• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เมื่อรักษาฝ้าและเม็ดสีด้วย Potenza จะมีความแตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปอย่างไร และผลลัพธ์จะแสดงออกมาอย่างไรบ้างคะ

เมื่อรักษาฝ้าและเม็ดสีด้วย Potenza จะมีความแตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปอย่างไร และผลลัพธ์จะแสดงออกมาอย่างไรบ้างคะ

เมื่อรักษาฝ้าและเม็ดสีด้วย Potenza จะมีความแตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปอย่างไร และผลลัพธ์จะแสดงออกมาอย่างไรบ้างคะ

เราสรุปความแตกต่างระหว่างเทคนิคของ Potenza กับเลเซอร์ทั่วไปในการรักษาฝ้าและจุดด่างดำ พร้อมเกณฑ์ในการประเมินว่าวิธีนี้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณหรือไม่มาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลเซอร์รักษาฝ้าหรือจุดด่างดำอยู่ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำเตือนที่ว่า 'ถ้าเลเซอร์ไม่ดี เม็ดสีจะยิ่งเข้มขึ้นกว่าเดิม' จนทำให้รู้สึกลังเลใช่ไหมคะ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 'ฝ้า' ซึ่งไม่ใช่เม็ดสีที่จะลบออกได้ง่าย ๆ ในครั้งเดียว ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาและการดูแลอย่างมากค่ะ

ตอบแบบสั้น ๆ เลยก็คือ Potenza ไม่ใช่การเลเซอร์แบบจี้เผาทำลายผิวชั้นนอก แต่เป็นเทคโนโลยีแบบ RF Microneedle* ที่จะส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงผ่านเข็มขนาดเล็กจิ๋วลงไปสู่ชั้นผิวเป็นจุด ๆ ค่ะ ดังนั้น จุดเด่นจึงไม่ได้เน้นไปที่การทำลายเม็ดสีโดยตรง แต่จะเน้นไปที่การปรับสภาพผิวให้แข็งแรงและช่วยให้โทนสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ซึ่งให้ผลลัพธ์และให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเลเซอร์ Toning ทั่วไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ

RF Microneedle*: คือวิธีการส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ผ่านปลายเข็มขนาดเล็กจิ๋วที่สะกิดลงบนผิว ช่วยกระตุ้นความร้อนในชั้นผิวแท้ (Dermis) โดยลดการบาดเจ็บของผิวชั้นนอก

> คอนเทนต์นี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการรักษาจริงจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้

  • ทำไม 'ฝ้า' ถึงรักษาและดูแลได้ยากกว่าจุดด่างดำทั่วไป

  • Potenza มีวิธีจัดการกับเม็ดสีที่แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปอย่างไร

  • ประเมินว่าปัญหาเม็ดสีของคุณเหมาะกับการทำ Potenza หรือไม่

  • ทำไมการรักษาฝ้าถึงต้องมองผลลัพธ์ในระยะยาวแบบเป็นคอร์ส ไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียวแล้วจบ

 

ทำไมการใช้แค่เลเซอร์ทั่วไปรักษาฝ้า ถึงทำให้หลายคนกังวล?

ฝ้าไม่ใช่แค่เม็ดสีบนผิวชั้นนอกธรรมดา ๆ นะคะ แต่เป็นเม็ดสีที่เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งรังสียูวี ฮอร์โมน และการอักเสบเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ดังนั้น ถึงแม้จะดูจางลงไปครั้งหนึ่งแล้วก็กลับมาเข้มขึ้นใหม่ได้ง่ายมากค่ะ และหากฝืนใช้เลเซอร์ที่แรงเกินไป ความร้อนและการระคายเคืองนั้นอาจจะเข้าไปกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย เมื่อเราเข้าใจว่าฝ้าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งรังสียูวี ฮอร์โมน การอักเสบ แถมยังตอบสนองต่อการช้าและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย ก็จะเข้าใจเลยค่ะว่าทำไมแนวคิดแบบ 'เลเซอร์ทีเดียวหายวับ' ถึงใช้ไม่ได้ผลดีกับฝ้า

เพราะฉะนั้น เทรนด์การดูแลฝ้าในปัจจุบันจึงไม่ใช่การเข้าไปทำลายรักษาเม็ดสีอย่างรุนแรง แต่เป็นการค่อย ๆ ปรับสภาพผิวให้แข็งแรงและปลอบประโลมกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน* ที่ทำงานหนักเกินไปให้ค่อย ๆ สงบลงอย่างอ่อนโยนค่ะ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ Potenza ได้รับความสนใจอย่างมากในตอนนี้

เมลานิน*: เม็ดสีที่กำหนดสีผิวของเรา เมื่อโดนรังสียูวีหรือได้รับการกระตุ้น ก็จะผลิตออกมามากผิดปกติจนกลายเป็นฝ้าและจุดด่างดำค่ะ

표피의 멜라닌과 미세바늘이 닿는 깊이기미 앞에서 레이저만으로는 망설여지는 이유

 

 

ความแตกต่างในการจัดการเม็ดสีของ Potenza

แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 'โปรแกรมดูแลเม็ดสีและจุดด่างดำ' เหมือนกัน แต่ Potenza กับเลเซอร์ Toning ทั่วไปมีวิธีการทำงานกับเม็ดสีที่แตกต่างกันค่ะ ลองเปรียบเทียบในแต่ละหัวข้อตามนี้เลยนะคะ

หัวข้อ

Potenza (RF Microneedle)

เลเซอร์ Toning ทั่วไป

วิธีการทำงาน

เข็มขนาดเล็กจิ๋ว + คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)

พลังงานแสงที่ดูดซับเม็ดสี

เป้าหมายหลัก

ปรับสภาพผิวและโทนสีผิวโดยรวม

ย่อยสลายเม็ดสีโดยตรง

การระคายเคืองผิวชั้นนอก

ค่อนข้างน้อย

อาจสะสมเพิ่มขึ้นหากทำซ้ำ ๆ

ผลลัพธ์ข้างเคียงที่ได้

ปรับรูขุมขนและผิวเรียบเนียนขึ้น

เน้นเฉพาะการจางลงของเม็ดสี

วิธีการรักษา

ทำต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์สะสม

ทำต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์สะสม

Potenza จะไม่เน้นการทำลายเม็ดสีในทันที แต่จะค่อย ๆ ส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นใต้ผิวชั้นแท้เป็นจุด ๆ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองและปรับโทนสีผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จึงมักถูกเลือกใช้เป็นทางเลือกที่อ่อนโยนและปลอดภัยกว่าสำหรับปัญหาฝ้าที่เซนซิทีฟและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายค่ะ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับประเภทและความลึกของเม็ดสี บางกรณีการทำร่วมกับเลเซอร์ชนิดอื่นควบคู่กันไปอาจให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น จึงไม่ใช่ทรีตเมนต์ที่ต้องทำเดี่ยว ๆ เสมอไปค่ะ

포텐자가 색소에 접근하는 방식의 차이

 

 

โปรแกรมนี้เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนมากที่สุด?

ต้องบอกตามตรงว่า Potenza ไม่ใช่ยาวิเศษที่รักษาได้ทุกปัญหาเม็ดสีนะคะ จะเหมาะหรือไม่ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาผิวของคุณ โดยสามารถประเมินคร่าว ๆ ได้ดังนี้ค่ะ

  • หากคุณมีปัญหาฝ้าที่เซนซิทีฟและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายPotenza ถือเป็นตัวเลือกที่อ่อนโยนและน่าสนใจมากค่ะ

  • หากต้องการดูแลทั้งปัญหารูขุมขน ผิวเรียบเนียน และปรับสีผิวไปพร้อม ๆ กัน วิธีนี้ตอบโจทย์มากค่ะ

  • แต่ถ้าปัญหาหลักของคุณคือไฝหรือจุดด่างดำที่เข้มและฝังลึกเฉพาะจุด การใช้เลเซอร์จับเม็ดสีโดยตรงอาจจะตอบโจทย์ได้รวดเร็วกว่าค่ะ

  • หากคุณต้องออกแดดบ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะทำทรีตเมนต์ใด ๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทากันแดดอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยนะคะ

การรักษาเม็ดสีผิวไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วหายเลย แต่เป็นการค่อย ๆ สะสมผลลัพธ์ให้ผิวดีขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละครั้ง เหมือนดั่งคำอธิบายที่ว่าการรักษาด้วยเข็มขนาดเล็กผสานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) จะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นแท้ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง ดังนั้นจึงควรประเมินผลลัพธ์ในภาพรวมของทั้งคอร์สมากกว่าการตัดสินจากการทำเพียงครั้งเดียวค่ะ

회차별 색소 톤 개선 추이어떤 색소 고민에 더 잘 맞을까요

 

 

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง?

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้มองการรักษาฝ้าแค่การ 'ลบให้หายไป' แต่เราให้ความสำคัญกับการ 'ค่อย ๆ ปรับสมดุลผิวเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ' ค่ะ เพราะถึงแม้จะเป็นฝ้าเหมือนกัน แต่สภาพผิว ความเซนซิทีฟ และปฏิกิริยาต่อรังสียูวีหรือฮอร์โมนของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทางคลินิกจึงต้องตรวจเช็กสภาพผิวของคนไข้อย่างละเอียดก่อน เพื่อแนะนำว่าควรทำ Potenza เดี่ยว ๆ หรือทำควบคู่ไปกับเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ ด้วยความที่เราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่น ตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง เดินทางสะดวก คุณหมอวี ยองจิน จึงสามารถดูแลและติดตามผลการรักษาของคนไข้แต่ละท่านอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ ครั้ง เพื่อปรับแผนการรักษาในขั้นตอนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

ขั้นตอนการทำและการดูแลตัวเองหลังทำเป็นอย่างไรบ้าง?

ขั้นตอนเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาค่ะ จากนั้นคุณหมอจะปรับระดับความลึกของเข็มและระดับพลังงาน RF ให้เหมาะสมกับปัญหาผิวแต่ละจุดระหว่างการทำ ระหว่างทำจะรู้สึกจี๊ด ๆ อุ่น ๆ ใต้ผิว และหลังทำเสร็จทันที ผิวจะมีอาการแดงหรือมีรอยเข็มเล็ก ๆ ซึ่งพบได้ทั่วไป และอาการเหล่านี้มักจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1-2 วันค่ะ

แม้ว่าโปรแกรมนี้จะไม่จำเป็นต้องพักฟื้นยาวนาน แต่เนื่องจากเป็นการดูแลเรื่องเม็ดสี สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'การป้องกันรังสียูวี' ค่ะ โดยมีข้อควรปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

  • วันแรกหลังทำ — ล้างหน้าเบา ๆ ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง และควรงดสกินแคร์ที่มีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง (เช่น AHA, BHA, Retinol) เป็นเวลา 1 วันค่ะ

  • วันที่ 2-3 — อาจเริ่มมีสะเก็ดเล็ก ๆ หรือขุยบาง ๆ ขึ้นมา ห้ามแคะแกะเกาเด็ดขาดนะคะ ปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติค่ะ

  • 1 สัปดาห์หลังทำ — ต้องทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันและสม่ำเสมอมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดสีกลับมาเข้มขึ้นค่ะ

หากมีอาการแดง รอยเข็มอยู่นานกว่าปกติ หรือรู้สึกว่าเม็ดสีเข้มขึ้นอย่างผิดสังเกต แนะนำให้ติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีค่ะ ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคลค่ะ

시술 과정과 회복은 어떻게 진행될까요

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ทำ Potenza แค่ครั้งเดียว ฝ้าจะจางลงเลยไหมคะ?

A. Potenza ไม่ใช่โปรแกรมที่ลบฝ้าให้หายวับทันตาเห็นในครั้งเดียวค่ะ โดยทั่วไปต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ ปรับโทนสีผิวให้สว่างและสม่ำเสมอขึ้น ถึงแม้หลังทำครั้งแรกอาจจะยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องตามคอร์สที่คุณหมอแนะนำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ

Q. สามารถทำควบคู่ไปกับเลเซอร์ตัวอื่นได้ไหมคะ?

A. ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับประเภทและความลึกของเม็ดสี การทำ Potenza ร่วมกับเลเซอร์ตัวอื่นอาจช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น แต่ไม่แนะนำให้ทำซ้ำซ้อนกันในวันเดียวกันจนผิวรับภาระหนักเกินไปนะคะ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจัดโปรแกรมและระยะเวลาที่เหมาะสม ปลอดภัย เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองจนกระตุ้นเม็ดสีให้เข้มขึ้นค่ะ

Q. หลังทำเสร็จแล้วแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหมคะ?

A. ปกติแล้วสามารถแต่งหน้าได้ในวันถัดไปค่ะ แต่หากยังมีรอยแดงหรือสะเก็ดเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่ แนะนำให้พักผิวเพิ่มอีกสักวันจะดีที่สุดค่ะ และที่สำคัญควรทาครีมกันแดดให้เรียบร้อยก่อนแต่งหน้า และตอนทำความสะอาดใบหน้าให้เช็ดล้างอย่างเบามือที่สุด หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ ค่ะ

Q. หลังรักษาแล้ว ฝ้ามีโอกาสจะกลับมาเป็นอีกไหมคะ?

A. เนื่องจากฝ้าถูกกระตุ้นได้ง่ายจากแสงแดด รังสียูวี และฮอร์โมน หากไม่มีการดูแลป้องกันที่ดีก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ค่ะ ดังนั้น การทาครีมกันแดดและเลี่ยงแดดจัดในชีวิตประจำวันจึงสำคัญไม่แพ้การทำทรีตเมนต์เลยค่ะ หากเราดูแลปกป้องผิวอย่างดีหลังจากปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอแล้ว ก็จะช่วยชะลอการกลับมาของฝ้าได้นานแสนนานค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ที่บอกกันว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะเลเซอร์เห็นผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวครับ

ผู้ชาย

ที่บอกว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะทำเลเซอร์ได้ผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวค่ะ

คำกล่าวที่ว่า 'ขนของผู้ชายเส้นหนาเลยเลเซอร์ออกง่าย' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปเหตุผลที่ทำให้จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แตกต่างกันไปตามความหนาแน่น ความลึก และโทนสีผิว รวมถึงวิธีการดูแลในแต่ละส่วนมาฝากกันค่ะ

รอยหนวดเขียวครึ้มต่อให้โกนแล้วก็ยังเห็นชัด สามารถจางลงได้ด้วยเลเซอร์นะคะ

ผู้ชาย

รอยหนวดเขียวครึ้มแม้จะโกนแล้วก็ยังเห็นอยู่ สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการทำเลเซอร์นะคะ

หนวดเขียวครึ้มที่โกนเท่าไหร่ก็ยังเห็นชัด แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวภายนอก แต่เป็นปัญหาที่รากขนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีช่วยให้รอยเขียวดูจางลงด้วยเลเซอร์กำจัดขน พร้อมกับผลลัพธ์ที่คุณสามารถคาดหวังได้จริงมาฝากกันค่ะ

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

กำจัดขน

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

เลเซอร์กำจัดขนคิ้วที่อยู่ใกล้กับดวงตา สามารถทำได้ถึงขั้นตอนไหนกันนะ? เราได้รวบรวมมาตรฐานความปลอดภัย, หลักการทำงาน, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการออกแบบทรงคิ้ว (eyebrow line design) มาไว้ให้แล้วค่ะ

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการทำแว็กซ์ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการแว็กซ์ (waxing) ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขนที่คลินิกผิวหนังต่างจากวิธีอื่นยังไงนะ? เราได้สรุปความต่างของหลักการทำงานระหว่างการแว็กซ์ เครื่องกำจัดขนแบบโฮมยูส และความปลอดภัยสำหรับแต่ละโทนสีผิวมาให้แล้วค่ะ

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) สามารถทำเสร็จหมดในครั้งเดียวเลยได้ไหมคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) จะทำเสร็จหมดในครั้งเดียวได้ไหมนะ?

การเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว (Whole Body Hair Removal) ไม่ได้เสร็จสิ้นเรียนร้อยในครั้งเดียวนะคะ แต่เป็นการสะสมจำนวนครั้งในแต่ละส่วนค่ะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของจำนวนครั้งที่ต้องทำในแต่ละจุด พร้อมแพลนการรักษาตามจริงมาฝากกันค่ะ

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วจะเห็นผลลัพธ์ทันทีเลยไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วผิวจะดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?

ผลลัพธ์ของ สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน? เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการทำงานที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป รวมถึงผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังได้จริงมาฝากค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1