนะคะ การลดการระคายเคืองจากภายนอกในบริเวณที่ผิวอยู่ในช่วงฟื้นฟู จะช่วยป้องกันการเกิดรอยดำ (pigmentation) และปัญหาผิวต่างๆ ได้ดีมากค่ะ

  • คนที่สิวชอบขึ้นบ่อยๆ หลังตื่นนอน — แนะนำให้ลองทำการทดลองปรับความถี่ดูค่ะ ลองย่นระยะเวลาจาก 1 สัปดาห์ → 4 วัน → 2 วัน แล้วพังพินิจดูว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผิวของเราแฮปปี้ที่สุดอยู่ตรงไหน

  • คนที่ไม่ได้สระผมตอนเย็น — น้ำมันและสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะจะย้ายไปอยู่บนปลอกหมอนแทนค่ะ หากคุณไม่ค่อยได้สระผมบ่อยๆ การเพิ่มความถี่ในการซักปลอกหมอนให้บ่อยขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่งค่ะ


본인이 어느 쪽에 가까운지



เนื้อผ้าที่ต่างกัน มีวิธีดูแลต่างกันนิดหน่อยนะคะ

วัสดุของปลอกหมอนก็มีส่วนสำคัญเช่นกันค่ะ

  • ผ้าฝ้ายนุ่ม (Cotton) เนื่องจากซับน้ำได้ดี จึงเก็บกักน้ำมันและน้ำยาซักผ้าไว้ได้ดีเช่นกัน แนะนำให้ซักบ่อยๆ จะปลอดภัยที่สุดค่ะ จากรายงานความสัมพันธ์ระหว่างผ้าปูที่นอนกับผิวหนังระบุว่า ผ้าฝ้ายมักเป็นวัสดุที่แนะนำสำหรับผิวแพ้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ยิ่งซับได้ดีเท่าไหร่ ความถี่ในการดูแลความสะอาดก็ยิ่งสำคัญขึ้นเท่านั้นค่ะ


  • ผ้าไหมหรือผ้าซาติน (Silk / Satin) ผิวผ้าจะมีความเรียบลื่น ช่วยลดแรงเสียดสีได้ดี และดูดซับน้อยกว่าผ้าฝ้าย ทำให้โอกาสเกิดปัญหาสิวน้อยกว่าเมื่อใช้ในความถี่ที่เท่ากัน แต่ขั้นตอนการซักทำความสะอาดจะมีความละเอียดอ่อนกว่าค่ะ

  • ผ้าไมโครไฟเบอร์ (Microfiber) แม้จะให้สัมผัสที่นุ่มสบาย แต่อาจเกิดไฟฟ้าสถิตทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กเกาะติดได้ง่าย จึงอาจไม่ค่อยตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีผิวแนวโน้มเป็นภูมิแพ้ง่ายเท่าไหร่นะคะ

  • ผ้าลินิน (Linen) ถ่ายเทอากาศได้ดีเยี่ยมและเป็นที่นิยมในฤดูร้อน แต่เนื้อผ้าจะมีความสากและเกิดแรงเสียดสีได้ง่าย สำหรับผิวแพ้ง่ายแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลินินที่ผ่านการฟอกแบบนุ่มมาแล้วจะดีกว่าค่ะ

หากเปลี่ยนวัสดุของปลอกหมอนแล้ว อย่าลืมปรับความถี่ในซักด้วยนะคะ หากเพิ่งเปลี่ยนปลอกหมอนใหม่แล้วรู้สึกว่าสิวขึ้นเยอะกว่าเดิม อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าผิวของคุณไม่ค่อยถูกกับเนื้อผ้าชนิดนั้นค่ะ


소재별로 결이 조금씩 달라요



สิ่งสำคัญในขั้นตอนการซักที่ควรรู้

นอกจากการซักปลอกหมอนบ่อยๆ แล้ว อีกจุดที่ห้ามมองข้ามเลยก็คือเรื่องของน้ำยาซักผ้าและการล้างน้ำเปล่าค่ะ

  • ลดปริมาณน้ำยาซักผ้าลง การใส่แค่ครึ่งฝาจะปลอดภัยกว่าการใส่แบบจัดเต็มหนึ่งฝาเต็มๆ ค่ะ ช่วยลดสารตกค้างได้ดีมาก

  • ล้างน้ำเปล่าเพิ่มอีกรอบ คู่มือการดูแลเสื้อผ้าและของใช้หลายแห่งมักแนะนำให้กดล้างน้ำเปล่าเพิ่มอีก 1 ครั้ง (จำนวนรอบที่ระบุ + 1) เพราะน้ำยาซักผ้าที่ตกค้างเมื่อไปเจอกับการเสียดสีขณะนอน อาจกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองได้ค่ะ

  • ลดหรือเลี่ยงน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมแรงๆ จะได้สัมผัสกับบริเวณจมูกและแก้มของเราโดยตรงขณะนอนหลับ สำหรับคนที่มีสิวขึ้นบ่อยๆ แนะนำให้ลองซักแบบไม่ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือใช้สูตรไม่มีน้ำหอม (unscented) สัก 1 เดือน แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงดูนะคะ

  • ตากแดดธรรมชาติ หากสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย แนะนำให้ตากแดดจัดๆ ค่ะ เพราะรังสี UV มีส่วนช่วยในการลดการสะสมของไขมันและลดเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี


세탁 자체에서 챙기면 좋은 점



ทริคเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน

นอกเหนือจากความถี่ในการซักแล้ว นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำควบคู่กันไปได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเหมาะกับทุกสภาพผิวเลยค่ะ

  • สระผมก่อนนอน วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่น้ำมันและสิ่งสกปรกจากเส้นผมจะย้ายไปสะสมบนปลอกหมอนได้มากเลยค่ะ

  • เลี่ยงสกินแคร์เนื้อเหนียวเหนอะหนะเกินไปในขั้นตอนสุดท้าย สกินแคร์กลุ่มเนื้อออยล์หรือครีมที่หนักเกินไปจะเยิ้มไปติดปลอกหมอน และกลับมาอุดตันรูขุมขนของเราในคืนถัดๆ ไปได้ค่ะ

  • เช็กท่านอนของตัวเอง หากใครชอบนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งเป็นพิเศษ การสลับฝาหรือเปลี่ยนปลอกหมอนสม่ำเสมอเฉพาะจุดก็เป็นอีกไอเดียที่ดีค่ะ

  • มีปลอกหมอนสำรองไว้ 2-3 ผืน เพื่อที่ว่าเวลาไม่มีเวลาซักผ้า ก็ยังสามารถเปลี่ยนปลอกหมอนใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอค่ะ

ข้อมูลในส่วนนี้เป็นเพียงคำแนะนำดูแลตัวเองทั่วไปเท่านั้นค่ะ หากผิวของคุณมีปัญหาสิวเรื้อรังไม่หายสักที แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันหาสาเหตุที่แท้จริงนะคะ



คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. การเปลี่ยนปลอกหมอนใหม่ทุกวันดีที่สุดจริงไหม?

A. ไม่จำเป็นสำหรับทุกคนค่ะ หากคุณเป็นคนหน้ามันมากหรือเพิ่งไปทำหัตถการผิวมา การเปลี่ยนทุกวันจะช่วยซัพพอร์ตผิวได้ดี แต่สำหรับคนผิวแห้งและผิวระคายเคืองง่าย การซักสัปดาห์ละครั้งก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ เพราะบางครั้งสารตกค้างจากน้ำยาซักไข้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้มากกว่า ดังนั้นความสะอาดในการซักจึงสำคัญกว่าความถี่ในการเปลี่ยนค่ะ

Q. เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยแล้ว แต่ทำไมสิวยังไม่ลดลงเลย?

A. สาเหตุของสิวหลังตื่นนอนอาจไม่ได้มาจากปลอกหมอนอย่างเดียวนะคะ แนะนำให้ลองสังเกตปัจจัยอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น ความมันจากหนังศีรษะ, ความเหนอะหนะของสกินแคร์, ท่านอน หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ไปสัมผัสโดนผิวหน้าค่ะ เวลาปรับเปลี่ยน แนะนำให้ค่อยๆ ปรับทีละอย่างโดยเว้นระยะห่างสัก 2 สัปดาห์ เพื่อจะได้รู้สาเหตุที่แน่ชัดและไม่ทำให้วิเคราะห์ยากขึ้นค่ะ



บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Dysport กับ Botox ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหนคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Dysport กับ Botox ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหนคะ?

แม้ส่วนผสมจะดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันได้ เราจะอธิบายความแตกต่างในทางปฏิบัติระหว่าง Dysport และ Botox ให้เข้าใจง่าย ๆ

เลเซอร์กำจัดหนวดเคราและเลเซอร์กำจัดขนบนใบหน้า ทั้งที่ใช้เลเซอร์เหมือนกัน ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน?

กำจัดขน

การเลเซอร์กำจัดหนวดเคราและการกำจัดขนบนใบหน้า ทั้งที่ใช้เลเซอร์เหมือนกัน ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกัน?

หนวดเคราของผู้ชายมักเส้นหนาและรากลึก จึงต้องทำหลายครั้ง ส่วนขนอ่อนของผู้หญิงจะบางกว่า ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงช้ากว่า เป็นความแตกต่างที่ควรรู้เวลาแพลนจำนวนครั้ง

Ulthera Prime แตกต่างจาก Ulthera แบบเดิมอย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

Ulthera Prime แตกต่างกับ Ulthera แบบเดิมยังไงนะ?

ถึงจะเป็นเทคโนโลยีคลื่น Micro-Focused Ultrasound เหมือนกัน แต่ระบบหน้าจอแสดงผลประสิทธิภาพสูงและระดับพลังงานที่ส่งลงไปใต้ผิวนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ หมอขอสรุปข้อมูลสั้นๆ ให้ทุกคนได้เก็บไว้เป็นไกด์ไลน์ก่อนไปทำดีกว่า

Sofwave อยู่จุดไหนในบรรดาตัวเลือกการดึงหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-surgical lifting)?

ยกกระชับ

Sofwave อยู่ในตำแหน่งไหนกันนะ เมื่อเทียบกับตัวเลือกการทำ 리프팅 (Lifting) แบบไม่ผ่าตัด

비집속 초음파 (non-focused ultrasound) ที่ทำงานในชั้นผิว진피 (dermis) ไม่ใช่ชั้น SMAS หมดกังวลเรื่องความเจ็บและไม่ต้องพักฟื้นนาน (downtime) มาดูกันค่ะว่าวิธีนี้เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับไหนบ้าง

ทาสลีปปิ้งมาส์ก (sleeping pack) กับไนท์ครีม (night cream) คู่กันทุกวัน จะหนักผิวเกินไปไหมนะหน้าน้องเกินไปไหมนะ เกินไปหรือเปล่านะ?

ผิว

ทาสลีปปิ้งมาส์ก (sleeping pack) กับครีมบำรุงกลางคืน (night cream) คู่กันทุกวัน จะหนักผิวเกินไปไหมนะ

การสังเกตสภาพผิวในแต่ละวันแล้วเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมนั้นดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทาทับกันทุกวัน และนี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับลำดับและระดับความถี่ในการใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวค่ะ

โทนอัพครีม บีบีครีม และครีมกันแดด ควรทาเรียงลำดับอย่างไรดีที่สุดอย่างไรดีอย่างไรดีสกินแคร์อย่างไรดีอย่างไรดีนะจ๊ะ

ผิว

tone-up cream, BB cream และ ครีมกันแดด ควรทาเรียงลำดับอย่างไรดี

แค่พึ่ง SPF จากโทนอัพหรือ BB ครีมอย่างเดียว ปริมาณที่ทาอาจจะไม่เพียงพอนะคะ มาดูกันว่าทำไมเราถึงต้องทาครีมกันแดดแยกต่างหาก และขั้นตอนการทาในทุกๆ เช้ากันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1