อดนอนส่งผลต่อการซ่อมแซมผิวและช่วงพักฟื้นหลังทำหัตถการอย่างไร พร้อมวิธีจัดเวลานอนก่อนและหลังวันนัด
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
พอนอนดึกติดต่อกันหลายคืน พอส่องกระจกก็เห็นความเปลี่ยนแปลงทันที เมคอัพลอยเป็นคราบ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประจำก็แสบผิวกว่าปกติ แถมบางทีก็รู้สึกว่าผิวฟื้นตัวหลังทำหัตถการช้าลงด้วย เรารู้กันดีว่าการนอนไม่พอไม่ดีต่อผิว แต่ที่จริงแล้วมันส่งผลอย่างไรและตรงไหนบ้าง ยังไม่ค่อยมีใครอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ
บทความนี้จะพาไปดูว่าตอนที่เรานอนหลับ ผิวของเราทำอะไรอยู่บ้าง และเมื่อนอนไม่พอ การฟื้นตัวของเกราะป้องกันผิว*จะช้าลงในรูปแบบไหน โดยเฉพาะช่วงก่อนหรือระหว่างพักฟื้นหลังทำหัตถการ จะมีบางช่วงที่การนอนไม่พอส่งผลชัดเจนเป็นพิเศษ ถ้าให้ความสำคัญกับการนอนแค่ในช่วงนั้นก็ยังรู้สึกถึงความแตกต่างได้ ไม่ได้บอกให้ต้องสร้างนิสัยการนอนที่สมบูรณ์แบบ แต่อยากชวนดูสิ่งที่พอจะปรับเปลี่ยนได้ในเงื่อนไขตอนนี้ก่อน
เกราะป้องกันผิว*: คือชั้นนอกสุดของหนังกำพร้าที่ทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นและป้องกันสิ่งกระตุ้นจากภายนอก หากการทำงานส่วนนี้อ่อนแอลง จะทำให้เกิดอาการตึงและแสบผิวได้ง่าย
บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจากบิวตี้สโตนฮับจอง
อ่านบทความนี้แล้วจะรู้
รู้กระบวนการฟื้นฟูของผิวที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ
รู้เส้นทางที่การฟื้นตัวช้าลงเมื่อนอนไม่พอ
รู้ช่วงเวลาก่อนและหลังทำหัตถการที่การนอนหลับส่งผลเป็นพิเศษ
รู้วิธีปรับเปลี่ยนที่ทำได้จริงตั้งแต่วันนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวระหว่างการนอนหลับ
ผิวของเรามีหน้าที่ต่างกันในตอนกลางวันและกลางคืน ตอนกลางวันผิวจะทุ่มพลังไปกับการป้องกันสิ่งกระตุ้นจากภายนอก เช่น รังสียูวี แรงเสียดสี และอากาศแห้ง ส่วนตอนกลางคืนน้ำหนักจะเปลี่ยนไปที่การซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างวันและการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทน วงจรนี้เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ*
นาฬิกาชีวภาพ*: คือจังหวะการทำงานของร่างกายที่ขึ้นลงเป็นวงจรตลอด 24 ชั่วโมง ผิวหนังก็เช่นกัน สัดส่วนของการฟื้นฟูและการป้องกันจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
งานวิจัยที่ศึกษาว่าคุณภาพการนอนหลับส่งผลต่อความชราของผิวและการฟื้นตัวของเกราะป้องกันผิวอย่างไรพบว่ากลุ่มที่นอนหลับได้ดีมีความเร็วในการฟื้นตัวของเกราะป้องกันผิวเหนือกว่ากลุ่มที่นอนหลับไม่ดี หมายความว่าแม้จะเจอสิ่งกระตุ้นแบบเดียวกัน แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการฟื้นตัวกลับแตกต่างกัน
สรุปสิ่งที่ผิวให้น้ำหนักเป็นพิเศษในช่วงกลางคืนได้ดังนี้
การผลัดเซลล์ — ความเร็วที่เซลล์ใหม่ดันขึ้นสู่ผิวชั้นบนจะเพิ่มขึ้นในตอนกลางคืน
การรักษาความชุ่มชื้น — การระเหยของน้ำเพิ่มขึ้นกว่าตอนกลางวัน ทำให้บทบาทของการให้ความชุ่มชื้นสำคัญขึ้น
การซ่อมแซมความเสียหาย — เก็บกวาดร่องรอยของสิ่งกระตุ้นที่สะสมมาตลอดวัน
การไหลเวียนเลือดที่เปลี่ยนไป — การไหลเวียนบริเวณผิวชั้นนอกเพิ่มขึ้น ทำให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูไปถึงได้มากขึ้น


เส้นทางที่การนอนไม่พอทำให้การฟื้นตัวช้าลง
การนอนหลับที่ลดลงไม่ได้ทำให้ผิวแย่ลงทันที แต่ส่งผลในรูปแบบที่เวลาที่ใช้ในการฟื้นตัวลดน้อยลง ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการกลับสู่สภาพเดิมหลังได้รับสิ่งกระตุ้นจะยาวนานขึ้น และหากมีสิ่งกระตุ้นใหม่ซ้อนเข้ามาในช่วงนั้น ความรู้สึกไม่สบายผิวก็จะยิ่งสะสมมากขึ้น
งานวิจัยที่รายงานว่าเมื่อจำกัดชั่วโมงการนอน ระยะเวลาการฟื้นตัวของเกราะป้องกันผิวจะยาวนานขึ้นพบว่ากลุ่มที่นอนหลับเพียงพอฟื้นตัวได้ในเวลาเฉลี่ย 4.2 วัน ขณะที่กลุ่มที่ถูกจำกัดการนอนใช้เวลาเฉลี่ยถึง 5.0 วัน แม้จะต่างกันไม่ถึงวัน แต่ในช่วงที่การฟื้นตัวสำคัญมาก อย่างหลังทำหัตถการทันที ความแตกต่างนี้กลับรู้สึกได้ชัดเจนไม่น้อยเลย
สรุปได้ว่าช่วงเวลาการฟื้นตัวจะแตกต่างกันไปตามสภาวะการนอนหลับ ดังนี้
สภาวะการนอนหลับ | ความแตกต่างที่ปรากฏในการฟื้นตัว | แนวทางที่ควรทำในช่วงนี้ |
|---|---|---|
นอนหลับตามปกติ | ผิวดีขึ้นตามกำหนดที่คาดไว้ | ทำตามรูทีนเดิมต่อไปได้เลย |
นอนไม่พอ 1-2 วัน | อาการตึงและรอยแดงจะหลงเหลืออยู่นานขึ้นอีกนิด | แค่เพิ่มความถี่ในการให้ความชุ่มชื้นก็เพียงพอ |
นอนไม่พอเกิน 1 สัปดาห์ | ช่วงเวลาการฟื้นตัวยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด | หยุดสิ่งกระตุ้นใหม่ ๆ ไว้ก่อนชั่วคราว |
นอนไม่พอช่วงหลังทำหัตถการทันที | ปฏิกิริยาในช่วงแรกจะคงอยู่นานขึ้น | ควรปรึกษาปรับกำหนดการทำหัตถการร่วมด้วย |

อยากให้มองที่แนวโน้มมากกว่าตัวเลขที่แน่นอน การนอนไม่พอไม่ได้ทำให้การฟื้นตัวหยุดชะงัก แต่แนวโน้มที่พบซ้ำ ๆ คือแม้เจอสิ่งกระตุ้นแบบเดียวกัน ก็ต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะกลับสู่สภาพเดิม

ช่วงเวลาที่การนอนหลับส่งผลเป็นพิเศษก่อนและหลังทำหัตถการ
ปกติแล้วแม้นอนน้อยลง 1-2 วันก็อาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนนัก แต่ในช่วงก่อนและหลังทำหัตถการ การนอนไม่พอในปริมาณเท่ากันกลับส่งผลชัดเจนกว่าปกติในบางช่วงเวลา
3 วันก่อนทำหัตถการ — ถ้าสภาพร่างกายไม่พร้อม วันทำหัตถการอาจมีรอยแดงขึ้นมากกว่าปกติ
คืนวันที่ทำหัตถการ — เป็นช่วงแรกที่อาการบวมและความร้อนเริ่มบรรเทาลง
วันที่ 1-3 — ปฏิกิริยาการฟื้นตัวทำงานมากที่สุด ความแตกต่างจึงเห็นชัดที่สุด
วันที่ 4-7 — เป็นช่วงที่รอยแดงที่หลงเหลืออยู่ค่อย ๆ จางลง
ก่อนเข้ารับการทำครั้งถัดไป — หากยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาจต้องปรับระยะห่างของการทำหัตถการ
โดยเฉพาะไม่กี่วันหลังทำหัตถการเป็นช่วงที่ทรัพยากรของร่างกายทุ่มไปกับการฟื้นฟูมากที่สุด หากช่วงนี้นอนน้อยลงมาก รอยแดงหรืออาการตึงอาจคงอยู่นานกว่าที่คาดไว้ แค่เลี่ยงสัปดาห์ที่มีงานดึกหรือทริปเดินทางตอนจัดตารางทำหัตถการ ก็ช่วยให้รู้สึกแตกต่างได้แล้ว

ทำไมต้องบิวตี้สโตนฮับจอง
บิวตี้สโตนฮับจองมักจะสอบถามก่อนว่าสัปดาห์นั้นมีตารางงานอะไรบ้าง มากกว่าจะรีบกำหนดวันทำหัตถการทันที เพราะแม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ก็ต่างกันไปตามว่าสัปดาห์นั้นมีเวลานอนหลับเพียงพอในช่วงพักฟื้นหรือไม่ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินไปได้จากสถานีฮับจอง จึงปรับเปลี่ยนวันนัดได้ง่ายเวลาที่ตารางคลาดเคลื่อน หรือแวะมาให้ดูอาการอีกครั้งระหว่างพักฟื้นก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก

สิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่วันนี้
หากอยู่ในสภาวะที่เพิ่มชั่วโมงการนอนทันทีได้ยาก การจัดจังหวะการนอนให้เป็นระบบจะเป็นวิธีที่ทำได้จริงมากกว่าการเพิ่มจำนวนชั่วโมง
เข้านอนเวลาเดิมทุกวัน — การเข้านอนใกล้เคียงเวลาเดิมทุกวันช่วยได้มากกว่าจำนวนชั่วโมงรวม
ให้ความสำคัญเฉพาะสัปดาห์พักฟื้น — แค่ให้ความสำคัญกับการนอนในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนและหลังทำหัตถการก็เพียงพอ
ทาครีมบำรุงก่อนนอน — ช่วยลดผลกระทบจากการระเหยของน้ำที่เพิ่มขึ้นในตอนกลางคืน
ปรับเวลาดื่มคาเฟอีน — การดื่มคาเฟอีนช่วงบ่ายแก่ ๆ จะทำให้เวลาเข้านอนเลื่อนช้าลง
จัดตารางให้เหมาะสม — หากเป็นสัปดาห์ที่งานยุ่งมาก การเลื่อนวันทำหัตถการก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
การนอนไม่พอไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ของการทำหัตถการจะเสียหายไปเลย เพียงแต่เมื่อระยะเวลาการฟื้นตัวยืดออกไป ก็ควรเลื่อนจุดที่จะประเมินผลลัพธ์ออกไปอีกนิดด้วยเช่นกัน บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ตารางการทำหัตถการและแผนการพักฟื้นของแต่ละคนควรปรึกษากับแพทย์ผู้ตรวจรักษาโดยตรงเพื่อความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย
Q. นอนไม่หลับคืนก่อนทำหัตถการ ยังทำได้ตามปกติไหมคะ
A. ถ้าแค่คืนเดียวส่วนใหญ่ก็ทำตามกำหนดเดิมได้เลยครับ แต่รอยแดงหรืออาการบวมอาจขึ้นมากกว่าปกติเล็กน้อย ถ้าแจ้งสภาพร่างกายวันนั้นตอนปรึกษา ก็สามารถปรับกำลังพลังงานหรือขอบเขตการทำให้เหมาะสมได้ครับ
Q. ถ้านอนชดเชยทีเดียวเยอะ ๆ จะช่วยเติมส่วนที่ขาดไปได้ไหมคะ
A. การเพิ่มจำนวนชั่วโมงรวมก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งครับ แต่ถ้าจังหวะการนอนยังคงแปรปรวนอยู่ ความเร็วในการฟื้นตัวก็มักจะไม่กลับมาเป็นปกติเต็มที่ การรักษาเวลาเข้านอนให้ใกล้เคียงเดิมจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการนอนชดเชยทีเดียวมาก ๆ ครับ
Q. นิสัยนอนคว่ำมีผลต่อการฟื้นตัวไหมคะ
A. ช่วงไม่กี่วันหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงท่านอนที่กดทับผิวหน้าครับ เพราะอาการบวมอาจไปกองอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง หรือบริเวณที่ทำหัตถการถูกกดทับจนรอยแดงคงอยู่นานขึ้น ในช่วงพักฟื้นแนะนำให้นอนหงายครับ
Q. การนอนไม่พอเปลี่ยนผลลัพธ์ของการทำหัตถการเลยไหมคะ
A. จริง ๆ แล้วมันส่งผลต่อความเร็วในการไปถึงผลลัพธ์มากกว่าตัวผลลัพธ์สุดท้ายครับ พอการฟื้นตัวใช้เวลานานขึ้น ระหว่างทางอาจรู้สึกว่าผลลัพธ์ยังออกมาไม่เต็มที่ ดังนั้นแนะนำให้เลื่อนจุดที่จะประเมินผลออกไปอีกนิดครับ
อ่านเพิ่มเติม

ผิว
Ellanse แต่ละประเภทอยู่ได้นานต่างกัน แล้วดูราคายังไงให้คุ้มจริง?

ยกกระชับ
Alltite เห็นผลช้าหรือเร็ว? ทำไมความรู้สึกหลังทำกับผลจริงถึงมาคนละเวลา

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมราคา Juvelook Volume ต่างกันทุกที่? ไวแอลและพื้นที่คือเหตุผล

ผู้ชาย
หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย ได้เมื่อไหร่?

ผิว
ลบรอยสักอายไลเนอร์ต้องกี่ครั้ง? ค่าใช้จ่ายต่างจากคิ้วสักยังไง

กำจัดขน
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหม?



