ผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชาย ทำไมดูแลเองไม่พอ และ Potenza Microneedle RF ช่วยได้อย่างไร
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ผู้ชายหลายคนกังวลใจทุกครั้งที่ส่องกระจก เพราะรูขุมขนกว้างบริเวณจมูกและแก้ม รวมถึงรอยแผลเป็นสิวที่บุ๋มลึกจากอดีตมารวมกันให้เห็นชัด ยิ่งเป็นผิวมันที่มีความมันเยอะ ปัญหาทั้งสองอย่างนี้ก็ยิ่งดูซ้อนทับกัน การใช้เครื่องสำอางก็ไม่ค่อยช่วยให้ดีขึ้นเท่าไหร่ หลายคนจึงเริ่มมองหาการทำทรีตเมนต์ จนได้มารู้จักกับไมโครนีดเดิล RF อย่าง Potenza
ตอบแบบสั้น ๆ ก็คือ รูขุมขนกว้างกับรอยแผลเป็นสิวตื้น ๆ นั้นมีรากปัญหาเดียวกัน คือมาจากการที่ชั้นหนังแท้สูญเสียความแข็งแรงและต่อมไขมันทำงานมากเกินไปเป็นส่วนใหญ่ จึงสามารถดูแลไปพร้อมกันได้ด้วยแนวทางเดียว แต่ผิวมันของผู้ชายจะมีชั้นขี้ไคลหนากว่าและต่อมไขมันทำงานเยอะกว่า ทำให้การตอบสนองของผิวหลังทำและจำนวนครั้งที่ต้องทำนั้นแตกต่างจากผู้หญิงเล็กน้อย บทความนี้จะพาไปดูทีละประเด็นว่าทำไมถึงเกิดความแตกต่างนี้ Potenza ทำงานที่ชั้นไหนของผิว และการฟื้นตัวจะเป็นอย่างไรบ้าง
บทความนี้รวบรวมข้อมูลการทำทรีตเมนต์จากบิวตี้สโตนฮับจองไว้ให้อ่านกันค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วจะได้รู้ว่า
ทำไมรูขุมขนและแผลเป็นของผิวมันในผู้ชายถึงแตกต่างจากผู้หญิง
Potenza ไมโครนีดเดิล RF ทำงานที่ความลึกระดับไหนของชั้นหนังแท้
หลังทำทรีตเมนต์ ผิวจะฟื้นตัวไปตามลำดับอย่างไรในแต่ละวัน
ควรทำกี่ครั้งตามความลึกของแผลเป็น เพื่อให้พอมองภาพออก
ทำไมรูขุมขนและแผลเป็นของผิวมันในผู้ชายถึงแตกต่างจากผู้หญิง
ผิวผู้ชายแม้จะเป็นบริเวณเดียวกัน แต่ชั้นขี้ไคลจะหนากว่าและต่อมไขมัน* พัฒนามากกว่า จึงทำให้รูขุมขนที่กว้างดูเด่นชัดขึ้น และเกิดวงจรที่ไขมันสะสมจนปากรูขุมขนขยายซ้ำ ๆ ได้ง่าย
ต่อมไขมัน*: คือต่อมที่อยู่ติดกับรูขุมขน ทำหน้าที่ผลิตและขับไขมัน (ซีบัม) ออกมา ยิ่งทำงานมากเท่าไหร่ ปากรูขุมขนก็ยิ่งมีแนวโน้มขยายกว้างขึ้นเท่านั้น
มีงานวิจัยที่ระบุว่ายิ่งปริมาณการหลั่งไขมันมากเท่าไหร่ ขนาดรูขุมขนก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น และความสัมพันธ์นี้ปรากฏชัดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้ชายผิวมันที่มีการหลั่งไขมันมาก มักสังเกตเห็นปัญหารูขุมขนได้ชัดเจนกว่า และเมื่ออายุมากขึ้น หากความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้รอบรูขุมขนลดลงเข้ามาซ้อนทับด้วย รูขุมขนก็จะยิ่งดูขยายกว้างขึ้น และเงาของแผลเป็นสิวที่บุ๋มข้าง ๆ ก็จะดูลึกขึ้นตามไปด้วย
รูขุมขนกว้างและแผลเป็นสิวตื้น* ไม่ใช่แค่ปัญหาที่ผิวชั้นบนเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากชั้นหนังแท้ด้านล่างที่บางลงและสูญเสียความแข็งแรง ดังนั้นแทนที่จะเลือกวิธีลอกผิวชั้นบนออก การเข้าไปเติมคอลลาเจนในชั้นหนังแท้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงจากภายในจึงอาจเป็นแนวทางที่ตรงจุดกว่า
แผลเป็นสิว*: คือรอยที่หลงเหลือจากการอักเสบของสิวที่หายแล้ว ทำให้เนื้อเยื่อผิวบุ๋มลงหรือนูนขึ้นเป็นก้อน แบ่งเป็นชนิดบุ๋ม (Atrophic) และชนิดนูน (Hypertrophic)


หลักการทำงานของ Potenza ไมโครนีดเดิล RF ในชั้นหนังแท้
Potenza เป็นการรักษาที่ใช้เข็มขนาดจิ๋วแทงเข้าสู่ผิวหนัง แล้วปล่อยพลังงานความร้อนคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)* ออกจากปลายเข็ม โดยผ่านชั้นขี้ไคลผิวชั้นบนน้อยที่สุด และการทำงานจริงจะเกิดขึ้นที่ชั้นหนังแท้ซึ่งเป็นรากของปัญหารูขุมขนและแผลเป็น
RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง)*: คือพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่สร้างความร้อนในเนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปล่อยออกมาจากปลายเข็มไมโครนีดเดิลและส่งความร้อนไปยังความลึกที่ต้องการเท่านั้น
ความร้อนที่ส่งเข้าสู่ชั้นหนังแท้จะทิ้งจุดกระตุ้นเล็ก ๆ ไว้ และผิวจะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในกระบวนการซ่อมแซมจุดกระตุ้นเหล่านั้น มีงานวิจัยที่ระบุว่าไมโครนีดเดิล RF ช่วยให้แผลเป็นสิวและรูขุมขนกว้างดีขึ้นไปพร้อมกัน โดยผลลัพธ์มาจากการฟื้นฟูเนื้อเยื่อชั้นหนังแท้มากกว่าการเผาผิวชั้นบนซึ่งพบว่าผู้เข้าร่วมกว่า 70% มีอาการดีขึ้นทั้งในส่วนของแผลเป็นและรูขุมขน นี่คือเหตุผลที่รูขุมขนกว้างและแผลเป็นตื้นสามารถดูแลไปพร้อมกันได้ด้วยการทำทรีตเมนต์เดียว
ในผิวมันของผู้ชายที่มีชั้นขี้ไคลหนากว่า มักปรับความลึกของเข็มและความแรงของพลังงานให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้พลังงานเข้าถึงชั้นหนังแท้ได้เพียงพอ และเนื่องจากความเสียหายต่อผิวชั้นนอกมีน้อยกว่าการทำทรีตเมนต์ที่ลอกผิวชั้นบนออก จึงสามารถล้างหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นตั้งแต่วันถัดไป

ระยะเวลาฟื้นตัวและการดูแลหลังทำทรีตเมนต์
หลังทำ Potenza เสร็จใหม่ ๆ จะเห็นรอยเข็มเล็ก ๆ พร้อมกับใบหน้าที่แดงและบวมเล็กน้อยทั่วทั้งหน้า อาการแดงและบวมนี้ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นลำดับภายในไม่กี่วัน ลองมาดูภาพรวมคร่าว ๆ กันค่ะ

ในวันที่ทำจะรู้สึกร้อนและแดงมากที่สุด พอถึงวันถัดไปอาการแดงจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเข้าสู่วันที่ 3 อาจมีสะเก็ดเล็ก ๆ หรือผิวสาก ๆ หลงเหลืออยู่ ซึ่งไม่ควรแกะออกเองแต่ควรปล่อยให้หลุดลอกไปตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่ภายใน 5-7 วันจะดีขึ้นจนสามารถใช้เครื่องสำอางปกปิดได้แล้ว
ในช่วงฟื้นตัว มีเพียงไม่กี่ข้อที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษค่ะ
เพิ่มความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว — ทาผลิตภัณฑ์บำรุงที่อ่อนโยนบาง ๆ บ่อย ๆ
ป้องกันแสงแดด — ทาให้ทั่วถึงตั้งแต่วันถัดไป เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันรอยดำ
งดผลัดเซลล์ผิวและสครับชั่วคราว — งดถูหรือขัดผิวประมาณ 1 สัปดาห์
ซาวน่าและออกกำลังกายหนัก — เลื่อนกิจกรรมที่ทำให้ร้อนและเหงื่อออกมากออกไปก่อน 2-3 วัน
เรตินอลและส่วนผสมที่มีความเป็นกรด — หยุดใช้ไปสักพัก แล้วเริ่มใหม่หลังอาการแดงหายไปแล้ว
ถึงจะเป็นผิวมันและกังวลเรื่องความมัน แต่ในช่วงไม่กี่วันหลังทำทรีตเมนต์ การให้ความสำคัญกับการบำรุงความชุ่มชื้นแบบอ่อนโยนมากกว่าการล้างหน้าแบบเข้มข้น จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีกว่า

ต้องทำกี่ครั้ง — วางแผนตามความลึกของแผลเป็น
Potenza เป็นทรีตเมนต์ที่ค่อย ๆ สะสมคอลลาเจนผ่านหลายครั้ง มากกว่าจะจบในครั้งเดียว จำนวนครั้งที่ต้องทำจะแตกต่างกันไปตามว่าเป็นกรณีที่กังวลแค่เรื่องรูขุมขน หรือมีแผลเป็นบุ๋มที่ต้องดูแลไปพร้อมกันด้วย ลองดูแนวทางคร่าว ๆ ตามความลึกของแผลเป็นได้ดังนี้
ระดับความกังวล | จำนวนครั้งที่แนะนำ | ระยะห่าง | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
|---|---|---|---|
เน้นรูขุมขนกว้างเป็นหลัก | ประมาณ 3 ครั้ง | 4 สัปดาห์ | ปากรูขุมขนค่อย ๆ กระชับขึ้น |
แผลเป็นสิวตื้น | 3-4 ครั้ง | 4 สัปดาห์ | ผิวที่บุ๋มดูเรียบเนียนขึ้น |
แผลเป็นบุ๋มลึก (Atrophic) | 5 ครั้งขึ้นไป | 4-6 สัปดาห์ | ค่อย ๆ เติมเต็มทีละครั้ง |
แผลเป็น+รูขุมขนร่วมกัน | 4-5 ครั้ง | 4 สัปดาห์ | วางแผนดูแลสองปัญหาไปพร้อมกัน |
เหตุผลที่เว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 4 สัปดาห์ ก็เพราะชั้นหนังแท้ต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ แทนที่จะทำแรง ๆ ในครั้งเดียว การให้เวลาผิวได้ฟื้นตัวและสะสมทีละนิดจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่า และยิ่งแผลเป็นลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องทำหลายครั้งขึ้น เพราะมีความลึกที่ต้องเติมเต็มมากกว่านั่นเอง

ทำไมต้องบิวตี้สโตนฮับจอง
บิวตี้สโตนฮับจองไม่ได้เน้นเพิ่มความแรงของทรีตเมนต์แบบไม่มีเงื่อนไข แต่จะดูความหนาของผิวและสภาพความมันของแต่ละคนก่อน แล้วจึงกำหนดความลึกของเข็มและระดับพลังงานให้เหมาะสม เนื่องจากผิวมันของผู้ชายอาจตอบสนองต่างกันแม้ตั้งค่าเดียวกัน จึงแนะนำให้ตรวจดูการฟื้นตัวหลังครั้งแรกร่วมกันก่อน แล้วค่อยปรับความแรงในครั้งถัดไป ด้วยความที่เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงสามารถติดตามดูว่าผิวเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในแต่ละครั้ง และปรับแผนการดูแลไปด้วยกันได้

คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำ Potenza แล้วเจ็บมากไหมคะ
A. ก่อนทำจะทายาชาให้เพียงพอก่อนเสมอครับ ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วอยู่ในระดับที่ทนได้ครับ ส่วนบริเวณที่ใกล้กระดูกอย่างหน้าผากหรือจมูกอาจรู้สึกมากกว่าจุดอื่นเล็กน้อย แต่หมอจะปรับความแรงให้เหมาะสมระหว่างทำครับ
Q. เป็นผิวมันอยู่แล้ว หลังทำจะยิ่งมันขึ้นไหมคะ
A. Potenza เป็นการรักษาที่กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ จึงไม่ได้ลดการทำงานของต่อมไขมันโดยตรงครับ แต่เมื่อปากรูขุมขนกระชับขึ้น ความรู้สึกที่ไขมันดูสะสมค้างอยู่ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามจำนวนครั้งที่ทำครับ
Q. ผู้ชายสามารถใช้เครื่องสำอางปกปิดในช่วงฟื้นตัวได้ไหมคะ
A. หลังจากอาการแดงหายไปแล้วประมาณ 5-7 วัน สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ปกปิดเนื้อบางเบาได้ครับ แต่ในช่วง 1-2 วันแรกหลังทำ ควรงดแต่งหน้าไปก่อนเพื่อลดการเสียดสีกับผิวครับ
Q. ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ
A. บางคนรู้สึกได้ว่าผิวเรียบเนียนขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกครับ แต่สำหรับรูขุมขนกว้างและแผลเป็นบุ๋มนั้น คอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสะสม ดังนั้นผลลัพธ์จะเห็นชัดเจนมากขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องหลายครั้งครับ
อ่านเพิ่มเติม

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



