• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Shurink Universe กับ Shurink Classic รุ่นเดิม มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของ handpiece, ความรู้สึกเจ็บ และความเร็วในการรักษา?

Shurink Universe กับ Shurink Classic รุ่นเดิม มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของ handpiece, ความรู้สึกเจ็บ และความเร็วในการรักษา?

Shurink Universe กับ Shurink Classic รุ่นเดิม มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของ handpiece, ความรู้สึกเจ็บ และความเร็วในการรักษา?

เปรียบเทียบความต่างระหว่าง Shurink Universe vs Shurink Classic — เจาะลึกตั้งแต่หลักการทำงานของเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ยกกระชับ (ultrasound lifting) ไปจนถึงรูปแบบของ handpiece, ระดับความเจ็บ และความลึกของหัว cartridge

พอเดินเข้าห้องให้คำปรึกษาแล้วบอกว่า "อยากทำ Shurink ค่ะ" ช่วงนี้มักจะได้รับคำถามกลับมาบ่อยๆ ว่า "จะรับเป็น Shurink Universe หรือ Shurink Classic (รุ่นเดิม) ดีคะ?" แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่ราคาและคำอธิบายกลับแตกต่างกันอยู่บ้าง ทำให้หลายคนต้องตัดสินใจไปทั้งๆ ที่ยังไม่เคลียร์ว่าสองตัวนี้ต่างกันอย่างไร

ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ ทั้งสองเครื่องใช้หลักการปล่อยพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์เข้มข้นลงลึกไปกระตุ้นความร้อนใต้ชั้นผิวเหมือนกันค่ะ แต่ Shurink Universe เป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่มีการเพิ่มหัวแฮนด์พีซ (handpiece) และโหมดการยิงที่หลากหลายยิ่งขึ้น ดังนั้น แทนที่จะคิดว่าเป็น "การรักษาที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง" ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นเทคโนโลยีไลน์เดียวกัน แต่ตัว Universe ได้รับการพัฒนาประสบการณ์การรักษาและเพิ่มการดูแลที่ครอบคลุมได้กว้างขึ้น หากเราเข้าใจว่าความต่างแบบไหนที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเรา ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ

บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ

  • ทำความเข้าใจว่า Shurink Universe และ Classic มีหลักการทำงานในไลน์เดียวกันหรือต่างกันอย่างไร

  • ความแตกต่างในเรื่องของแฮนด์พีซ, ความเจ็บ และความเร็วในการรักษา

  • การยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ส่งผลต่อผิวในระดับความลึกชั้นไหนบ้าง

  • แนวทางการประเมินเพื่อเลือกสูตรที่ใช่สำหรับปัญหาผิวของคุณ

 

Shurink มีหลายรุ่นจนเริ่มสับสนใช่ไหมคะ

Shurink เป็นชื่อหนึ่งของโปรแกรมยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์โฟกัสไปที่จุดเดียวเพื่อสร้างการกระตุ้นด้วยความร้อนใต้ผิวหนัง แต่เพราะในตัว Shurink เองก็ยังแบ่งเวอร์ชันออกเป็น Classic และ Universe แถมยังมีเครื่องอัลตราซาวด์คล้ายๆ กันจากบริษัทอื่นมาปะปนจนชื่อลอยไปลอยมา ทำให้รู้สึกว่าเปรียบเทียบยากเหลือเกิน

ถ้าเริ่มทำความเข้าใจจากหลักการพื้นฐานก่อนจะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ เครื่องตระกูลนี้ทั้งหมดใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส (Focused Ultrasound) ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อผิวชั้นนอกสุด แต่จะสร้างจุดความร้อนเล็กๆ (Thermal Coagulation Points) เฉพาะในระดับความลึกที่กำหนดไว้เท่านั้น การกระตุ้นด้วยความร้อนนี้จะทำให้คอลลาเจนหดตัว และหลังจากนั้นอีกหลายเดือน คอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ เติมเต็มขึ้นมา ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นและยกกระชับขึ้นตามธรรมชาติค่ะ

Focused Ultrasound*: เป็นวิธีการรวมคลื่นอัลตราซาวด์หลายๆ ลำแสงเข้าด้วยกันให้เป็นจุดเดียว เพื่อรวมพลังงานไปยังระดับความลึกที่ต้องการโดยเฉพาะ โดยเมื่อคลื่นแล่นผ่านผิวชั้นบน แทบจะไม่มีการทำลายผิวชั้นนอกเลยค่ะ

Thermal Coagulation Point*: คือจุดความร้อนขนาดเล็กจิ๋วที่เกิดขึ้นในบริเวณที่พลังงานอัลตราซาวด์ไปรวมตัวกัน จุดนี้จะเข้าไปปลุกปฏิกิริยาการฟื้นฟูของผิวเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา

เมื่อดูจากงานวิจัยที่สรุปถึงหลักการฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวและความปลอดภัยจากการใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส เพื่อสร้างจุดความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้น SMAS จะเห็นได้ชัดเจนว่าการรักษานี้ถูกออกแบบมาเพื่อออกฤทธิ์เฉพาะในชั้นลึกโดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิวชั้นนอก ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Classic หรือ Universe จุดเริ่มต้นของระบบการทำงานก็มาจากเทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกันค่ะ

초음파가 작용하는 피부 깊이슈링크, 종류가 많아 헷갈리시죠

 

 

Shurink Universe กับ Classic แตกต่างกันอย่างไร

ถ้าหากหลักการเหมือนกัน แล้วหน้างานจริงต่างกันตรงไหน? จุดที่ต่างกันมากที่สุดก็คือ รูปแบบของหัวแฮนด์พีซ และประสบการณ์ระหว่างรับบริการค่ะ โดยรุ่น Classic จะเน้นการยิงพลังงานแบบจุด (Dot/Shot) เป็นหลัก ขณะที่ Shurink Universe จะเป็นการผสมผสานระหว่างแบบจุดและโหมดการยิงแบบเส้นลากต่อเนื่อง (Linear Mode) ซึ่งความต่างตรงนี้จะส่งผลต่อเรื่องความเจ็บ, ความเร็ว และบริเวณที่ดูแลรักษาได้ค่ะ

ประเภท

Classic (Shurink ดั้งเดิม)

Universe

แฮนด์พีซ (Handpiece)

เน้นการยิงแบบจุด (Dot/Shot)

โหมดจุด + โหมดลากเส้นต่อเนื่อง

ความรู้สึกเจ็บ

รู้สึกกระตุ้นลึกในแต่ละช็อต

กระจายความรู้สึกด้วยโหมดต่อเนื่อง

ความเร็วในการทำ

ค่อนข้างช้ากว่าเล็กน้อย

ยิงได้เร็วกว่าในบริเวณกว้าง

บริเวณที่ใช้

เน้นบริเวณใบหน้า

ใบหน้า + บริเวณที่กว้างขึ้น

ระดับความลึกหัวคาร์ทริดจ์

เลือกตามระดับความลึก

เลือกตามระดับความลึก (สเปกเดียวกัน)

จากตารางจะเห็นได้ว่า Shurink Universe ไม่ใช่เครื่องที่ "แรงกว่า" แต่เป็นเครื่องที่มีทางเลือกให้ตอบโจทย์ได้กว้างขึ้น การมีโหมดลากเส้นต่อเนื่องช่วยให้การกระจายพลังงานในบริเวณเดียวกันไม่ไปกระจุกอยู่ที่จุดเดียว ทำให้คนไข้หลายๆ คนรู้สึกว่าเจ็บน้อยลง อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมากๆ ค่ะ บางท่านอาจจะรู้สึกว่าแรงกระตุ้นเป็นจุดๆ ของรุ่น Classic นั้นสั้นและชัดเจนกว่าทำให้ทนได้ง่ายกว่าก็มีเช่นกัน

ในเรื่องของความเร็วก็ไม่ใช่ว่ายิ่งเร็วยิ่งดีเสมอไป แม้ว่าจะมีข้อดีในการลดเวลาสำหรับบริเวณกว้างๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พลังงานที่ส่งลงไปนั้นเพียงพอและตรงกับระดับความลึกที่ต้องการหรือไม่ ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดผลลัพธ์การยกกระชับจึงอยู่ที่ขั้นตอนการประเมินระดับความหย่อนคล้อยและเลือกความลึกหัวคาร์ทริดจ์ร่วมกับจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับคนไข้ มากกว่าแค่ดูที่ชื่อเครื่องค่ะ

유니버스와 클래식, 무엇이 다를까요

 

 

การยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ทำงานอย่างไรใต้ผิวของเรา

เมื่อเข้าใจความต่างของตัวเครื่องแล้ว เรามาลองดูขั้นตอนการทำงานใต้ผิวที่ทั้งสองเครื่องนี้มีร่วมกันค่ะ เมื่อคลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสถูกส่งลงสู่ผิว อุณหภูมิในระดับความลึกที่กำหนดจะสูงขึ้นอย่างฉับพลันไปที่ประมาณ 65 องศาเซลเซียส ความร้อนนี้จะทำให้คอลลาเจน ณ จุดนั้นหดตัว และในขณะเดียวกันก็สร้างรอยโรครอยแผลขนาดเล็กมาก เพื่อเปิดสวิตช์การเยียวยาฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติของร่างกาย

หลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของกระบวนการธรรมชาติภายใต้ผิวหนัง เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)* ที่ได้รับสัญญาณกระตุ้นการบาดเจ็บจะเคลื่อนตัวเข้ามาและเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่กับเส้นใยอีลาสตินขึ้นมาทดแทน อ้างอิงจากงานวิจัยทางจุลพยาธิวิทยาที่ระบุว่าคลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสช่วยสร้างใหม่ทั้งคอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่นเพื่อยกกระชับผิว กระบวนการสร้างผิวใหม่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังทำเสร็จ แต่จะค่อยๆ ดำเนินไปอย่างช้าๆ เมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

Fibroblast*: เซลล์ในชั้นหนังแท้ที่มีหน้าที่สร้างคอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่น (อีลาสติน) เมื่อตื่นตัวจากการกระตุ้นด้วยความร้อน จะเริ่มทำหน้าที่สร้างเนื้อเยื่อเพื่อฟื้นฟูผิวใหม่

นั่นคือสาเหตุที่การยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ไม่ใช่การรักษาประเภทที่ทำเสร็จแล้วหน้าจะตึงเปรี๊ยะในทันที แต่เป็นโปรแกรมที่เห็นผลลัพธ์ค่อยๆ เติมเต็มและยกกระชับขึ้นในช่วงระยะเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน หลังทำเสร็จทันทีอาจรู้สึกได้ถึงความตึงกระชับเล็กน้อย แต่ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมักจะอยู่ตัวใน 2-3 เดือน และผลลัพธ์อาจจะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเกือบ 6 เดือนในบางบุคคล ซึ่งกระบวนการนี้เหมือนกันทั้ง Shurink Universe และ Classic ค่ะ

슈링크 카트리지별 도달 깊이

หัวคาร์ทริดจ์จะเลือกใช้ตามระดับความลึกที่ส่งพลังงานลงไป โดยหัวระดับตื้น 1.5 มม. เหมาะสำหรับริ้วรอยเล็กๆ และความยืดหยุ่นของผิวชั้นนอก ระดับปานกลาง 3.0 มม. จะส่งพลังงานลงชั้นหนังแท้ (Dermis) และระดับลึก 4.5 มม. จะส่งพลังงานลึกลงไปถึงชั้น SMAS (근막층)* การออกแบบและเลือกผสมผสานระดับความลึกให้เหมาะกับความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคลนี่เองที่เป็นเทคนิคสำคัญที่ส่งผลต่อความต่างของลัพธ์ ยิ่งกว่าการเลือกรุ่นเครื่องมือเสียอีกค่ะ

SMAS (근막층)*: ชั้นเนื้อเยื่อพังผืดใต้ผิวหนังที่ปกคลุมโครงสร้างใบหน้า ซึ่งเป็นชั้นความลึกระดับเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงหน้า จึงจัดเป็นชั้นเป้าหมายหลักที่สำคัญมากสำหรับโปรแกรมยกกระชับผิว

초음파 리프팅은 어떻게 피부에 작용할까요

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

อย่างที่เราได้อธิบายไปแล้วค่ะว่า การออกแบบระดับความลึกและจำนวนช็อตที่เหมาะกับผิวจริงของคุณนั้น สำคัญยิ่งกว่าการเลือกว่าจะใช้เครื่องชื่ออะไรเสียอีก ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ในขั้นตอนการให้คำปรึกษา เราจึงเลือกที่จะไม่ยิงคำถามก่อนว่า "จะทำ Universe หรือ Classic ดีคะ" แต่เราจะเริ่มจากการประเมินว่าปัญหาความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นในบริเวณไหน ลักษณะอย่างไร และคนไข้สามารถทนความเจ็บได้ระดับไหนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะต่อให้ใช้เครื่องตัวเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันได้ขึ้นอยู่กับการกำหนดความลึกและการกระจายจำนวนช็อตค่ะ เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดกะทัดรัดใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เราจึงสามารถดูแลใส่ใจ ประเมินสภาพผิวและอัตราการฟื้นตัวของคนไข้แต่ละท่าน เพื่อร่วมกันวางแผนการดูแลต่อเนื่องในครั้งถัดไปได้อย่างอบอุ่นและเป็นส่วนตัวค่ะ

왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. Shurink Universe ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า Shurink Classic เสมอไปจริงไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ เนื่องจากทั้งสองเครื่องอาศัยหลักการทางพลังงานคัดสรรคลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสเช่นเดียวกัน หากส่งพลังงานในปริมาณเท่าๆ กันลงไปในความลึกระดับเดียวกัน กลไกการออกฤทธิ์ก็ใกล้เคียงกันค่ะ เพียงแต่ Shurink Universe ได้รับการออกแบบให้มีโหมดลากเส้นต่อเนื่องและเพิ่มพื้นที่การรักษาได้สะดวกยิ่งขึ้น หากเลือกออกแบบการรักษาที่ตรงกับปัญหาความหย่อนคล้อยและจุดที่ต้องการแก้ไข ไม่ว่าจะเลือกตัวไหนก็คาดหวังผลลัพธ์ที่พึงพอใจได้เช่นกันค่ะ

Q. รุ่นไหนเจ็บน้อยกว่ากันคะ?

A. โดยส่วนใหญ่แล้ว คนไข้มักจะรู้สึกว่าโหมดลากเส้นต่อเนื่องของ Shurink Universe ช่วยกระจายพลังงานจนทำให้เจ็บน้อยลงค่ะ อย่างไรก็ตาม ความทนทานต่อความรู้สึกเจ็บของแต่ละบุคคลนั้นต่างกัน บางท่านอาจรู้สึกว่าการยิงแบบจุดที่รวดเร็วและจบเป็นช็อตๆ ของรุ่น Classic นั้นทนได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการทายาชาและระดับความลึกที่เลือกใช้ แนะนำให้แจ้งระดับความไวต่อความรู้สึกเจ็บของคุณกับแพทย์ผู้ดูแลในขั้นตอนการรับคำปรึกษาล่วงหน้าจะดีที่สุดค่ะ

Q. จะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

A. ทันทีหลังการรักษาอาจจะรู้สึกผิวหดกระชับตึงขึ้นเล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงเต็มประสิทธิภาพจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นเมื่อคอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างตัวเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือนเป็นต้นไป และในบางราย ผลลัพธ์อาจจะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงเกือบ 6 เดือนเลยค่ะ อยากให้คิดว่าเป็นโปรแกรมที่ค่อยๆ เผยความกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ จะช่วยให้มองเห็นภาพเวลาที่คาดหวังผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

Q. ทำครั้งหนึ่งแล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีบวกลบค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของแต่ละบุคคลด้วย เช่น อายุ, ระดับความหย่อนคล้อยดั้งเดิมของผิว, พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเผชิญแสงแดด หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่คู่กับผิวไปนานๆ แนะนำให้ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการทำซ้ำในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ควรประเมินระยะเวลาและความเหมาะสมในการรักษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1