รีวิวรูขุมขนพอเทนซ่า: หลักการหัวปั๊มกับคลื่น RF เคสจริงในห้องตรวจ และเหตุผลที่ความพึงพอใจต่างกัน

ขอเริ่มด้วยข้อสรุปตรง ๆ ก่อนเลยนะครับ
รีวิวที่บอกว่าทำ Potenza แค่ครั้งเดียวแล้วรูขุมขนหายวับไปเลย
บอกตามตรงว่า แทบจะไม่มีอยู่จริงครับ
และในบทความนี้ เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่าเพราะอะไรครับ

Potenza คือการทำหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กมาก (Microneedle) ส่งเข้าไปใต้ผิวหนัง
แล้วปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ออกมาจากปลายเข็มครับ
บวกกับการผสมผสานเทคโนโลยีที่เรียกว่า
Pumping Tip ซึ่งช่วยผลักตัวยาลงสู่ผิว
กลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยทั้งฟื้นฟูผิวและกระชับรูขุมขน
ไปพร้อม ๆ กันครับ
ต่างจาก อินโหมด หรือการทำ RF ทั่วไปที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกัน
เพราะจุดเด่นของ Potenza คือเข็มจะเข้าไปลึกถึงชั้นหนังแท้เฉพาะจุด
แล้วสร้างความร้อนขึ้นมาโดยตรงที่จุดนั้นครับ
เป็นการทำงานจากข้างใน ไม่ใช่แค่ที่พื้นผิวชั้นนอกครับ

ทำไมทำ Potenza เหมือนกัน
แต่บางคนเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ในขณะที่บางคนไม่เห็นผลเลยล่ะ?
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
Potenza ผสมผสานเทคโนโลยี Pumping Tip เข้ากับพลังงาน RF
มุ่งหวังผลในการฟื้นฟูผิวและกระชับรูขุมขนไปพร้อม ๆ กัน
ฟังเรื่องนี้แล้วอาจจะตกใจนิดหน่อยนะครับ
เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้ผู้หญิงอายุ 27 ปีเข้ามาปรึกษา
เธอเล่าว่าเคยทำ Potenza จากที่อื่นมา 4 ครั้งแล้ว
แต่รูขุมขนยังดูกว้างเหมือนเดิมเลยครับ
พอได้ตรวจสภาพผิวดูจริง ๆ แล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวรูขุมขนโดยตรงครับ
แต่เป็นเพราะผิวมีการผลิตซีบัม (น้ำมัน) มากเกินไป
จนทำให้รูขุมขนดูขยายกว้างและหย่อนคล้อยครับ
แต่จุดสำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้ครับ
ในการรักษาครั้งก่อนหน้านั้น เธอไม่ได้ใช้หัว Pumping Tip เลย
แต่เป็นการทำด้วยโหมดเข็มธรรมดา (Normal Needle)
ตลอดทั้ง 4 ครั้งครับ
หัวใจสำคัญของ Potenza คือการทำงานร่วมกันระหว่าง
Pumping Tip และคลื่นความถี่สูง (RF) ครับ
เข็มจะส่งผ่านเข้าสู่ผิวที่ระดับความลึก 1.5 - 3.5 มม.
เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วยพลังงาน RF ไปพร้อม ๆ กับ
การดูแลต่อมไขมันโดยตรงผ่านหัว Pumping Tip ครับ
สองสิ่งนี้ต้องทำงานร่วมกัน
ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในกลุ่มคนที่มีปัญหารูขุมขนหย่อนคล้อยครับ
สำหรับเคสนี้ หมอได้เปลี่ยนแผนมาเดรนท์ยาด้วยโหมด Pumping Tip
ไปทั้งหมด 3 ครั้ง
และคนไข้เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้เองตั้งแต่หลังทำครั้งที่ 3 เลยครับ
เธอบอกว่าความมันบนใบหน้าลดลง และรู้สึกได้ว่า
รูขุมขนดูกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าวิธีนี้จะดีสำหรับทุกคนเสมอไปนะครับ
เนื่องจากหัว Pumping Tip ออกแบบมาเพื่อจัดการกับต่อมไขมัน
สำหรับใครที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว
การใช้โหมดธรรมดา (Normal Mode) อาจจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าครับ
สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
Potenza ไม่ใช่หัตถการประเภท "ทำครั้งเดียวแล้วจบ" ครับ
ผลลัพธ์จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่าใช้หัว Pumping Tip หรือไม่ และส่งพลังงานลงไปลึกแค่ไหน
แม้จะใช้เครื่องชื่อเดียวกันก็ตาม
เพราะฉะนั้นเวลาดูรีวิว ต้องเช็กจำนวนครั้งและโหมดที่ใช้ควบคู่กันไปด้วยนะครับ

ถ้าอย่างนั้น ผิวแบบเรา
เหมาะกับการทำ Potenza ไหมนะ?
ลองดูตารางสรุปคร่าว ๆ ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
สภาพผิว | โหมดที่แนะนำ | จำนวนครั้งที่คาดหวัง |
ผิวมันมากและ รูขุมขนกว้างหย่อนคล้อย | Pumping Tip + RF | 3 - 4 ครั้ง |
ผิวแห้งแต่มีปัญหา รูขุมขนกว้างเป็นแอ่ง | เน้นโหมดเข็มธรรมดา (Normal Needle) | 3 - 5 ครั้ง |
มีรอยแผลเป็นจากสิวร่วมด้วย | ปรับระดับความลึก + ใช้ร่วมกับ Pumping Tip | 4 ครั้งขึ้นไป |
เคยมีเคสคนไก่อายุ 22 ปี เข้ามาปรึกษาด้วยปัญหารอยแผลเป็นจากสิว
ซึ่งสำหรับเคสนี้ ปัญหาแผลเป็นตื้นลึกตื้นหนาต้องได้รับการดูแลก่อนรูขุมขน
หมอจึงเลือกปรับระดับความลึกของเข็มให้ลงไปลึกกว่าปกติครับ
จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นการรักษาด้วยเครื่อง Potenza เหมือนกัน
แต่การตั้งค่าและเทคนิคการรักษานั้น
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
คงจะมีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจใช่ไหมคะ?
Q1. ทำ Potenza แค่ครั้งเดียว
จะรู้สึกถึงผลลัพธ์เลยไหมคะ?
A. ขอตอบตามตรงเลยนะครับ
คนที่ทำครั้งแรกแล้วพูดว่า "อุ๊ย ดีจังเลย" มีไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำครับ
หลังจากอาการบวมยุบลง ผิวอาจจะดูเนียนละเอียดขึ้นนิดหน่อย
แต่การที่คนไข้จะรู้สึกได้เองว่ารูขุมขนเล็กลงจริง ๆ
ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลังจากทำครั้งที่ 3 เป็นต้นไปครับ
เนื่องจากเป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป
หากคาดหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ
อาจจะทำให้รู้สึกไม่ประทับใจได้ครับ
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตเลยครับ
Q2. ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการทำ
ควรวางแผนอย่างไรดีครับ?
A. เรื่องนี้อาจจะพูดยากนิดนึงนะครับ
เพราะแต่ละคลินิกจะตั้งราคาแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับว่าราคานั้นรวมหัว Pumping Tip แล้วหรือยังครับ
สำหรับมาตรฐานของคลินิกเรา แนะนำให้ทำ 3 - 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 3 - 4 สัปดาห์ครับ
หลังจากนั้นสามารถทำเพื่อคงสภาพผิว (Maintenance)
เพียงแค่ปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน) ก็พอครับ
ไม่จำเป็นต้องทำทุกเดือนนะครับ
เพราะถ้าทำบ่อยเกินไป
ผิวหนังจะไม่เหลือเวลาในการฟื้นฟูตัวเองครับ
สุดท้ายนี้ ขอพูดถึงประเด็นนี้สักหน่อยนะครับ
Q3. มีสิวผดหรือตุ่มแดงขึ้นหลังทำ
ถือเป็นเรื่องปกติไหมคะ?
A. เป็นจุดที่คนไข้เข้าใจผิดกันเยอะมากเลยครับ
เนื่องจากการใช้ Pumping Tip ไปกระตุ้นต่อมไขมัน
จึงอาจส่งผลให้ไขมันที่อุดตันอยู่ใต้ผิวหนังถูกดันตัวขึ้นมาบนพื้นผิวได้ครับ
หลายคนตกใจคิดว่าเป็นอาการแพ้หรือผลข้างเคียง
แต่จริง ๆ แล้ว อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ครับ
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการบวมแดงเกิน 2 สัปดาห์
หรือมีน้ำเหลืองซึม อาจเกิดจากสาเหตุอื่น
แนะนำให้กลับไปพบแพทย์ที่ทำหัตถการให้ทันทีรีบตรวจเช็กดูนะครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์เรื่อง 'หลังทำ Potenza 2 สัปดาห์แรก
ความเปลี่ยนแปลงที่หมอสังเกตเห็นได้จากห้องตรวจ' กันต่อครับ
ทำไมแต่ละคนถึงเริ่มเห็นผลช้าเร็วต่างกัน
หมอจะยกเคสจริงมาเล่าให้ฟังกันนะครับ แล้วเจอกันครับ พี่หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่?
หลังทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตา ควรรอนานแค่ไหนก่อนใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง บทความนี้อธิบายตามช่วงเวลา

กำจัดขน
ย้อมผมหลังทำหัตถการที่ใบหน้า รอกี่วันถึงจะปลอดภัย?
หลังเลเซอร์ ลิฟติ้ง หรือฉีดสาร ควรรอกี่วันก่อนย้อมผม บทความนี้อธิบายแนวทางตามแต่ละหัตถการ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume กับการเติมวอลลุ่มบริเวณหน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?
Juvelook Volume เติมวอลลุ่มหน้าผากได้ไหม? หลักการ ความต่างจากฟิลเลอร์ และใครเหมาะกับวิธีนี้

ยกกระชับ
Ultherapy Prime ทำครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปควรทำเมื่อไหร่ดี?
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำ Ultherapy Prime ซ้ำ ทำเร็วหรือช้าเกินไปต่างกันยังไง อธิบายให้เข้าใจค่ะ

กำจัดขน
กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ช่วงซัมเมอร์ อันตรายจริงไหม?
หน้าร้อนกำจัดขนด้วยเลเซอร์ได้ไหม? อธิบายหลักการ GentleMax Pro Plus และข้อควรระวังสำหรับฤดูร้อน

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง



